<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>ธุรกิจเกษตร &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Oct 2021 04:33:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ธุรกิจเกษตร &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีปลูกผักกวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ เชิงการค้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/chinese-cabbage/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/chinese-cabbage/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Sep 2019 00:42:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กวางตุ้งฮ่องเต้]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกผักขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผักกวงตุ้งฮ่องเต้]]></category>
		<category><![CDATA[ผักกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการปลูกกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกผักกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกผักกวางตุ้งฮ่องเต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7114</guid>

					<description><![CDATA[กวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ เป็นผักเศรษฐกิจอีกชนิด ที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง สำหรับผักชนิดนี้หลายๆค...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ </strong>เป็นผักเศรษฐกิจอีกชนิด ที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง สำหรับผักชนิดนี้หลายๆคนคงเคยทานแต่อาจะรู้จักหรือไม่รู้จักบ้าง แต่ที่เห็นๆว่านิยมขนาดไหน เราอาจจะเคยเห็นผักกวางตุ้งในร้านอาหารที่เปิดขายในห้างสรรพสินค้า ทั้งแบบสั่งปกติและบุฟเฟ่ สำหรับผู้ที่สนใจปลูกผักขาย กวางตุ้งก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่น่าลงทุน บางกอกทูเดย์จึงได้ค้นหาเรียบเรียงวธีการปลูกผักกวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ แบบในเชิงการค้ามาให้ได้ลองศึกษาและลองทำ</p>
<p><strong>กวางตุ้ง</strong> หรือชื่อวิทยาศาตร์<strong> Brassica Pekinensis</strong> เป็นผักที่นิยมนำไปใช้ประโยชน์ทั้งใบและลำต้น มีระบบรากอยู่ในระดับตื้น ลำต้น ตั้งตรง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.4-1.8 เซนติเมตร สูงประมาณ 43-54 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวมีสีเขียวตรงกลางจะเว้าเข้า ส่วนใบจริงจะแตกเป็นกระจุกที่บริเวณโคนต้น ลักษณะเรียบไม่ห่อตัว มีช่อดอกยาว 50-90 เซนติเมตร ดอกตูมรวมกลุ่มอยู่บนยอดช่อดอก ดอกบานจากด้านล่างขึ้นไปหาด้านบน อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 35-45 วัน</p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>กวางตุ้งฮ่องเต้</strong> หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica chinensis var.chinensis จัดเป็นพืชตระกูล Brasicaceae (Crucifereae –Mustard family)มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ญี่ปุ่นและเอเชียกลาง นำเข้ามาปลูกในไทยเป็นระยะเวลานาน ก้านใบมีสีเขียวอ่อน มีลักษณะแบน ส่วนโคนก้านใบจะขยายกว้างมาก และหนาเนื้อกรอบ ปลายใบมน ไม่ห่อหัว เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในอุณหภูมิระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส แต่สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้ดีกว่ากลุ่มผักกาดหัว ดังนั้น จึงสามารถปลูกได้ทั่วไปตลอดทั้งปี</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการปลูกกวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ </strong></span></p>
<p><strong>@ การเตรียมดิน</strong> ไถพรวนดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7 วัน แล้วย่อยดินให้ละเอียดใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา50 กิโลกรัม/ไร่ก่อนปรับดินให้เรียบ พร้อมยกแปลงสูง 20 เซนติเมตร x กว้าง 1 เมตร x ความยาตามขนาดพื้นที่</p>
