<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>ตลาดอสังหาริมทรัพย์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sat, 10 Jan 2026 00:58:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ตลาดอสังหาริมทรัพย์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตร 2 แสนล้านดอลลาร์ ดันดอกเบี้ยบ้านสหรัฐฯ ต่ำสุดรอบ 3 ปี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-orders-fannie-mae-freddie-mac-to-buy-200-billion-mortgage-bonds/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 00:58:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-orders-fannie-mae-freddie-mac-to-buy-200-billion-mortgage-bonds/</guid>

					<description><![CDATA[ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ผ่าน Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ผ่าน Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยบ้านในสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย สั่งการให้ Fannie Mae และ Freddie Mac เข้าซื้อพันธบัตรที่หนุนโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย</li>
<li>วงเงินในการเข้าซื้อครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.29 ล้านล้านบาท)</li>
<li>การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ หลังการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ</li>
<li>การตอบสนองของตลาดการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปหลังการแทรกแซง</li>
<li>ความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาและรายละเอียดของการเข้าซื้อพันธบัตรดังกล่าว</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์ใช้โซเชียลมีเดียสั่งการโดยตรง</h2>
<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการประกาศคำสั่งโดยตรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยสั่งการให้องค์กรสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (GSEs) 2 แห่ง คือ Fannie Mae และ Freddie Mac ดำเนินการเข้าซื้อพันธบัตรที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-Backed Securities) การสั่งการในลักษณะนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความต้องการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจากฝ่ายบริหาร</p>
<h2>อัดฉีด 2 แสนล้านดอลลาร์ ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง</h2>
<p>หัวใจสำคัญของคำสั่งนี้คือการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.29 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ตลาดการเงินผ่านการซื้อพันธบัตร การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณเพื่อกดดันให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์</td>
<td>สั่งให้ Fannie Mae และ Freddie Mac ซื้อพันธบัตร</td>
<td>ตรวจสอบพบข้อความดังกล่าวในเนื้อหาต้นทาง ระบุเป็นการสั่งการผ่านโซเชียลมีเดีย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มูลค่าการเข้าซื้อ</td>
<td>200,000 ล้านดอลลาร์</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว และได้แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับเพื่อเป็นบริบทเสริม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย</td>
<td>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี</td>
<td>ข้อมูลนี้ปรากฏในหัวข้อข่าวของแหล่งข่าว และถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Fannie Mae และ Freddie Mac</td>
<td>คัดลอกชื่อหน่วยงานตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/vietnam-mutual-fund-liquidity-policy-risk-check/" target="_blank" rel="noopener">กองทุนรวมลงทุนหุ้นเวียดนาม ควรดูความเสี่ยงสภาพคล่องและนโยบายไหม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tether-invests-up-to-50-million-in-ledn-at-500-million-valuation/" target="_blank" rel="noopener">Tether ลงทุน Ledn วงเงิน 50 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 500 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sebi-proposes-new-uniform-trading-disclosures-and-tighter-margin-rules/" target="_blank" rel="noopener">ก.ล.ต. อินเดีย เสนอยกเครื่องกฎเทรดใหม่ จ่อคุม Margin Trading เข้มขึ้น</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาด REIT อินเดีย โตทะลุ 8 แสนล้านบาท แซงหน้าฮ่องกงขึ้นแท่นมหาอำนาจใหม่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indias-reit-market-surpasses-hong-kong-reaches-rs-2-3-lakh-crore/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 05:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[REIT]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indias-reit-market-surpasses-hong-kong-reaches-rs-2-3-lakh-crore/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาด REIT อินเดียเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2.3 ล้านล้านรูปี แซงหน้าฮ่องกง กลายเป็...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาด REIT อินเดียเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2.3 ล้านล้านรูปี แซงหน้าฮ่องกง กลายเป็นตลาดสำคัญระดับโลก จากปัจจัยหนุนด้านผลตอบแทนและกฎเกณฑ์ใหม่</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>มูลค่าตลาด:</strong> ตลาด REIT อินเดียขยายตัวสู่ระดับ 2.3 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 8 แสนล้านบาท)</li>
<li><strong>แซงหน้าคู่แข่ง:</strong> ขนาดตลาดของอินเดียใหญ่กว่าฮ่องกงแล้วในปัจจุบัน กลายเป็นมหาอำนาจใหม่ในเอเชีย</li>
<li><strong>ปัจจัยหนุน:</strong> ได้รับแรงส่งจากผลตอบแทนที่ดี อัตราการเช่าสูง และการปรับเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li><strong>การเติบโตในอนาคต:</strong> ANAROCK Capital คาดการณ์ว่าภาคส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต</li>
<li><strong>การมีส่วนร่วมของนักลงทุน:</strong> การปรับเกณฑ์การจัดประเภทหุ้นใหม่โดย SEBI อาจช่วยดึงดูดนักลงทุนรายย่อยและสถาบันให้เข้ามาลงทุนใน REITs มากขึ้น</li>
</ul>
<h2>ตลาด REIT อินเดียผงาด แซงหน้าฮ่องกง</h2>
