<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>นโยบายการเงิน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Apr 2026 02:59:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>นโยบายการเงิน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปัจจัยกระทบตลาดหุ้นอินเดีย สัปดาห์นี้จับตา 3 ประเด็นร้อน ประชุม RBI-สงคราม-น้ำมัน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-triggers-rbi-meeting-geopolitics-oil-prices/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2026 02:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-triggers-rbi-meeting-geopolitics-oil-prices/</guid>

					<description><![CDATA[ปัจจัยกระทบตลาดหุ้นอินเดียสัปดาห์นี้มีความเสี่ยงรอบด้าน นักลงทุนต้องจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ปัจจัยกระทบตลาดหุ้นอินเดียสัปดาห์นี้มีความเสี่ยงรอบด้าน นักลงทุนต้องจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ RBI สถานการณ์ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาน้ำมันดิบ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตลาดหุ้นอินเดียเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น</li>
<li>3 ปัจจัยหลักที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินเดีย (RBI)</li>
<li>ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางตลาด</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของ RBI ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย</li>
<li>การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจอินเดียในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่</li>
<li>รายงานข่าวและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน</li>
</ul>
<h2>3 ตัวแปรหลักกำหนดทิศทางตลาดหุ้นอินเดีย</h2>
<p>ตลาดหุ้นอินเดียยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่หกติดต่อกัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในสัปดาห์นี้นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามปัจจัยสำคัญหลายประการที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุน</p>
<h3>1. การประชุมนโยบายการเงินของ RBI</h3>
<p>หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดคือการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ซึ่งตลาดกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีและทิศทางนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<h3>2. ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน</h3>
<p>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก สถานการณ์ที่บานปลายอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกประเทศ</p>
<h3>3. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ</h3>
<p>ราคาน้ำมันดิบเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน อินเดียเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในปริมาณมาก การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันจึงอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคธุรกิจและตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นโดยรวม</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย</td>
<td>&#8216;losing streak for a sixth straight week&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าตลาดปรับตัวลงติดต่อกัน 6 สัปดาห์ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในบทวิเคราะห์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยสำคัญประจำสัปดาห์</td>
<td>&#8216;RBI MPC meeting, US-Iran war to crude oil prices&#8217;</td>
<td>ระบุ 3 ปัจจัยหลักตรงตามที่แหล่งข่าวกล่าวถึง คือ การประชุม RBI, ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาน้ำมัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขดัชนีตลาด</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขดัชนีหรือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง</td>
<td>บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัย ไม่ได้รายงานตัวเลขตลาด จึงไม่มีข้อมูลตัวเลขดัชนีให้ตรวจสอบ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อหน่วยงาน</td>
<td>&#8216;RBI MPC&#8217;</td>
<td>ตรวจสอบและใช้ชื่อย่อ RBI พร้อมอธิบายชื่อเต็มของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee) ถูกต้องตามบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-first-five-year-plan-signals-major-economic-shift/" target="_blank" rel="noopener">แผน 5 ปี ฮ่องกง พลิกโฉมเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ ละทิ้งแนวทางเสรีนิยม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/au-small-finance-bank-q4-business-update-deposits-advances-grow/" target="_blank" rel="noopener">AU Small Finance Bank ผลประกอบการ Q4 โตแกร่ง เงินฝากพุ่ง 23% แตะ 1.52 ล้านล้านรูปี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-fraud-linked-bank-accounts-surge-q1/" target="_blank" rel="noopener">บัญชีม้าเกาหลีใต้พุ่งเกือบเท่าตัว แตะ 7,700 บัญชีในไตรมาสแรก แม้ทางการคุมเข้ม</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Livemint</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกลางอินเดียสั่งแบนสัญญา NDF สกัดการเก็งกำไรค่าเงินรูปี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/rbi-bans-rupee-ndf-contracts-to-curb-speculation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 03:59:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[NDF]]></category>
		<category><![CDATA[RBI]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/rbi-bans-rupee-ndf-contracts-to-curb-speculation/</guid>

					<description><![CDATA[ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ออกมาตรการใหม่ สั่งห้ามธนาคารพาณิชย์เสนอขายหรือต่ออายุสัญญา Non-Deliverable...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ออกมาตรการใหม่ สั่งห้ามธนาคารพาณิชย์เสนอขายหรือต่ออายุสัญญา Non-Deliverable Forward (NDF) สกุลเงินรูปี เพื่อสกัดการเก็งกำไรและพยุงค่าเงิน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีคำสั่งห้ามธนาคารต่างๆ เสนอขายหรือต่ออายุสัญญา NDF ที่อ้างอิงเงินรูปี</li>
<li>เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือเพื่อลดการเก็งกำไรในตลาดนอกประเทศและสร้างเสถียรภาพให้แก่ค่าเงินรูปี</li>
<li>ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศและตลาด NDF ในต่างประเทศกว้างขึ้นทันที</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินรูปีในระยะกลางถึงระยะยาวหลังมาตรการใหม่มีผลบังคับใช้</li>
<li>การปรับตัวของธนาคารและนักลงทุนในตลาดปริวรรตเงินตราต่อข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>แนวโน้มที่ธนาคารกลางอินเดียอาจออกมาตรการเพิ่มเติมหากยังพบการเก็งกำไรที่ผิดปกติ</li>
</ul>
<h2>RBI คุมเข้มตลาด NDF สกัดเก็งกำไรค่าเงินรูปี</h2>
<p>ธนาคารกลางแห่งประเทศอินเดีย (Reserve Bank of India หรือ RBI) ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมตลาดปริวรรตเงินตราที่เข้มงวดขึ้น โดยสั่งห้ามธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งไม่ให้เสนอขายหรือต่อสัญญาใหม่สำหรับตราสารอนุพันธ์ประเภท Non-Deliverable Forwards (NDF) ที่อ้างอิงกับสกุลเงินรูปีอินเดีย คำสั่งดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดของ RBI ในการจัดการกับความผันผวนของค่าเงิน</p>
<h3>เป้าหมายหลัก: สร้างเสถียรภาพและลดความผันผวน</h3>
<p>วัตถุประสงค์หลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ คือการควบคุมและลดกิจกรรมการซื้อขายเชิงเก็งกำไรที่เกิดขึ้นในตลาดนอกประเทศ ซึ่งมักใช้สัญญา NDF เป็นเครื่องมือหลัก การซื้อขายในตลาด NDF ซึ่งชำระราคาเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินรูปีในตลาดจริงได้ RBI จึงมุ่งหวังว่าการจำกัดช่องทางนี้จะช่วยรักษาเสถียรภาพและพยุงค่าเงินรูปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ</p>
<h3>ผลกระทบต่อตลาด: ส่วนต่างราคาในประเทศ-นอกประเทศถ่างขึ้น</h3>
<p>แหล่งข่าวรายงานว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นแทบจะในทันทีหลังการประกาศมาตรการคือ ส่วนต่าง (Spread) ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนเงินรูปีในตลาดภายในประเทศและตลาด NDF ในต่างประเทศได้ถ่างกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าธนาคารต่างๆ เริ่มปรับกลยุทธ์โดยการขายเงินดอลลาร์ในตลาดท้องถิ่น และเข้าซื้อคืนในตลาดต่างประเทศเพื่อหาประโยชน์จากส่วนต่างของราคาที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลไกตลาดหลังกฎระเบียบใหม่มีผล</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คำสั่งห้ามสัญญา NDF</td>
<td>RBI สั่งแบนธนาคารจากการเสนอขาย/ต่ออายุสัญญา NDF รูปี</td>
<td>ตรวจสอบแล้วตรงกับเนื้อหาในแหล่งข่าวที่ระบุถึงคำสั่งห้ามดังกล่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายของมาตรการ</td>
<td>เพื่อสกัดการเก็งกำไรและพยุงค่าเงินรูปี</td>
<td>ตรวจสอบแล้วตรงกับเป้าหมายที่ระบุในแหล่งข่าวอย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบที่เกิดขึ้น</td>
<td>ส่วนต่างราคาระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศกว้างขึ้น</td>
<td>ตรวจสอบแล้วตรงกับผลกระทบที่รายงานในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ออกนโยบาย</td>
<td>Reserve Bank of India</td>
<td>ตรวจสอบชื่อหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของอินเดียตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/blue-owl-caps-private-credit-fund-redemptions-at-5-percent-amid-ai-concerns/" target="_blank" rel="noopener">Blue Owl จำกัดการไถ่ถอนกองทุน Private Credit ที่ 5% รับมือนักลงทุนกังวลผลกระทบ AI</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-march-jobs-report-projection-59000-gain/" target="_blank" rel="noopener">รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมี.ค. นักวิเคราะห์คาดเพิ่ม 59,000 ตำแหน่ง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-treasury-convenes-regulators-on-private-credit-risks/" target="_blank" rel="noopener">ความเสี่ยง Private Credit ร้อนแรง! คลังสหรัฐฯ เรียกถกหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวช้า ECB ชี้เงินเฟ้อลดต่อเนื่องแต่ยังไม่วางใจ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/eurozone-economy-slow-recovery-ecb-inflation-outlook/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 02:01:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ECB]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโรโซน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจยุโรป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/eurozone-economy-slow-recovery-ecb-inflation-outlook/</guid>

					<description><![CDATA[เศรษฐกิจยูโรโซนส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้ หลังเผชิญภาวะชะงักงัน ขณะที่เงินเฟ้อลดลงต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เศรษฐกิจยูโรโซนส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้ หลังเผชิญภาวะชะงักงัน ขณะที่เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง แต่ ECB ยังคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมสถานการณ์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุด 10.6% ในปี 2022 มาอยู่ที่ 2.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024</li>
<li>เศรษฐกิจยูโรโซนคาดว่าจะเติบโตเพียง 0.6% ในปี 2024 ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นเป็น 1.5% และ 1.6% ในปี 2025 และ 2026 ตามลำดับ</li>
<li>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ย้ำจุดยืนในการคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของ ECB ในการประชุมครั้งถัดๆ ไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ โดยเฉพาะแนวโน้มเงินเฟ้อ</li>
<li>พลวัตของเงินเฟ้อในภาคบริการและแรงกดดันด้านค่าจ้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ ECB กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด</li>
<li>ความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป</li>
</ul>
<h2>เงินเฟ้อลดลง แต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย</h2>
<p>Philip R. Lane สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ให้มุมมองล่าสุดเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในยูโรโซน โดยระบุว่าอัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก จากจุดสูงสุดที่ 10.6% ในเดือนตุลาคม 2022 ลงมาอยู่ที่ 2.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับแรงกดดันด้านราคา</p>
<p>ในทำนองเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหารที่มีความผันผวน ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน จากระดับสูงสุดที่ 5.7% ในเดือนมีนาคม 2023 มาอยู่ที่ 3.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะกลางของ ECB ที่ระดับ 2% ทำให้ยังไม่สามารถวางใจได้</p>
<h2>ภาพรวมเศรษฐกิจยังชะงักงัน แต่คาดฟื้นตัว</h2>
<p>ในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนอยู่ในภาวะชะงักงันมาเป็นเวลากว่าหนึ่งปีครึ่ง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แทบไม่ขยายตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ล่าสุดของ ECB ในเดือนมีนาคม 2024 ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป</p>
<p>ECB คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะเติบโต 0.6% ในปี 2024 ก่อนที่จะเร่งตัวขึ้นเป็น 1.5% ในปี 2025 และ 1.6% ในปี 2026 การฟื้นตัวดังกล่าวคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภค ท่ามกลางค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง</p>
<h3>จุดยืนนโยบายการเงินของ ECB</h3>
<p>Lane ย้ำว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดของ ECB มีบทบาทสำคัญในการลดอุปสงค์และควบคุมเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคงนโยบายดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร เพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจควบคุมเงินเฟ้อจะสำเร็จลุล่วง การตัดสินใจในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นสำคัญ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ แนวโน้มเงินเฟ้อ พลวัตของเงินเฟ้อพื้นฐาน และความแข็งแกร่งของการส่งผ่านนโยบายการเงิน</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ตัวชี้วัด</th>
<th>คาดการณ์ปี 2024</th>
<th>คาดการณ์ปี 2025</th>
<th>คาดการณ์ปี 2026</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเติบโตของ GDP</td>
<td>0.6%</td>
<td>1.5%</td>
<td>1.6%</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป</td>
<td>2.3%</td>
<td>2.0%</td>
<td>1.9%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อล่าสุด</td>
<td>Headline inflation อยู่ที่ 2.6% ในเดือนกุมภาพันธ์</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขจากเนื้อหาต้นฉบับแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์ GDP ปี 2024</td>
<td>คาดว่า GDP จะเติบโต 0.6% ในปี 2024</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขคาดการณ์จาก ECB staff projections ที่อ้างอิงในเนื้อหาแล้ว ตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดสูงสุดของเงินเฟ้อ</td>
<td>Headline inflation เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 10.6% ในเดือนตุลาคม 2022</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขและช่วงเวลาจากเนื้อหาต้นฉบับแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ให้ความเห็น</td>
<td>Philip R. Lane, Member of the Executive Board of the ECB</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่งตามที่ระบุในต้นทาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/deccan-ai-raises-25m-sources-experts-from-india/" target="_blank" rel="noopener">Deccan AI ระดมทุน 25 ล้านดอลลาร์ มุ่งสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญ AI ในอินเดีย</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-defense-stocks-accelerate-reclaiming-supply-chain-from-china/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศสหรัฐฯ เร่งเครื่อง! ทวงคืนซัพพลายเชน ลดพึ่งพาจีน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/totalenergies-ceo-warns-of-unprecedented-soaring-refining-margins/" target="_blank" rel="noopener">ค่าการกลั่นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ CEO TotalEnergies ชี้โลกไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ecb.europa</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินเฟ้อญี่ปุ่นชะลอตัว แตะ 1.3% ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท้าทายนโยบาย BOJ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/japan-core-inflation-february-slows-to-near-two-year-low/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 00:58:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[BOJ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/japan-core-inflation-february-slows-to-near-two-year-low/</guid>