<p><strong>@วิธีปลูกจะใช้วิธีหว่าน</strong> เริ่มจากการนำเมล็ดพันธุ์ 1 ส่วนผสมกับทรายละเอียด 3 ส่วน จากนั้นคลุมฟางรดน้ำตามให้ชุ่ม โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อต้นกล้าอายุได้20วัน หรือมีใบจริง 4 -5 ใบ จึงถอนแยกให้มีระยะห่างระหว่างต้น 20-30 เซนติเมตร</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการดูแลรักษา</strong></span></p>
<p><strong>@การให้น้ำ</strong> กวางตุ้งเป็นพืชที่ชอบน้ำมาก จึงจะสามารถเจริญเติบโตได้ดี ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง (เช้าและเย็น) โดยใช้ลักษณะการฉีดทำเป็นฝอยในการรดน้ำ ต้องไม่ขาดน้ำเพราะจะทำให้หยุดชะงักการเติบโต</p>
<p><strong>@การใส่ปุ๋ย</strong> ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) หรือ 25-7-7 อัตรา 30 กิโลกรัม / ไร่ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของก้านและใบ หรือใช้ปุ๋ยสูตรใกล้เคียงในอัตรา 30 -50 กิโลกรัม / ไร่ โดยหลังจากใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะต้องรดน้ำให้ชุ่มทันทีอย่าปล่อยให้ปุ๋ยตกค้างที่ใบเพราะจะทำให้ผักเสียหายได้</p>
<p><strong>@การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</strong> ฉีดพ่น ป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วยน้ำหมักสมุนไพรสกัดจากสะเดา ดาวเรือง มะเขือเทศ สาบเสือ ไหล แดง และหนอนตายหยาก นำไปฉีดในช่วงเวลาค่ำหรือเช้าตรู่ เพื่อป้องกันหนอนใยบัว ด้วงหมัดผัก รวมทั้งปลูกมะเขือเทศและดาวเรืองในพื้นที่ระหว่างแปลงช่วยขับไล่แมลงได้อีกทาง</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>วิธีการเก็บเกี่ยว</strong></span></p>
<p>กวางตุ้งสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อต้นมีอายุครบ 35-45 วัน ให้ใช้มีดคมตัดที่บริเวณโคนต้นที่พร้อมเก็บเกี่ยวและเนื่องจากกวางตุ้งเป็นพืชผักที่อวบน้ำ จึงควรเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ มีระดับความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 2-3 สัปดาห์</p>
<p><span style="background-color: #ffff99;"><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ผักกวางตุ้ง กวางตุ้งฮ่องเต้</strong></span> สรรพคุณ ช่วยลมความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คุณค่าอาหาร ผักกาดเขียวกวางตุ้ง 100g มีเส้นใย 2.1g แคลเซียม 115mg ฟอสฟอรัส 37mg วิตามินซี 51mg เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1และวิตามินบี2 ทั้งทานง่ายมีประโยชน์ ลำต้นใบน่าทานแบบนี้จึงทำให้เป็นที่นิยม</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ผักกวางตุ้ง กวางตุ้งฮ่องเต้ </strong>เป็นผักที่นิยมในเชิงการค้ามาก ในร้านอาหารต่างๆที่เปิดในห้างสรรพสินค้า ทั้งขายแบบธรรมดาเลือกสั่งและแบบบุฟเฟ่ ต่างก็มีผักชนิดนี้ นอกจากนี้ตามร้านอาหารต่างๆก็ต้องมีอีกด้วย สำหรับผู้ั้กำลังมองหาโอกาสทำธุรกิจเกษตร ผักกวางตุ้ง ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ </span></p>
<p>ขอบคุณ อ้างอิงจากหนังสือ รวยด้วยผักสวนครัวเพื่อการค้า (ซื้อได้ตามร้านขายหนังสือชั้นนำ),http://raktham.com/ สหกรณ์วังน้ำเขียว,ภาพจาก trueplookpanya.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/chinese-cabbage/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาชีพเกษตรไม่มีวันตาย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/agricultural-never-die/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/agricultural-never-die/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2017 00:10:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวเกษตรกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทำการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเกษตรไม่มีวันตาย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=6755</guid>

