<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>กาวิสคอน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Oct 2014 03:40:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>กาวิสคอน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>4 สัญญาณกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/gerd-forum/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/gerd-forum/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2014 03:40:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[4 สัญญาณกรดไหลย้อน]]></category>
		<category><![CDATA[กรดไหลย้อน]]></category>
		<category><![CDATA[กาวิสคอน]]></category>
		<category><![CDATA[จุก เสียด แสบ เปรี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์สุขภาพ กาวิสคอน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไม่ย่อย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกรดไหลย้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=4922</guid>

					<description><![CDATA[กาวิสคอน จัดเสวนาเรื่อง “จุก เสียด แสบ เปรี้ยว” 4 สัญญาณกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย การใช้ชีวิตของคนร...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กาวิสคอน</strong> จัดเสวนาเรื่อง<strong> “จุก เสียด แสบ เปรี้ยว” 4 สัญญาณกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย </strong>การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในปั<wbr />จจุบันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็<wbr />นไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบมากขึ้น เนื่องจากภายในหนึ่งวันต้<wbr />องทำอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ลืมคำนึงถึงคำว่า &#8220;สุขภาพ&#8221; ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญที่สุดของทุกๆคน โดยตอนนี้โรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่งนอกจากโรคกระเพาะที่หลายๆคนเป็นคือ โรคกรดไหลย้อน ซึ่งถือเป็นโรคร้ายแรงที่จะทำให้เราต้องทนทรมานเป็นอย่างมาก<span id="more-4922"></span></p>
<p>ผลิตภัณฑ์สุขภาพ <strong>กาวิสคอน</strong> จึงจัดเสวนาเรื่อง<strong> “จุก เสียด แสบ เปรี้ยว” 4 สัญญาณกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย</strong> ชี้แนะถึงอาการที่เป็นสัญญาณสู่โรคกรดไหลย้อน โดยมีแพทย์หญิงวิภากร เพิ่มพูล มาแนะนำให้ทุกๆคนได้คอยสังเกตตัวเองว่า ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อน .. ซึ่งผลปรากฎว่า โรคกรดไหลย้อน นั้น พบได้ในคนทั่วไป ทุกกลุ่ม ทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในที่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างเคร่งเครียดและเร่งรีบ มีพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินมื้อใหญ่ นอนทันทีหลังทานอาหาร ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ตลอดจนสตรีมีครรภ์ พบได้ถึง 6 ใน 10 คน เนื่องจากความดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นจากการเจริญเติบโตของทารก และความผิดปกติของหูรูดที่เกิดจากฮอร์โมน ร้อยละ 60 ของสตรีที่ตั้งครรภ์ล้วนเคยมีอาการแสบยอดอกแบบเรื้อรัง แม้จะไม่เคยมีอาการกรดไหลย้อนมาก่อน สาเหตุสำคัญเนื่องจากความดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นจากการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ทำให้ LES หย่อนลงในระหว่างตั้งครรภ์</p>
