<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>น้ำท่วม &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Dec 2025 02:29:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>น้ำท่วม &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กรมอุตุเตือนภาคใต้ 11 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน 14-16 ธ.ค. นี้</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/thai-met-dept-warns-11-southern-provinces-of-heavy-rain-and-floods-dec-14-16/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 02:29:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[กรมอุตุนิยมวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[พยากรณ์อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าวไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/thai-met-dept-warns-11-southern-provinces-of-heavy-rain-and-floods-dec-14-16/</guid>

					<description><![CDATA[กรมอุตุเตือนภาคใต้ 11 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 14-16 ธ.ค. 68 เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">กรมอุตุเตือนภาคใต้ 11 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 14-16 ธ.ค. 68 เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมในอ่าวไทยสูงกว่า 3 เมตร</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยภาคใต้ 11 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนักระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2568</li>
<li>มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง</li>
<li>คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรง ความสูงของคลื่นอาจเกิน 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังและงดออกจากฝั่ง</li>
<li>ขณะที่ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อากาศหนาวเย็นลง</li>
</ul>
</div>
<h2>กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฉบับล่าสุด</h2>
<p>กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ 11 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 ธันวาคม 2568 นี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและที่ลุ่มต่ำใกล้ทางน้ำไหลผ่าน</p>
<h3>ผลกระทบและพื้นที่เสี่ยงในภาคใต้</h3>
<p>อิทธิพลจากสภาพอากาศแปรปรวนจะส่งผลให้มีฝนตกสะสมในปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมถึงวางแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น</p>
<h3>คำเตือนสำหรับชาวเรือและสถานการณ์คลื่นลม</h3>
<p>สำหรับสถานการณ์คลื่นลมในทะเล กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เนื่องจากลมมีกำลังแรง จึงขอเตือนให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และแนะนำให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย</p>
<h2>สภาพอากาศประเทศไทยตอนบน</h2>
<p>ในขณะที่ภาคใต้เผชิญกับฝนตกหนัก ประเทศไทยตอนบนกลับมีแนวโน้มที่สภาพอากาศจะหนาวเย็นลง โดยคาดว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส ประชาชนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรเตรียมเครื่องนุ่งห่มให้พร้อมเพื่อรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>พื้นที่</th>
<th>คำเตือน</th>
<th>รายละเอียด</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ภาคใต้ 11 จังหวัด</td>
<td>ฝนตกหนักถึงหนักมาก</td>
<td>เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก (14-16 ธ.ค. 68)</td>
</tr>
<tr>
<td>อ่าวไทยตอนล่าง</td>
<td>คลื่นลมแรง</td>
<td>ความสูงคลื่นมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเทศไทยตอนบน</td>
<td>อากาศหนาวเย็นลง</td>
<td>อุณหภูมิลดลง 2-5 องศาเซลเซียส</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li><strong>ช่วงเวลาเฝ้าระวัง:</strong> วันที่ 14-16 ธันวาคม 2568 เป็นช่วงที่ภาคใต้จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมากที่สุด</li>
<li><strong>พื้นที่เสี่ยงหลัก:</strong> 11 จังหวัดในภาคใต้ (ยังไม่ระบุชื่อ) มีความเสี่ยงสูงต่อน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก</li>
<li><strong>คำเตือนชาวเรือ:</strong> อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาด</li>
<li><strong>สภาพอากาศภาคอื่น:</strong> ภาคเหนือและอีสานจะมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างชัดเจน จากอุณหภูมิที่ลดลง 2-5 องศาฯ</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ช่วงเวลาเตือนภัย</td>
<td>14–16 ธ.ค. 68</td>
<td>ระบุช่วงวันที่และปี พ.ศ. 2568 อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>พื้นที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>ภาคใต้ 11 จังหวัด</td>
<td>ระบุจำนวนจังหวัดที่เสี่ยงภัย แต่ไม่ได้ระบุชื่อจังหวัด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความสูงของคลื่น</td>
<td>สูงกว่า 3 เมตร</td>
<td>เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ชัดเจนจากกรมอุตุนิยมวิทยา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อุณหภูมิลดลง</td>
<td>ตอนบนอากาศหนาวลง 2–5 องศา</td>
<td>ระบุช่วงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในภาคอื่นของประเทศ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> กรมอุตุนิยมวิทยา</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 Trick for flood : เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/flood-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[FernFor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Oct 2023 08:22:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ลุยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=12129</guid>

