<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>ขอสินเชื่อ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Dec 2025 10:37:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ขอสินเชื่อ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Debt-to-Income (DTI) คืออะไร? ตัวเลขที่ธนาคารใช้ดูความสามารถผ่อน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/what-is-debt-to-income-dti-ratio-bank-loan-assessment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 10:37:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[DTI]]></category>
		<category><![CDATA[ขอสินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามารถในการชำระหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้ต่อรายได้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14734</guid>

					<description><![CDATA[เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งการขอสินเชื่อถึงไม่ผ่านอนุมัติ ทั้งที่มีรายได้สม่ำเสมอ? หนึ่งในปัจจัยสำคั...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งการขอสินเชื่อถึงไม่ผ่านอนุมัติ ทั้งที่มีรายได้สม่ำเสมอ? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาคืออัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Debt-to-Income (DTI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้คืนของเรา การทำความเข้าใจว่า DTI คืออะไร และคำนวณอย่างไร จะช่วยให้เราวางแผนการเงินและเตรียมตัวขอสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<div class="highlight-box">
<h3>จุดเด่นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>DTI คืออะไร:</strong> คืออัตราส่วนที่เปรียบเทียบภาระหนี้สินทั้งหมดต่อเดือนกับรายได้รวมต่อเดือนของเราในรูปแบบเปอร์เซ็นต์</li>
<li><strong>ความสำคัญ:</strong> ธนาคารและสถาบันการเงินใช้ DTI เป็นเครื่องมือหลักในการประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ</li>
<li><strong>เกณฑ์การพิจารณา:</strong> โดยทั่วไป DTI ที่ต่ำกว่า 40% จะมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อสูงกว่า</li>
<li><strong>สูตรคำนวณ:</strong> DTI (%) = (ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนทั้งหมด / รายได้รวมต่อเดือน) x 100</li>
<li><strong>การวางแผน:</strong> การควบคุม DTI ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อ แต่ยังช่วยรักษาวินัยทางการเงินที่ดีอีกด้วย</li>
</ul>
</div>
<h2>ทำความเข้าใจ Debt-to-Income (DTI) ให้ลึกซึ้ง</h2>
<p>Debt-to-Income Ratio (DTI) หรือ อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ เป็นตัวเลขที่สถาบันการเงินใช้ประเมินว่าเรามีภาระหนี้สินมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับรายได้ในแต่ละเดือน พูดง่ายๆ คือ ธนาคารต้องการทราบว่าหลังจากหักค่าผ่อนชำระหนี้ต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว เราจะเหลือเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและสามารถผ่อนชำระหนี้ก้อนใหม่ที่กำลังจะขอได้หรือไม่</p>
<p>การคำนวณ DTI นั้นตรงไปตรงมา โดยใช้สูตรดังนี้:</p>
<p><strong>DTI (%) = (ภาระหนี้สินรวมต่อเดือน / รายได้รวมต่อเดือน) x 100</strong></p>
<p>ตัวอย่างเช่น: นายสมชายมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน และมีภาระหนี้ดังนี้</p>
<ul>
<li>ผ่อนบ้าน: 12,000 บาท</li>
<li>ผ่อนรถ: 6,000 บาท</li>
<li>ยอดชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ: 2,000 บาท</li>
</ul>
<p>ภาระหนี้รวมต่อเดือนของนายสมชายคือ 12,000 + 6,000 + 2,000 = 20,000 บาท ดังนั้น DTI ของนายสมชายจะเท่ากับ (20,000 / 50,000) x 100 = 40%</p>
