<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>น้ำตาลกับโรคอ้วน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 Sep 2023 10:37:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>น้ำตาลกับโรคอ้วน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สารให้ความหวานอันตรายหรือไม่ กินหวานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/sugar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[FernFor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Sep 2023 10:37:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาลกับโรคอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สารทดแทนน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[สารให้ความหวาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=11971</guid>

					<description><![CDATA[สารให้ความหวานอันตรายหรือไม่ กินหวานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ เป็นสารทดแทนน้ำตาลที่มีความนิยมมากในกลุ่ม...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สารให้ความหวานอันตรายหรือไม่ กินหวานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ เป็นสารทดแทนน้ำตาลที่มีความนิยมมากในกลุ่มของท่านที่มีโรคประจำจตัว หรือ ท่านที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ อาหารทางเลือก โดยสารให้ความหวาน คือ สารที่เติมลงในอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มมีรสหวาน สารให้ความหวานมีด้วยกันหลายชนิด แบ่งตามแหล่งที่มาได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ</p>
<p><a href="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11972" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน-300x200.jpg" alt="สารให้ความหวาน" width="600" height="400" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน-300x200.jpg 300w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน-660x440.jpg 660w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน-600x400.jpg 600w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/สารให้ความหวาน.jpg 750w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><strong>สารให้ความหวานธรรมชาติ</strong> เช่น น้ำเชื่อมจากน้ำตาลอ้อย น้ำเชื่อมจากข้าวโพด น้ำผึ้ง น้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลกลูโคส<br />
<strong>สารให้ความหวานสังเคราะห์</strong> เช่น แอสปาแตม ซูคราโลส ไซลิทอล แมนนิทอล โซเดียมไซคลาเมต<br />
สารให้ความหวานทั้งธรรมชาติและสังเคราะห์นั้น ไม่มีแคลอรีหรือมีแคลอรีต่ำมาก จึงนิยมนำมาใช้ในอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรี</p>
<p>ความปลอดภัยของสารให้ความหวานนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของสารให้ความหวานและปริมาณที่บริโภค สารให้ความหวานธรรมชาติส่วนใหญ่ถือว่าปลอดภัยสำหรับบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เช่น น้ำเชื่อมจากน้ำตาลอ้อย น้ำเชื่อมจากข้าวโพด น้ำผึ้ง น้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลกลูโคส ส่วนสารให้ความหวานสังเคราะห์นั้น ได้มีการศึกษาวิจัยถึงความปลอดภัยอย่างกว้างขวาง พบว่าส่วนใหญ่ปลอดภัยสำหรับบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีบางชนิดที่มีข้อควรระวัง เช่น</p>
<ul>
<li><strong>แอสปาแตม</strong> พบว่าอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ชาตามร่างกาย กระตุกกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่มีภาวะฟีนิลคีโตนูเรีย (PKU) ไม่ควรบริโภคแอสปาแตม เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยสลายฟีนิลอะลานีนได้</li>
<li><strong>ซูคราโลส</strong> พบว่ามีความปลอดภัยสำหรับบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม พบว่าอาจทำให้ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อย<br />
ไซลิทอล และ แมนนิทอล เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ พบในผลไม้และผักบางชนิด พบว่าอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย หากบริโภคในปริมาณสูง</li>
<li><strong>โซเดียมไซคลาเมต</strong> พบว่าปลอดภัยสำหรับบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้จำกัดการบริโภคโซเดียมไซคลาเมตไม่เกิน 11 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดแพ้ เช่น ลมพิษ คันตามผิวหนัง<br />
คำแนะนำในการบริโภคสารให้ความหวาน</li>
</ul>
<div class="entry-content-asset videofit"><iframe title="สารทดแทนความหวานอันตรายหรือไม่ กินหวานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ | Top to Toe EP.52" width="720" height="405" src="https://www.youtube.com/embed/Fk8D8TxOdvE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></div>
<p>โดยสรุปแล้ว สารให้ความหวานส่วนใหญ่ปลอดภัยสำหรับบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารให้ความหวานแต่ละชนิดก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ สารให้ความหวานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจนำไปสู่โรคอ้วน เนื่องจากสารให้ความหวานสามารถกระตุ้นความอยากอาหารและเพิ่มปริมาณแคลอรีที่บริโภคได้ การศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานสังเคราะห์ มีโอกาสที่จะบริโภคแคลอรีมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีสารให้ความหวาน นอกจากนี้ สารให้ความหวานยังอาจทำให้ร่างกายปรับตัวให้ทนต่อความหวานได้ ซึ่งอาจทำให้ต้องบริโภคสารให้ความหวานมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้รสหวานที่พอใจ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
