<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>บัตรเครดิต &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Jan 2026 00:59:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>บัตรเครดิต &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทรัมป์ชงไอเดียสุดโต่ง สั่งแบงก์คุมเพดาน 10%</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-interest-rates/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-interest-rates/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวคิดให้ธนาคารจำกัดเพดานดอกเบี้ยไว้ที...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวคิดให้ธนาคารจำกัดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 10% ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วจากผู้บริหารในอุตสาหกรรม</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 10%</li>
<li>ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธอย่างกว้างขวางจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ทันที</li>
<li>แนวคิดนี้จุดประกายการถกเถียงถึงบทบาทการกำกับดูแลสถาบันการเงินและภาระหนี้ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาจากฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอเชิงนโยบายนี้</li>
<li>การเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในการชี้แจงผลกระทบหากมีการนำนโยบายดังกล่าวมาบังคับใช้จริง</li>
<li>ผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตและสถาบันการเงิน หากประเด็นนี้กลายเป็นนโยบายหาเสียงสำคัญ</li>
</ul>
<h2>ข้อเสนอ &#8216;เพดาน 10%&#8217; เขย่าวงการธนาคาร</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเสนอแนวคิดให้มีการจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ กำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ 10% ต่อปี ข้อเสนอนี้ถือเป็นการแทรกแซงกลไกตลาดการเงินโดยตรง และมีเป้าหมายเพื่อลดภาระให้กับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงในปัจจุบัน</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่อาจถูกนำมาใช้หาเสียงทางการเมือง เพื่อดึงดูดคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติและผลกระทบในระยะยาวต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน</p>
<h2>เสียงค้านจากภาคธนาคารและล็อบบี้ยิสต์</h2>
<p>ทันทีที่ข้อเสนอนี้ถูกเปิดเผยออกมา ก็ได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากภาคอุตสาหกรรมธนาคาร แหล่งข่าวระบุว่าผู้บริหารระดับสูงและกลุ่มตัวแทนล็อบบี้ยิสต์ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ในระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าการกำหนดเพดานดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง</p>
<p>กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่า การจำกัดเพดานดอกเบี้ยอาจบีบให้ธนาคารต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติบัตรเครดิต ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดี เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>ระบุตัวเลข 10% ตรงตามที่แหล่งข่าว Cnbc รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>ยืนยันชื่อ &#8216;Trump&#8217; เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ตามเนื้อหาข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาภาคธนาคาร</td>
<td>ถูกปฏิเสธอย่างกว้างขวาง (roundly rejected) โดยผู้บริหารและล็อบบี้ยิสต์</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าแนวคิดนี้ถูกปฏิเสธจากกลุ่มอุตสาหกรรม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>มีการอ้างอิงชื่อ Hassett ในหัวข้อข่าว</td>
<td>เนื้อหาข่าวที่ให้มาไม่ได้อธิบายบทบาทหรือการกระทำของ Hassett ทำให้ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-registered-companies-reach-record-1-56-million-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง ทะลุ 1.55 ล้านราย ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-market-volatility-warning-family-support-pledge/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดทุนฮ่องกงเสี่ยงผันผวนหนัก รมว.คลังเตือนระวัง-เล็งอุ้มคนมีลูก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/eu-financial-regulators-urged-to-adopt-uk-growth-model/" target="_blank" rel="noopener">กฎระเบียบการเงิน EU ส่อแววเปลี่ยน? กลุ่มทุนใหญ่จี้ลอกโมเดลอังกฤษหนุนโต</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต สไตล์ทรัมป์ สะเทือน Wall Street? แบงก์ใหญ่ยังรอดูท่าที</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-threatens-credit-card-rate-caps-wall-street-reacts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 00:59:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคารสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-threatens-credit-card-rate-caps-wall-street-reacts/</guid>