<h2>DTI เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี?</h2>
<p>แม้ว่าแต่ละธนาคารอาจมีเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งระดับ DTI ได้ดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>DTI น้อยกว่า 36%: อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก</strong> คุณมีภาระหนี้ไม่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้มีความสามารถในการชำระหนี้สูง และมีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย</li>
<li><strong>DTI ระหว่าง 37% &#8211; 43%: อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้</strong> แม้จะยังมีความสามารถในการชำระหนี้ แต่ธนาคารอาจเริ่มพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ เช่น ความมั่นคงของรายได้ หรือประวัติเครดิต</li>
<li><strong>DTI ระหว่าง 44% &#8211; 50%: มีความเสี่ยงสูง</strong> ธนาคารจะมองว่าคุณมีภาระหนี้ที่ค่อนข้างตึงตัว อาจมีปัญหาในการชำระหนี้ก้อนใหม่ได้ โอกาสในการอนุมัติสินเชื่อจะลดลงอย่างมาก</li>
<li><strong>DTI มากกว่า 50%: มีความเสี่ยงสูงมาก</strong> โดยส่วนใหญ่แล้ว ธนาคารมักจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ที่มี DTI ในระดับนี้</li>
</ul>
<p>การรักษาระดับ DTI ให้ต่ำอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เพื่อการขอสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งของเราด้วย การจัดการทางการเงินที่ดีอาจได้รับผลกระทบจากภาพรวมของ <a href="https://www.bangkoktoday.net/us-cpi-slows-unexpectedly-sparking-brief-market-rally-before-fade/" target="_blank">เงินเฟ้อสหรัฐ</a> ซึ่งส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลกได้เช่นกัน</p>
<h2>หนี้อะไรบ้างที่ถูกนำมาคำนวณ DTI?</h2>
<p>ในการคำนวณ DTI ธนาคารจะรวบรวมภาระหนี้สินรายเดือนทั้งหมดที่คุณมีในระบบเครดิตบูโร ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วย:</p>
<ul>
<li><strong>หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย:</strong> ค่าผ่อนบ้านหรือคอนโด</li>
<li><strong>หนี้สินเชื่อรถยนต์:</strong> ค่าผ่อนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์</li>
<li><strong>หนี้บัตรเครดิต:</strong> ยอดชำระขั้นต่ำ (Minimum Payment) ของบัตรทุกใบรวมกัน</li>
<li><strong>หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล:</strong> เงินกู้ส่วนบุคคลจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank)</li>
<li><strong>หนี้สินเชื่อเพื่อการศึกษา:</strong> เช่น กยศ.</li>
<li><strong>ภาระผูกพันอื่นๆ:</strong> เช่น หนี้จากการค้ำประกัน หรือภาระหนี้อื่นๆ ที่ปรากฏในรายงานเครดิตบูโร</li>
</ul>
<p>สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าธนาคารจะพิจารณา &#8216;ภาระผูกพัน&#8217; ทั้งหมด ไม่ใช่แค่หนี้ที่คุณจ่ายจริงในแต่ละเดือน เช่น หากคุณมีบัตรเครดิต 5 ใบ แม้บางใบไม่ได้ใช้ แต่ธนาคารจะนำยอดชำระขั้นต่ำของทุกใบมารวมคำนวณ</p>
<h2>4 วิธีลด DTI เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ</h2>
<p>หากคุณพบว่า DTI ของตัวเองสูงเกินไป ไม่ต้องกังวล ยังมีวิธีที่จะปรับลดตัวเลขนี้ลงได้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อครั้งสำคัญ</p>
<div class="highlight-box">
<ul>
<li><strong>1. เพิ่มรายได้:</strong> วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือการเพิ่มรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการหางานเสริม, การทำงานล่วงเวลา, หรือการเปลี่ยนงานที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้สัดส่วน DTI ลดลงทันที</li>