					<description><![CDATA[เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบกับอุทกภัยบ่อยครั้ง ในช่วงฤดูฝน หลายพื้น...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย </strong>ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบกับอุทกภัยบ่อยครั้ง ในช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง ทำให้การสัญจรทางบกทำได้ยากลำบาก หลายคนอาจจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วมเพื่อไปทำงานหรือทำธุระที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การขับรถลุยน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งคนและรถได้ ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตามเทคนิคต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัยกันนะคะ</p>
<p><a href="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12130" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม-300x200.jpg" alt="flood น้ำท่วม" width="600" height="400" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม-300x200.jpg 300w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม-660x440.jpg 660w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม-600x400.jpg 600w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/10/น้ำท่วม.jpg 750w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p data-sourcepos="5:1-5:21"><strong>1. สังเกตระดับน้ำ</strong></p>
<p data-sourcepos="7:1-7:147">ระดับน้ำที่เหมาะสมในการขับรถลุยคือต่ำกว่าขอบล้อรถประมาณ 10 เซนติเมตร ไม่ควรขับรถลุยน้ำที่ท่วมสูงเกินระดับนี้ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ดับหรือรถจมได้</p>
<p data-sourcepos="9:1-9:17"><strong>2. ลดความเร็ว</strong></p>
<p data-sourcepos="11:1-11:112">เมื่อขับลุยน้ำท่วมควรลดความเร็วลง เพื่อไม่ให้รถเสียการทรงตัว ความเร็วที่เหมาะสมคือประมาณ 5-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p data-sourcepos="13:1-13:19"><strong>3. ใช้เกียร์ต่ำ</strong></p>
<p data-sourcepos="15:1-15:48">ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อควบคุมความเร็วและแรงฉุดของรถ</p>
<p data-sourcepos="17:1-17:30"><strong>4. ปิดระบบเครื่องปรับอากาศ</strong></p>
<p data-sourcepos="19:1-19:55">น้ำอาจไหลเข้าระบบเครื่องปรับอากาศและทำให้ระบบเสียหายได้</p>
<p data-sourcepos="21:1-21:33"><strong>5. รักษาระยะห่างคันหน้าให้มาก</strong></p>
<p data-sourcepos="23:1-23:69">ควรรักษาระยะห่างคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลื่นไถล</p>
<p data-sourcepos="25:1-25:38"><strong>6. หากเครื่องดับ ห้ามสตาร์ทเครื่อง</strong></p>
<p data-sourcepos="27:1-27:147">หากเครื่องยนต์ดับระหว่างการลุยน้ำท่วม ห้ามสตาร์ทเครื่องทันที เพราะอาจทำให้น้ำไหลเข้าเครื่องยนต์มากขึ้น ควรรอให้ระดับน้ำลดลงก่อนจึงค่อยสตาร์ทเครื่อง</p>
<p data-sourcepos="29:1-29:28"><strong>วิธีดูแลรถหลังลุยน้ำท่วม</strong></p>
<ol data-sourcepos="31:1-32:0">
<li data-sourcepos="31:1-32:0"><strong>ล้างรถ</strong></li>
</ol>
<p data-sourcepos="33:1-33:60">ควรล้างรถทั้งภายนอกและภายใน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำออกจากรถ</p>
<ol start="2" data-sourcepos="35:1-36:0">
<li data-sourcepos="35:1-36:0"><strong>ตรวจสอบระบบเบรก</strong></li>
</ol>
<p data-sourcepos="37:1-37:51">ควรเหยียบเบรกหลาย ๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก</p>
<ol start="3" data-sourcepos="39:1-40:0">
<li data-sourcepos="39:1-40:0"><strong>เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์</strong></li>
</ol>
<p data-sourcepos="41:1-41:85">ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ใหม่ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อาจปนเปื้อนเข้ามา</p>
<ol start="4" data-sourcepos="43:1-44:0">
<li data-sourcepos="43:1-44:0"><strong>ตรวจสอบระบบไฟฟ้า</strong></li>
</ol>
<p data-sourcepos="45:1-45:64">ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดของรถ เพื่อหาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p data-sourcepos="47:1-47:127">หากปฏิบัติตามเทคนิคเหล่านี้อย่างเคร่งครัด จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับรถลุยน้ำท่วมและลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อรถได้</p>
<p data-sourcepos="49:1-49:19"><strong>เทคนิคเพิ่มเติม</strong></p>
<ul data-sourcepos="51:1-54:0">
<li data-sourcepos="51:1-51:69">ไม่ควรขับรถสวนทางกับรถคันอื่น เพราะอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้ารถได้</li>
<li data-sourcepos="52:1-52:55">ไม่ควรขับรถเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัวได้</li>
<li data-sourcepos="53:1-54:0">ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ท่อระบายน้ำ ต้นไม้ หรือเศษขยะ</li>
</ul>
<p data-sourcepos="55:1-55:25"><strong>การป้องกันที่ดีที่สุด</strong></p>
<p data-sourcepos="57:1-57:139">การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำท่วม หากเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง เพราะการขับรถลุยน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งคนและรถได้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรคภัยที่มาพร้อมน้ำท่วม อันตรายที่คุณอาจไม่เคยรู้</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/flood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[FernFor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 10:22:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีดูแลตัวเองหลังน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยที่มาพร้อมน้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=11964</guid>