					<description><![CDATA[เงินเฟ้อญี่ปุ่นชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานลดลงสู่ระดับ 1....]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินเฟ้อญี่ปุ่นชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานลดลงสู่ระดับ 1.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 และต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานของญี่ปุ่นในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 1.3% ชะลอตัวลงจาก 1.5% ในเดือน ม.ค.</li>
<li>อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี (นับตั้งแต่ มี.ค. 2022)</li>
<li>ตัวเลขล่าสุดยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการประชุมครั้งถัดไป</li>
<li>ทิศทางของดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวม (Headline CPI) ซึ่งชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน</li>
<li>การตอบสนองของตลาดและค่าเงินเยนต่อสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อที่ชัดเจนขึ้น</li>
</ul>
<h2>เงินเฟ้อญี่ปุ่นต่ำกว่าเป้าหมาย กดดัน BOJ</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวนสูง ขยายตัวเพียง 1.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแต่ต่ำกว่าระดับ 1.5% ที่บันทึกไว้ในเดือนมกราคม แต่ยังเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคากำลังอ่อนแรงลง</p>
<h3>ความท้าทายต่อนโยบายการเงิน</h3>
<p>การชะลอตัวของเงินเฟ้อครั้งนี้สร้างความท้าทายโดยตรงต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เนื่องจากตัวเลข 1.3% ยังคงอยู่ห่างจากเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ที่ BOJ ตั้งเป้าไว้อย่างยั่งยืน สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลังจากที่เพิ่งยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบไปไม่นาน นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวม (Headline CPI) ก็มีแนวโน้มชะลอตัวลงเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน ตอกย้ำภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังต้องการการฟื้นตัว</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>ข้อมูล</th>
<th>หมายเหตุ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ก.พ.)</td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>1.3%</span></td>
<td>ต่ำสุดตั้งแต่ มี.ค. 2022</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ม.ค.)</td>
<td>1.5%</td>
<td>ตัวเลขเดือนก่อนหน้า</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายเงินเฟ้อ BOJ</td>
<td>2.0%</td>
<td>เป้าหมายระยะกลาง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ก.พ.</td>
<td>1.3%</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว Cnbc</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ช่วงเวลาที่ต่ำที่สุด</td>
<td>Lowest level since March 2022</td>
<td>ข้อมูลช่วงเวลาสอดคล้องกับที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายของธนาคารกลาง</td>
<td>Central bank&#8217;s 2% target</td>
<td>เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ถูกต้องตามข้อมูลที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แนวโน้ม Headline CPI</td>
<td>Eases for a fourth straight month</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลระบุถึงการชะลอตัว 4 เดือนติดต่อกันจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/asian-stocks-tumble-nikkei-kospi-down-5-percent-on-us-iran-tensions/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นเอเชียร่วงหนัก Nikkei และ Kospi ดิ่งกว่า 5% กังวลความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/posco-international-invests-in-rare-earth-supply-chain-for-evs/" target="_blank" rel="noopener">POSCO International ทุ่มงบสร้างซัพพลายเชนแรร์เอิร์ธ ป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-iran-uranium-dilemma-impacts-oil-markets/" target="_blank" rel="noopener">ความขัดแย้งอิหร่าน โจทย์ใหญ่ทรัมป์ที่อาจชี้ชะตาราคาน้ำมันโลก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% สู้เงินเฟ้อสูง ย้ำพร้อมรับมือความตึงเครียดในตลาด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ecb-raises-interest-rates-50-basis-points-to-fight-inflation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 03:00:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ECB]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจยุโรป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ecb-raises-interest-rates-50-basis-points-to-fight-inflation/</guid>

					<description><![CDATA[ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินเป้า พร้อมจับตาสถานการณ์ตลาดการเงินอย่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินเป้า พร้อมจับตาสถานการณ์ตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด และเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจชุดใหม่</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 รายการหลักขึ้น <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+0.50%</span></span> (50 basis points)</li>
<li>คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2023 จะอยู่ที่ 5.3% ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะกลางที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li>ECB ยืนยันภาคธนาคารยูโรโซนยังแข็งแกร่ง แต่พร้อมเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพหากจำเป็น</li>
<li>การตัดสินใจในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่แบบการประชุมต่อการประชุม ไม่มีการส่งสัญญาณล่วงหน้า</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ</li>
<li>แผนการลดขนาดงบดุล (APP) หลังจากเดือนมิถุนายน 2023 ว่าจะมีอัตราเร็วเท่าใด</li>
<li>สถานการณ์ความตึงเครียดในภาคธนาคารทั่วโลก และการตอบสนองของ ECB หากมีความจำเป็น</li>
</ul>
<h2>ECB เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+0.50%</span></span> ตอกย้ำภารกิจสู้เงินเฟ้อ</h2>
<p>คณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สำคัญ 3 รายการขึ้นอีก 0.50% หรือ 50 basis points ในการประชุมล่าสุด การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ECB ที่จะต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกินไปเป็นเวลานานเกินไป เพื่อฉุดให้กลับสู่เป้าหมายระยะกลางที่ 2% ให้ได้</p>
<p>นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ระบุว่า แม้เงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่แรงกดดันด้านราคาที่ซ่อนอยู่ยังคงรุนแรง ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องยังคงมีความจำเป็น</p>
<h2>เปิดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจ-เงินเฟ้อชุดใหม่</h2>
<p>พร้อมกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย ECB ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาคชุดใหม่ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ท้าทาย โดยคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2023 ไว้ที่ 5.3% ก่อนจะลดลงเหลือ 2.9% ในปี 2024 และ 2.1% ในปี 2025 ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมาย</p>
<p>ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของยูโรโซนคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.0% ในปี 2023 และ 1.6% ในปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ ตัวเลขคาดการณ์เหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป</p>
<div>
<h3>สรุปตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน (ECB Staff Projections)</h3>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>ปี 2023</th>
<th>ปี 2024</th>
<th>ปี 2025</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation)</td>
<td>5.3%</td>
<td>2.9%</td>
<td>2.1%</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)</td>
<td>4.6%</td>
<td>2.5%</td>
<td>2.2%</td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตของ GDP (GDP Growth)</td>
<td>1.0%</td>
<td>1.6%</td>
<td>1.6%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>จับตาเสถียรภาพภาคธนาคาร-ลดขนาดงบดุล</h2>
<p>ท่ามกลางความตึงเครียดในตลาดการเงินโลก ECB ย้ำว่าภาคธนาคารของยูโรโซนยังคงมีความยืดหยุ่น โดยมีสถานะเงินทุนและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ECB กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมเครื่องมือทั้งหมดไว้พร้อมที่จะตอบสนองเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพทางการเงิน</p>
<p>นอกจากนี้ ECB ยังคงเดินหน้าลดขนาดพอร์ตสินทรัพย์ในโครงการ APP (Asset Purchase Programme) อย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2023 จะมีการลดขนาดพอร์ตลงเฉลี่ยเดือนละ 1.5 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 5.67 แสนล้านบาท) และจะมีการพิจารณาอัตราการลดหลังจากนั้นต่อไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย</td>
<td>&#8216;raise the three key ECB interest rates by 50 basis points&#8217;</td>
<td>ยืนยันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% (50 basis points) ตรงตามแถลงการณ์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2023</td>
<td>&#8216;headline inflation is projected to average 5.3% in 2023&#8217;</td>
<td>ระบุตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2023 ที่ 5.3% ถูกต้องตามเอกสาร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การลดขนาดพอร์ต APP</td>
<td>&#8216;decline will average €15 billion per month&#8217; (Mar-Jun 2023)</td>
<td>ยืนยันแผนการลดขนาดพอร์ต APP เดือนละ 1.5 หมื่นล้านยูโร ถึง มิ.ย. 2023</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่แถลงการณ์</td>
<td>&#8216;Christine Lagarde, Luis de Guindos&#8217;</td>
<td>ระบุชื่อประธานและรองประธาน ECB ถูกต้องตามที่ปรากฏในหัวข้อเอกสาร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-challenged-as-trump-backs-powell-probe-affecting-new-chair/" target="_blank" rel="noopener">Fed ถูกท้าทาย ทรัมป์หนุนสอบพาวเวลล์ กระทบเก้าอี้ประธานคนใหม่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fedex-stock-surges-on-5-billion-buyback-and-earnings-beat/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น FedEx พุ่งกว่า 12% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 5 พันล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/middle-east-banks-eye-hong-kong-as-safe-haven-amid-geopolitical-risks/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารตะวันออกกลางเล็งฮ่องกงเป็น &#8216;หลุมหลบภัย&#8217; หนีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ecb.europa</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fed ถูกท้าทาย ทรัมป์หนุนสอบพาวเวลล์ กระทบเก้าอี้ประธานคนใหม่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-challenged-as-trump-backs-powell-probe-affecting-new-chair/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 01:58:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เจอโรม พาวเวลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-challenged-as-trump-backs-powell-probe-affecting-new-chair/</guid>

					<description><![CDATA[ความเป็นอิสระของ Fed ถูกท้าทายอีกครั้ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณหนุน DOJ สอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ต่อ ซึ่งอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ความเป็นอิสระของ Fed ถูกท้าทายอีกครั้ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณหนุน DOJ สอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ต่อ ซึ่งอาจกระทบการเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ในอนาคต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) เดินหน้าสอบสวน เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed คนปัจจุบัน</li>
<li>พาวเวลล์เชื่อว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นการตอบโต้ทางการเมือง จากการที่เขาไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ทรัมป์ต้องการ</li>
<li>สถานการณ์นี้สร้างความซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาเสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เป็นประธาน Fed คนต่อไป</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีอย่างเป็นทางการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ต่อกรณีการสอบสวนประธาน Fed</li>
<li>กระบวนการคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์ส่งสัญญาณแทรกแซง กดดัน Fed ต่อเนื่อง</h2>
<p>ประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ดำเนินการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed คนปัจจุบันต่อไป การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการสร้างแรงกดดันต่อสถาบันที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของประเทศ</p>
<h2>พาวเวลล์ชี้เป็นการ &#8216;ตอบโต้ทางการเมือง&#8217;</h2>
<p>ตามรายงานข่าว นายพาวเวลล์ได้เคยกล่าวหาว่าการสอบสวนของ DOJ ที่มีต่อเขา ถือเป็นการตอบโต้ทางการเมืองโดยตรง สืบเนื่องมาจากที่เขาปฏิเสธที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในระดับที่รวดเร็วและมากเท่าที่นายทรัมป์เคยเรียกร้องไว้ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ข้อกล่าวหานี้ตอกย้ำถึงความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารและธนาคารกลางในเรื่องความเป็นอิสระในการตัดสินใจ</p>
<h2>อนาคตเก้าอี้ประธาน Fed และ &#8216;เควิน วอร์ช&#8217;</h2>
<p>สถานการณ์ล่าสุดนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวนายพาวเวลล์เท่านั้น แต่ยังสร้างความซับซ้อนให้กับกระบวนการเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ในอนาคตด้วย โดยแหล่งข่าวระบุว่าเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแทรกแซงทางการเมืองอาจทำให้กระบวนการคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถเป็นไปได้ยากขึ้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>Trump signals DOJ should continue Powell probe</td>
<td>สรุปใหม่โดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริง และไม่เติมบริบทนอกต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงาน/บริษัท/บุคคล</td>
<td>Trump, Powell, Warsh, DOJ, Fed</td>
<td>คัดลอกชื่อบุคคลและหน่วยงานตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำกล่าวอ้างของพาวเวลล์</td>
<td>Powell accused DOJ of investigating him in retaliation for his refusal to lower interest rates</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องกับเนื้อหาแล้ว อ้างอิงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่อการเสนอชื่อ</td>
<td>complicating Warsh Fed nomination</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าบทความสะท้อนผลกระทบต่อการเสนอชื่อบุคคลตามที่แหล่งข่าววิเคราะห์ไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fedex-stock-surges-on-5-billion-buyback-and-earnings-beat/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น FedEx พุ่งกว่า 12% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 5 พันล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/middle-east-banks-eye-hong-kong-as-safe-haven-amid-geopolitical-risks/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารตะวันออกกลางเล็งฮ่องกงเป็น &#8216;หลุมหลบภัย&#8217; หนีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/micron-revenue-nearly-triples-amid-soaring-memory-demand/" target="_blank" rel="noopener">รายได้ Micron พุ่งเกือบ 3 เท่า สวนกระแสกลุ่มเทคฯ รับอานิสงส์ดีมานด์หน่วยความจำ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกลางทั่วโลกเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ สกัดเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/global-central-banks-tackle-inflation-from-energy-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2026 00:59:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/global-central-banks-tackle-inflation-from-energy-crisis/</guid>