					<description><![CDATA[นโยบายคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตของโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกระเพื่อมใน Wall Street แต่ล่าสุดกลุ่มธนาคารแล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นโยบายคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตของโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกระเพื่อมใน Wall Street แต่ล่าสุดกลุ่มธนาคารและล็อบบี้ยิสต์ยังไม่ได้รับแนวทางที่เป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณต้องการให้มีการควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของสถาบันการเงิน</li>
<li>ผ่านไป 5 วันหลังการประกาศ กลุ่มธนาคารและล็อบบี้ยิสต์ใน Wall Street ยืนยันว่ายังไม่ได้รับแนวทางนโยบายที่เป็นทางการ</li>
<li>ภาคธนาคารกำลังประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความพยายามในการออกมาตรการควบคุมดังกล่าว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การออกแถลงการณ์หรือเอกสารนโยบายอย่างเป็นทางการจากทีมงานของทรัมป์ เพื่อระบุรายละเอียดของมาตรการควบคุมดอกเบี้ย</li>
<li>ท่าทีและการเคลื่อนไหวของสมาคมธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ในการเจรจาหรือคัดค้านนโยบายนี้</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับหุ้นกลุ่มการเงินและธนาคาร หากนโยบายมีความชัดเจนมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>Wall Street เผชิญความไม่แน่นอนหลังทรัมป์ส่งสัญญาณคุมดอกเบี้ย</h2>
<p>กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินใน Wall Street กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหม่ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งถือเป็นนโยบายที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างรายได้หลักของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ การควบคุมราคาในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในระบบเศรษฐกิจเสรีของสหรัฐฯ และสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและผู้บริหารสถาบันการเงิน</p>
<h3>ยังไร้แนวทางที่ชัดเจน</h3>
<p>ตามรายงานของ CNBC หลังจากที่ทรัมป์แสดงความต้องการดังกล่าวออกมาเป็นเวลา 5 วัน กลุ่มนายธนาคารและตัวแทนล็อบบี้ยิสต์ได้ให้ข้อมูลว่า พวกเขายังไม่ได้รับคำแนะนำหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการใดๆ เกี่ยวกับนโยบายนี้เลย สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนและทำให้ภาคการเงินต้องจับตารอความชัดเจนอย่างใกล้ชิด</p>
<h3>ภาคธนาคารเตรียมตั้งรับ</h3>
<p>แม้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน แต่แหล่งข่าวระบุว่าสถาบันการเงินต่างๆ ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังประเมินถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งเตรียมกลยุทธ์เพื่อรับมือและปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมหากมีการผลักดันนโยบายควบคุมเพดานดอกเบี้ยออกมาเป็นรูปธรรม การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างแนวคิดเชิงประชานิยมทางการเมืองกับหลักการของภาคธุรกิจการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเรียกร้องด้านนโยบาย</td>
<td>ทรัมป์ต้องการให้มีการควบคุมเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต</td>
<td>เนื้อหาระบุถึงข้อเรียกร้องของทรัมป์ตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สถานะของนโยบาย</td>
<td>ผ่านไป 5 วัน ยังไม่มีแนวทางที่เป็นทางการหรือลายลักษณ์อักษร</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่มีการออกนโยบายอย่างเป็นทางการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ให้ข้อมูล</td>
<td>นายธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ให้ข้อมูลกับ CNBC</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าแหล่งข่าวอ้างอิงข้อมูลจากบุคคลในแวดวงการเงิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์, ธนาคารใน Wall Street</td>
<td>ระบุชื่อบุคคลและกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องตามเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-inflation-shows-mixed-signals-as-fed-faces-fiscal-dominance-challenge/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อสหรัฐ สัญญาณดีแค่ครึ่งเดียว Fed เจอศึกสองด้านสู้เงินเฟ้อบริการ-แรงกดดันการคลัง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/" target="_blank" rel="noopener">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBC</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 06:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[วอลล์สตรีท]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</guid>

					<description><![CDATA[วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed และธุรกิจบัตรเครดิต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้บริหารวอลล์สตรีทส่งสัญญาณเตือนโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงผลกระทบเชิงลบหากใช้อำนาจประธานาธิบดีแทรกแซง 2 ประเด็นสำคัญ</li>
<li>ประเด็นแรกคือความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมเงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพ</li>
<li>ประเด็นที่สองคือการโจมตีอุตสาหกรรมบัตรเครดิต โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจกระทบผลกำไรของสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อคำเตือนเหล่านี้ และการประกาศนโยบายเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น หากทรัมป์มีคะแนนนิยมนำในการเลือกตั้ง</li>
