<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>การรับประทาน ผลไม้ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Apr 2015 17:43:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>การรับประทาน ผลไม้ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลไม้ควรกินตอนไหน กินเป็นต้านมะเร็ง!</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/when-fruits-are-eaten/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/when-fruits-are-eaten/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2015 17:41:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การกินผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[การรับประทาน ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[กินผลไม้หลังอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กินเป็นต้านมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ควรกินผลไม้ก่อนอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์หวังเจิ่นอิ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ กินก่อนหรือหลังอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ควรกินตอนไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ควรทานเวลาไหน]]></category>
		<category><![CDATA[รับประทานผลไม้สด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=6583</guid>

					<description><![CDATA[ผลไม้ควรกินตอนไหน ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร เมื่อกินได้ถูกเวลาและประเภทที่ให้คุณประโยชน์แล้ว ช่วยให้ร...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลไม้ควรกินตอนไหน ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร</strong> เมื่อกินได้ถูกเวลาและประเภทที่ให้คุณประโยชน์แล้ว ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดการเกิดมะเร็ง อีกทั้งยังมีรายงานว่าช่วยยืดอายุคนป่วยมะเร็งได้นานขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การทานผลไม้ถูกเวลา ยังช่วยลดน้ำหนัก ผิวพรรณสวย เปล่งปลั่ง จากภายในสู่ภายนอก แบบว่าสวยแบบมีออร่าเลยทีเดียว เมื่อรู้แบบนี้แล้วมาศึกษาการกินผลไม้ ว่าจะกินผลไม้ก่อนหรือหลังอาหารดี และอะไรให้ประโยชน์บ้าง&#8230;<span id="more-6583"></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ผลไม้ควรกินตอนไหน? ผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร?</strong></span></span></p>
<p><span style="color: #000080; font-size: 12pt;">เรื่องนี้เป็นที่เข้าใจผิดตามๆกันมามากต่อมากยิ่งในเมืองไทยของเราแล้ว เห็นชอบทานผลไม้กันหลังอาหาร ซึ่งอาจจะด้วยนิสัยการกินที่ทำตามกันมาโดยไม่รู้ว่าการกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหารดี เพราะว่า มันทำให้เกิดทั้งประโยชน์และโทษ ด้วย</span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/การกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6586" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/การกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร.jpg" alt="การกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร" width="500" height="260" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/การกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/การกินผลไม้ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร-300x156.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;">จากมีข่าวรายงานเมื่อปลายปี 2556 มีการเผยแพร่ข่าวผ่านโซลเชียลว่า <strong>คนเป็นมะเร็งจะไม่ตายแล้ว โดย เฟซบุ๊ก Leeprapan Lee ได้รายงานว่า มหาวิทยาลัยไถต้า ประเทศไต้หวัน นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหารและลำไส้ </strong>ได้บอกด้วยความปราถนาดีว่าให้กินผลไม้ ในช่วงที่เวลาท้องยังว่างนั่นก็คือก่อนอาหารนั่นเองและหลังอาหารให้ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน เท่านี้ คนที่เป็นมะเร็งก็จะไม่ตายแล้วไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ซึ่งวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว</span></p>
<p>ศาสตราจารย์ นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยไถต้าพูดต่อว่าการนำวิธีดังกล่าวมาใช้นั้น สัมฤทธิ์ผลถึง 80% ซึ่งคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีโอกาสจะหาย ไม่ว่าท่านจะเชื่อ หรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว<br />