					<description><![CDATA[ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่คาดว่าจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ความขัดแย้งในอิหร่านถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</li>
<li>ธนาคารกลางเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างการคุมเงินเฟ้อกับการประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ</li>
<li>การยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชน (re-anchor inflation expectations) กลายเป็นภารกิจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย</li>
<li>ผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพในแต่ละประเทศ</li>
<li>พัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานเพิ่มเติม</li>
</ul>
<h2>ความท้าทายสองด้าน: คุมเงินเฟ้อ vs ประคองเศรษฐกิจ</h2>
<p>สถานการณ์ปัจจุบันสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ดำเนินนโยบายการเงินทั่วโลก การที่ราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานของแทบทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไป เช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางได้เช่นกัน</p>
<h2>ราคาพลังงาน ตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก</h2>
<p>แหล่งข่าวระบุว่าความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาพลังงานโลกทะยานขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจของธนาคารกลางในการบริหารจัดการทั้งเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น การสร้างสมดุลระหว่างสองเป้าหมายนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของธนาคารกลางในระยะต่อไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สาเหตุราคาพลังงานพุ่งสูง</td>
<td>“The Iran war has sent global energy prices soaring”</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่า “สงครามอิหร่าน” เป็นสาเหตุ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะหรือขอบเขตของความขัดแย้ง</td>
<td>ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม</td>
</tr>
<tr>
<td>ภารกิจของธนาคารกลาง</td>
<td>“…re-anchor inflation expectations and managing growth trickier.”</td>
<td>ระบุภารกิจหลัก 2 ประการ คือ การยึดการคาดการณ์เงินเฟ้อ และการบริหารการเติบโต ซึ่งสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์มหภาค</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขเงินเฟ้อ/ราคาพลังงาน</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลข</td>
<td>แหล่งข่าวใช้คำว่า “soaring” (พุ่งสูง) แต่ไม่มีข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อยืนยันระดับการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>“Global central banks”</td>
<td>เป็นการอ้างอิงถึงกลุ่มธนาคารกลางทั่วโลกโดยรวม ไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-dip-as-us-opens-brief-window-for-stranded-russian-crude/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบปรับฐาน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว 30 วัน ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ติดค้าง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Livemint</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สอบสวน Jerome Powell สะดุด! ผู้พิพากษาสั่งยกเลิกหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/judge-quashes-subpoenas-in-doj-investigation-of-fed-chair-jerome-powell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 01:59:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[Jerome Powell]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/judge-quashes-subpoenas-in-doj-investigation-of-fed-chair-jerome-powell/</guid>

					<description><![CDATA[การสอบสวน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังผู้พิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การสอบสวน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังผู้พิพากษามีคำสั่งให้ยกเลิกหมายเรียกในคดีดังกล่าวแล้ว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียก (subpoenas) ในการสอบสวนประธาน Fed นาย Jerome Powell</li>
<li>คำสั่งดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ในคดีนี้</li>
<li>เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)</li>
</ul>
</div>
<h2>เกิดอะไรขึ้นในการสอบสวนประธาน Fed?</h2>
<p>มีรายงานว่าผู้พิพากษาได้มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียก ซึ่งเป็นคำสั่งทางกฎหมายที่บังคับให้บุคคลต้องมอบพยานหลักฐานหรือเข้าให้การ ในกระบวนการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ริเริ่มโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ คำสั่งนี้ถือเป็นการขัดขวางกระบวนการสืบสวนของฝ่ายบริหารอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>การยกเลิกหมายเรียกหมายความว่า กระทรวงยุติธรรมจะไม่สามารถบังคับใช้คำสั่งเพื่อรวบรวมข้อมูลหรือคำให้การที่เกี่ยวข้องกับนายพาวเวลล์ตามหมายเรียกฉบับดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งอาจทำให้การสอบสวนต้องหยุดชะงักหรือต้องหาแนวทางอื่นในการรวบรวมหลักฐาน</p>
<h2>นัยสำคัญต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</h2>
<p>ประเด็นการสอบสวนประธานเฟดโดยกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ฝ่ายบริหารนั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงินโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง การดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ต่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคการเงินทั่วโลก</p>
<ul>
<li><strong>ความเป็นอิสระของ Fed:</strong> การสอบสวนอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามในการสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อนโยบายของ Fed</li>
<li><strong>กระบวนการยุติธรรม:</strong> คำสั่งของผู้พิพากษาในครั้งนี้เป็นการยืนยันบทบาทของฝ่ายตุลาการในการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร</li>
<li><strong>ความเชื่อมั่นตลาด:</strong> สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากมองว่าเสถียรภาพและความเป็นอิสระของสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกำลังถูกท้าทาย</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการสอบสวนประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์</li>
<li>คำสั่งศาลครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม</li>
<li>เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความละเอียดอ่อนในประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากการแทรกแซงทางการเมือง</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ผู้พิพากษายกเลิกหมายเรียก (quashes subpoenas) ในการสอบสวน Jerome Powell</td>
<td>เนื้อหาหลักของข่าวตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Justice Department (กระทรวงยุติธรรม), Fed (ธนาคารกลางสหรัฐฯ)</td>
<td>ระบุชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลสำคัญ</td>
<td>Jerome Powell, ประธาน Fed</td>
<td>ระบุชื่อและตำแหน่งของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบของคำสั่ง</td>
<td>การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมเผชิญอุปสรรค</td>
<td>เป็นการสรุปผลกระทบที่สมเหตุสมผลจากข้อเท็จจริงที่ว่าหมายเรียกถูกยกเลิก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/india-reduces-minimum-public-share-float-ipo-rule-change/" target="_blank" rel="noopener">กฎ IPO อินเดียใหม่ ปรับลดหุ้นขั้นต่ำเหลือ 2.5% เปิดทาง NSE-Jio เข้าตลาด</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-dip-as-us-opens-brief-window-for-stranded-russian-crude/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบปรับฐาน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว 30 วัน ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ติดค้าง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-temporarily-allows-purchase-of-russian-oil-at-sea/" target="_blank" rel="noopener">สหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว ซื้อน้ำมันดิบรัสเซียที่ลอยลำกลางทะเล หวังพยุงตลาดพลังงาน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเสี่ยงด้านธรรมชาติ กระทบเศรษฐกิจโลก ECB ชี้เกิน 50% GDP อยู่ในภาวะพึ่งพิงสูง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/nature-related-risks-impact-global-economy-ecb-warns/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 02:01:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ECB]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/nature-related-risks-impact-global-economy-ecb-warns/</guid>

					<description><![CDATA[ความเสี่ยงด้านธรรมชาติกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้ว่าก...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ความเสี่ยงด้านธรรมชาติกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้ว่ากว่าครึ่งหนึ่งของ GDP โลกต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่กำลังเสื่อมโทรม</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ECB เตือน &#8216;ความเสี่ยงด้านธรรมชาติ&#8217; (Nature-related risks) เป็นภัยคุกคามใหม่ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน</li>
<li>ข้อมูลชี้ว่ากว่า 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศและบริการจากธรรมชาติโดยตรง</li>
<li>เรียกร้องความร่วมมือระหว่างประเทศและบทบาทเชิงรุกของธนาคารกลางในการประเมินและจัดการความเสี่ยงเหล่านี้</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การพัฒนากรอบการทำงานและข้อเสนอแนะจากคณะทำงานด้านความเสี่ยงที่เกี่ยวกับธรรมชาติของ Network for Greening the Financial System (NGFS)</li>
<li>แนวทางการนำความเสี่ยงด้านธรรมชาติผนวกเข้ากับการกำกับดูแลสถาบันการเงินและการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ในอนาคต</li>
</ul>
<h2>ECB ชี้ภัยธรรมชาติไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือความเสี่ยงเศรษฐกิจ</h2>
<p>นายแฟรงค์ เอลเดอร์สัน (Frank Elderson) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ โดยระบุว่าการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกอีกด้วย</p>
<p>มุมมองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางชั้นนำของโลกกำลังขยายขอบเขตการดูแลความเสี่ยงทางการเงินให้ครอบคลุมมิติของความยั่งยืนมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) ไปสู่ความเสี่ยงที่เกิดจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ</p>
<h3>เศรษฐกิจโลกพึ่งพาระบบนิเวศมากกว่าที่คิด</h3>
<p>ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือข้อมูลที่น่าตกใจว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจกว่าครึ่งหนึ่งของ GDP โลก หรือมากกว่า 50% มีความเชื่อมโยงและต้องพึ่งพิงบริการจากระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ การผสมเกสรของพืชผลทางการเกษตร หรือการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติจากป่าไม้และแนวปะการัง</p>
<p>การที่ระบบนิเวศเหล่านี้กำลังถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว จึงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่เกษตรกรรม การประมง การท่องเที่ยว ไปจนถึงภาคการผลิตที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อหรือเข้าไปลงทุนในธุรกิจเหล่านั้น</p>
<h2>บทบาทของธนาคารกลางในการรับมือความท้าทายใหม่</h2>
<p>นายเอลเดอร์สันได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินต้องเข้ามามีบทบาทเชิงรุกในการรับมือกับความเสี่ยงด้านธรรมชาติ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>การสร้างความตระหนักรู้:</strong> ส่งเสริมให้สถาบันการเงินตระหนักและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพิงและการส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ</li>
<li><strong>การพัฒนาเครื่องมือ:</strong> สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือและแบบจำลองเพื่อประเมินและวัดขนาดของความเสี่ยงด้านธรรมชาติต่อภาคการเงิน</li>
<li><strong>ความร่วมมือระหว่างประเทศ:</strong> ทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Network for Greening the Financial System (NGFS) เพื่อสร้างมาตรฐานและแนวปฏิบัติร่วมกัน</li>
</ul>
<p>ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโลก ไม่ต่างจากความเสี่ยงทางการเงินในรูปแบบดั้งเดิม</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การพึ่งพา GDP ต่อธรรมชาติ</td>
<td>กว่าครึ่งหนึ่งของ GDP โลก (Over half of the world&#8217;s GDP) ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ</td>
<td>ข้อมูลสถิติสำคัญนี้ถูกระบุอย่างชัดเจนในสุนทรพจน์ตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานและบุคคล</td>
<td>Frank Elderson, ธนาคารกลางยุโรป (ECB)</td>
<td>ระบุชื่อบุคคลและหน่วยงานตรงตามที่ปรากฏในเอกสารต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>การเสื่อมโทรมของธรรมชาติสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเงิน</td>
<td>เป็นแก่นของเนื้อหาที่นำเสนอ สรุปความได้ถูกต้องตามเจตนาของแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-tipped-top-financial-centre-yuan-internationalisation/" target="_blank" rel="noopener">ศูนย์กลางการเงินโลก: ฮ่องกงจ่อขึ้นแท่นผู้นำ รับอานิสงส์แผนผลักดันเงินหยวนสู่สากล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-index-falls-over-6-percent-as-oil-surges-past-100-dollars/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Nikkei 225 ร่วงหนักกว่า 6% หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-developers-test-market-recovery-by-raising-prices/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดอสังหาฯ ฮ่องกง ส่งสัญญาณฟื้น? ผู้พัฒนาฯ เริ่มทดสอบขึ้นราคา-ลดส่วนลด</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ecb</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอชื่อ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธาน Fed คนใหม่ แทน Jerome Powell</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-nominates-kevin-warsh-federal-reserve-chair/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 04:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Kevin Warsh]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประธาน Fed]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-nominates-kevin-warsh-federal-reserve-chair/</guid>

					<description><![CDATA[ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ เพื่อสืบท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ เพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายรอบองค์กร</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนต่อไป</li>
<li>การเสนอชื่อครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหาผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell</li>
<li>การเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกระบุว่ามีความวุ่นวายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการรับรองการเสนอชื่อโดยวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อทิศทางนโยบายการเงินในอนาคตภายใต้ผู้นำคนใหม่</li>
<li>แนวทางการบริหารจัดการของ Fed ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh ชิงตำแหน่งประธาน Fed</h2>
<p>รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจเสนอชื่อ นาย Kevin Warsh ให้เข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Federal Reserve) คนใหม่ การเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดกระบวนการสรรหาที่ยาวนานและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนสำหรับสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<p>หากได้รับการอนุมัติ นาย Warsh จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อจากนาย Jerome Powell ซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งสูงสุดของ Fed ย่อมส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกในภาพรวม</p>
<h2>การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้าทาย</h2>
<p>แหล่งข่าวระบุว่า การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำของธนาคารกลางครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง &#8216;ความวุ่นวายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&#8217; ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันและความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บทบาทของประธาน Fed คนใหม่จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินต่อไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธาน Fed</td>
<td>Trump nominates Kevin Warsh</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องของชื่อบุคคล (Kevin Warsh) และผู้เสนอชื่อ (Trump) กับเนื้อหาในบทความแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ที่จะพ้นจากตำแหน่ง</td>
<td>to succeed Jerome Powell</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องของชื่อบุคคล (Jerome Powell) ที่จะถูกแทนที่ ตรงตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Federal Reserve chair</td>
<td>คัดลอกชื่อหน่วยงาน &#8216;Federal Reserve&#8217; และตำแหน่ง &#8216;chair&#8217; ตรงตามต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริบทของเหตุการณ์</td>
<td>unprecedented turmoil around the central bank</td>
<td>สรุปประเด็นเรื่อง &#8216;unprecedented turmoil&#8217; โดยไม่เติมข้อมูลหรือการตีความนอกเหนือจากที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/a16z-partner-kofi-ampadu-leaves-after-txo-program-pause/" target="_blank" rel="noopener">a16z TxO ถึงจุดสิ้นสุด? Kofi Ampadu พาร์ทเนอร์หลักลาออก หลังโครงการถูกพัก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/" target="_blank" rel="noopener">นโยบาย Fed ส่อแววตึงเครียด? Kevin Warsh จ่อคุมบังเหียน-อาจขัดแย้งทรัมป์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-junk-calls-pandemic-disrupts-daily-life/" target="_blank" rel="noopener">สายเรียกเข้าขยะ ระบาดหนักในฮ่องกง กระหน่ำโทรวันละ 12 ครั้งกระทบชีวิต</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCWorld</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นโยบาย Fed ส่อแววตึงเครียด? Kevin Warsh จ่อคุมบังเหียน-อาจขัดแย้งทรัมป์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 02:59:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดพันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</guid>