</ul>
<h2>วอลล์สตรีทหวั่นนโยบายแทรกแซง ทำลายเสถียรภาพเศรษฐกิจ</h2>
<p>กลุ่มผู้บริหารในวอลล์สตรีทได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อแนวทางนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยคำเตือนมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ คือการคุกคามความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการโจมตีรูปแบบธุรกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</p>
<h3>ทำไมความเป็นอิสระของ Fed จึงสำคัญ?</h3>
<p>ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเสาหลักของนโยบายการเงินสมัยใหม่ การที่ Fed สามารถตัดสินใจขึ้นหรือลงอัตราดอกเบี้ยโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อและรักษาความเชื่อมั่นของตลาด นักลงทุนและผู้บริหารภาคการเงินกังวลว่า หากทรัมป์พยายามกดดันหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Fed อาจนำไปสู่ความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน และบั่นทอนความสามารถในการควบคุมเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<h3>เป้าโจมตีที่สอง: อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</h3>
<p>นอกเหนือจากประเด็นของ Fed แล้ว ทรัมป์ยังเคยแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์ค่าธรรมเนียมที่บริษัทบัตรเครดิตเรียกเก็บ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงิน วอลล์สตรีทกังวลว่าทรัมป์อาจใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อบังคับให้มีการลดค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของสถาบันการเงินจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการชำระเงินในที่สุด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ผู้บริหารวอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ให้หยุดโจมตี Fed และอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>สรุปประเด็นหลักจากหัวข้อข่าวตรงตามที่ระบุ โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อ Fed</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจโจมตีความเป็นอิสระของ Fed</td>
<td>เนื้อหาข่าวสะท้อนความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายการเงิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อธุรกิจบัตรเครดิต</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจตั้งเป้าไปที่อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>เนื้อหาข่าวกล่าวถึงความเสี่ยงต่อธุรกิจบัตรเครดิตตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์, วอลล์สตรีท, Fed</td>
<td>ตรวจสอบการใช้ชื่อบุคคลและองค์กรให้สอดคล้องกับที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-recovery-2026-mainland-china-investment/" target="_blank" rel="noopener">อสังหาฯ ฮ่องกง จ่อฟื้นตัวปี 2026 คาดเงินทุนจีนหนุนดีลโต 10%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-trade-surplus-hits-record-1-2-trillion-december-exports-beat-estimates/" target="_blank" rel="noopener">ยอดเกินดุลการค้าจีน ทุบสถิติสูงสุด 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งออกธ.ค. โตแรงเกินคาด</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์สะเทือนหุ้น Capital One</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-rates-hits-capital-one-stock/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 01:59:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-rates-hits-capital-one-stock/</guid>

					<description><![CDATA[เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นร้อน หลังทรัมป์เสนอแนวคิดนี้ ส่งผลให้หุ้น Capital One ร่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นร้อน หลังทรัมป์เสนอแนวคิดนี้ ส่งผลให้หุ้น Capital One ร่วงทันที สะท้อนความกังวลต่อกำไรของธนาคาร</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10%</li>
<li>ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Capital One ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ที่ผ่านมา</li>
<li>แนวคิดดังกล่าวสร้างความกังวลต่อนักลงทุน เนื่องจากธุรกิจบัตรเครดิตเป็นแหล่งรายได้หลักของสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความชัดเจนและรายละเอียดของข้อเสนอนี้ ว่าจะถูกผลักดันเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่</li>
<li>ปฏิกิริยาจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของสหรัฐฯ</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคและโครงสร้างธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลในระยะยาว</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์จุดประเด็นคุมเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอแนวคิดที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการเงิน ด้วยการเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 10% ข้อเสนอดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงแนวทางการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<h2>Capital One รับผลกระทบทันที</h2>
