<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>ช่วยชีวิต &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Dec 2025 00:18:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ช่วยชีวิต &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปฐมพยาบาลเบื้องต้น สิ่งที่ควรรู้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/basic-first-aid-emergency-guide/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 00:18:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[CPR]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุฉุกเฉิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14908</guid>

					<description><![CDATA[การเรียนรู้หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัว เพราะอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉิน...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class='lead'>การเรียนรู้หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัว เพราะอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา การมีความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย และช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้อย่างมีสติ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>สรุปใจความสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตั้งสติและประเมินสถานการณ์ คือสิ่งแรกที่ต้องทำเสมอเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้ป่วย</li>
<li>เรียนรู้หลักการสากล DRSABCD เพื่อลำดับขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติได้อย่างถูกต้อง</li>
<li>การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED เป็นทักษะช่วยชีวิตที่สำคัญอย่างยิ่งในภาวะหัวใจหยุดเต้น</li>
<li>รู้วิธีจัดการกับเหตุฉุกเฉินทั่วไป เช่น แผลเลือดออก แผลไฟไหม้ และการสำลักอาหาร สามารถลดความรุนแรงของอาการได้</li>
<li>บันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สำคัญ เช่น 1669 (การแพทย์ฉุกเฉิน) และ 191 ไว้ในโทรศัพท์เสมอ</li>
</ul>
</div>
<h2>หลักการสำคัญของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (DRSABCD)</h2>
<p>ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยของสถานการณ์โดยรอบ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว ให้ปฏิบัติตามหลักการสากล DRSABCD ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นระบบในการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่หมดสติ</p>
<ul>
<li><strong>D (Danger):</strong> ตรวจสอบอันตรายรอบตัว เช่น ไฟฟ้า, การจราจร, หรือวัตถุที่อาจหล่นลงมา</li>
<li><strong>R (Response):</strong> ตรวจสอบการตอบสนองของผู้ป่วยโดยการเรียกและเขย่าตัวเบาๆ ที่หัวไหล่</li>
<li><strong>S (Send for help):</strong> หากผู้ป่วยไม่ตอบสนอง ให้รีบโทรขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669 หรือเบอร์ฉุกเฉินอื่นๆ ทันที</li>
<li><strong>A (Airway):</strong> เปิดทางเดินหายใจของผู้ป่วย โดยการดันหน้าผากและเชยคางขึ้น ตรวจสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมในช่องปากหรือไม่</li>
<li><strong>B (Breathing):</strong> ตรวจสอบการหายใจโดยการก้มลงไปฟังเสียงลมหายใจและดูการเคลื่อนไหวของหน้าอก ไม่เกิน 10 วินาที</li>
<li><strong>C (CPR):</strong> หากผู้ป่วยไม่หายใจหรือไม่หายใจปกติ ให้เริ่มทำการกดหน้าอก (Cardiopulmonary Resuscitation) ทันที</li>
<li><strong>D (Defibrillation):</strong> หากมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ในบริเวณนั้น ให้รีบนำมาใช้ตามคำแนะนำของเครื่อง</li>
</ul>
<h2>วิธีทำ CPR ที่ถูกต้อง: ขั้นตอนช่วยชีวิตที่ทุกคนควรทำเป็น</h2>
<p>การทำ CPR คือการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเมื่อพบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น การกดหน้าอกอย่างถูกต้องจะช่วยให้เลือดยังคงไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญต่างๆ ระหว่างรอทีมแพทย์มาถึง</p>
<p>ขั้นตอนการทำ CPR สำหรับผู้ใหญ่:</p>
<ol>
<li>จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนราบบนพื้นแข็ง วางส้นมือข้างหนึ่งไว้กึ่งกลางหน้าอก (ระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง) แล้วนำมืออีกข้างมาประสานไว้</li>
<li>แขนเหยียดตรง โน้มตัวไปข้างหน้าให้น้ำหนักตัวผ่านลงไปยังแขนทั้งสองข้าง</li>
<li>กดหน้าอกให้ลึกลงไปประมาณ 5-6 เซนติเมตร ด้วยอัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที (จังหวะประมาณเพลง Stayin&#8217; Alive)</li>
<li>กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการช่วยหายใจ 2 ครั้ง (หากได้รับการฝึกฝนและมั่นใจ) หากไม่สะดวกช่วยหายใจ ให้กดหน้าอกอย่างเดียวต่อเนื่อง (Hands-Only CPR)</li>
<li>ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกตัว หรือจนกว่าจะมีเครื่อง AED มาถึง</li>
</ol>
<p>สิ่งสำคัญคือการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การหยุดกดแต่ละครั้งหมายถึงการหยุดไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง</p>
<p><a href='https://www.bangkoktoday.net/how-to-deep-breathing-for-relaxation-anxiety-reduction/' rel='noopener'>อ่านเพิ่ม: หายใจลึก (Breathing) ทำอย่างไรให้ถูกเพื่อผ่อนคลายและลดกังวล</a></p>
<h2>การจัดการกับเหตุฉุกเฉินทั่วไปที่พบบ่อย</h2>