<li><strong>2. ลดภาระหนี้สิน:</strong> พยายามชำระหนี้ที่มีอยู่ให้ลดลง โดยอาจเริ่มจากหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล การปิดหนี้บางก้อนจะช่วยลดภาระผ่อนต่อเดือนลงได้โดยตรง</li>
<li><strong>3. รวมหนี้ (Debt Consolidation):</strong> หากคุณมีหนี้หลายก้อน การขอสินเชื่อรวมหนี้อาจเป็นทางออกที่ดี โดยการนำหนี้ทั้งหมดมารวมไว้ที่เดียว ซึ่งมักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและระยะเวลาผ่อนนานขึ้น ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อ DTI การวางแผนการเงินส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการที่ <a href="https://www.bangkoktoday.net/boj-hikes-interest-rate-to-0-75-percent-highest-in-30-years/" target="_blank">ธนาคารกลางญี่ปุ่น</a> ต้องวางนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจของประเทศ</li>
<li><strong>4. หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่:</strong> ในช่วงก่อนยื่นขอสินเชื่อก้อนใหญ่ เช่น สินเชื่อบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อรถคันใหม่ หรือการสมัครบัตรเครดิตเพิ่ม เพราะจะทำให้ DTI ของคุณสูงขึ้นทันที</li>
</ul>
</div>
<p>โดยสรุป DTI เป็นเครื่องมือสำคัญที่สะท้อนวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินของเรา การทำความเข้าใจและควบคุม DTI ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสทางการเงินต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านในฝัน หรือการลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่ง</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>DTI คำนวณหนี้บัตรเครดิตจากยอดเต็มจำนวนหรือยอดขั้นต่ำ?</h3>
<p>ในการคำนวณ DTI ธนาคารจะใช้ &#8216;ยอดชำระขั้นต่ำ&#8217; (Minimum Payment) ของบัตรเครดิตแต่ละใบมารวมเป็นภาระหนี้ต่อเดือน ไม่ได้ใช้ยอดหนี้คงค้างทั้งหมด</p>
<h3>รายได้จากงานเสริมหรือฟรีแลนซ์สามารถนำมาคำนวณ DTI ได้หรือไม่?</h3>
<p>ได้ หากเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอและสามารถแสดงหลักฐานที่มาของรายได้ได้อย่างชัดเจน เช่น ใบแจ้งหนี้, รายการเดินบัญชี (Statement) ที่มีเงินเข้าอย่างต่อเนื่อง หรือเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ธนาคารจะนำรายได้ส่วนนี้มาพิจารณารวมด้วย</p>
<h3>ถ้า DTI สูง จะไม่มีโอกาสขอสินเชื่อผ่านเลยใช่ไหม?</h3>
<p>ไม่เสมอไป แต่โอกาสจะน้อยลงมาก ในบางกรณีหากผู้กู้มีปัจจัยอื่นที่ดีมาก เช่น มีเงินออมสูง, มีประวัติการชำระหนี้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด, หรือทำงานในองค์กรที่มีความมั่นคงสูง ธนาคารอาจพิจารณาอนุมัติให้เป็นรายกรณี แต่โดยทั่วไปแล้วการมี DTI สูงถือเป็นอุปสรรคสำคัญ</p>
<h3>ควรตรวจสอบ DTI ของตัวเองบ่อยแค่ไหน?</h3>
<p>คุณควรคำนวณ DTI ของตัวเองอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน และควรคำนวณทุกครั้งก่อนตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อก้อนใหญ่ เช่น สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์ เพื่อประเมินความพร้อมและวางแผนล่วงหน้า</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเตรียมตัวสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ที่ซื้อขายเงินสด ขอสินเชื่อธนาคารให้ผ่าน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/buyandsellin-cash/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/buyandsellin-cash/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2015 08:24:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กู้เงิน ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กู้เงินธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอกู้เงินกับธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอสินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอสินเชื่อธนาคารให้ผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ sme]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซื้อสดขายสด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=8488</guid>