<p>ภายหลังการเสนอแนวคิดดังกล่าว ราคาหุ้นของ Capital One ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงทันทีในวันจันทร์ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนอย่างชัดเจน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้และกำไรที่สำคัญที่สุดของบริษัทและธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง การจำกัดเพดานดอกเบี้ยจึงอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอตัวเลขเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>&#8216;a 10% cap on credit card rates&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุข้อเสนอเพดานดอกเบี้ยที่ตัวเลข 10% อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่อหุ้นและช่วงเวลา</td>
<td>&#8216;Capital One shares sank Monday&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าหุ้น Capital One ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลตัวเลขการเปลี่ยนแปลงที่แน่ชัด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>&#8216;Trump&#8217;, &#8216;Capital One&#8217;</td>
<td>คัดลอกชื่อบุคคลและบริษัทที่ถูกอ้างอิงได้ครบถ้วนและถูกต้องตามต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลของผลกระทบ</td>
<td>&#8216;a major profit driver for the company&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวให้เหตุผลว่าธุรกิจบัตรเครดิตเป็นแหล่งกำไรสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/" target="_blank" rel="noopener">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์ที่วงการธนาคารชี้ว่า &#8216;เสี่ยงร้ายแรง&#8217;</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-research-team-develops-battery-free-electronic-drug/" target="_blank" rel="noopener">ยาอิเล็กทรอนิกส์ไร้แบตเตอรี่ นวัตกรรมใหม่จากเกาหลีใต้ บรรเทาปวดด้วยอัลตราซาวนด์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/global-upstream-oil-capex-set-to-fall-again-in-2026/" target="_blank" rel="noopener">การลงทุนอุตสาหกรรมน้ำมันส่อแววลดลงต่อเนื่องถึงปี 2026 จากแรงกดดันราคา</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCSearch</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์ที่วงการธนาคารชี้ว่า &#8216;เสี่ยงร้ายแรง&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</guid>

					<description><![CDATA[เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจทำลายผลกำไรและกระทบผู้มีเครดิตน้อย</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>คนในวงการธนาคารมองว่านโยบายนี้มีความเสี่ยงร้ายแรง อาจทำให้ธุรกิจบัตรเครดิตส่วนใหญ่ขาดทุน</li>
<li>กลุ่มผู้บริโภคที่มีคะแนนเครดิตไม่สูง (subprime) จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อาจเข้าไม่ถึงสินเชื่อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li><strong>เส้นทางทางกฎหมาย:</strong> ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ แนวทางในการผลักดันให้เป็นกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน และคาดว่าจะเผชิญแรงต้านจากภาคการเงินอย่างหนัก</li>
<li><strong>ผลกระทบต่อผู้บริโภค:</strong> ต้องติดตามว่าหากนโยบายนี้ถูกผลักดันจริง จะส่งผลต่อเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือมีประวัติเครดิตไม่ดีอย่างไร</li>
</ul>
<h2>วงการธนาคารหวั่น &#8216;หายนะ&#8217; หากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต</h2>
<p>แหล่งข่าวจากวงการธนาคารในสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อเสนอของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบที่ &#8216;ร้ายแรง&#8217; ต่ออุตสาหกรรม และมีเส้นทางสู่การปฏิบัติจริงที่ไม่ชัดเจน</p>
<p>ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การจำกัดอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับดังกล่าวจะทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีหรือไม่แข็งแรงพอ (less-than-ideal credit) กลายเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรได้สำหรับสถาบันการเงิน เนื่องจากไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดหนี้เสีย</p>
<h2>ใครคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง?</h2>
<p>แม้ว่าข้อเสนอนี้อาจดูเหมือนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในภาพรวม แต่ผลกระทบที่แท้จริงอาจตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางการเงินมากที่สุด ธนาคารอาจจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไป</p>
<p>ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นคือ:</p>
<ul>
<li>ผู้ที่มีคะแนนเครดิตต่ำอาจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบัตรเครดิตได้เลย</li>
<li>วงเงินอนุมัติอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับลูกค้าหลายกลุ่ม</li>
<li>ธนาคารอาจหันไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทอื่นมาชดเชยส่วนต่างของดอกเบี้ยที่หายไป</li>
</ul>