					<description><![CDATA[อาชีพเกษตรไม่มีวันตาย  เรื่องนี้ BangkokToday.net ต้องการสื่อถึงให้ชาวเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ๆ ได้ลองมอง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาชีพเกษตรไม่มีวันตาย </strong> เรื่องนี้ <strong>BangkokToday.net</strong> ต้องการสื่อถึงให้ชาวเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ๆ ได้ลองมองอีกแง่มุมว่า คนทำเกษตรก็สามารถ มีความเป็นอยูที่ดี มั่งคั่งได้ ไม่ต้องทิ้ง สวน ไร่ นา ให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ทำเพียงลำพัง แค่นำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนา เชื่อแน่ว่าในเมืองไทยนี้คงมีเศรษฐีเกษตรเกิดขึ้นมากมาย<span id="more-6755"></span></p>
<p><span style="color: #000080;">เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยี่และการสื่อสารได้ทำลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสต่างๆลงไป การหาห้อมูล การทำการตลาด สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น บางอย่างแทบจะไม่มีต้นทุนใดๆด้วยซ้ำ ดังที่เราได้เห็นแล้วว่ามีคนที่ประสบความสำเร็จโดยการทำการตลาด การขายผ่าน Facebook และโซลเชียล อื่นๆ นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้จากผู้คนที่สนใจเรื่องเดียวจากทุกมุมโลก รวมถึงมีสื่อต่างๆที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรและการทำตลาดออกมามากมาย ที่บอกเลยว่าคุณไม่ต้องไปเสียเวลาไปเรียนเอาใบประกาศใดๆ แค่เข้าไปซื้อหนังสือมาอ่าน ทดลองทำ พร้อมพัฒนา เท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้และความสามารถไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ทำไมการเกษตรหรือธุรกิจเกษตร จึงเป็นที่น่าสนใจ</strong></span></p>
<p><strong>ประชากรเพิ่มขึ้นแต่พื้นที่ทำการเกษตรมีเท่าเดิม</strong> เรื่องนี้เห็นชัดๆกันเลย ปัจจุบันจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยกันไปหมดแล้ว</p>
<p><strong>การเกษตรแต่ละที่มีข้อจำกัดในการผลิต</strong> ตามสภาพดินฟ้าอากาศ และเทคโนโลยี บางที่ปลูกเองไม่คุ้มเท่ากับนำเข้าไปขายหรือบริโภค ดังนั้นแล้ว เป็นโอกาสในการส่งขายได้ทั่วโลก</p>
<p><strong>การขนส่งที่ดีขึ้นลดข้อจำกัดทางด้านระยะทาง</strong> จากแนวโน้มสินค้าเกษตรปลอดภัย ปลอดสาร ได้รับความนิยมมากขึ้นจากกระแสคนรักสุขภาพ สินค้าเกษตรที่มีเรื่องราวการผลิตที่ดีๆ สามารถนำมาโชว์ได้แม้จะอยู่ที่ไหนๆ ก็สามารถส่งถึงผู้บริโภคได้ไม่ยาก</p>
<p><strong>ความรู้และเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน</strong> จากสมัยโบราณหรือคนรุ่นก่อนๆที่สามารถทำการเกษตรได้แค่ตามฤดูกาล หรือทำตามธรรมชาติ และต้องพึ่งพิงจากปัจจัยภายนอก ในเรื่องของตลาด วัตถุดิบในการทำการเกษตร เช่น ปุ๋ย ยา รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เมื่อปัจจุบันมีการเผยแพร่เทคโนโลยี่ ความรู้ใหม่ๆ พร้อมๆกับการศึกษาที่สูงขึ้นของคนรุ่นลุกหลานของชาวเกษตร ทำให้สามารถลดต้นทุน และสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร จึงส่งผลทำให้รายได้ กำไร มีมากขึ้น</p>
<p><strong>การเกษตรเป็นต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์ ปัจจัยในการดำรงชีพเกือบทุกอย่าง</strong> จึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะสมัยไหนๆ คนต้องกินต้องใช้ อาจจะมีช่วงราคาตกต่ำบ้างเพราะผลิตมากเกินความต้องการ แต่ก็สามารถปรับไปผลิตสินค้าเกษตรอื่นๆได้ เพื่อให้เกิดสัดส่วนที่เหมาะ โดยจะเป็นตามกลไกของตลาด ใครที่รู้เรื่องนี้ ก็สามารถปรับตัวและเติบโตต่อได้ ดังนั้นแล้ว สินค้าเกษตรไม่มีวันตายแน่นอน&#8230;</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ฝาก..ข้อคิดทำตลาดสินค้าเกษตร</strong></span></p>
<p><strong>ศึกษาความต้องการของตลาด</strong> ในพื้นที่ และตลาดโดยกว้าง เพราะจะให้รู้ว่าโอกาสที่ขายได้มีมากน้อยเท่าไหร่ อย่างน้อยถ้ามีคู่แข่งที่นำมาขายจากที่อื่นเราสู้ราคาได้เพราะเราอยู่ใกล้ ถ้าปริมาณและคุณภาพพอๆกัน การออกสำรวจตลาดเมื่อเราพอทราบความต้องการแล้วค่อยทำ จะช่วยทำให้ขายได้ราคาดี ของไม่ล้นตลาด ต้องมาขายตัดราคากันเอง</p>