<p>ANAROCK Capital บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ตลาดกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ของอินเดียได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จนมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2.3 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 8 แสนล้านบาท) ซึ่งทำให้ตลาด REIT ของอินเดียมีขนาดใหญ่กว่าของฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดชั้นนำของโลก</p>
<p>การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในอินเดีย แม้ว่าจะมีจำนวน REITs ที่จดทะเบียนในตลาดเพียง 5 กอง แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบในระดับโลกได้</p>
<h3>ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต</h3>
<p>ความสำเร็จของตลาด REIT อินเดียมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancies) ที่อยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ ผลตอบแทน (Yields) ที่แข็งแกร่งน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุน และการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน (Distributions) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบยังมีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอินเดีย (SEBI) ได้ปรับปรุงเกณฑ์การจัดประเภทหุ้นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของภาคส่วนนี้และขยายฐานนักลงทุนให้กว้างขึ้นไปอีก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าตลาด REIT อินเดีย</td>
<td>2.3 ล้านล้านรูปี (Rs 2.3 lakh crore)</td>
<td>ตัวเลขถูกคัดลอกและแปลงค่าเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปรียบเทียบกับฮ่องกง</td>
<td>แซงหน้าตลาด REIT ของฮ่องกง</td>
<td>ข้อความระบุชัดเจนในแหล่งข่าวว่าตลาดอินเดียมีขนาดใหญ่กว่าฮ่องกงแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>ANAROCK Capital</td>
<td>ชื่อองค์กรถูกคัดลอกตรงตามที่ระบุไว้ในเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จำนวน REITs ที่จดทะเบียน</td>
<td>มี 5 กอง REITs ที่จดทะเบียน</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าจำนวน 5 กอง REITs ตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อสังหาฯต่างจังหวัด ซบเซา ชะลอเปิดโครงการใหม่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/property-news-19-02-2558/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/property-news-19-02-2558/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2015 17:10:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหา ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาฯ ต่างจังหวัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=5944</guid>

					<description><![CDATA[บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ชะลอเปิดโครงการใหม่ หลังยอดปี 2557 ไม่เป็นไปตามเป้าในต่างจังหวัด ทำให้ตลาดอสั...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ชะลอเปิดโครงการใหม่ หลังยอดปี 2557 ไม่เป็นไปตามเป้าในต่างจังหวัด ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวเมืองต่างๆ ไม่คึกคัก มีการยกเลิกเปิดโครงการหลายแห่ง แสนสิริยอมเจ็บตัวคืนเงินลูกค้าที่อุดรธานี พร้อมหยุดก่อสร้าง คาดว่าหัวเมืองใช้เวลา 1 ปีดูดซับซัพพลายจำนวนมาก ด้านพฤกษาปรับแผนธุรกิจใหม่หลังสถานการณ์ไม่เป็นใจ<span id="more-5944"></span></p>
<p>ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัดซบเซาหรือชะลอตัวอย่างรุนแรงในปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลางที่ขยายการลงทุนในยังหัวเมืองต่างจังหวัดก่อนหน้านี้ทั้ง อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ต่างชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่กันทุกราย โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานีที่ผู้ประกอบการคือแสนสิริ ทยอยคืนเงินให้ลูกค้าที่จองโครงการไปแล้ว หลังจากพบว่ายอดขายไม่กระเตื้อง</p>
<p>แอลพีเอ็นก็ชะลอเปิดตัวโครงการที่ 2 เนื่องจากพบว่าลูกค้าไปรับโอนโครงการแรกที่ก่อสร้างแล้วเสร็จไม่มากนัก นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ภูเก็ตนั้นค่ายใหญ่ทั้งพฤกษาและศุภาลัยรวมถึงแสนสิริที่ขยายการลงทุนไปก่อนหน้านี้หลายโครงการนั้นปรากฏว่าขณะนี้ทุกค่ายชะลอหรือเลื่อนเปิดโครงการออกไปเช่นกันโดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมเพราะต้องรอให้ซัพพลายเดิมที่มีอยู่ดูดซับออกไปก่อนซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า1 ปี</p>
<p>ทางด้าน เรียลเอสเตท นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือพีเอสเปิดเผยว่า ได้ปรับแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2558-2562) ใหม่ โดยตั้งเป้าหมายรายได้และยอดขายใกล้เคียงกันที่กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2562 หรือมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ภายใต้การประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 4-5% และภาคอสังหาริมทรัพย์มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี หรือมีมูลค่าตลาดในปี 2562 ประมาณ 8 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ราว 6 แสนล้านบาท &#8220;เดิมตั้งเป้าว่ารายได้ทะลุแสนล้านบาทในปี 2560 แต่จากปัญหาสถานการณ์การเมืองในประเทศ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทจึงต้องปรับแผนธุรกิจใหม่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ โดยจะขยายโครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล และต่างจังหวัดในหัวเมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เช่น ภูเก็ต สงขลา นครศรีธรรมราช อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา ขอนแก่น ระยอง ชลบุรี เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี เป็นต้น รวมทั้ง จะรุกขยายโครงการในต่างประเทศเพิ่มหลังจากที่ชะลอไป โดยเน้นประเทศอินเดีย&#8221; นายทองมากล่าว</p>
<p>นอกจากนี้นายทองมากล่าวว่า คาดว่าปีนี้อสังหาฯจะขยายตัวประมาณ 10% มูลค่า 3.3 แสนล้านบาท โดยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา สะท้อนจากยอดขายของบริษัทช่วงเดือนมกราคมที่มียอดขายรวม 3.4 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท</p>
<p>ขอบคุณ มติชนออนไลน์</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/property-news-19-02-2558/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