<p>ดังนั้น นโยบายที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้บริโภคอาจกลายเป็นการตัดโอกาสทางการเงินของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดแทน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอจำกัดเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>เนื้อหาระบุตัวเลข 10% อย่างชัดเจนตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเป็นข้อเสนอของทรัมป์ สอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหมด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นจากวงการธนาคาร</td>
<td>มีความเสี่ยงร้ายแรง (devastating risks) และทำให้ธุรกิจไม่สามารถทำกำไรได้ (unprofitable)</td>
<td>เป็นการสรุปความเห็นจากคนในวงการธนาคารตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงตัวเลข</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>ลูกค้าที่มีเครดิตไม่ดี (customers with less-than-ideal credit)</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุถึงกลุ่มนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/" target="_blank" rel="noopener">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 15:59:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดกำหนดเพดานดอกเบี้ยส...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดกำหนดเพดานดอกเบี้ยสูงสุด ซึ่งอาจกระทบโดยตรงต่อแหล่งรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภคชาวอเมริกัน</li>
<li>หากนโยบายนี้ถูกบังคับใช้จริง จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลกำไรของกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความเป็นไปได้ในการผลักดันข้อเสนอนี้ให้กลายเป็นกฎหมาย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา</li>
<li>ปฏิกิริยาจากภาคธนาคาร สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำกับดูแลต่อข้อเสนอดังกล่าว</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิต หากธนาคารมีรายได้ลดลง</li>
</ul>
<h2>เจาะลึกข้อเสนอ &#8216;เพดานดอกเบี้ย 10%&#8217;</h2>
<p>แนวคิดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ไม่เกิน 10% ต่อปี ถือเป็นนโยบายที่มุ่งเป้าไปยังการช่วยเหลือผู้บริโภคโดยตรง ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างนโยบายเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับโมเดลธุรกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</p>
<h2>&#8216;อัญมณีล้ำค่า&#8217; ของธนาคารกำลังสั่นคลอน</h2>
<p>รายได้จากดอกเบี้ยบัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งใน &#8216;อัญมณีล้ำค่า&#8217; หรือแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่ง การกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ระดับ 10% จะบีบส่วนต่างรายได้ของธนาคารให้แคบลงอย่างมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การปรับลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งการเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อชดเชยความเสี่ยงและรายได้ที่หายไป นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการเงินอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหากแนวคิดนี้ถูกนำไปปฏิบัติจริง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต</td>
<td>&#8216;10% credit-card cap&#8217;</td>
<td>ตรวจสอบพบข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจนในหัวข้อข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>&#8216;Trump&#8217;</td>
<td>ชื่อ &#8216;Trump&#8217; ถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>&#8216;aims at banks’ crown jewels&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุว่าเป้าหมายคือรายได้หลักของธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงิน</td>
<td>ไม่มีข้อมูลตัวเลขทางการเงิน</td>
<td>ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่มีจำนวนเงินในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/what-is-household-debt-risk-levels-impact-on-people/" target="_blank" rel="noopener">หนี้ครัวเรือนคืออะไร? ระดับไหนเริ่มเสี่ยง และกระทบคนทั่วไปอย่างไร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> YahooFinance</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JPMorgan Apple Card: สะเทือนวงการ! JPMorgan บรรลุดีลเข้าเป็นผู้ออกบัตรแทน Goldman Sachs</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/jpmorgan-reaches-deal-to-take-over-apple-card-from-goldman-sachs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 21:58:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>
		<category><![CDATA[Fintech]]></category>
		<category><![CDATA[Goldman Sachs]]></category>
		<category><![CDATA[JPMorgan Chase]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/jpmorgan-reaches-deal-to-take-over-apple-card-from-goldman-sachs/</guid>

					<description><![CDATA[JPMorgan Apple Card มีรายงานว่าบรรลุข้อตกลงสำคัญในการเข้าเป็นผู้ให้บริการรายใหม่แทน Goldman Sachs น...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">JPMorgan Apple Card มีรายงานว่าบรรลุข้อตกลงสำคัญในการเข้าเป็นผู้ให้บริการรายใหม่แทน Goldman Sachs นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ธุรกิจบัตรเครดิต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>JPMorgan Chase บรรลุข้อตกลงในการเข้าเป็นผู้ออกบัตรเครดิต Apple Card รายใหม่ ตามรายงานข่าวจากแหล่งข่าว</li>