<p><strong>สร้างความแตกต่าง  </strong>สร้างความแตกต่างทั้งคุณภาพ หีบห่อ การบริการ หรือเพิ่มความสะดวกสบายเข้าไป เช่น ทำให้สินค้าของเราพร้อมทานหรือนำไปประกอบอาหารได้เลย ดูดี สะอาด แพ็คเกจสวย น่าซื้อเป็นของฝาก เป็นต้น จะทำให้มีโอกาสสามารถแข่งขันได้มากขึ้น</p>
<p><strong>การแปรรูป</strong> ทำให้เกิดความหลากหลายของสินค้ามากขึ้น ทำตลาดได้กว้างขึ้น อีกทั้งยังช่วงเพิ่มมูลค่าของสินค้า แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้อย่างดี โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ยิ่งคนสมัยนี้ชอบความสะดวกสบาย แบบแกะแล้วทานได้เลย เชื่อแน่ว่าโอกาสจะมีมากขึ้น และได้ราคากว่าที่จะเก็บผลผลิตขายเลย</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;">จากเรื่องนี้<strong><a href="http://www.bangkoktoday.net" target="_blank" rel="noopener">บางกอกทูเดย์</a></strong>อยากให้ชาวเกษตรกรไทยได้มองเห็นถึงโอกาส อย่าได้ทิ้งที่ดินให้รกร้างสูญเปล่า อยากให้คนรุ่นใหม่ๆได้มองเห็นคุณค่าถึงมรดกที่ดิน อาชีพเกษตรที่ส่งต่อกันมาว่าสามารถพัฒนา ต่อยอดเป็นธุรกิจขนาดย่อมได้ หรือSMEs สร้างงานสร้างรายได้อย่างมั่นคง เพราะยังไงอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็นขายได้แน่นอน</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/agricultural-never-die/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีปลูกกะหล่ำปลี  สำหรับปลูกขาย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2015 07:42:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกะหล่ำปลีขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกะหล่ำปลีขาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7183</guid>

					<description><![CDATA[กะหล่ำปลี พืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง ทำให้มีความต้องการสู...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กะหล่ำปลี </strong>พืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง ทำให้มีความต้องการสูงต่อเนื่อง กะหล่ำปลีนั้น มีอยู่หลายชนิดด้วยกันได้แก่ กะหล่ำปลีธรรมดา เช่น พันธุ์ โคเปนเฮเกน มาร็เก็ต และพันธุ์โกลเดน เอเคอร์ กะหล่ำ ปลีแดง จะมีลักษณะ ใบเป็นสีแดงทับทิม และกะหล่ำปลีใบย่น จะมีผิวใบหยิกย่น โดยมีวิธีการดูแลดังนี้<span id="more-7183"></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การปลูกกะหล่ำปลีขาย</strong></span></p>
<p><strong>ปลูกกะหล่ำปลีขาย ที่ BangkokToday.net นำมาให้ศึกษากันนี้ได้เรียบเรียงสรุปมาให้สั้นๆเข้าใจง่าย เพื่อใช้เป็นแนวทางสำรับคนที่สนใจปลูกแต่เรื่องการการจะได้ผลอย่างรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย เรานำเสนอเพื่อเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้จากผืนดินที่มีอยู่ น่าจะสร้างประโยชน์และมูลค่าของที่ดินหรือพืชสวนไร่นาต่างๆที่ทำอยู่หากปลูกผสมเข้าไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มช่องทางรายได้ให้มากขึ้น ลดการพึ่งรายได้จากเกษตรทางเดียวหรือน้อยทาง </strong></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>เริ่มต้นปลูกกะหล่ำปลีขายกันเลย&#8230;</strong></span></p>
<p><strong>@การเตรียมดินสำหรับปลูกกะหล่ำปลี </strong>ไถพรวนดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-14 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาว ในอัตราส่วน 100-300 กิโลกรัม / ไร่ จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัม / ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม /ไร่ พรวนดินอีกครั้ง ให้เข้ากัน ก่อนปรับดินให้เรียบ พร้อมยกแปลงสูง 30 เซนติเมตร x กว้าง 1.20 เมตร x ความยาวตามพื้นที่</p>
<p><strong>@วิธีปลูก </strong>เริ่มจาก การเพาะกล้า หลังเตรียมแปลง เสร็จให้หว่านเมล็ดกะหล่ำปลีให้กระจายทั่วแปลง หรืออาจจะทำร่องลึกประมาณ 1 เซนติเมตร ห่างกันแถวละ 15 เซนติเมตร แล้วโรยเมล็ดลงในร่องแล้วหว่านกลบเมล็ดด้วยปุ๋ยหมักหรือดินละเอียด หนาประมาณ 0.5-1. 0 เซนติเมตร จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมด้วยฟางแห้งหรือหญ้าแห้งบางๆ หลังจากต้นกล้างอกได้ 15-20 วัน ให้เลือกถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออกและให้ทิ้งระยะห่างต้น 10 เซนติเมตร จนกระทั่งอายุประมาณ 25-30 วัน จึงย้ายไปปลูก</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การปลูก </strong></span>หลังจากเตรียมแปลงปลูกตามวิธีข้างต้นแล้วให้เริ่มขุดหลุมปลูกระยะห่างระหว่างต้น 50-70 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 100-120 เซนติเมตร จากนั้นนำต้นกล้าที่แข็งแรงย้ายจากแปลง เพาะลงปลูก โดยขณะย้ายควรใช้ดินติดรากมาด้วยและต้องระวังไม่ให้รากขาดแล้วรีบนำลงปลูกแล้วกดดินรอบโคนให้แน่นทันทีก่อนรดน้ำให้ชุ่ม</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการดูแลรักษา</strong></span></p>
<p><strong>@การให้น้ำ</strong> ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง ในระยะแรกให้รดน้ำด้วยการฉีดเป็นฝอยในช่วงเช้าและเย็นทุกวัน จนกระทั่งหัวเริ่มเข้าปลีให้ลดปริมาณการรดน้ำลงเพื่อป้องกันไม่ให้หัวปลีแตกง่าย</p>
<p><strong>@การใส่ปุ๋ย </strong>หลังจากปลูกได้ 15 วัน ควรใส่ปุ๋ย หมักชีวภาพ 1 กำมือ / ต้น รดน้ำผสมน้ำหมักชีวภาพให้ชุ่มเพื่อให้ใบสวยงาม ร่วมกับการใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากย้ายปลูก 7-10 วัน จากนั้นเมื่ออายุครบ 20 วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 50 กิโลกรัม / ไร่ และหลังการปลูก 40 วัน (ก่อนกะหล่ำปลีเข้าหัว) ควรใส่ปุ๋ย 13-13-21 หรือ 14-14-21 อัตรา 50 กิโลกรัม / ไร่และควรฉีดพ่นปุ๋ยที่มีธาตุโบรอนผสมหรือพ่นธาตุโบรอนอย่างเดียวในอัตรา 10-12 กรัม / น้ำ 20 ลิตรเป็นครั้งคราว</p>
<p><strong>@การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</strong> เมื่อมีวัชพืชขึ้นต้องกำจัดเสีย เพราะวัชพืชเหล่านี้จะแย่งน้ำและปุ๋ยจากกะหล่ำปลี ที่ปลูกได้ หรือเมล็ดสะเดา บด 1 กิโลกรัม ข่าแก่ 1 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 1 กิโลกรัม สับทุกอย่างเข้าด้วยกันและตำให้ละเอียด แช่น้ำ 20 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำยาผสมกับน้ำ 1:20 ฉีดพ่นช่วงเย็นทุกๆ 3 วัน นอกจากนี้ ควรผสมผงซักฟอกเล็กน้อย ลงไปด้วยเพื่อช่วยให้น้ำยากจับใบ หรืออาจจะทำให้น้ำหมักชีวภาพสูตรสมุนไพรผสมน้ำ 1:5000 รดทุกๆ วันก็ได้ นอกจากนี้อาจปลูกกระเทียม ดาวเรือง และผกากรอง แซมในแปลงผักเพื่อไล่แมลงและหนอนด้วยก็ได้</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการเก็บเกี่ยว </strong></span>อายุการเก็บเกี่ยวของกะหล่ำปลีจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละพันธุ์ อย่างเช่นพันธุ์เบาสามารถเก็บเกี่ยวได้ตอนอายุประมาณ 50-60 วัน ส่วนพันธุ์หนัก จะมีอายุประมาณ 120 วันโดยใช้มีดคมตัดที่บริเวณ ส่วนโคน ซึ่งกะหล่ำปลีจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม / ต้น</p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #0000ff;"><strong>กะหล่ำปลี</strong> </span>หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica oleracea L.var . capitata L. สำหรับใครที่สนใจอยากจะทำธุรกิจเกษตร กะหล่ำปลี ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดี <strong>กะหล่ำปลี</strong> เป็นพืชล้มลุกที่ปลูกในประเทศไทยได้ดีในช่วงฤดูหนาวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเดือนพฤศจิกายน –ธันวาคม ซึ่งหลังจากมีผู้นิยม บริโภคกันโดยทั่วๆไป จึงมีการนำพันธุ์กะหล่ำปลีทนร้อนเข้ามาปลูก จนในปัจจุบัน สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี </span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/cabbage/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