					<description><![CDATA[นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวทางของเขาที่ต้องการลดขนาดงบดุลอาจสร้างความขัดแย้งกับทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>การเสนอชื่อ Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบาย</li>
<li>Warsh มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนให้ Fed ลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) ซึ่งเป็นนโยบายการเงินแบบเข้มงวด</li>
<li>นักลงทุนมองว่าแนวทางนี้อาจขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นทันที</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการรับรองตำแหน่งประธาน Fed ในวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงวิสัยทัศน์ของ Warsh</li>
<li>ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อแนวนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เขาต้องการ</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความชัดเจนของนโยบายในอนาคต โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยและขนาดงบดุล</li>
</ul>
<h2>แนวทางของ Warsh และความเสี่ยงปะทะทรัมป์</h2>
<p>การเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ ได้สร้างความเคลื่อนไหวในแวดวงการเงินทันที จุดยืนที่น่าจับตาของ Warsh คือความต้องการที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นมาตรการที่สวนทางกับนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ใช้มานานหลายปี</p>
<p>นักลงทุนและนักวิเคราะห์มองว่า แนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมักจะแสดงความต้องการให้ Fed คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นของ Warsh จึงอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของฝ่ายบริหาร</p>
<h2>ปฏิกิริยาตลาดการเงินต่อว่าที่ประธาน Fed คนใหม่</h2>
<p>ภายหลังข่าวการเสนอชื่อของ Warsh แพร่สะพัดออกไป ตลาดการเงินได้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตราสารหนี้ แหล่งข่าวระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว (Long-term yields) ได้ปรับตัวสูงขึ้นทันที</p>
<p>การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคาดการณ์ว่ายุคของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายกำลังจะสิ้นสุดลงหาก Warsh ได้รับการแต่งตั้งจริง การลดขนาดงบดุลของ Fed จะหมายถึงการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวสูงขึ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเสนอชื่อบุคคล</td>
<td>President nominated former governor [Kevin Warsh] to lead US central bank.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนถึงการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นผู้ที่จะมานำธนาคารกลางสหรัฐ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดยืนด้านนโยบาย</td>
<td>Warsh’s desire to shrink Fed’s balance sheet.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงความต้องการของ Warsh ที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed ซึ่งเป็นนโยบายหลัก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น</td>
<td>&#8230;sets up clash with Trump, say investors.</td>
<td>นักลงทุนเป็นผู้ประเมินว่าแนวทางของ Warsh มีโอกาสที่จะขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>Long-term yields ticked up.</td>
<td>แหล่งข่าวรายงานว่าผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-junk-calls-pandemic-disrupts-daily-life/" target="_blank" rel="noopener">สายเรียกเข้าขยะ ระบาดหนักในฮ่องกง กระหน่ำโทรวันละ 12 ครั้งกระทบชีวิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tether-2025-earnings-surpass-10-billion-usd-massive-gold-treasury-holdings/" target="_blank" rel="noopener">ผลประกอบการ Tether ปี 2025 กำไรทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือครองทองคำ-พันธบัตรสหรัฐฯ มหาศาล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/investment-view-sandip-sabharwal-recommends-selective-defence-stocks-itc-value/" target="_blank" rel="noopener">มุมมองลงทุน Sandip Sabharwal แนะเลือกเฟ้นหุ้นกลาโหม ชี้ ITC น่าสนใจ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> FTMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด: ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ย แต่จับตาสัญญาณเปลี่ยนแปลงระยะยาว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-interest-rate-decision-preview-no-change-expected/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 03:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-interest-rate-decision-preview-no-change-expected/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพุธนี้ โดยนักลงทุนจับตาสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะมีขึ้นในวันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่น</li>
<li>ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการประชุมครั้งนี้</li>
<li>จุดสนใจหลักของนักลงทุนคือถ้อยแถลงและมุมมองต่อทิศทางนโยบายในอนาคต</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>เนื้อหาในแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) หลังการประชุมสิ้นสุดลง</li>
<li>การใช้ถ้อยคำที่อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะกลางถึงระยะยาว</li>
<li>มุมมองของเฟดต่อสภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบัน</li>
</ul>
<h2>ตลาดคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ยตามเดิม</h2>
<p>การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ถูกมองว่ามีแนวโน้มที่จะไม่มีการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่น่าประหลาดใจ รายงานระบุว่าตลาดการเงินมีความคาดหวังน้อยมากที่จะเห็นการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในทันที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าเฟดจะยังคงรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ</p>
<h2>ทิศทางระยะยาวคือประเด็นสำคัญ</h2>
<p>แม้การประชุมครั้งนี้อาจไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างจับจ้องไปที่สัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทิศทางนโยบายของเฟดในระยะยาว ถ้อยแถลงหลังการประชุมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักที่เฟดใช้เพื่อส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและแผนการดำเนินนโยบายในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกได้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กำหนดการประชุมเฟด</td>
<td>The Fed releases its latest interest rate decision Wednesday.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าการตัดสินใจจะมีขึ้นในวันพุธ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การคาดการณ์ของตลาด</td>
<td>This week&#8217;s meeting offers little suspense and probably not much action.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าตลาดคาดว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการคงดอกเบี้ย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นที่ต้องจับตา</td>
<td>massive changes loom over the Fed&#8217;s longer-term direction.</td>
<td>แหล่งข่าวชี้ว่าจุดสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในระยะยาว ไม่ใช่การตัดสินใจครั้งนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่รับผิดชอบ</td>
<td>The Fed</td>
<td>ระบุชื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (The Fed) อย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-loses-360-billion-awaits-budget/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นอินเดียทรุดหนัก มูลค่าหาย 3.6 แสนล้านดอลลาร์ จับตางบประมาณใหม่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/australia-inflation-hits-six-quarter-high-at-3-6-percent/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อออสเตรเลีย แตะ 3.6% สูงสุดรอบ 6 ไตรมาส ตรงตามคาด แต่ RBA ชี้ยังสูงไป</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-supertanker-rates-soar-amid-tight-market-conditions/" target="_blank" rel="noopener">ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งแรง สัญญาณตลาดตึงตัวจากเส้นทางเดินเรือ-คว่ำบาตร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBC</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟดคงดอกเบี้ย ส่อเมินแรงกดดันจากทรัมป์ ย้ำจุดยืนปกป้องความเป็นอิสระ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 04:59:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</guid>

					<description><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง</li>
<li>การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายบริหารที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย</li>
<li>ท่าทีของเฟดสะท้อนความพยายามในการปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการประชุมอย่างเป็นทางการและแถลงการณ์ของประธานเฟด</li>
<li>มุมมองของคณะกรรมการต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะต่อไป</li>
<li>ปฏิกิริยาจากทำเนียบขาวหลังการประกาศมติของเฟด</li>
</ul>
<h2>เฟดเตรียมมีมติคงดอกเบี้ย สวนทางแรงกดดัน</h2>
<p>คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งมีการประชุม 8 ครั้งต่อปี เตรียมจัดการประชุมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่าทีดังกล่าวเป็นการยืนหยัดในหลักการดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นอิสระ แม้จะมีความพยายามในการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองก็ตาม</p>
<h2>การปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</h2>
<p>ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือการที่เฟดต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การที่เฟดยังคงยึดมั่นในข้อมูลและการวิเคราะห์ของตนเองจึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการปกป้องความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินที่น่าเชื่อถือ</p>
<p>ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นายไมเคิล เพียร์ซ จาก Oxford Economics ระบุว่าสถานการณ์ที่น่าลำบากใจของเฟดได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว ซึ่งอาจสะท้อนว่าคณะกรรมการมีความเชื่อมั่นในแนวทางการตัดสินใจของตนเองมากขึ้นโดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันภายนอก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์มติเฟด</td>
<td>&#8216;widely expected to keep interest rates unchanged&#8217;</td>
<td>เนื้อหารายงานถึงการคาดการณ์ของตลาด ไม่ใช่ผลการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจริง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>แรงกดดันทางการเมือง</td>
<td>&#8216;despite President Donald Trump&#8217;s pressure to slash levels&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>US Federal Reserve</td>
<td>ชื่อหน่วยงาน &#8216;Federal Reserve&#8217; ถูกอ้างอิงอย่างสอดคล้องตลอดเนื้อหา</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นนักวิเคราะห์</td>
<td>Michael Pearce of Oxford Economics</td>
<td>มีการอ้างอิงชื่อและสังกัดของนักวิเคราะห์ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/woori-bank-ceo-vows-to-narrow-gap-with-rivals-in-2026/" target="_blank" rel="noopener">Woori Bank ประกาศเป้าปี 2026 ซีอีโอลั่นขอไล่บี้คู่แข่งรายใหญ่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-stock-market-faces-two-track-economy-investors-bet-on-exports/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นจีนเกิดภาวะสองขั้ว นักลงทุนเดิมพันหุ้นส่งออก-เมินหุ้นบริโภค</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-slashes-clean-energy-loans-bets-on-gas-and-nuclear/" target="_blank" rel="noopener">ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกนโยบายพลังงานสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BOJ คงดอกเบี้ยตามคาด หลังเงินเฟ้อญี่ปุ่นชะลอตัว พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/boj-holds-interest-rates-steady-as-japan-inflation-eases/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 06:59:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Bitcoin]]></category>
		<category><![CDATA[BOJ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเยน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/boj-holds-interest-rates-steady-as-japan-inflation-eases/</guid>

					<description><![CDATA[BOJ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมล่าสุด หลังตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลง ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">BOJ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมล่าสุด หลังตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลง ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตและเงินเฟ้อในอนาคต ส่งผลให้เงินเยนและ Bitcoin ยังทรงตัว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมครั้งล่าสุด</li>
<li>การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อของญี่ปุ่นที่เริ่มชะลอตัวลง</li>
<li>BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต</li>
<li>ตลาดมีปฏิกิริยาค่อนข้างคงที่ โดยค่าเงินเยนและราคา Bitcoin ยังเคลื่อนไหวทรงตัว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นในครั้งถัดไป เพื่อหาสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต</li>
<li>ตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลข GDP ที่จะประกาศในอนาคต</li>
<li>ความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการส่งออกของประเทศ</li>
</ul>
<h2>BOJ ยืนยันจุดยืนนโยบายการเงินผ่อนคลาย</h2>
<p>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ การตัดสินใจนี้มีขึ้นหลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อ BOJ ในการต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเหมือนธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก</p>
<h2>ปรับเพิ่มมุมมองเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ</h2>
<p>แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ BOJ ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยทำการปรับเพิ่มประมาณการทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในอนาคต การปรับคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า BOJ อาจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น แม้จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโต</p>
<h2>ตลาดการเงินและคริปโตตอบรับอย่างสงบ</h2>
<p>ปฏิกิริยาของตลาดต่อการประกาศของ BOJ เป็นไปอย่างจำกัด โดยค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยราคา Bitcoin (BTC) ยังคงมีเสถียรภาพและไม่แสดงความผันผวนรุนแรง ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนได้รับรู้และคาดการณ์ผลการประชุมครั้งนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การตัดสินใจของ BOJ</td>
<td>&#8216;held rates steady&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การปรับคาดการณ์</td>
<td>&#8216;revising inflation and growth projections higher&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่ามีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อและการเติบโต</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุเบื้องหลัง</td>
<td>&#8216;as Japan&#8217;s inflation eases&#8217;</td>
<td>การชะลอตัวของเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหนึ่งที่ระบุไว้ในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>&#8216;Bitcoin and yen hold steady&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวรายงานว่าค่าเงินเยนและราคา Bitcoin มีความเคลื่อนไหวที่ทรงตัว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-withdraws-board-of-peace-invitation-to-canada/" target="_blank" rel="noopener">ทรัมป์ถอนคำเชิญแคนาดา ร่วม &#8216;Board of Peace&#8217; สะท้อนรอยร้าวที่กว้างขึ้น</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/traceable-gold-smo-targets-jewellery-market-with-net-zero-mine-deal/" target="_blank" rel="noopener">ทองคำตรวจสอบย้อนกลับได้ SMO บุกตลาดจิวเวลรี่ ชูจุดขายจากเหมือง Net Zero</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tiktok-sets-up-us-unit-but-bytedance-retains-core-business/" target="_blank" rel="noopener">TikTok ตั้งบริษัทในสหรัฐ ตามดีลยุคทรัมป์ แต่ธุรกิจหลักยังอยู่กับ ByteDance</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Coindesk</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟดคงดอกเบี้ยยาวถึง พ.ค. สัญญาณใหม่จากนักเศรษฐศาสตร์พลิกคาดการณ์เดิม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-holds-rates-until-may-as-economists-shift-view/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 05:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-holds-rates-until-may-as-economists-shift-view/</guid>