					<description><![CDATA[ธุรกิจซื้อสดขายสด ทำอย่างไรให้ได้เงินทุน ธุรกิจค้าขายรับเงินสด เป็นธุรกิจที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธุรกิจซื้อสดขายสด ทำอย่างไรให้ได้เงินทุน </strong>ธุรกิจค้าขายรับเงินสด เป็นธุรกิจที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ที่ไม่ได้ค้าขายผ่านบัญชีธนาคาร ซื้อขายกันด้วยเงินสด ซื้อสด ขายสด ทำให้ไม่ได้วางวางแผนเดินบัญชีล่วงหน้าและเมื่อจะขอกู้เงินกับธนาคารหรือขอสินเชื่อต่างๆ ก็จะทำได้ยาก เพราะธนาคารไม่สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นแล้วการเดินบัญชีจึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ <span style="color: #0000ff;">บางกอกทูเดย์ มีบทความเรื่อง ธุรกิจซื้อสดขายสด ทำอย่างไรให้ได้เงินทุน ที่มาโดย ธนาคารกสิกรไทย</span><span id="more-8488"></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ธุรกิจซื้อสดขายสด ทำอย่างไรให้ได้เงินทุน [โดย ธนาคารกสิกรไทย ]</strong></span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/09/วิธีกู้เงินให้ผ่าน.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8491" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/09/วิธีกู้เงินให้ผ่าน.jpg" alt="วิธีกู้เงินให้ผ่าน" width="500" height="322" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/09/วิธีกู้เงินให้ผ่าน.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/09/วิธีกู้เงินให้ผ่าน-300x193.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>ธุรกิจ SME ในประเทศไทยถือว่าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีจำนวนมากที่สุด แต่ทราบไหมว่า มีผู้ประกอบการ SME จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วยสาเหตุหลักๆ ก็คือ การไม่เดินบัญชี หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมการเดินบัญชีกับธนาคารจึงมีความสำคัญมากนักหนา ต้องบอกว่ามันเป็นเอกสารตัวหนึ่งที่จะสะท้อนให้ธนาคารเห็นถึงการหมุนเวียนด้านการเงินของธุรกิจ</p>
<p>สำหรับธุรกิจที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ก็เป็นธุรกิจที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะให้เติบโตก็ต้องอาศัยฝีมืออยู่เหมือนกัน ฝีมือที่ว่านี้ก็คือ ฝีมือในการทำขนม และธุรกิจที่พูดถึงอยู่ก็คือ ธุรกิจ</p>
<p>เบเกอรี่ โดยลูกค้าท่านนี้เริ่มทำธุรกิจเบเกอรี่ ด้วยการผลิตตามที่ลูกค้าสั่ง (Make to Order) ส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ตามบ้านและร้านค้าทั่วไป ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปาก ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มจำนวนขึ้น จากยอดขายหลักพันสู่ยอดขายหลักหลายหมื่นบาทต่อวัน ลูกค้าเริ่มอยากที่จะขยับขยายธุรกิจ มีหน้าร้านเพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น รวมถึงการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ที่เข้ามาเป็นประจำเดือนละ 100,000 บาท ซึ่งการลงทุนเพิ่มนี้ลูกค้าอาจต้องการการสนับสนุนเงินทุนจากธนาคารแต่ปัญหาก็เกิดขึ้นคือ</p>