					<description><![CDATA[โรคภัยที่มาพร้อมน้ำท่วม อันตรายที่คุณอาจไม่เคยรู้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง โ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรคภัยที่มาพร้อมน้ำท่วม อันตรายที่คุณอาจไม่เคยรู้</strong> ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง โดยเฉพาะภัยน้ำท่วมที่มักเกิดขึ้นทุกปี น้ำท่วมนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมาอีกด้วย บางครั้งเราอาจต้องลุยน้ำท่วมเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หรือ ต้องอพยพเพื่อหนีน้ำหลากในหลายๆพื้นที่ ทำให้เราต้องอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน บางครั้งก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้ทันที โรคภัยที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมนั้น แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ วันนี้เราจะมาแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อป้องกันภัยจากน้ำท่วมกันนะคะ</p>
<p><a href="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood.png"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-11965" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood-300x200.png" alt="น้ำท่วม" width="600" height="400" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood-300x200.png 300w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood-660x440.png 660w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood-600x400.png 600w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/น้ำท่วม-Flood.png 750w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p data-sourcepos="9:1-9:172"><strong>โรคติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา โปรโตซัว หรือปรสิต เข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย โรคติดต่อที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม ได้แก่</strong></p>
<ul data-sourcepos="11:1-16:0">
<li data-sourcepos="11:1-11:361"><strong>โรคฉี่หนู</strong> (Leptospirosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira interrogans ซึ่งพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลาน เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนฉี่ของสัตว์ที่เป็นพาหะ อาการของโรคฉี่หนู ได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้อง ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไอ และหายใจลำบาก โรคฉี่หนูอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้</li>
<li data-sourcepos="12:1-12:183"><strong>โรคตาแดง</strong> (Conjunctivitis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เข้าสู่ดวงตาผ่านการสัมผัสกับน้ำหรือสิ่งสกปรก อาการของโรคตาแดง ได้แก่ ตาแดง คันตา น้ำตาไหล เปลือกตาบวม ตาพร่ามัว</li>
<li data-sourcepos="13:1-13:195"><strong>โรคบิด</strong> (Dysentery) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Shigella dysenteriae ซึ่งพบได้ในอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน อาการของโรคบิด ได้แก่ ท้องเสีย ปวดท้อง ท้องร่วง อาจมีมูกเลือดปน อุจจาระมีกลิ่นเหม็น อ่อนเพลีย</li>
<li data-sourcepos="14:1-14:219"><strong>โรคไทฟอยด์</strong> (Typhoid fever) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella typhi ซึ่งพบได้ในอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน อาการของโรคไทฟอยด์ ได้แก่ ไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเสีย อุจจาระมีมูกเลือดปน</li>
<li data-sourcepos="15:1-16:0"><strong>โรคอหิวาตกโรค</strong> (Cholera) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ซึ่งพบได้ในอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน อาการของโรคอหิวาตกโรค ได้แก่ ท้องร่วงเป็นน้ำ ถ่ายเหลวมาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีไข้ต่ำ</li>
</ul>
<p data-sourcepos="19:1-19:154"><strong>โรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อม โรคไม่ติดต่อที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม ได้เช่นกัน</strong></p>
<ul data-sourcepos="21:1-25:0">
<li data-sourcepos="21:1-21:142"><strong>โรคผิวหนัง</strong> เกิดจากความชื้นในอากาศที่สูงและน้ำที่สกปรก โรคผิวหนังที่มักพบในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก โรคเกลื้อน โรคผื่นคัน</li>
<li data-sourcepos="22:1-22:150"><strong>โรคระบบทางเดินหายใจ</strong> เกิดจากมลพิษในอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อโรคและสารพิษ โรคระบบทางเดินหายใจที่มักพบในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรคหวัด โรคปอดบวม โรคภูมิแพ้</li>
<li data-sourcepos="23:1-23:118"><strong>โรคหัวใจ</strong> เกิดจากระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ โรคหัวใจที่มักพบในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง</li>
<li data-sourcepos="24:1-25:0"><strong>โรคเครียด</strong> เกิดจากความเครียดจากการสูญเสียทรัพย์สิน บ้านเรือน และสภาพความเป็นอยู่ โรคเครียดที่มักพบในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า</li>
</ul>
<p data-sourcepos="28:1-28:133">วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคภัยที่มาพร้อมน้ำท่วม คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำและดินที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สามารถทำได้ดังนี้</p>
<ul data-sourcepos="30:1-34:0">
<li data-sourcepos="30:1-30:36"><strong>สวมรองเท้า</strong> เมื่อต้องเดินลุยน้ำ</li>
<li data-sourcepos="31:1-31:73"><strong>ล้างมือให้สะอาด</strong> ด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งหลังสัมผัสกับน้ำหรือสิ่งสกปรก</li>
<li data-sourcepos="32:1-32:56"><strong>หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่น่าไว้วางใจ</strong></li>
<li data-sourcepos="33:1-34:0"><strong>ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง</strong> ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ</li>
</ul>
<p data-sourcepos="35:1-35:118">เป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่สามารถทำได้ด้วยตนเองนะคะ หากสามารถเคลื่อนย้ายไปศูนย์อพยพได้ สามารถทำความสะอาดร่างกายและตรวจร่างการกับทีมแพทย์ได้เลยนะคะ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