					<description><![CDATA[นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนสิ้นสุดไตรมาสปัจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนสิ้นสุดไตรมาสปัจจุบัน และอาจยาวไปถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนมุมมอง คาดว่า Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยในไตรมาสปัจจุบัน</li>
<li>กรอบเวลาการคงอัตราดอกเบี้ยอาจยาวนานไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดวาระของประธาน Fed คนปัจจุบัน</li>
<li>การคาดการณ์ใหม่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากความเชื่อเดิมที่ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งถัดไป เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายที่ชัดเจนขึ้น</li>
<li>ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของ Fed</li>
</ul>
<h2>มุมมองนักเศรษฐศาสตร์เปลี่ยนทิศทาง</h2>
<p>รายงานล่าสุดระบุว่าฉันทามติในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ กลับกลายเป็นว่าส่วนใหญ่เชื่อว่า Fed จะใช้ความระมัดระวังและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจยังคงอยู่</p>
<h2>กรอบเวลาใหม่: อาจยาวถึงกลางปี</h2>
<p>การคาดการณ์ใหม่ได้ขยายกรอบเวลาที่คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยออกไป โดยระบุว่าอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตลอดไตรมาสปัจจุบัน และมีความเป็นไปได้ที่จะลากยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วาระการดำรงตำแหน่งของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบันจะสิ้นสุดลง ปัจจัยนี้กลายเป็นจุดสนใจใหม่ที่ตลาดกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายการเงินในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย Fed</td>
<td>A majority of economists expect the Fed to keep rates unchanged through the current quarter.</td>
<td>สรุปประเด็นหลักจากเนื้อหาต้นทางตรงตามที่ระบุ ไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาการคงดอกเบี้ย</td>
<td>Possibly until Chair Jerome Powell’s term ends in May.</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าเนื้อหาระบุกรอบเวลาที่เป็นไปได้จนถึงเดือนพฤษภาคมตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Chair Jerome Powell</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่ง &#8216;Chair Jerome Powell&#8217; ตรงตามตัวอักษรจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปลี่ยนแปลงมุมมอง</td>
<td>A shift from earlier expectations of a near-term rate cut.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากความคาดหวังเดิม ซึ่งถูกนำมาสรุปในบทความอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitgo-ipo-priced-at-18-dollars-focusing-on-custody-growth/" target="_blank" rel="noopener">BitGo IPO เคาะราคาที่ $18 ต่อหุ้น ชูจุดแข็งธุรกิจรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/kospi-index-surpasses-5000-record-high-chip-stocks/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Kospi ทะลุ 5,000 จุดครั้งประวัติศาสตร์ หุ้นชิปหนุนแรง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/canada-pivots-energy-exports-to-asian-markets/" target="_blank" rel="noopener">ส่งออกพลังงานแคนาดา พลิกกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ลดพึ่งพาสหรัฐฯ มุ่งเจาะตลาดเอเชีย</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes Indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยเงินกู้จีน LPR ยังคงที่ 3% และ 3.5% เป็นเดือนที่ 8 สวนทางเศรษฐกิจชะลอตัว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/china-holds-benchmark-lending-rates-unchanged-for-eighth-month/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 01:58:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[PBOC]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยจีน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/china-holds-benchmark-lending-rates-unchanged-for-eighth-month/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยเงินกู้จีน LPR ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยเงินกู้จีน LPR ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย 1 ปีไว้ที่ 3% และ 5 ปีไว้ที่ 3.5% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ไว้ที่ระดับ 3%</li>
<li>อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ถูกคงไว้ที่ 3.5%</li>
<li>นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แล้ว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีของ PBOC ในการประชุมครั้งถัดไป หากข้อมูลเศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง</li>
<li>ผลกระทบของการคงอัตราดอกเบี้ยต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจ</li>
<li>มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่รัฐบาลจีนอาจนำมาใช้เพิ่มเติมเพื่อรับมือกับการเติบโตที่ช้าลง</li>
</ul>
<h2>PBOC ยืนยันนโยบายการเงินสวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว</h2>
<p>ธนาคารประชาชนจีน (People&#8217;s Bank of China หรือ PBOC) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate &#8211; LPR) ไว้ในระดับเดิม ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่แปด การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นแม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเผชิญกับภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวลงก็ตาม</p>
<h3>รายละเอียดอัตราดอกเบี้ย LPR ที่ไม่เปลี่ยนแปลง</h3>
<p>สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศล่าสุดนั้น อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ยังคงอยู่ที่ 3% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังคงอยู่ที่ระดับ 3.5% การคงอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทนี้สะท้อนถึงความพยายามของ PBOC ในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราดอกเบี้ย LPR ล่าสุด</td>
<td>1-year LPR ที่ 3% และ 5-year LPR ที่ 3.5%</td>
<td>ตัวเลขตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นฉบับจากแหล่งข่าวอย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ระยะเวลาการคงดอกเบี้ย</td>
<td>คงที่ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 (eighth straight month)</td>
<td>ตรวจสอบข้อมูลระยะเวลาตรงกับที่แหล่งข่าวรายงานไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ประกาศ</td>
<td>People&#8217;s Bank of China (PBOC)</td>
<td>ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบายการเงินของจีนถูกต้องตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>จีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มาตรฐานไว้เท่าเดิม</td>
<td>สรุปใจความสำคัญของข่าวได้ถูกต้อง ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitcoin-steadies-at-93000-as-market-watches-davos-trade-war-rhetoric/" target="_blank" rel="noopener">ราคา Bitcoin ทรงตัวที่ $93,000 ตลาดจับตาวาทะสงครามการค้าจาก Davos</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hyperliquid-surges-ahead-in-decentralized-futures-race-as-rivals-fade/" target="_blank" rel="noopener">Hyperliquid ผงาดผู้นำตลาดฟิวเจอร์สกระจายศูนย์ สวนทางคู่แข่งที่โรยรา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hdfc-bank-faces-high-ldr-challenge-deposit-growth-key-to-margin-recovery/" target="_blank" rel="noopener">HDFC Bank เผชิญความท้าทาย LDR สูง ชี้การเติบโตเงินฝากเป็นกุญแจฟื้นมาร์จิ้น</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ECB แผนรับมือโลกร้อนฉบับใหม่ ขยายขอบเขตสู่ความเสี่ยงจากธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ecb-advances-climate-and-nature-plan-for-2024-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:59:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ECB]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ecb-advances-climate-and-nature-plan-for-2024-2025/</guid>

					<description><![CDATA[ECB แผนรับมือโลกร้อนฉบับใหม่เดินหน้าเต็มสูบ ขยายขอบเขตการทำงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ทั้งผลกระทบช่วงเป...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ECB แผนรับมือโลกร้อนฉบับใหม่เดินหน้าเต็มสูบ ขยายขอบเขตการทำงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ทั้งผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่าน ความเสี่ยงทางกายภาพ และความเสี่ยงจากธรรมชาติ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศแผนงานด้านสภาพอากาศและธรรมชาติสำหรับปี 2024-2025</li>
<li>แผนใหม่มุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก: ผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว, ความเสี่ยงทางกายภาพ และความเสี่ยงจากธรรมชาติ</li>
<li>ECB จะเดินหน้าบูรณาการประเด็นด้านสภาพอากาศเข้ากับการดำเนินนโยบายการเงินและการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ต่อไป</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การทบทวนแผนงานฉบับนี้อีกครั้งในช่วงต้นปี 2025 เพื่อประเมินและปรับปรุงการดำเนินงาน</li>
<li>ผลการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบของความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่มีต่อเศรษฐกิจและระบบการเงิน</li>
</ul>
<h2>ECB ยกระดับนโยบายสีเขียว: เปิด 3 แนวรุกใหม่</h2>
<p>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ประกาศความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านสภาพอากาศและธรรมชาติ โดยได้ส่งมอบภารกิจตามแผนงานเดิมสำเร็จและกำลังเริ่มต้นแผนงานฉบับใหม่สำหรับปี 2024-2025 ซึ่งมีเป้าหมายที่กว้างและลึกซึ้งกว่าเดิม แผนดังกล่าวตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</p>
<p>นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวว่า &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา&#8217; ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีต่อเป้าหมายหลักของธนาคารกลาง</p>
<h3>3 เสาหลักในแผนงานใหม่ของ ECB</h3>
<p>แผนงานฉบับใหม่นี้จะมุ่งเน้นการวิเคราะห์ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่:</p>
<ul>
<li><strong>ผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Impact):</strong> วิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่มีต่อเศรษฐกิจและระบบการเงิน รวมถึงความต้องการด้านการลงทุนและผลกระทบเชิงโครงสร้าง</li>
<li><strong>ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks):</strong> การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบจากความเสี่ยงทางกายภาพของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่วนและภูมิภาคต่างๆ ที่มีความเปราะบาง</li>
<li><strong>ความเสี่ยงจากธรรมชาติ (Nature-related Risks):</strong> การสำรวจผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่มีต่อภารกิจของ ECB โดยเน้นว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพของระบบการเงินอย่างไร</li>
</ul>
<h2>ต่อยอดความสำเร็จ สู่การบูรณาการที่ลึกขึ้น</h2>
<p>การประกาศแผนงานใหม่นี้เป็นการต่อยอดจากวาระด้านสภาพอากาศก่อนหน้านี้ ซึ่ง ECB ได้ริเริ่มบูรณาการปัจจัยด้านสภาพอากาศเข้ากับการดำเนินงานหลายส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับพอร์ตการถือครองพันธบัตรภาคเอกชนให้เอนเอียงไปยังบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้านสภาพอากาศที่ดีขึ้น การจำกัดสินทรัพย์ของบริษัทที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง และการนำปัจจัยด้านสภาพอากาศมาพิจารณาในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์</p>
<p>นายแฟรงก์ เอลเดอร์สัน กรรมการบริหารของ ECB และรองประธานคณะกรรมการกำกับดูแล กล่าวเสริมว่า &#8216;เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจและจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจของเราได้สำเร็จ&#8217; ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ECB มองความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงทางการเงินที่ต้องบริหารจัดการ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>แผนงานด้านสภาพอากาศฉบับใหม่</td>
<td>ECB ประกาศแผนงานปี 2024-2025</td>
<td>เนื้อหาระบุถึงการเริ่มต้นแผนงานใหม่ที่ก้าวหน้าขึ้นหลังจากส่งมอบแผนเดิมสำเร็จ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>3 เสาหลักของแผนใหม่</td>
<td>1. ผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่าน 2. ความเสี่ยงทางกายภาพ 3. ความเสี่ยงจากธรรมชาติ</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาต้นทางระบุ 3 ประเด็นหลักตรงตามที่สรุปในข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Christine Lagarde (ประธาน), Frank Elderson (กรรมการบริหาร)</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่งตามที่ระบุในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กำหนดการทบทวนแผน</td>
<td>จะมีการทบทวนแผนในช่วงต้นปี 2025</td>
<td>ข้อมูลกรอบเวลาสำหรับการทบทวนแผนถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-ipo-market-heats-up-with-four-offerings-in-early-2026/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด IPO อินเดียคึกคักรับต้นปี 2026 จ่อระดมทุน 2,066 โกฏิรูปี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/monzo-expands-ts-anil-role-after-investor-backlash/" target="_blank" rel="noopener">Monzo ปรับบทบาท CEO หลังนักลงทุนกดดัน หวั่นเสียผู้นำคนสำคัญ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/chris-wood-warns-bitcoin-security-risk-from-quantum-computing-shifts-to-gold/" target="_blank" rel="noopener">ความปลอดภัย Bitcoin สั่นคลอน? Chris Wood แห่ง Jefferies ชี้เสี่ยง Quantum Computing หันซบทองคำ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> ECB Press</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bank of England เผชิญเสียงวิจารณ์หนัก หลังเสนอผ่อนคลายกฎเงินกองทุนธนาคาร</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/bank-of-england-faces-criticism-over-loosening-capital-rules/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 05:58:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of England]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[เงินกองทุนธนาคาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/bank-of-england-faces-criticism-over-loosening-capital-rules/</guid>