<li>ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ JPMorgan เข้ามาดำเนินงานแทนที่ Goldman Sachs ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ Apple</li>
<li>ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความร่วมมือด้านฟินเทคระหว่างธนาคารยักษ์ใหญ่และบริษัทเทคโนโลยี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประกาศอย่างเป็นทางการจากทั้งสามบริษัท ได้แก่ JPMorgan Chase, Apple และ Goldman Sachs เพื่อยืนยันข้อตกลง</li>
<li>ไทม์ไลน์และรายละเอียดของกระบวนการส่งมอบพอร์ตลูกค้าบัตรเครดิต</li>
<li>ผลกระทบและแนวทางการสื่อสารต่อผู้ถือบัตร Apple Card ในปัจจุบัน</li>
</ul>
<h2>การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในธุรกิจ Apple Card</h2>
<p>มีรายงานข่าวโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า JPMorgan Chase ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อธุรกิจบัตรเครดิต Apple Card จาก Goldman Sachs เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตาในวงการการเงินและเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผู้ให้บริการบัตรเครดิตที่มีโปรไฟล์สูงซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Apple</p>
<h3>ความหมายต่อภูมิทัศน์การเงิน</h3>
<p>การที่ JPMorgan Chase เข้ามาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของ Apple Card สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดการเงินดิจิทัล และเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Goldman Sachs ที่ก่อนหน้านี้ได้บุกเข้าสู่ตลาดลูกค้ารายย่อย ข้อตกลงนี้จะทำให้ JPMorgan ซึ่งมีความแข็งแกร่งในธุรกิจบัตรเครดิตอยู่แล้ว สามารถขยายฐานลูกค้าและผนวกผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักอย่าง Apple Card เข้ามาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทางการเงินและเงื่อนไขของข้อตกลงยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อตกลงระหว่าง JPMorgan และ Apple</td>
<td>JPMorgan Chase has reached a deal to take over the Apple credit card.</td>
<td>เนื้อหาระบุตรงตามแหล่งข่าวที่อ้างอิงจาก &#8216;a source&#8217;</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ให้บริการรายเดิม</td>
<td>Goldman Sachs</td>
<td>ข้อมูลระบุชัดเจนว่า JPMorgan จะเข้ามาดำเนินงานแทนที่ Goldman Sachs</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การยืนยันอย่างเป็นทางการ</td>
<td>อ้างอิงจาก &#8216;a source&#8217;</td>
<td>ข่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัทที่เกี่ยวข้อง ณ เวลาที่รายงาน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>รายละเอียดทางการเงินของดีล</td>
<td>ไม่มีการระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>เนื้อหาข่าวไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าข้อตกลงหรือเงื่อนไขทางการเงินใดๆ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/senate-agriculture-committee-to-vote-on-crypto-bill-next-week/" target="_blank" rel="noopener">กฎหมายคริปโตสหรัฐคืบหน้า คณะกรรมาธิการเกษตรฯ เตรียมโหวตสัปดาห์หน้า</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-announces-ban-on-large-investors-buying-single-family-homes/" target="_blank" rel="noopener">ทรัมป์ประกาศแบนนักลงทุนรายใหญ่ ห้ามกว้านซื้อบ้านเดี่ยวในสหรัฐฯ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/opec-plus-deepens-compensation-cuts-to-tackle-oil-oversupply/" target="_blank" rel="noopener">OPEC+ ลดกำลังการผลิต เพิ่มเติม 829,000 บาร์เรลต่อวัน สกัดน้ำมันล้นตลาด</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBC</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผ่อน 0% คุ้มจริงไหม? เช็คดอกเบี้ยแฝงและเงื่อนไขก่อนรูด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/is-0-percent-installment-worth-it-hidden-interest-conditions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยแฝง]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อน 0%]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้บัตรเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=14460</guid>

					<description><![CDATA[โปรโมชั่น “ผ่อน 0%” เป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง ดึงดูดให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ได้ง่ายขึ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">โปรโมชั่น “ผ่อน 0%” เป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง ดึงดูดให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่เคยสงสัยไหมว่าความคุ้มค่าที่เห็นนั้นมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงกับดักทางการเงิน? การทำความเข้าใจเงื่อนไขและดอกเบี้ยแฝงที่ซ่อนอยู่ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นนี้ได้อย่างชาญฉลาดและไม่สร้างภาระหนี้สินในระยะยาว</p>