<p>ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าที่อยู่รอบนอกเขตเมือง ไม่มีสาขาของธนาคาร รวมถึงลูกค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบการเดินบัญชี จึงทำให้ลูกค้าแทบไม่ได้เดินบัญชีกับธนาคารเลย นอกจากนี้ลักษณะการทำธุรกิจของลูกค้าเป็นการค้าแบบซื้อสดขายสด ธุรกิจลักษณะซื้อสดขายสดนี้มีอยู่จำนวนมากในบ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น ร้านโชห่วย, ร้านอาหาร, ร้านขายกิ๊ฟช็อป, ร้านกาแฟ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่มีการวางบิล ไม่มีเครื่องรูดบัตรสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ เมื่อได้เงินจากการขายมาก็เก็บไว้ในลิ้นชัก เพื่อเตรียมจ่ายเป็นค่าวัตถุดิบที่ใช้ในร้าน หรือเป็นค่าอุปกรณ์ต่างๆ ของร้านหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดเวลา จึงทำให้เจ้าของไม่เห็นความสำคัญของการนำเงินมาเข้าบัญชี เพราะมองว่าเป็นการเสียเวลา เอาเงินเข้าเดี๋ยวเดียวก็เอาเงินออกมาแล้ว จะต้องเสียเวลาไปธนาคารทำไม ถ้าการเดินบัญชีของธุรกิจเป็นลักษณะนี้ โอกาสในการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ก็เป็นเรื่องยาก</p>
<p>สำหรับลูกค้ารายนี้ก็เช่นกัน แทบจะไม่ได้เดินบัญชีผ่านธนาคารเลย เพราะเมื่อนำของไปส่งให้กับลูกค้าในเมืองก็จะแวะไปซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ในการทำเบเกอรี่ในตลาด รายได้ที่ได้มาก็จะกลายเป็นรายจ่ายในทันที การที่ธนาคารสามารถนำเสนอสินเชื่อรายนี้จนได้รับอนุมัติก็เกิดจากการให้ข้อมูลของลูกค้า คือ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff; background-color: #ffff99;">1. การแสดงให้ธนาคารเห็นถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจของลูกค้า โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและแผนการทำธุรกิจที่ลูกค้าวางไว้</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff; background-color: #ffff99;">2. การพาธนาคารเยี่ยมชมธุรกิจ เพื่อให้ธนาคารเห็นขั้นตอนในการทำงาน และรู้สต๊อกสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีอยู่</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff; background-color: #ffff99;">3. การเก็บรวบรวมเอกสารทางการค้าที่มีอยู่ทั้งหมดแสดงให้ธนาคารดู ได้แก่ คำสั่งซื้อจากลูกค้า, ใบส่งของ, ใบเสร็จรับเงินค่าสินค้า, ใบเสร็จรับเงินค่าวัตถุดิบ, บิลค่าน้ำ-ค่าไฟที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น</span></p>
<p>จากกรณีตัวอย่างของลูกค้ารายนี้ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ลูกค้าทุกรายที่มีลักษณะเช่นนี้จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร เพราะถ้าเราไม่สามารถพิสูจน์ให้ธนาคารเห็นถึงแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจน โอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อก็จะยากมาก ทั้งๆ ที่ธนาคารก็พร้อมที่จะช่วยเต็มที่ ดังนั้นอย่ารอให้ปัญหาเหล่านี้เกิดกับเราเลย ถ้าเราอยากจะให้ธุรกิจขออนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้นก็ควรหมั่นเดินบัญชีกับธนาคาร เพราะเมื่อธนาคารรู้จักเรามากขึ้น ธนาคารก็จะสามารถช่วยเราได้มากขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;">สำหรับผู้ประกอบการที่อยากได้ข้อมูล สินเชื่อสำหรับธุรกิจซื้อสดขายสด โดยเฉพาะ <a style="color: #0000ff;" href="http://www.kasikornbank.com/TH/SME/KSMEProduct/Pages/KSMEBuyAndSellinCash.aspx" target="_blank" rel="noopener">คลิกที่นี่</a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>การกู้เงินหรือขอสินเชื่อสำหรับพ่อค้าแม่ค้า</strong> บางกอกทูเดย์ เชื่อแน่ว่า  คนค้าขายอิสระ คงเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่เมื่อธนาคารเขาให้ข้อมูลมาแบบนี้แล้วว่า เขาต้องการอะไร แค่เราเตรียมตัวให้พร้อมโอกาสรับความช่วยเลหือด้านเงินทุนหรือขอสินเชื่อธนาคารคงจะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p>ขอบคณ ที่มา www.kasikornbank.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/buyandsellin-cash/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