<p>แพทย์หญิงวิภากร เพิ่มพูล กล่าวว่า<strong> โรคกรดไหลย้อน</strong>มักเกิดจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง เพราะฉะนั้น การจะหลีกเลี่ยงโรคนี้ต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง และดูแลตัวเองอย่างมีวินัยและเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับน้ำหนักให้คงที่ ไม่เกินมาตรฐาน เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูงทำให้กรดไหลย้อนได้มากขึ้น ควรงดสุราบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดกรดมากทำให้หูรูดอ่อนแรง งดอาหารมันๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ เผ็ด เปรี้ยว เค็มจัด ควรรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ และแค่พออิ่ม และต้องทานมื้อสุดท้ายก่อนจะนอน 3 ชั่วโมง อีกทั้งหลีกเลี่ยง ชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ สุรา และพยายามผ่อนคลายจากงานหรือสิ่งที่ทำให้เครียดด้วยการดูหนังและฟังเพลง หรือออกกำลัง เพราะความเครียดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้</p>
<p>คุณอภิภาวดี สนิทวงศ์ พูดคุยถึงโรคกรดไหลย้อนว่า รู้ซึ้งถึงโรคนี้อย่างมากเพราะตัวเองต้องเผชิญกับอาการกรดไหลย้อนอยู่เรื่อยๆ“ระหว่างท้องน้องทั้งสองในแต่ละครั้งนั้น ติ๊กก็ได้เจอกับปัญหากรดไหลย้อนโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท้องได้ 8-9 เดือน และก็ยังมีอาการอยู่ในทุกๆวันนี้ เพราะพอลูกมีกิจกรรมเยอะหรือตัวติ๊กเองที่ทำงานหนัก ทำให้ทานอาหารไม่เป็นเวลา ตอนนี้ก็เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยทานแยกกันหลายๆมื้อ ในช่วง เช้า กลางวัน เย็น โดยแต่ละครั้งที่ทานนั้นพยายามทานให้ห่างกันมื้อละ 2 ชั่วโมงในปริมาณที่พอควร ที่สำคัญต้องลดอาหารที่มีรสจัดและเนื้อสัตว์ เคล็ดลับนี้สามารถใช้กับคุณแม่ๆที่ตั้งครรภ์อยู่ได้เช่นกันค่ะ”<br />
มรว.สุทธิภาณี ยุคล เล่าว่าไม่เคยเป็นกรดไหลย้อนแต่เจ้าตัวเริ่มหวั่นกลัวเพราะเห็นคนรอบข้างเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ “ส่วนตัวแล้วนุ่นไม่เคยเป็นโรคกรดไหลย้อนมาก่อน แต่จริงๆแล้วนุ่นก็เป็นคนที่ชอบทานแล้วนอนเลย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มาก พอเริ่มอายุเยอะขึ้นเพื่อนรอบๆตัวก็เริ่มเป็นโรคนี้เพื่มขึ้น ทำให้รู้ว่าพอเป็นแล้วจะทุกข์ทรมานมากๆ ส่วนตัวเป็นโรคกระเพาะก็พยายามทานข้าวให้ตรงเวลาขึ้น และลดปริมาณข้าวเย็น ไม่ทานเยอะจนเกินไปก่อนนอน”</p>
<p>คุณอรชุมา ดุรงค์เดช กล่าวถึงพี่ชายที่มีอาการกรดไหลย้อนเนื่องจากทำงานหนัก ทำให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง “โดยส่วนตัวเฟย์ไม่เคยประสบกับโรคกรดไหลย้อนนี้เอง แต่พี่ชายของเฟย์เคยเป็นเลยทำให้รู้ถึงอาการของกรดไหลย้อน พี่ชายเฟย์จะค่อนข้างทานไม่เป็นเวลา พอทำงานหนักๆ ปุ๊บก็รีบทานข้าว แล้วก็นอนเลย โดยบางวันก็ทานไม่ตรงเวลาบ้าง เลยทำให้กรดไปกัดกระเพาะ โชคดีที่ในวันนี้ได้มาร่วมงานกาวิสคอน เฟย์จึงได้ความรู้ที่จะไปให้คำแนะนำกับพี่ชายค่ะ”</p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>โรคกรดไหลย้อน</strong></span>นั้นเกิดขึ้นได้หากเราไม่ใส่ใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่รวมไปถึงจัดตารางเวลาการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง โดยหากเกิดโรคนี้ขึ้นแล้ววิธีป้องกันโรคที่สำคัญนั้นคือเราควรรับประทานอาหารให้ถูกเวลา และปริมาณพอควร ควบคู่ไปกับการลดบริโภคอาหารประเภทรสจัด ทั้งเผ็ด หวาน มันเปรี้ยว ของมันของทอด รวมทั้งการบริโภคอาหารประเภทชีส น้ำอัดลม ช็อคโกแลต มิ้นท์ และกาแฟ เพียงเท่านี้อาการ “จุก เสียด แสบ เปรี้ยว” ก็จะไม่ถามหาและ สุขภาพที่ดีก็จะคงอยู่กับเราตลอดไป</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/gerd-forum/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