สำหรับผู้ที่บำบัดและรักษาด้วยวิธีที่ใช้อยู่โดยทั่วไปซึ่งสุดท้ายผู้ป่วยต้องเสียชีวิตไปและข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หลังบำบัดมีคนไข้ไม่กี่คนที่สามารถอยู่รอดได้เกิน 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่รอดได้ 2-3 ปีเท่านั้น จึงถูกมองว่าการรักษาที่ใช้โดยทั่วไปแล้วดูแล้วไม่น่าจะได้ผล ปกติ ผู้ป่วยไม่รับการรักษาใดใดทั้งสิ้น ผู้ป่วยก็สามารถอยู่รอดได้ถึง 2-3 ปีอยู่แล้ว การรักษาที่ใช้โดยทั่วไปนั้น คนไข้จะถูกบำบัดด้วยเคมีหรือระบบฉายแสง ซึ่งทำให้เซลที่ดีของคนไข้ พลอยได้รับพิษเข้าไปด้วย มีผลทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแอลง เซลจะไม่มีแรงต่อต้านอีด้วย จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายเร็วขี้น และมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>รับประทานผลไม้สด [การกินผลไม้ควรกินก่อนอาหาร]</strong></span></p>
<p>เมื่อพูดรับประทานผลไม้สดก็จะนึกถึง ผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ เคี้ยวแล้วรีบกลืนลงท้อง ความจริงไม่ง่ายเช่นนั้น ถ้าต้องการกินที่ได้ผล ต้องพิถีพิถันในเวลารับประทานผลไม้ดังกล่าว อะไรคือการกินแบบถูกวิธี ? อย่ากินผลไม้หลังอาหาร ควรกินช่วงเวลาที่ท้องว่างเปล่าเท่านั้น เช่นนี้แล้ว ผลไม้ถึงจะได้บรรลุผลในการฆ่าเชื้อ และสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย รวมถึงลดความอ้วนได้อีกด้วยและมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก ผลไม้จึงจัดได้อาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิต</p>
<p>ลองนึกภาพดู เรากินขนมปัง 2 แผ่น หลังจากนั้น กินผลไม้ 1 ชิ้น ตามหลักแล้ว ผลไม้จะผ่านผนังกระเพาะอาหารก่อนเข้าสู่ลำไส้ แต่กลับถูกกีดกันจากอาหารอื่นที่รับประทานก่อนหน้าที่จะรับประทานผลไม้ เมื่อผลไม้ที่กินเข้าไปได้ถูกผสมกับอาหารและน้ำย่อยที่เป็นกรดในกระเพาะอาหารสรรพคุณผลไม้ก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>การรับประทานผลไม้ก่อนอาหาร ดีต่อสุขภาพ </strong></span></p>
<p>หลังอาหารแล้วรับประทานผลไม้ คุณคงเคยได้ยินคนบ่นว่า ทุกครั้งที่กินแตงโมก็จะสอึก ถ้ากินทุเรียน ท้องจะจุก หากกินกล้วยหอม จะระบายอ่อนๆ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มาจากผลไม้และอาหารที่ที่เริ่มย่อยสลายผสมผสานจนเกิดแก๊สขี้น แต่ทว่า <span style="color: #0000ff;">ถ้ารับประทานผลไม้ก่อนรับประทานอาหารก็จะไม่เกิดเหตุดังกล่าว ผมขาว ผมร่วงศรีษะล้าน เคร่งเตรียด นอนหลับน้อยจนขอบตา ดำ เมื่อทานผลไม้ในขณะท้องว่าง ลักษณดังกล่าวเบื้องต้น ก็จะจางหายไป</span></p>
<p>ดร. เฮ่อโป๋ ได้บอกผลวิจัย ไว้ว่าเมื่อผลไม้เข้าสู่ร่างกายจะมีผลเป็นด่าง ดั่งเช่น ผลส้ม หรือมะนาวที่มีรสเปรี้ยวก็ตาม แต่ก็ล้วนเป็นอาหารที่มีความเป็นด่างนั่นเอง ประเด็นสำคัญ คือการรับประทานผลไม้ในเวลาที่ว่างเปล่า เพื่อให้ผลไม้ได้ช่วยเสริมความสวยงาม และอายุจะได้ยืนยาวนาน สุขภาพที่แข็งแรง มีพลามัยที่ดี มีความสุขและหุ่นดีอีกด้วย เมื่อคุณคิดจะดื่มน้ำผลไม้ ก็อย่าดื่มน้ำผลไม้กระป๋อง อย่านำผลไม้หรือน้ำผลไม้ไปอุ่นให้ร้อน เพราะจะเหลือเพียงรสชาติ คุณประโยชน์ที่ดีของผลไม้จะถูกทำลายสิ้น การรับประทานผลไม้ทั้งลูกย่อมดีกว่าดื่มน้ำผลไม้ แต่ถ้าต้องดื่มน้ำผลไม้ ต้องดื่มเป็นคำคำไปเพื่อให้น้ำลายได้คลุกเคล้ากันให้ทั่ว ก่อนดื่มลงไป คุณสามารถรับประทานผลไม้ 3 วัน ติดต่อกัน เพื่อชะล้างร่างกายให้สะอาด ผิวพรรณจะนวลผ่อง ผู้พบเห็นจะตื่นตาตื่นใจ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ผลไม้ที่มีประโยชน์ เช่น </strong></span></p>
<ul>
<li><strong>กีวี่</strong>  ผลเล็กแต่มากด้วยสรรพคุณ ประกอบด้วยสาร โปรตัสเซี่ยม แมกเนเซี่ยม วิตามินE และไฟเบอร์ มีวิตามินC เป็น 2 เท่าของผลส้ม</li>
<li><strong>แอปเปิล</strong> มีวิตามีC ต่ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้วิตามินCตื่นตัว ช่วยลดการเกิดมะเร็งในลำใส้โรคหัวใจและโรคลมชัก<br />
จึงมีคำพังเพยที่ว่า “รับประทานแอบเปิลวันละผล แพทย์จะจน เพราะทุกคน สุขภาพดี”</li>
<li><strong>สตรอเบอรี่</strong> เสมือนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันปกป้องร่างกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี จึงได้รับฉายาว่า ราชาแห่งผลไม้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องมิให้เกิดมะเร็ง การแข็งตัวของเลือดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดและสารอนุมูลอิสระ</li>
<li><strong>ส้ม</strong> รับประทานวันละ 2-4 ผล สามารถต่อต้านไข้หวัด ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันหรือสลายนิ่วในไตลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำใส้<br />
<strong>แตงโม </strong>ประกอบด้วยน้ำถึง 95% :ซึ่งแก้กระหายได้ดี มีกลูตาไธโอนเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีตัวสำคัญของไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน Cและโปแทสเซี่ยม</li>
<li><strong>ฝรั่งและมะละกอ</strong> มีวิตามิน C มากที่สุด ฝรั่งมีไฟเบอร์มากซึ่งแก้ท้องผูกได้ดี มะลกอ จะมีคาระตินส่งผลดีต่อดวงตา</li>
</ul>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>การดื่มน้ำเย็นหลังอาหารทำให้เกิดมะเร็งได้ง่าย </strong></span></p>
<p>เชื่อหรือไม่ ดื่มน้ำเย็นหลังอาหารก็จะเกิดมะเร็งได้ง่าย ดังนั้นหลังอาหารแล้วควรดื่มน้ำร้อน เพราะน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่กินเข้าไปแข็งตัว ซึ่งส่งผลเสียต่อการย่อย ไขที่แข็งตัว ทำปฎิกิริยากับกรดในกระเพาะ ทำให้ไขเป็นเกล็ดเล็ก ซึ่งง่ายต่อการดูดซึมในลำใส้ และจะฝังในผนังของลำใส้ ก่อตัวเป็นไขมัน ก่อให้เกิดมะเร็งนั่นเอง  สุภาพสตรีต้องรู้ว่า การเป็นโรคหัวใจกำเริบมิได้เริ่มต้นมาจากอาการปวด ของไตด้านซ้ายมือ แต่กลับต้องระวังเมื่อเพดานปากล่าง มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง และการปวดหน้าอกอยู่เนืองๆ อาการที่ตามมาก็คือพะอืดพะอม เหงื่อออกมาก และ60%ของคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจ มักกำเริบในช่วงเวลาที่หลับสนิท จนไม่ตื่นอีกเลย การเกิดอาการปวดเพดานล่างของช่องปากจนตื่นขึ้น ต้องเอาใจใส่ และต้องยกระดับการเฝ้าระวังให้มากขึ้น หากเรามีความรู้ยิ่งมากเท่าไหร่ อัตราการมีชีวิตอยู่รอดก็มากขึ้นตาม</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการทานผลไม้  </strong></span></p>
<p><strong>ผลไม้</strong> เป็นสิ่งจำเป็นที่คนเราควรรับประทาน เพราะในผลไม้มีกากใยอาหารและวิตามิน เกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย อีกทั้งน้ำและกากใยในผลไม้ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย จึงช่วยลดน้ำหนักได้ และร่างกายจะใช้ประโยชน์จากผลไม้สูงสุดต่อเมื่อคนนั้นต้องกินผลไม้อย่างถูกวิธี การกินผลไม้ขณะที่ท้องว่าง ไม่ควรกินผลไม้พร้อมกับหรือหลังอาหารอื่นๆ หรือหากกินผลไม้แล้วจะกินอาหารอื่นตาม ก็ควรรอเวลาอย่างน้อย 20-30 นาทีเพื่อให้ผลไม้ที่กินเข้าไปตกสู่ลำไส้เล็ก และดูดซึมสารอาหารจากผลไม้เข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>คำแนะนำการกินผลไม้ ผลไม้ควรทานเวลาไหน</strong></span></p>
<ul>
<li>หากเป็นอาหารเบาๆเช่น สลัดผักสด ใช้เวลารอประมาณ 2 ชั่วโมง</li>
<li>หากคุณเพิ่งกินอาหารหนักอย่างเช่น ข้าว หรือเนื้อสัตว์ ที่ใช้เวลาย่อยนานขึ้น ก็อาจต้องรออย่างน้อย 4 ชั่วโมง</li>
<li>หากกินอาหารหลายๆ อย่างรวมกัน มีกากใยน้อย ย่อยยากขึ้น ก็อาจใช้เวลามากถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งไม่แนะนำให้กินผลไม้ตามไปในช่วงเวลานั้นเลย</li>
</ul>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: 14pt;"><strong>ดังนั้น ควรกินผลไม้ก่อนอาหาร</strong> </span></span><span style="font-size: 12pt;">เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ควรจะกินผลไม้ คือ ช่วงเช้าของทุกวัน ตั้งแต่ตอนตื่นจนถึงเที่ยงเนื่องจากร่างกายจะช่วยให้เรามีพลังงานเหลือเฟือไว้ใช้ประโยชน์กับกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้งช่วยให้สุขภาพดี กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ นอกจากนี้แล้วจากรายงานของ <strong>นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหารและลำไส้ </strong>ได้บอกด้วยความปราถนาดีว่าให้กินผลไม้ ในช่วงที่เวลาท้องยังว่างนั่นก็คือก่อนอาหารนั่นเองและหลังอาหารให้ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน เท่านี้ คนที่เป็นมะเร็งก็จะไม่ตายแล้วไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม</span></span></p>
<p>ขอบคุณ komchadluek.net,ประชาชาติธุรกิจ,ภาพจากอินเตอร์</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/when-fruits-are-eaten/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