					<description><![CDATA[Bank of England (BoE) กำลังเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากอดีตผู้บริหารระดับสูง หลังเสนอแผนลดระดับเงิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Bank of England (BoE) กำลังเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากอดีตผู้บริหารระดับสูง หลังเสนอแผนลดระดับเงินกองทุนกันชนส่วนเพิ่มจาก 2% เหลือเพียง 1% ซึ่งถูกมองว่าเป็นความผิดพลาด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Bank of England เสนอลดระดับเงินกองทุนกันชนส่วนเพิ่ม (CCyB) จาก 2% ลงมาอยู่ที่ระดับปกติใหม่ที่ 1%</li>
<li>เซอร์ พอล ทักเกอร์ อดีตรองผู้ว่าการ BoE และเซอร์ จอห์น วิคเกอร์ส ประธานคณะกรรมการอิสระฯ วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็น &#8216;ความผิดพลาด&#8217; และ &#8216;ไม่รอบคอบ&#8217;</li>
<li>ข้อเสนอดังกล่าวจุดประกายความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของสหราชอาณาจักร และความเสี่ยงในการลดทอนกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นหลังวิกฤตปี 2008</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของธนาคารกลางอังกฤษเกี่ยวกับข้อเสนอการปรับลดเงินกองทุนกันชนส่วนเพิ่ม (CCyB) และกำหนดเวลาในการบังคับใช้</li>
<li>ผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่ม &#8216;ขีดความสามารถในการแข่งขัน&#8217; ให้กับหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางกฎระเบียบทางการเงินในอนาคต</li>
</ul>
<h2>ข้อถกเถียงร้อน: BoE ลดเกณฑ์เงินกองทุนสวนกระแส</h2>
<p>ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) กำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลภายใต้สังกัด (Prudential Regulation Authority) ได้ประกาศข้อเสนอเมื่อเดือนที่แล้ว ที่จะปรับลดข้อกำหนดเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความเสี่ยงเชิงระบบ หรือ Countercyclical Capital Buffer (CCyB) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นหลังวิกฤตการเงินปี 2008</p>
<p>ข้อเสนอดังกล่าวคือการปรับลดระดับ CCyB ในภาวะปกติ (neutral level) จากเดิมที่ 2% ของสินทรัพย์เสี่ยง ลงมาอยู่ที่ 1% แม้ว่าระดับเงินกองทุนโดยรวมของธนาคารจะยังคงเท่าเดิมผ่านการปรับเกณฑ์อื่น แต่การลดระดับกันชนที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในยามวิกฤตนี้ได้สร้างความกังวลในหมู่อดีตผู้กำหนดนโยบายระดับสูง</p>
<h2>อดีตผู้บริหารชี้ &#8216;เป็นความผิดพลาด&#8217; หวั่นซ้ำรอยวิกฤต</h2>
<p>เซอร์ พอล ทักเกอร์ อดีตรองผู้ว่าการ BoE ผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปกฎระเบียบหลังวิกฤตการเงินโลก ได้ออกมากล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็น &#8216;ความผิดพลาด&#8217; และเป็น &#8216;เรื่องใหญ่&#8217; เขาแย้งว่าระดับ 2% ถูกกำหนดขึ้นมาให้เป็นมาตรฐานในภาวะปกติอยู่แล้ว การลดระดับลงมาจึงเท่ากับเป็นการลดทอนความสามารถในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต</p>
<p>ในทำนองเดียวกัน เซอร์ จอห์น วิคเกอร์ส ประธานคณะกรรมการอิสระด้านการธนาคาร (Independent Commission on Banking) ก็ได้แสดงความเห็นว่าการกระทำนี้ &#8216;ไม่รอบคอบ&#8217; และจะทำให้ระบบการเงินของสหราชอาณาจักรมีความแข็งแกร่งน้อยลง ทั้งสองท่านมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สวนทางกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปกฎระเบียบที่ต้องการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับภาคธนาคาร</p>
<h3>ท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ</h3>
<p>นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษคนปัจจุบัน ได้ออกมาปกป้องการตัดสินใจดังกล่าว โดยชี้แจงว่าระดับ 2% ไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นระดับปกติอย่างถาวร และการปรับลดลงมาที่ 1% จะช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวยังไม่สามารถลดทอนความกังวลของฝ่ายที่วิจารณ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลมีเป้าหมายด้านการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่มากเกินไป</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อ</th>
<th>นโยบายเดิม</th>
<th>ข้อเสนอใหม่</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ระดับปกติของ CCyB</td>
<td>2% ของสินทรัพย์เสี่ยง</td>
<td>1% ของสินทรัพย์เสี่ยง</td>
</tr>
<tr>
<td>วัตถุประสงค์</td>
<td>สะสมในยามเศรษฐกิจดี เพื่อนำมาใช้ในยามวิกฤต</td>
<td>ปรับลดระดับปกติลง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเปลี่ยนแปลงตัวเลขสำคัญ</td>
<td>เสนอปรับลด CCyB buffer จาก 2% เหลือ 1%</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าตัวเลขดังกล่าวถูกระบุอย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลสำคัญที่วิจารณ์</td>
<td>เซอร์ พอล ทักเกอร์ และ เซอร์ จอห์น วิคเกอร์ส</td>
<td>ตรวจสอบชื่อและตำแหน่งในอดีตของบุคคลทั้งสอง ตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้บริหาร BoE คนปัจจุบัน</td>
<td>ผู้ว่าการ แอนดรูว์ เบลีย์</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่งถูกต้องตามที่ระบุในต้นฉบับ ซึ่งเป็นผู้ปกป้องนโยบายนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>BoE ถูกวิจารณ์ว่าการลด Buffer เป็นความผิดพลาดและไม่รอบคอบ</td>
<td>สรุปประเด็นหลักของข่าวได้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่นำเสนอโดยไม่มีการเพิ่มเติมความเห็น</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-holiday-sparks-debate-from-zerodha-ceo/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นอินเดียหยุดทำการ จุดชนวนถกเถียง CEO Zerodha ชี้กระทบเชื่อมโยงตลาดโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/eia-forecasts-natural-gas-price-to-rise-sharply-in-2027/" target="_blank" rel="noopener">ราคาก๊าซธรรมชาติ EIA คาดการณ์ปี 2026 ทรงตัว ก่อนดีดตัวแรง 33% ในปี 2027</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-plunge-3-percent-as-trump-downplays-iran-war-prospects/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วง 3% หลังทรัมป์ลดท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Financial Times</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์ที่วงการธนาคารชี้ว่า &#8216;เสี่ยงร้ายแรง&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</guid>

					<description><![CDATA[เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจทำลายผลกำไรและกระทบผู้มีเครดิตน้อย</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>คนในวงการธนาคารมองว่านโยบายนี้มีความเสี่ยงร้ายแรง อาจทำให้ธุรกิจบัตรเครดิตส่วนใหญ่ขาดทุน</li>
<li>กลุ่มผู้บริโภคที่มีคะแนนเครดิตไม่สูง (subprime) จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อาจเข้าไม่ถึงสินเชื่อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li><strong>เส้นทางทางกฎหมาย:</strong> ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ แนวทางในการผลักดันให้เป็นกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน และคาดว่าจะเผชิญแรงต้านจากภาคการเงินอย่างหนัก</li>
<li><strong>ผลกระทบต่อผู้บริโภค:</strong> ต้องติดตามว่าหากนโยบายนี้ถูกผลักดันจริง จะส่งผลต่อเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือมีประวัติเครดิตไม่ดีอย่างไร</li>
</ul>
<h2>วงการธนาคารหวั่น &#8216;หายนะ&#8217; หากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต</h2>
<p>แหล่งข่าวจากวงการธนาคารในสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อเสนอของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบที่ &#8216;ร้ายแรง&#8217; ต่ออุตสาหกรรม และมีเส้นทางสู่การปฏิบัติจริงที่ไม่ชัดเจน</p>
<p>ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การจำกัดอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับดังกล่าวจะทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีหรือไม่แข็งแรงพอ (less-than-ideal credit) กลายเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรได้สำหรับสถาบันการเงิน เนื่องจากไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดหนี้เสีย</p>
<h2>ใครคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง?</h2>
<p>แม้ว่าข้อเสนอนี้อาจดูเหมือนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในภาพรวม แต่ผลกระทบที่แท้จริงอาจตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางการเงินมากที่สุด ธนาคารอาจจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไป</p>
<p>ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นคือ:</p>
<ul>
<li>ผู้ที่มีคะแนนเครดิตต่ำอาจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบัตรเครดิตได้เลย</li>
<li>วงเงินอนุมัติอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับลูกค้าหลายกลุ่ม</li>
<li>ธนาคารอาจหันไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทอื่นมาชดเชยส่วนต่างของดอกเบี้ยที่หายไป</li>
</ul>
<p>ดังนั้น นโยบายที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้บริโภคอาจกลายเป็นการตัดโอกาสทางการเงินของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดแทน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอจำกัดเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>เนื้อหาระบุตัวเลข 10% อย่างชัดเจนตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเป็นข้อเสนอของทรัมป์ สอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหมด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นจากวงการธนาคาร</td>
<td>มีความเสี่ยงร้ายแรง (devastating risks) และทำให้ธุรกิจไม่สามารถทำกำไรได้ (unprofitable)</td>
<td>เป็นการสรุปความเห็นจากคนในวงการธนาคารตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงตัวเลข</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>ลูกค้าที่มีเครดิตไม่ดี (customers with less-than-ideal credit)</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุถึงกลุ่มนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/" target="_blank" rel="noopener">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินเฟ้อยูโรโซน คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้าทรงตัวที่ 3.0% ECB เผยผลสำรวจล่าสุด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/eurozone-inflation-expectations-stable-at-3-percent-ecb-november-2025-survey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 05:59:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Expectations Survey]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลางยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจยูโรโซน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/eurozone-inflation-expectations-stable-at-3-percent-ecb-november-2025-survey/</guid>

					<description><![CDATA[เงินเฟ้อยูโรโซน ผลสำรวจล่าสุดชี้คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้ายังคงที่ 3.0% ขณะที่มุมมอง 3 ปีข้างหน้าลดล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินเฟ้อยูโรโซน ผลสำรวจล่าสุดชี้คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้ายังคงที่ 3.0% ขณะที่มุมมอง 3 ปีข้างหน้าลดลงเหลือ 2.2% สะท้อนความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนไปของครัวเรือน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้น (12 เดือน) ของผู้บริโภคในยูโรโซนทรงตัวที่ 3.0%</li>
<li>คาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาว (3 ปี) ปรับตัวลดลงจาก 2.5% มาอยู่ที่ 2.2%</li>
<li>มุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงติดลบ แต่ดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ <span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.3%</span></li>
<li>การคาดการณ์รายได้และการใช้จ่ายชะลอตัวลง สะท้อนความระมัดระวังของผู้บริโภค</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไปของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย</li>
<li>ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนในเดือนถัดๆ ไป ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริง</li>
<li>ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค ว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือไม่</li>
</ul>
<h2>มุมมองเงินเฟ้อระยะสั้น-ยาวสวนทางกัน</h2>
<p>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคาดหวังของผู้บริโภค (Consumer Expectations Survey) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงมุมมองที่น่าสนใจ โดยค่ากลางของอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 3.0% อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระยะยาว 3 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคกลับมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น โดยคาดการณ์เงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ 2.2% จากเดิม 2.5% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาในระยะยาวอาจคลี่คลายลง</p>
<h2>ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและรายได้แผ่วลง</h2>
<p>แม้ว่ามุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะหดตัว <span style='color:#dc2626;font-weight:600'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.3%</span></span> เทียบกับ <span style='color:#dc2626;font-weight:600'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.4%</span></span> ในการสำรวจครั้งก่อน แต่ความเชื่อมั่นในด้านอื่นๆ ยังคงเปราะบาง การคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้าปรับลดลงเหลือ 1.2% จาก 1.3% ขณะที่การคาดการณ์การเติบโตของการใช้จ่ายทรงตัวที่ 3.0% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ส่วนการคาดการณ์อัตราการว่างงานในอีก 12 เดือนข้างหน้ายังคงที่ระดับ 11.0%</p>
<h3>ตลาดอสังหาฯ และสินเชื่อยังคงตึงตัว</h3>
<p>ในส่วนของตลาดสินเชื่อและอสังหาริมทรัพย์ ผลสำรวจชี้ว่าผู้บริโภครับรู้ว่าการเข้าถึงสินเชื่อในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีความเข้มงวดขึ้นเล็กน้อย และคาดว่าจะเข้มงวดขึ้นอีกใน 12 เดือนข้างหน้า สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของราคาบ้านในอีก 12 เดือนข้างหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 2.1% เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5.0% ในอีก 12 เดือนข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อไป</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อคาดการณ์ (12 เดือนข้างหน้า)</th>
<th>ผลสำรวจ พ.ย. 2025</th>
<th>ผลสำรวจ ต.ค. 2025</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราเงินเฟ้อ</td>
<td>3.0%</td>
<td>3.0%</td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตทางเศรษฐกิจ</td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.3%</span></td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.4%</span></td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตของรายได้</td>
<td>1.2%</td>
<td>1.3%</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน</td>
<td>5.0%</td>
<td>5.0%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คาดการณ์เงินเฟ้อ 12 เดือนข้างหน้า</td>
<td>คงที่ที่ 3.0%</td>
<td>ยืนยันตัวเลขจากรายงานผลสำรวจของ ECB เดือนพฤศจิกายน 2025 ตรงกับที่ระบุในเนื้อหา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์เงินเฟ้อ 3 ปีข้างหน้า</td>
<td>ลดลงสู่ 2.2% จาก 2.5%</td>
<td>ยืนยันตัวเลขการเปลี่ยนแปลงจากรายงานต้นฉบับ ซึ่งสะท้อนมุมมองระยะยาวที่ดีขึ้น</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ</td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.3%</span> (เทียบกับ <span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.4%</span> เดือนก่อน)</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าตัวเลขการคาดการณ์เศรษฐกิจหดตัวน้อยลง ซึ่งตรงกับข้อมูลในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เผยแพร่ข้อมูล</td>
<td>ECB (European Central Bank)</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวคือธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตามที่ระบุในต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/minimax-ipo-shares-jump-over-60-percent-on-debut/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น MiniMax เปิดตัวร้อนแรง พุ่งกว่า 60% สะท้อนกระแส AI จีนแห่เข้าตลาดทุน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-inflation-hits-near-three-year-high-december-ppi-contracts/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อจีนพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 3 ปีในเดือน ธ.ค. สวนทางราคาหน้าโรงงาน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-climb-on-rising-geopolitical-risk/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งต่อเนื่อง จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคา</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ecb.europa</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Stagflation คืออะไร? เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจไม่โต เกิดได้ยังไง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/what-is-stagflation-high-inflation-stagnant-economy-explained/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Jan 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[Stagflation]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจถดถอย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14501</guid>