<p>นอกจากการทำ CPR แล้ว ยังมีสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ที่เราอาจพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน การรู้วิธีรับมือเบื้องต้นจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้</p>
<h3>แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก</h3>
<p>สำหรับแผลไฟไหม้ระดับแรก (ผิวหนังแดง ไม่มีตุ่มน้ำ) ให้รีบระบายความร้อนโดยการใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติ (ไม่ใช่น้ำแข็ง) ไหลผ่านบริเวณแผลอย่างน้อย 10-15 นาที ห้ามใช้น้ำแข็งประคบโดยตรง และห้ามทายาสีฟันหรือน้ำปลาเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หากเป็นแผลพุพองขนาดใหญ่หรือไหม้บริเวณใบหน้าและอวัยวะสำคัญ ควรรีบไปพบแพทย์</p>
<h3>การสำลักอาหาร (Choking)</h3>
<p>หากผู้ป่วยยังสามารถไอได้ ให้กระตุ้นให้เขาไอแรงๆ ต่อไป แต่ถ้าผู้ป่วยเริ่มไอไม่ออก หายใจลำบาก หรือเริ่มเขียว ให้ทำการช่วยเหลือโดยการรัดกระตุกหน้าท้อง (Heimlich Maneuver) โดยยืนซ้อนด้านหลังผู้ป่วย กำมือข้างหนึ่งวางไว้บริเวณเหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ แล้วใช้มืออีกข้างจับมือที่กำไว้ กระตุกขึ้นและเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา</p>
<h3>บาดแผลเลือดออก</h3>
<p>สำหรับบาดแผลทั่วไป ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดลงบนบาดแผลโดยตรงเพื่อห้ามเลือด หากเลือดยังซึมออกมา ให้ใช้ผ้าชิ้นใหม่แปะทับลงไปอีกชั้นโดยไม่ต้องเอาชิ้นเก่าออก ยกอวัยวะส่วนที่มีเลือดออกให้สูงกว่าระดับหัวใจ (ถ้าทำได้) เพื่อช่วยชะลอการไหลของเลือด เมื่อเลือดหยุดแล้วจึงทำความสะอาดแผลและปิดแผลให้เรียบร้อย หากเป็นแผลลึกหรือเลือดไหลไม่หยุด ควรรีบไปพบแพทย์</p>
<p><a href='https://www.bangkoktoday.net/how-to-relieve-accumulated-stress-relaxation-techniques/' rel='noopener'>อ่านเพิ่ม: วิธีแก้เครียดสะสม เทคนิคผ่อนคลายสมองให้หายปวดหัว</a></p>
<h2>เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ต้องมีติดเครื่องไว้</h2>
<p>ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การโทรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์เหล่านี้ไว้ในโทรศัพท์มือถือของคุณ</p>
<div class='table-responsive'>
<div class="content-table-wrap">
<table class="table content-table">
<thead>
<tr>
<th>หน่วยงาน</th>
<th>เบอร์โทรศัพท์</th>
<th>หน้าที่</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ</td>
<td><strong>1669</strong></td>
<td>เรียกรถพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉิน (เจ็บป่วยฉุกเฉิน)</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุด่วนเหตุร้าย</td>
<td><strong>191</strong></td>
<td>แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทั่วไป, อาชญากรรม</td>
</tr>
<tr>
<td>แจ้งเหตุไฟไหม้ / สัตว์เข้าบ้าน</td>
<td><strong>199</strong></td>
<td>หน่วยดับเพลิงและกู้ภัย</td>
</tr>
<tr>
<td>ตำรวจท่องเที่ยว</td>
<td><strong>1155</strong></td>
<td>สำหรับช่วยเหลือนักท่องเที่ยว</td>
</tr>
<tr>
<td>สายด่วนทางหลวง</td>
<td><strong>1586</strong></td>
<td>แจ้งอุบัติเหตุบนทางหลวง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>ข้อควรระวัง:</strong> ข้อมูลที่นำเสนอในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินรุนแรงหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาแพทย์หรือโทรสายด่วน 1669 ทันที</p>
<p>โดยสรุปแล้ว การเตรียมพร้อมและมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม มันคือทักษะที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์เลวร้ายให้ดีขึ้นได้ และอาจหมายถึงการช่วยชีวิตของคนที่คุณรักหรือเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง การสละเวลาศึกษาและฝึกฝนเล็กน้อยในวันนี้ อาจสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>ควรทำ CPR นานแค่ไหน?</h3>
<p>ควรทำการกดหน้าอก (CPR) อย่างต่อเนื่องจนกว่าทีมแพทย์ฉุกเฉินจะมาถึงและเข้ารับช่วงต่อ หรือจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีการตอบสนอง (เช่น หายใจ, ขยับตัว) หรือจนกว่าเครื่อง AED จะมาถึงและพร้อมใช้งาน</p>
<h3>ถ้าเจอคนหมดสติ ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?</h3>
<p>สิ่งแรกที่ต้องทำคือการประเมินความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ (Danger) เพื่อให้แน่ใจว่าตัวคุณเองจะไม่ตกอยู่ในอันตราย จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบการตอบสนองของผู้ป่วย (Response) และโทรขอความช่วยเหลือ (Send for help) ที่เบอร์ 1669 ทันที</p>
<h3>แผลไฟไหม้แบบไหนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที?</h3>
<p>ควรไปพบแพทย์ทันทีหากแผลไฟไหม้มีขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าฝ่ามือ), เป็นแผลลึกถึงชั้นหนังแท้ (เกิดตุ่มน้ำพองขนาดใหญ่หรือผิวหนังเป็นสีขาว), เกิดบริเวณใบหน้า มือ เท้า หรืออวัยวะเพศ หรือผู้ที่ถูกไฟไหม้เป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ</p>
<h3>เบอร์ฉุกเฉินทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดคือเบอร์อะไร?</h3>
<p>เบอร์ฉุกเฉินทางการแพทย์ที่สำคัญและควรจำให้ขึ้นใจคือ 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สามารถโทรได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเรียกรถพยาบาลและทีมช่วยเหลือในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
