<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>กะหล่ำ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Oct 2021 04:33:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>กะหล่ำ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีปลูกกะหล่ำปลี  สำหรับปลูกขาย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2015 07:42:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกะหล่ำปลีขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกะหล่ำปลีขาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7183</guid>

					<description><![CDATA[กะหล่ำปลี พืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง ทำให้มีความต้องการสู...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กะหล่ำปลี </strong>พืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง ทำให้มีความต้องการสูงต่อเนื่อง กะหล่ำปลีนั้น มีอยู่หลายชนิดด้วยกันได้แก่ กะหล่ำปลีธรรมดา เช่น พันธุ์ โคเปนเฮเกน มาร็เก็ต และพันธุ์โกลเดน เอเคอร์ กะหล่ำ ปลีแดง จะมีลักษณะ ใบเป็นสีแดงทับทิม และกะหล่ำปลีใบย่น จะมีผิวใบหยิกย่น โดยมีวิธีการดูแลดังนี้<span id="more-7183"></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การปลูกกะหล่ำปลีขาย</strong></span></p>
<p><strong>ปลูกกะหล่ำปลีขาย ที่ BangkokToday.net นำมาให้ศึกษากันนี้ได้เรียบเรียงสรุปมาให้สั้นๆเข้าใจง่าย เพื่อใช้เป็นแนวทางสำรับคนที่สนใจปลูกแต่เรื่องการการจะได้ผลอย่างรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย เรานำเสนอเพื่อเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้จากผืนดินที่มีอยู่ น่าจะสร้างประโยชน์และมูลค่าของที่ดินหรือพืชสวนไร่นาต่างๆที่ทำอยู่หากปลูกผสมเข้าไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มช่องทางรายได้ให้มากขึ้น ลดการพึ่งรายได้จากเกษตรทางเดียวหรือน้อยทาง </strong></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>เริ่มต้นปลูกกะหล่ำปลีขายกันเลย&#8230;</strong></span></p>
<p><strong>@การเตรียมดินสำหรับปลูกกะหล่ำปลี </strong>ไถพรวนดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-14 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาว ในอัตราส่วน 100-300 กิโลกรัม / ไร่ จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัม / ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม /ไร่ พรวนดินอีกครั้ง ให้เข้ากัน ก่อนปรับดินให้เรียบ พร้อมยกแปลงสูง 30 เซนติเมตร x กว้าง 1.20 เมตร x ความยาวตามพื้นที่</p>
<p><strong>@วิธีปลูก </strong>เริ่มจาก การเพาะกล้า หลังเตรียมแปลง เสร็จให้หว่านเมล็ดกะหล่ำปลีให้กระจายทั่วแปลง หรืออาจจะทำร่องลึกประมาณ 1 เซนติเมตร ห่างกันแถวละ 15 เซนติเมตร แล้วโรยเมล็ดลงในร่องแล้วหว่านกลบเมล็ดด้วยปุ๋ยหมักหรือดินละเอียด หนาประมาณ 0.5-1. 0 เซนติเมตร จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมด้วยฟางแห้งหรือหญ้าแห้งบางๆ หลังจากต้นกล้างอกได้ 15-20 วัน ให้เลือกถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออกและให้ทิ้งระยะห่างต้น 10 เซนติเมตร จนกระทั่งอายุประมาณ 25-30 วัน จึงย้ายไปปลูก</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การปลูก </strong></span>หลังจากเตรียมแปลงปลูกตามวิธีข้างต้นแล้วให้เริ่มขุดหลุมปลูกระยะห่างระหว่างต้น 50-70 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 100-120 เซนติเมตร จากนั้นนำต้นกล้าที่แข็งแรงย้ายจากแปลง เพาะลงปลูก โดยขณะย้ายควรใช้ดินติดรากมาด้วยและต้องระวังไม่ให้รากขาดแล้วรีบนำลงปลูกแล้วกดดินรอบโคนให้แน่นทันทีก่อนรดน้ำให้ชุ่ม</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการดูแลรักษา</strong></span></p>
<p><strong>@การให้น้ำ</strong> ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง ในระยะแรกให้รดน้ำด้วยการฉีดเป็นฝอยในช่วงเช้าและเย็นทุกวัน จนกระทั่งหัวเริ่มเข้าปลีให้ลดปริมาณการรดน้ำลงเพื่อป้องกันไม่ให้หัวปลีแตกง่าย</p>
<p><strong>@การใส่ปุ๋ย </strong>หลังจากปลูกได้ 15 วัน ควรใส่ปุ๋ย หมักชีวภาพ 1 กำมือ / ต้น รดน้ำผสมน้ำหมักชีวภาพให้ชุ่มเพื่อให้ใบสวยงาม ร่วมกับการใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากย้ายปลูก 7-10 วัน จากนั้นเมื่ออายุครบ 20 วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 50 กิโลกรัม / ไร่ และหลังการปลูก 40 วัน (ก่อนกะหล่ำปลีเข้าหัว) ควรใส่ปุ๋ย 13-13-21 หรือ 14-14-21 อัตรา 50 กิโลกรัม / ไร่และควรฉีดพ่นปุ๋ยที่มีธาตุโบรอนผสมหรือพ่นธาตุโบรอนอย่างเดียวในอัตรา 10-12 กรัม / น้ำ 20 ลิตรเป็นครั้งคราว</p>
<p><strong>@การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</strong> เมื่อมีวัชพืชขึ้นต้องกำจัดเสีย เพราะวัชพืชเหล่านี้จะแย่งน้ำและปุ๋ยจากกะหล่ำปลี ที่ปลูกได้ หรือเมล็ดสะเดา บด 1 กิโลกรัม ข่าแก่ 1 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 1 กิโลกรัม สับทุกอย่างเข้าด้วยกันและตำให้ละเอียด แช่น้ำ 20 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำยาผสมกับน้ำ 1:20 ฉีดพ่นช่วงเย็นทุกๆ 3 วัน นอกจากนี้ ควรผสมผงซักฟอกเล็กน้อย ลงไปด้วยเพื่อช่วยให้น้ำยากจับใบ หรืออาจจะทำให้น้ำหมักชีวภาพสูตรสมุนไพรผสมน้ำ 1:5000 รดทุกๆ วันก็ได้ นอกจากนี้อาจปลูกกระเทียม ดาวเรือง และผกากรอง แซมในแปลงผักเพื่อไล่แมลงและหนอนด้วยก็ได้</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการเก็บเกี่ยว </strong></span>อายุการเก็บเกี่ยวของกะหล่ำปลีจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละพันธุ์ อย่างเช่นพันธุ์เบาสามารถเก็บเกี่ยวได้ตอนอายุประมาณ 50-60 วัน ส่วนพันธุ์หนัก จะมีอายุประมาณ 120 วันโดยใช้มีดคมตัดที่บริเวณ ส่วนโคน ซึ่งกะหล่ำปลีจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม / ต้น</p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #0000ff;"><strong>กะหล่ำปลี</strong> </span>หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica oleracea L.var . capitata L. สำหรับใครที่สนใจอยากจะทำธุรกิจเกษตร กะหล่ำปลี ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดี <strong>กะหล่ำปลี</strong> เป็นพืชล้มลุกที่ปลูกในประเทศไทยได้ดีในช่วงฤดูหนาวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเดือนพฤศจิกายน –ธันวาคม ซึ่งหลังจากมีผู้นิยม บริโภคกันโดยทั่วๆไป จึงมีการนำพันธุ์กะหล่ำปลีทนร้อนเข้ามาปลูก จนในปัจจุบัน สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี </span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