					<description><![CDATA[Stagflation คือหนึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและน่ากังวลที่สุด เป็นการผสมผสานระหว่างภาวะเศรษฐกิจชะงัก...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Stagflation คือหนึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและน่ากังวลที่สุด เป็นการผสมผสานระหว่างภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagnation) ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำและอัตราการว่างงานสูง เข้ากับภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ที่ราคาสินค้าและบริการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Stagflation คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และส่งผลกระทบต่อเราทุกคนอย่างไรบ้าง</p>
<div class="highlight-box">
<h3>Key takeaways</h3>
<ul>
<li>Stagflation คือภาวะที่เศรษฐกิจชะงักงัน (เติบโตต่ำ, ว่างงานสูง) เกิดขึ้นพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อสูง (ของแพงขึ้น)</li>
<li>สาเหตุหลักมักเกิดจาก Supply Shock (ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงกะทันหัน) และนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด</li>
<li>ผลกระทบโดยตรงคือ ประชาชนมีกำลังซื้อลดลง ธุรกิจไม่กล้าลงทุน และเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสูง</li>
<li>การแก้ไขทำได้ยาก เนื่องจากนโยบายที่ใช้แก้ปัญหาเงินเฟ้อ (ขึ้นดอกเบี้ย) อาจทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (ลดดอกเบี้ย) ก็อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นไปอีก</li>
</ul>
</div>
<h2>ทำความเข้าใจ Stagflation: เมื่อสองปัญหามารวมกัน</h2>
<p>โดยปกติแล้ว ภาวะเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจชะงักงันมักจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดี คนมีงานทำ มีการใช้จ่ายสูง มักจะนำไปสู่เงินเฟ้อ (Demand-Pull Inflation) ในทางกลับกัน เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว การว่างงานสูง คนใช้จ่ายน้อยลง เงินเฟ้อก็ควรจะลดต่ำลง</p>
<p>แต่ Stagflation คือฝันร้ายของนักเศรษฐศาสตร์และผู้กำหนดนโยบาย เพราะมันคือสถานการณ์ที่กฎเกณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นจริง คำว่า &#8220;Stagflation&#8221; เป็นการผสมคำระหว่าง &#8220;Stagnation&#8221; (ความชะงักงัน) และ &#8220;Inflation&#8221; (เงินเฟ้อ) ซึ่งหมายถึงสภาวะที่ GDP เติบโตช้าหรือติดลบ อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันระดับราคาสินค้ากลับถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<h2>สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Stagflation</h2>
<p>ภาวะ Stagflation ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เมื่อเกิดขึ้นมักมีสาเหตุซับซ้อนที่เกี่ยวพันกัน โดยสาเหตุหลักๆ ที่นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับ มีดังนี้</p>
<div class="content-box">
<h4>1. อุปทานช็อก (Supply Shock)</h4>
<p>นี่คือสาเหตุที่คลาสสิกที่สุด เป็นสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตของสินค้าและบริการที่สำคัญพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น ราคาน้ำมัน พลังงาน หรือวัตถุดิบทางการเกษตร เมื่อต้นทุนสูงขึ้น ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้น (Cost-Push Inflation) และในขณะเดียวกันก็อาจลดกำลังการผลิตลงเพราะไม่คุ้มทุน ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและเกิดการเลิกจ้าง</p>
<p>ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 เมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ประกาศคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่า ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกเผชิญกับภาวะ Stagflation อย่างรุนแรง</p>
</div>
<h4>2. นโยบายการเงินและการคลังที่ผิดพลาด</h4>
<p>นโยบายของรัฐบาลและธนาคารกลางก็สามารถสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเกิด Stagflation ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินเข้าระบบมากเกินไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงโดยที่ไม่ได้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและยั่งยืน ในขณะเดียวกัน นโยบายการคลังที่จำกัดอุปทาน เช่น การตั้งกำแพงภาษีสูง หรือกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป ก็อาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและจำกัดการเติบโตของธุรกิจได้</p>
<h4>3. การคาดการณ์เงินเฟ้อ (Inflation Expectations)</h4>
<p>เมื่อประชาชนและภาคธุรกิจเริ่มคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป พฤติกรรมของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไป พนักงานจะเรียกร้องค่าแรงที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยค่าครองชีพที่แพงขึ้น ในขณะที่บริษัทต่างๆ ก็จะรีบขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร สิ่งนี้สามารถสร้างวงจรที่เรียกว่า &#8220;Wage-Price Spiral&#8221; หรือ &#8220;วงจรค่าจ้าง-ราคา&#8221; ที่ผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เศรษฐกิจไม่ได้เติบโตตาม</p>
<h2>ผลกระทบของ Stagflation ต่อประชาชนและธุรกิจ</h2>
<p>Stagflation ส่งผลกระทบในวงกว้างและสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงนักลงทุนและรัฐบาล</p>
<ul>
<li><strong>กำลังซื้อลดลง:</strong> เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม หรืออาจลดลงจากการว่างงาน ทำให้เงินในกระเป๋าของเรามีค่าน้อยลง ซื้อของได้น้อยลง คุณภาพชีวิตจึงแย่ลง</li>
<li><strong>การว่างงานเพิ่มสูงขึ้น:</strong> ธุรกิจต่างๆ ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง ทำให้ต้องชะลอการจ้างงาน หรืออาจต้องปลดพนักงานออกเพื่อความอยู่รอด</li>
<li><strong>ความไม่แน่นอนในการลงทุน:</strong> ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทำให้ธุรกิจไม่กล้าตัดสินใจลงทุนขยายกิจการ ซึ่งส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว การ <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-save-money-on-low-salary-effectively/" target="_blank">การวางแผนการเงินส่วนบุคคล</a> กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง</li>
<li><strong>ความท้าทายของนักลงทุน:</strong> ในภาวะ Stagflation สินทรัพย์เพื่อการลงทุนส่วนใหญ่มักให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก หุ้นได้รับผลกระทบจากผลประกอบการบริษัทที่ย่ำแย่ ส่วนพันธบัตรก็ให้ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบเมื่อหักลบกับอัตราเงินเฟ้อที่สูง</li>
</ul>
<h2>การรับมือและแก้ไข: ทางสองแพร่งของนโยบาย</h2>
<p>ความท้าทายที่สุดของการจัดการ Stagflation คือ &#8220;Policy Dilemma&#8221; หรือทางสองแพร่งของนโยบาย เพราะเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาหนึ่ง มักจะทำให้อีกปัญหาหนึ่งเลวร้ายลง</p>
<p>หากธนาคารกลางต้องการสู้กับเงินเฟ้อ ก็จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว เช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ แต่การทำเช่นนี้ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้เศรษฐกิจที่ชะงักงันอยู่แล้วถดถอยรุนแรงขึ้นไปอีก และอาจทำให้คนตกงานมากขึ้น การตัดสินใจเกี่ยวกับ <a href="https://www.bangkoktoday.net/uk-inflation-slows-to-3-2-percent-november-rate-cut-pressure/" target="_blank">อัตราดอกเบี้ยนโยบาย</a> จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก</p>
<p>ในทางกลับกัน หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดการว่างงาน โดยใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว เช่น การอัดฉีดเงินเข้าระบบ หรือลดภาษี ก็อาจยิ่งไปโหมกระพือให้ไฟเงินเฟ้อลุกลามบานปลายไปกันใหญ่ การดำเนิน <a href="https://www.bangkoktoday.net/christopher-waller-fed-chair-candidate-vows-to-emphasize-independence-to-trump/" target="_blank">นโยบายของธนาคารกลาง</a> ที่เป็นอิสระและเด็ดขาดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>ในอดีต วิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผล (แม้จะเจ็บปวด) คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ในยุคของประธานพอล โวลเกอร์ (Paul Volcker) ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เพื่อปราบเงินเฟ้อให้สิ้นซาก แม้จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ก็สามารถทำลายวงจรการคาดการณ์เงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว</p>
<p>โดยสรุป Stagflation คือภาวะเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและเป็นอันตราย การเกิดขึ้นของมันเป็นการผสมผสานระหว่างปัจจัยด้านอุปทานและนโยบายที่ผิดพลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและผลกระทบของมันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>Stagflation แตกต่างจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อย่างไร?</h3>
<p>ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) โดยทั่วไปหมายถึงช่วงที่ GDP หดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส ซึ่งมักจะมาพร้อมกับอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำหรือติดลบ แต่ Stagflation คือภาวะที่เศรษฐกิจหดตัวหรือเติบโตต่ำ (เหมือน Recession) แต่กลับมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงสวนทางกัน</p>
<h3>ประเทศไทยเคยเจอภาวะ Stagflation หรือไม่?</h3>
<p>ประเทศไทยเคยเผชิญกับสภาวะที่คล้ายคลึงกับ Stagflation ในช่วงหลังวิกฤตน้ำมันครั้งแรกในปี 1973-1974 ที่เศรษฐกิจเติบโตชะลอตัวลงอย่างมาก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงไปถึง 24% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานและไม่ได้รุนแรงเท่ากับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป</p>
<h3>ในฐานะนักลงทุน ควรทำอย่างไรในภาวะ Stagflation?</h3>
<p>เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมากสำหรับการลงทุน นักลงทุนอาจต้องพิจารณาสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ เช่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) และกลุ่มสินค้าจำเป็น (Consumer Staples) ที่ยังคงมียอดขายแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</p>
<h3>ภาวะ Stagflation จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่?</h3>
<p>มีความเป็นไปได้เสมอ แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงในปัจจุบัน เช่น สงครามที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและอาหาร ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก หรือการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด ล้วนเป็นชนวนที่อาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation ได้ในอนาคต การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจสภาวะเศรษฐกิจมหภาคจึงเป็นสิ่งจำเป็น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>QE/QT คืออะไร? กลไกสภาพคล่องที่ทำให้ตลาดสินทรัพย์ผันผวนแรง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/what-is-qe-qt-liquidity-mechanism-asset-market-volatility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[QE]]></category>
		<category><![CDATA[QT]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพคล่อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14495</guid>

