เขาคิชฌกูฏ ปีนี้เริ่ม 31 มกราคมถึงวันที่ 1 เมษายน 2557 รวม 60 วัน

เขาคิชฌกูฏ ปีนี้เริ่ม 31 มกราคมถึงวันที่ 1 เมษายน 2557 รวม 60 วัน งานปิดทองรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี มีรถบริการ รับส่งทั้งขาขึ้นและลงเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง คนหลั่งไหลกว่า 800,000 คน  นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมงานเทศกาลนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึงวันที่ 1 เมษายน 2557 หรือขึ้น 1 ค่ำเดือน 3 ถึงขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 รวม 60 วัน กำหนดพิธีบวงสรวงปิดป่าและเปิดเทศกาลในวันพฤหัสที่ 30 มกราคม 2557 เวลา 08.00 น. ณ เชิงเขาคิชฌกูฎ บริเวณสันเขื่อนพลวงอำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี

รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือรอยพระบาทพลวง ถูกค้นพบในราวปี พ.ศ.2397 หรือเมื่อประมาณ 160 ปีมาแล้ว ต่อมาในปี 2515 หลวงพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ เจ้าอาวาสวัดกระทิง เจ้าคณะอำเภอมะขาม ได้บุกเบิกทางขึ้น และนำรถยนต์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรก และค่อยๆ

หลวงพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ
หลวงพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ

พัฒนาเส้นทางขึ้นยอดเขาให้ดีขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ แห่งนี้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ประดิษฐานอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,050 เมตร นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนหินก้อนใหญ่ โดยใกล้กันนั้นมีหินลูกพระบาท หรือหินลูกบาตร ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเป็นร่มเงาให้แก่รอยพระพุทธบาท

 

รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฎ-3

รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฎ-ภ

(ขอบคุณภาพ จากคู่หูเดินทาง)

ประวัติ ตำนานเขาคิชฌกูฏ

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง) นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย  ได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง  เพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้  เเละเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง  มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย  ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วั ดพลับ  รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง  นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน  พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ  จึงเรียกนายติ่งเข้าไป สอบถามและส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู  ก็เป็นความจริงและตรวจดูรอบๆบริเวณนั้น  ก็พบสิ่งประหลาดมหัศจรรย์หลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่  บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่าหินลูกพระบาท  ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์  มองดูคล้ายลอยอยู่เฉยๆ

มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้  และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น  ในก้อนหินนั้นตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์  ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร  เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร  ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน  เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า   หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไปจะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช้างจริง   เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง  เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่  มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้ายๆเรือสำเภา และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี

รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฎ

ที่มาของชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น ในตำนานศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฎอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์  แปลว่าภูเขาแร้งกระพือปีก  มีคันธกุฎีอยู่บนยอดเขา และเคยเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าในอดีต  เป็นความดำริของพระครูธรรมสรคุณซึ่งเป็นกรรมการและเป็นหลักในการพัฒนาพระบาทพลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ได้เสนอใช้ชื่อ พระบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง) เหตุผลเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่พุทธศาสนาเจริญกว่าเมืองไหนๆ แม้กระทั่งประเทศอินเดีย  จึงน่าจะใช้ชื่อนี้เป็นที่ระลึกถึงพระบรมศาสดา ในทุกๆ ปีจะมีพิธีเปิดและพิธีปิดการขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำทุกปี (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:97-99)

เชื่อกันว่าถ้าใครได้ไปนสมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ จะเป็นศิริมงคลกับชีวิต เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยและชาวพุทธเคารพมาก ในแต่ละปีจะมีผู้คนเดินทางมาที่เขาคิชฌกูฏ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ใครที่สนใจจะมาท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะต้องเดินขึ้นเขาต่อจากที่มีรถรับส่งเป็นระยะทางไกลพอสมควร ข้อมูลในการติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาคิดชฌกูฎ โทรศัพท์ 0-3945-2075 วัดกระทิง โทรศัพท์ 0 3945 2056  เทศบาลตำบลพลวง โทรศัพท์ 0 3930 9281

ขอบคุณ thainews.prd.go.th ภาพจาก hamanan.com,tinyzone.tv,คู่หูเดินทาง,นักเดินทาง

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *