<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>การจัดการเวลา &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Dec 2025 00:16:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>การจัดการเวลา &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บริหารเวลา ด้วยเทคนิค Pomodoro ทำงานเสร็จไวไม่ล้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/pomodoro-technique-time-management-for-productivity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 06:14:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค Pomodoro]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14965</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่สิ่งรบกวนอยู่รอบตัว การมีสมาธิจดจ่อกับงานกลายเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วย เทคนิค Pomodoro ซึ่งเ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class='lead'>ในยุคที่สิ่งรบกวนอยู่รอบตัว การมีสมาธิจดจ่อกับงานกลายเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วย <strong>เทคนิค Pomodoro</strong> ซึ่งเป็นวิธีการบริหารเวลาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง จะช่วยให้คุณทำงานเสร็จไวขึ้น ลดความเหนื่อยล้า และกลับมาควบคุมเวลาของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>สรุปใจความสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เทคนิค Pomodoro คือการทำงาน 25 นาที สลับกับการพัก 5 นาที เพื่อสร้างสมาธิและป้องกันอาการหมดไฟ</li>
<li>ช่วยแบ่งงานใหญ่ที่น่ากลัวให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆ ที่จัดการได้ง่ายขึ้น</li>
<li>การพักเบรกสั้นๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยฟื้นฟูพลังสมอง ทำให้กลับมาทำงานได้อย่างสดชื่น</li>
<li>หลักการสำคัญคือการปกป้องช่วงเวลา 25 นาทีนั้นจากสิ่งรบกวนทุกชนิด</li>
<li>เทคนิคนี้ไม่เพียงช่วยให้ทำงานเสร็จ แต่ยังช่วยให้เข้าใจรูปแบบการทำงานของตัวเองดีขึ้น</li>
</ul>
</div>
<h2>เทคนิค Pomodoro คืออะไร? ทำไมถึงได้ผล?</h2>
<p>เทคนิค Pomodoro (โพโมโดโร) ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 โดยฟรานเชสโก ซิริลโล (Francesco Cirillo) ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักศึกษาและกำลังประสบปัญหาสมาธิหลุดลอยระหว่างอ่านหนังสือ เขาจึงลองใช้ &#8216;นาฬิกาจับเวลารูปมะเขือเทศ&#8217; (Pomodoro ในภาษาอิตาลี) มาแบ่งเวลาอ่านหนังสือเป็นช่วงสั้นๆ และพบว่ามันได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p>หลักการทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทคนิคนี้คือ การสร้าง &#8216;ความเร่งด่วนในเชิงบวก&#8217; (Positive Urgency) การตั้งเวลา 25 นาทีเป็นการสร้างกรอบเวลาที่ชัดเจน ทำให้สมองรู้สึกว่าต้องจดจ่อกับงานตรงหน้าเท่านั้น นอกจากนี้ การแบ่งงานออกเป็นช่วงๆ ยังช่วยลดความรู้สึกท่วมท้นเมื่อต้องเจอกับโปรเจกต์ขนาดใหญ่ และการได้หยุดพักทุก 25 นาทีเปรียบเสมือนการให้รางวัลเล็กๆ กับสมอง ซึ่งช่วยรักษาแรงจูงใจไว้ได้ตลอดวัน</p>
<h2>5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มใช้เทคนิค Pomodoro</h2>
<p>การเริ่มต้นใช้เทคนิคนี้ไม่ต้องการเครื่องมือที่ซับซ้อน คุณสามารถใช้แค่นาฬิกาจับเวลาในโทรศัพท์มือถือหรือจะหาแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้</p>
<div class='step-box'>
<h4>ขั้นตอนที่ 1: เลือกงานที่ต้องทำ</h4>
<p>เริ่มต้นด้วยการเลือกงานหนึ่งอย่างจาก To-do list ของคุณ ควรเป็นงานที่ต้องการสมาธิและสามารถทำให้เสร็จได้ในหนึ่งหรือหลาย Pomodoro</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 2: ตั้งเวลา 25 นาที</h4>
<p>ตั้งนาฬิกาจับเวลาของคุณไปที่ 25 นาที ช่วงเวลานี้เรียกว่า &#8216;หนึ่ง Pomodoro&#8217; และให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากงานที่เลือกไว้</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 3: ทำงานจนกว่าเวลาจะหมด</h4>
<p>ลงมือทำงานอย่างเต็มที่จนกว่านาฬิกาจะดัง หากมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาในหัว เช่น นึกขึ้นได้ว่าต้องตอบอีเมล ให้จดมันลงบนกระดาษแล้วกลับไปโฟกัสงานต่อทันที</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 4: พักเบรกสั้นๆ 5 นาที</h4>
<p>เมื่อครบ 25 นาที ให้หยุดทำงานทันทีและพักเบรก 5 นาที ช่วงเวลานี้ควรลุกออกจากโต๊ะ ยืดเส้นยืดสาย ดื่มน้ำ หรือมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือเช็กโซเชียลมีเดีย</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 5: ทำซ้ำ 4 รอบ แล้วพักยาว</h4>
<p>หลังจากทำครบ 4 Pomodoros (ทำงาน 4 รอบ พักสั้น 3 รอบ) ให้รางวัลตัวเองด้วยการพักยาวขึ้นประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนจะเริ่ม Pomodoro รอบถัดไป</p>
</div>
<h2>เคล็ดลับสำหรับมือใหม่และข้อควรระวัง</h2>
<p>แม้เทคนิค Pomodoro จะดูเรียบง่าย แต่การนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอาจต้องอาศัยการปรับตัวเล็กน้อยในช่วงแรก นี่คือเคล็ดลับบางประการที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ราบรื่นขึ้น</p>
<ul>
<li><strong>จัดการกับสิ่งรบกวน:</strong> สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องช่วงเวลา 25 นาทีของคุณ ปิดการแจ้งเตือนบนโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ หากมีคนเดินเข้ามาคุย ให้บอกอย่างสุภาพว่า &#8216;ขอเวลาอีก 10 นาทีนะครับ/คะ เดี๋ยวคุยด้วย&#8217; แล้วรีบกลับไปทำงานต่อ</li>
<li><strong>ใช้เวลาพักให้เป็นประโยชน์:</strong> การพัก 5 นาทีไม่ใช่การเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่น แต่คือการพักจริงๆ ควรเป็นการพักสายตาและสมอง การลุกเดินไปมาจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและรู้สึกสดชื่นกว่าการนั่งอยู่ที่เดิม</li>
<li><strong>ปรับเวลาให้เหมาะกับตัวเอง:</strong> ตัวเลข 25/5 เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากคุณพบว่าตัวเองสามารถจดจ่อได้นานกว่านั้น อาจลองปรับเป็น 50 นาทีทำงาน สลับกับพัก 10 นาทีก็ได้ สิ่งสำคัญคือการหาจังหวะที่ลงตัวกับสไตล์การทำงานของคุณ</li>
<li><strong>งานเล็กๆ รวมกันได้:</strong> หากคุณมีงานย่อยๆ หลายอย่างที่ใช้เวลาไม่ถึง 25 นาที สามารถนำมารวมกันทำในหนึ่ง Pomodoro ได้</li>
</ul>
<h2>ประโยชน์ของการใช้เทคนิค Pomodoro ในระยะยาว</h2>
<p>นอกจากการทำงานให้เสร็จเร็วขึ้นแล้ว การใช้เทคนิค Pomodoro อย่างสม่ำเสมอยังมอบประโยชน์ในระยะยาวอีกด้วย คุณจะเริ่มเข้าใจว่างานแต่ละประเภทใช้เวลานานเท่าไหร่ ซึ่งช่วยให้วางแผนงานในอนาคตได้แม่นยำขึ้น การจดบันทึกจำนวน Pomodoro ที่ใช้ในแต่ละวันยังช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของประสิทธิภาพการทำงานและสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เทคนิคนี้ยังช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน มันสอนให้เราทำงานอย่างชาญฉลาด (Work Smart) ไม่ใช่แค่ทำงานหนัก (Work Hard) ซึ่งนำไปสู่สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นในที่สุด</p>
<p>โดยสรุป เทคนิค Pomodoro เป็นเครื่องมือบริหารเวลาที่ทรงพลังและปรับใช้ได้ง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ หรือฟรีแลนซ์ การแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักอย่างชัดเจนจะช่วยเปลี่ยนวันที่วุ่นวายให้กลายเป็นวันที่คุณสามารถควบคุมได้และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>ต้องใช้เวลา 25/5 นาทีเป๊ะๆ หรือไม่?</h3>
<p>ไม่จำเป็น ตัวเลข 25/5 เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้นที่ได้รับความนิยม คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะงานและสมาธิของตัวเอง เช่น 45/15 หรือ 50/10 สิ่งสำคัญคือการมีช่วงเวลาทำงานที่จดจ่อสลับกับการพักที่ชัดเจน</p>
<h3>ระหว่างทำงาน 25 นาที มีคนทักมาคุย ควรทำอย่างไร?</h3>
<p>พยายามจัดการสิ่งรบกวนนั้นให้เร็วที่สุด โดยอาจบอกคู่สนทนาอย่างสุภาพว่าคุณกำลังจดจ่อกับงานอยู่และจะกลับไปหาในอีกไม่กี่นาที (เมื่อจบ Pomodoro) กลยุทธ์คือ &#8216;แจ้ง-ต่อรอง-โทรกลับ&#8217; เพื่อรักษาโฟกัสไว้</p>
<h3>เทคนิคนี้เหมาะกับงานประเภทไหน?</h3>
<p>เทคนิค Pomodoro เหมาะกับงานส่วนใหญ่ที่ต้องการสมาธิ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, การเขียนโค้ด, การออกแบบ, การอ่านหนังสือสอบ หรือแม้แต่งานบ้านที่น่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องมีการประชุมหรือการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง</p>
<h3>ควรใช้อุปกรณ์อะไรช่วยจับเวลา?</h3>
<p>คุณสามารถใช้อะไรก็ได้ที่จับเวลาได้ ตั้งแต่นาฬิกาจับเวลาในครัว, แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน (เช่น Forest, Focus Keeper) หรือเว็บไซต์จับเวลาออนไลน์ ข้อดีของแอปพลิเคชันคือมักจะมีฟีเจอร์เสริม เช่น การเก็บสถิติ หรือการบล็อกเว็บไซต์ที่รบกวนสมาธิ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/super-productive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[FernFor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Aug 2023 09:17:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของการบริหารเวลาฃ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=11909</guid>