					<description><![CDATA[เคยสงสัยไหมว่าทำไมตลาดหุ้น คริปโต หรือสินทรัพย์ต่างๆ ถึงมีความผันผวนรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา? ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เคยสงสัยไหมว่าทำไมตลาดหุ้น คริปโต หรือสินทรัพย์ต่างๆ ถึงมีความผันผวนรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา? คำตอบสำคัญส่วนหนึ่งซ่อนอยู่ในคำว่า QE และ QT ซึ่งเป็นเครื่องมือทรงพลังของธนาคารกลาง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า <strong>QE/QT คืออะไร</strong> และกลไกเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องในระบบการเงินและพอร์ตการลงทุนของคุณอย่างไร</p>
<div class="highlight-box">
<h3>Key takeaways</h3>
<ul>
<li><strong>Quantitative Easing (QE)</strong> คือ การที่ธนาคารกลางซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน (ส่วนใหญ่คือพันธบัตรรัฐบาล) เพื่ออัดฉีดเงินหรือเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการใช้จ่าย</li>
<li><strong>Quantitative Tightening (QT)</strong> คือ กระบวนการที่ตรงกันข้าม โดยธนาคารกลางจะลดขนาดงบดุลของตนเองผ่านการขายสินทรัพย์หรือปล่อยให้พันธบัตรหมดอายุโดยไม่ซื้อใหม่ เพื่อดูดซับสภาพคล่องออกจากระบบ มีเป้าหมายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ</li>
<li>QE มักทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและคริปโต ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องล้นระบบและอัตราดอกเบี้ยต่ำ</li>
<li>QT มักสร้างแรงกดดันต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ตลาดมีความผันผวนสูงขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องลดลงและต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น</li>
<li>การทำความเข้าใจวงจรของ QE และ QT เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนในการปรับกลยุทธ์และบริหารความเสี่ยงในยุคปัจจุบัน</li>
</ul>
</div>
<h2>ทำความรู้จัก Quantitative Easing (QE): การอัดฉีดสภาพคล่องครั้งมหาศาล</h2>
<p>Quantitative Easing หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า QE คือนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษที่ธนาคารกลางนำมาใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะวิกฤตหรือซบเซา และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนเข้าใกล้ศูนย์แล้วยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียงพอ</p>
<p>หลักการทำงานของ QE นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ธนาคารกลางจะสร้างเงินใหม่ขึ้นมาในรูปแบบดิจิทัล (ไม่ได้พิมพ์ธนบัตรจริงๆ) แล้วนำเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปไล่ซื้อสินทรัพย์ทางการเงินในตลาดเปิด โดยส่วนใหญ่มักเป็นพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และบางครั้งอาจรวมถึงตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีหลักประกัน (Mortgage-Backed Securities) การกระทำเช่นนี้เปรียบเสมือนการ &#8220;อัดฉีด&#8221; สภาพคล่องหรือปริมาณเงินเข้าสู่ระบบการเงินโดยตรง</p>
<p>เป้าหมายหลักของ QE คือ:</p>
<ul>
<li><strong>กดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง:</strong> เมื่อธนาคารกลางเข้าไปซื้อพันธบัตรจำนวนมาก จะทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรลดลง อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจก็จะปรับตัวลดลงตามไปด้วย</li>
<li><strong>กระตุ้นการกู้ยืมและการลงทุน:</strong> เมื่อต้นทุนการกู้ยืมถูกลง ภาคธุรกิจและครัวเรือนจะมีแรงจูงใจในการกู้เงินเพื่อนำไปลงทุนหรือใช้จ่ายมากขึ้น</li>
<li><strong>สร้าง Wealth Effect:</strong> สภาพคล่องที่ล้นระบบทำให้นักลงทุนต้องมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น จึงโยกย้ายเงินจากสินทรัพย์ปลอดภัย (เช่น พันธบัตร) ไปยังสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนรู้สึกมั่งคั่งและกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>แล้ว Quantitative Tightening (QT) คืออะไร? ขั้วตรงข้ามของ QE</h2>
<p>เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล ธนาคารกลางจะเริ่มเปลี่ยนนโยบายจากผ่อนคลายเป็นตึงตัว เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ นี่คือจุดที่ Quantitative Tightening หรือ QT เข้ามามีบทบาท โดยเป็นกระบวนการที่ตรงกันข้ามกับ QE ทุกประการ</p>
<p>QT คือการที่ธนาคารกลาง &#8220;ดูดซับ&#8221; สภาพคล่องออกจากระบบการเงิน โดยการลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) ที่เคยพองโตขึ้นจากการทำ QE ในอดีต ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีหลัก:</p>
<ol>
<li><strong>Passive QT (Balance Sheet Run-off):</strong> เป็นวิธีที่นุ่มนวลที่สุด โดยธนาคารกลางจะปล่อยให้พันธบัตรที่ถือครองอยู่หมดอายุลงตามกำหนด และไม่นำเงินต้นที่ได้รับคืนกลับไปซื้อพันธบัตรใหม่ (Reinvestment) ทำให้ปริมาณเงินในระบบลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป</li>
<li><strong>Active QT (Outright Sales):</strong> เป็นวิธีที่แข็งกร้าวกว่า โดยธนาคารกลางจะทำการขายพันธบัตรที่ถือครองอยู่ออกสู่ตลาดโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบหายไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าวิธีแรก</li>
</ol>
<p>เป้าหมายของ QT คือการทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น เพื่อชะลอการกู้ยืมและการใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การดำเนินนโยบายนี้เหมือนกับการค่อยๆ ปิดวาล์วน้ำที่เคยเปิดไว้อย่างเต็มที่ในช่วง QE นั่นเอง การทำความเข้าใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ดังที่ <a href="https://www.bangkoktoday.net/christopher-waller-fed-chair-candidate-vows-to-emphasize-independence-to-trump/" target="_blank">คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการ Fed</a> ได้ย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอิสระในการตัดสินใจนโยบายการเงิน</p>
<div class="table-responsive">
<div class="content-table-wrap">
<table class="table content-table">
<thead>
<tr>
<th>คุณลักษณะ</th>
<th>Quantitative Easing (QE)</th>
<th>Quantitative Tightening (QT)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><strong>เป้าหมาย</strong></td>
<td>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ลดความเสี่ยงภาวะเงินฝืด</td>
<td>ควบคุมเงินเฟ้อ, ชะลอเศรษฐกิจที่ร้อนแรง</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>วิธีการ</strong></td>
<td>ธนาคารกลางซื้อสินทรัพย์ (เช่น พันธบัตร)</td>
<td>ธนาคารกลางขายสินทรัพย์หรือปล่อยให้หมดอายุ</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>ผลต่อสภาพคล่อง</strong></td>
<td>เพิ่มปริมาณเงินในระบบ (อัดฉีดสภาพคล่อง)</td>
<td>ลดปริมาณเงินในระบบ (ดูดซับสภาพคล่อง)</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>ผลต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว</strong></td>
<td>ลดลง</td>
<td>สูงขึ้น</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>ผลต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง</strong></td>
<td>มักจะปรับตัวสูงขึ้น (ตลาดกระทิง)</td>
<td>มักจะถูกกดดันและผันผวน (ตลาดหมี/ตลาดไซด์เวย์)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>QE และ QT ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนอย่างไร?</h2>
<p>สำหรับนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงจากยุค QE ไปสู่ยุค QT เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจากสภาวะ &#8220;Risk-On&#8221; ไปสู่ &#8220;Risk-Off&#8221; ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><strong>ในช่วง QE:</strong> สภาพคล่องที่ล้นเหลือและดอกเบี้ยต่ำเป็นเหมือนสวรรค์ของสินทรัพย์เสี่ยง เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น, อสังหาริมทรัพย์, และแม้กระทั่งสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอย่างมหาศาล นักลงทุนกล้าที่จะรับความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากหรือพันธบัตร เรามักจะเห็นดัชนีตลาดหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในยุคนี้ ซึ่ง <a href="https://www.bangkoktoday.net/strong-liquidity-in-india-market-seen-from-icici-pru-amc-ipo/" target="_blank">สภาพคล่องตลาดหุ้นอินเดียที่แข็งแกร่ง</a> ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของผลกระทบจากสภาพคล่องทั่วโลก</p>
<p><strong>ในช่วง QT:</strong> สถานการณ์กลับตาลปัตร เมื่อสภาพคล่องถูกดูดซับออกไปและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ ก็สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผลกำไรมีแนวโน้มลดลง ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นก็ดึงดูดเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดจึงมีความผันผวนสูง นักลงทุนต้องระมัดระวังมากขึ้น หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) ที่เคยร้อนแรงอาจถูกเทขายอย่างหนัก การปรับตัวของ <a href="https://www.bangkoktoday.net/uk-inflation-slows-to-3-2-percent-november-rate-cut-pressure/" target="_blank">เงินเฟ้ออังกฤษที่ชะลอตัวลง</a> อาจเป็นสัญญาณที่ทำให้ธนาคารกลางพิจารณาชะลอการทำ QT ได้ในอนาคต</p>
<p>โดยสรุป QE และ QT เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนทั่วโลก การเข้าใจว่าขณะนี้เราอยู่ในวงจรใดของนโยบายการเงินจะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสม เพื่อรับมือกับความผันผวนและแสวงหาโอกาสในทุกสภาวะตลาด</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>QE เหมือนกับการพิมพ์เงินแจกประชาชนหรือไม่?</h3>
<p>ไม่เหมือนกันโดยตรง QE คือการที่ธนาคารกลางสร้างเงินใหม่เพื่อไปแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ทางการเงิน (พันธบัตร) จากสถาบันการเงิน ไม่ใช่การนำเงินไปแจกให้ประชาชนโดยตรง หรือที่เรียกว่า Helicopter Money เงินที่อัดฉีดเข้ามาจะอยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ก่อนที่จะถูกปล่อยกู้ออกมาสู่ระบบเศรษฐกิจจริง</p>
<h3>ธนาคารกลางจะทำ QT ไปตลอดหรือไม่?</h3>
<p>ไม่ตลอดไป การทำ QT เป็นกระบวนการเพื่อทำให้สถานะทางการเงินกลับสู่ภาวะปกติ (Normalization) หลังจากทำ QE มาเป็นเวลานาน ธนาคารกลางจะดำเนินนโยบาย QT ไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายด้านเงินเฟ้อ หรือจนกว่าจะเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงเกินไป ซึ่งอาจทำให้ต้องหยุดหรือกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายอีกครั้ง</p>
<h3>เราจะรู้ได้อย่างไรว่าธนาคารกลางจะเริ่มทำ QE หรือ QT เมื่อไหร่?</h3>
<p>นักลงทุนสามารถติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อ (CPI), อัตราการว่างงาน, และการเติบโตของ GDP นอกจากนี้ การติดตามแถลงการณ์ รายงานการประชุม และสุนทรพจน์ของประธานและคณะกรรมการธนาคารกลาง (เช่น Fed, ECB, BOJ) จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต</p>
<h3>นโยบาย QE/QT ส่งผลต่อค่าเงินหรือไม่?</h3>
<p>ส่งผลโดยตรง โดยทั่วไปแล้ว QE มีแนวโน้มทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นๆ อ่อนค่าลง เนื่องจากปริมาณเงินในระบบที่เพิ่มขึ้นและความน่าสนใจของผลตอบแทนที่ลดลง ในทางกลับกัน QT มีแนวโน้มทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น เนื่องจากปริมาณเงินที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยฮ่องกงมีแนวโน้มลดลง คาด Fed อาจหั่นอีก 0.75% ในปี 2026</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-interbank-rates-forecast-to-drop-on-expected-us-monetary-easing-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2026 23:58:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-interbank-rates-forecast-to-drop-on-expected-us-monetary-easing-2026/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยฮ่องกงคาดว่าจะปรับตัวลดลงในปี 2026 ตามทิศทางธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่นักวิเคราะห์มองว่าอาจลดดอกเ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยฮ่องกงคาดว่าจะปรับตัวลดลงในปี 2026 ตามทิศทางธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่นักวิเคราะห์มองว่าอาจลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกถึง 0.75% ภายใต้ประธาน Fed คนใหม่</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.75% ในปี 2026</li>
<li>การปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนสินเชื่อระหว่างธนาคารของฮ่องกงลดลง</li>
<li>การคาดการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีการปรับลดดอกเบี้ยไปแล้ว 1.00% ในปี 2024 และอีก 0.75% ในปี 2025</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ในปี 2026 และทิศทางนโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้น</li>
<li>การตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ตลอดปี 2026 ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยตามคาดการณ์หรือไม่</li>
<li>การตอบสนองของธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ต่อนโยบายของ Fed เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ</li>
</ul>
<h2>คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยปี 2026</h2>
<p>นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในปี 2026 มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกถึง 75 เบสิสพอยต์ หรือ 0.75% การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนสินเชื่อที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารของฮ่องกง (HIBOR) ปรับตัวลดลงตามไปด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Prime Rate) ซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ต่อไป การดำเนินนโยบายของฮ่องกงมักจะเคลื่อนไหวตามสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ผูกค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ</p>
<h2>ภาพรวมการลดดอกเบี้ยช่วงปี 2024-2025</h2>
<p>การคาดการณ์ถึงการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2026 นี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีก่อนหน้า โดยข้อมูลระบุว่าทั้ง Fed และธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงรวม 75 เบสิสพอยต์ในปี 2025 ซึ่งตามมาหลังจากการปรับลดครั้งใหญ่ถึง 1.00% ในปี 2024 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพื้นฐานของฮ่องกงในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4%</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ปี</th>
<th>การปรับลดอัตราดอกเบี้ย (ตามรายงาน)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>2024</td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.00%</span></span> (100 basis points)</td>
</tr>
<tr>
<td>2025</td>
<td><span style='color:#dc2626;font-weight:600'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.75%</span></span> (75 basis points)</td>
</tr>
<tr>
<td>2026 (คาดการณ์)</td>
<td>อาจลดลงถึง <span style='color:#dc2626;font-weight:600'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.75%</span></span> (75 basis points)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยปี 2026</td>
<td>Fed อาจลดดอกเบี้ยลงถึง 75 basis points</td>
<td>ระบุชัดเจนว่าเป็นเพียงการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การลดดอกเบี้ยในปี 2025</td>
<td>Fed และ HKMA ลดลง 75 basis points</td>
<td>ตรวจสอบความสอดคล้องของตัวเลขภายในเนื้อหาข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การลดดอกเบี้ยในปี 2024</td>
<td>ลดลง 1 percentage-point (100 basis points)</td>
<td>ตรวจสอบความสอดคล้องของตัวเลขภายในเนื้อหาข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราดอกเบี้ยพื้นฐานฮ่องกงปัจจุบัน</td>
<td>อยู่ที่ระดับ 4%</td>
<td>ข้อมูลตัวเลขถูกคัดลอกและนำเสนอตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-economy-forecast-3-2-percent-growth-2026-outlook/" target="_blank" rel="noopener">เศรษฐกิจฮ่องกงคาดโต 3.2% ปีนี้ รัฐมนตรีคลังชี้สัญญาณบวกถึงปี 2026</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> SCMP</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงานการประชุม Fed เผยกรรมการเสียงแตกประเด็นลดดอกเบี้ยเดือนธ.ค.</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-minutes-show-officials-split-over-december-rate-cut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 19:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-minutes-show-officials-split-over-december-rate-cut/</guid>

					<description><![CDATA[รายงานการประชุม Fed เผยให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการตัดสินใจลดอัต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">รายงานการประชุม Fed เผยให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมที่ผ่านมา</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยรายงานการประชุม (minutes) ประจำเดือนธันวาคม</li>
<li>เนื้อหาในรายงานบ่งชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในหมู่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ</li>
<li>ประเด็นหลักที่ทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกันคือเรื่องการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีและความเห็นของประธาน Fed และกรรมการท่านอื่นๆ ในการสื่อสารต่อสาธารณะครั้งถัดไป</li>
<li>ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมา ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจในการประชุมครั้งหน้า</li>
</ul>
<h2>Fed เผยรายงานการประชุม สะท้อนความเห็นต่าง</h2>
<p>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธันวาคมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมุมมองและการอภิปรายของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน รายงานฉบับนี้นับเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตามอง เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต</p>
<h3>ประเด็นสำคัญ: กรรมการเสียงแตกเรื่องลดดอกเบี้ย</h3>
<p>หัวใจสำคัญของรายงานการประชุมครั้งนี้คือการเปิดเผยให้เห็นถึงความแตกแยกทางความคิด (tight split) ของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม การที่ความคิดเห็นไม่เป็นเอกฉันท์สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจ และความซับซ้อนในการตัดสินใจท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเปิดเผยรายงานการประชุม</td>
<td>&#8216;Fed released minutes from its December meeting on Tuesday.&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่า Fed ได้เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนธันวาคมในวันอังคาร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เนื้อหาหลักในรายงาน</td>
<td>&#8216;officials were in tight split over December rate cut&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ Fed มีความเห็นแตกแยกกันเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขสถิติประกอบ</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขในแหล่งข่าว</td>
<td>ข่าวนี้เน้นที่มุมมองของคณะกรรมการ ไม่ได้ให้ข้อมูลตัวเลขตลาดหรือสถิติใดๆ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>&#8216;Federal Reserve&#8217;</td>
<td>ใช้ชื่อหน่วยงานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ai-bubble-comparison-to-1929-wall-street-crash/" target="_blank" rel="noopener">ภาวะฟองสบู่ AI น่ากังวล? ส่องสถิติเทียบวิกฤต Wall Street 1929</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/grayscale-files-for-first-us-bittensor-tao-etp/" target="_blank" rel="noopener">Grayscale ยื่นจัดตั้ง ETP เหรียญ TAO ครั้งแรกในสหรัฐฯ จับตากระแส AI แบบกระจายศูนย์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/gen-z-credit-card-debt-from-minimum-payment-misunderstanding/" target="_blank" rel="noopener">หนี้บัตรเครดิต Gen Z พุ่งน่าห่วง เผย 35% เข้าใจผิดเรื่องดอกเบี้ยจ่ายขั้นต่ำ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