					<description><![CDATA[เนื่องจากแอดมินได้ฟังพอดแคสต์ SUPER PRODUCTIVE ซีรีส์พิเศษ ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณเป็นคนใหม่ในทุกมิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนื่องจากแอดมินได้ฟังพอดแคสต์ SUPER PRODUCTIVE ซีรีส์พิเศษ ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณเป็นคนใหม่ในทุกมิติ ได้พูดถึงบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ</strong> ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบและวุ่นวาย การใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ หนึ่งในทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพก็คือ การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การจัดสรรเวลาที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราต้องทำ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างตรงเวลาและมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้สรุปมาคร่าวๆดังนี้นะคะ</p>
<p><strong>ประโยชน์ของการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<ul>
<li>ช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างตรงเวลาและมีประสิทธิภาพสูงสุด</li>
<li>ช่วยลดความเครียดและความกดดัน</li>
<li>ช่วยให้เรามีเวลาว่างสำหรับกิจกรรมที่เราชื่นชอบ</li>
<li>ช่วยให้เราสามารถวางแผนชีวิตได้อย่างรอบคอบ</li>
<li>วิธีบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>
<p><strong>กำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญ</strong><br />
สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนจะเริ่มบริหารเวลาก็คือ การกำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญ จะช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องการอะไรและควรทำสิ่งใดก่อนหลัง</p>
<p><strong>วางแผนและจัดตารางเวลา</strong><br />
เมื่อเรากำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญแล้ว เราก็ควรวางแผนและจัดตารางเวลา จะช่วยให้เรารู้ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน</p>
<p><strong>จัดลำดับความสำคัญของงาน</strong><br />
เมื่อเราวางแผนและจัดตารางเวลาแล้ว เราก็ควรจัดลำดับความสำคัญของงาน จะช่วยให้เรารู้ว่างานไหนสำคัญที่สุดและควรทำก่อน</p>
<p><strong>หลีกเลี่ยงการเสียเวลา</strong><br />
การเสียเวลาเป็นศัตรูของการประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เช่น เล่นโซเชียลมีเดียมากเกินไป ทำงานโดยไม่ตั้งใจ เป็นต้น</p>
<p><strong>รู้จักปฏิเสธ</strong><br />
บางครั้งเราอาจได้รับมอบหมายงานที่ไม่สำคัญหรืองานที่เราไม่มีเวลาทำ เราก็ควรรู้จักปฏิเสธ เพื่อไม่ให้งานเหล่านั้นมาขัดขวางเป้าหมายของเรา เรียนรู้ที่จะทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หากเรารู้จักทำงานหลายอย่างพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้เราประหยัดเวลาและสามารถทำงานได้มากขึ้น</p>
<p><strong>พักบ้าง</strong><br />
การทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เราเหนื่อยล้าและทำงานผิดพลาดได้ ดังนั้นจึงควรพักบ้างเพื่อผ่อนคลายและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>การจัดสรรเวลาที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราต้องทำ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างตรงเวลาและมีประสิทธิภาพสูงสุด หาเทคนิคหรือวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หาเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาช่วยเตือนความจำ เรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นทักษะที่สำคัญที่ทุกคนควรฝึกฝน เพราะจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในชีวิต สามารถเข้าไปฟังพอดแคสต์ได้ที่ ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก <a href="https://www.youtube.com/@TheStandardNews" target="_blank" rel="noopener">The Standard</a> ด้วยนะคะ</p>
<div class="entry-content-asset videofit"><iframe title="เปลี่ยนตัวเองจาก ‘คนยุ่งไม่มีเวลา’ เป็น ‘คนที่บริหารเวลาอย่างมีคุณภาพ’ | SUPER PRODUCTIVE EP.19" width="720" height="405" src="https://www.youtube.com/embed/G2JM0yAykt0?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