<div class="highlight-box">
<h3>Key takeaways</h3>
<ul>
<li>โปรโมชั่นผ่อน 0% ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ต้องแลกมากับการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด</li>
<li>ระวัง “ดอกเบี้ยแฝง” ที่อาจมาในรูปแบบของราคาสินค้าที่สูงกว่าปกติ ค่าธรรมเนียม หรือค่าปรับเมื่อชำระล่าช้า</li>
<li>การผิดนัดชำระเพียงครั้งเดียว อาจทำให้อัตราดอกเบี้ย 0% ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยปกติที่สูงมาก</li>
<li>ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบราคารวมกับร้านค้าอื่นที่ขายเงินสด และประเมินความจำเป็นของสินค้านั้นๆ</li>
<li>การใช้โปรผ่อน 0% อย่างมีวินัยสามารถช่วยบริหารสภาพคล่องได้ แต่หากขาดการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินได้</li>
</ul>
</div>
<h2>โปรโมชั่นผ่อน 0% ทำงานอย่างไร?</h2>
<p>หลายคนอาจคิดว่าโปรโมชั่นผ่อน 0% คือการที่ร้านค้าแบกรับภาระดอกเบี้ยแทนเราทั้งหมด ซึ่งก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่เบื้องหลังนั้นมีความซับซ้อนกว่าที่เห็น โดยทั่วไปแล้ว โมเดลนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างร้านค้า, ผู้ออกบัตรเครดิต (ธนาคาร), และผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงิน (เช่น Visa, Mastercard)</p>
<p>เมื่อคุณรูดบัตรผ่อน 0% ธนาคารจะจ่ายเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนให้กับร้านค้าทันที โดยหักค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Merchant Discount Rate &#8211; MDR) ไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้เองที่เป็นรายได้ของธนาคารและผู้ให้บริการเครือข่าย ส่วนร้านค้าก็ได้ประโยชน์จากการที่สามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้นและเพิ่มยอดขายโดยรวม แม้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมไปก็ตาม นี่คือสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (Win-Win Situation) ตราบใดที่ผู้บริโภคชำระเงินตรงเวลา</p>
<h2>กับดักและดอกเบี้ยแฝงที่ต้องจับตามอง</h2>
<p>แม้จะดูน่าสนใจ แต่ความ “ฟรี” ของโปรผ่อน 0% มักมีเงื่อนไขซ่อนอยู่เสมอ การไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีอาจทำให้คุณต้องจ่ายแพงกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว นี่คือกับดักที่พบบ่อยที่สุด</p>
<ul>
<li><strong>ราคาสินค้าที่สูงกว่าปกติ:</strong> ร้านค้าบางแห่งอาจตั้งราคาสินค้าสำหรับโปรผ่อน 0% ไว้สูงกว่าราคาเงินสด เพื่อชดเชยค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้ธนาคาร ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรลองเปรียบเทียบราคาสินค้าชิ้นเดียวกันจากร้านค้าอื่นที่อาจไม่มีโปรโมชั่นนี้</li>
<li><strong>ค่าธรรมเนียมแฝง:</strong> บางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้โปรโมชั่น ซึ่งไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน ควรอ่านรายละเอียดในใบเสร็จและเงื่อนไขโปรโมชั่นทุกครั้ง</li>
<li><strong>บทลงโทษเมื่อผิดนัดชำระ:</strong> นี่คือกับดักที่อันตรายที่สุด หากคุณชำระล่าช้าแม้เพียงงวดเดียว โปรโมชั่น 0% อาจถูกยกเลิกทันที และธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติ (ซึ่งมักจะสูงมาก) กับยอดหนี้ที่เหลือทั้งหมด หรืออาจมีค่าปรับเพิ่มเติมอีกด้วย</li>
<li><strong>การสูญเสียสิทธิประโยชน์อื่น:</strong> การเลือกผ่อน 0% อาจทำให้คุณพลาดสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อจ่ายเต็มจำนวน หรือการสะสมคะแนนบัตรเครดิตที่น้อยลง ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าอะไรคุ้มค่ากว่ากัน</li>
</ul>
<h2>เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจใช้โปรผ่อน 0%</h2>
<p>เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ประโยชน์สูงสุดจากโปรผ่อน 0% และไม่ตกหลุมพรางทางการเงิน ควรใช้เช็คลิสต์ต่อไปนี้ในการตัดสินใจทุกครั้ง</p>
<div class="info-box">
<h3>สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนรูดบัตร</h3>
<ol>
<li><strong>เปรียบเทียบราคาสุดท้าย:</strong> ลองค้นหาสินค้าเดียวกันจากหลายๆ ที่ เปรียบเทียบราคารวมที่ต้องจ่ายระหว่างการซื้อด้วยเงินสดกับการผ่อน 0%</li>
<li><strong>อ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด:</strong> “*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด” คือประโยคที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ มองหารายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม, ค่าปรับ, และเงื่อนไขการยกเลิกโปรโมชั่น</li>
<li><strong>ประเมินความสามารถในการชำระ:</strong> คุณสามารถชำระค่างวดได้ตรงเวลาทุกเดือนตลอดระยะเวลาการผ่อนหรือไม่? การมี <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-save-money-on-low-salary-effectively/" target="_blank">การวางแผนการเงินที่ดี</a>เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง</li>
<li><strong>ถามตัวเองว่า “จำเป็น” หรือ “แค่อยากได้”:</strong> โปรผ่อน 0% ทำให้เราตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น แต่ก็อาจนำไปสู่การซื้อของที่ไม่จำเป็นและสร้างหนี้สินในที่สุด</li>
</ol>
</div>
<p>การใช้โปรโมชั่นนี้อย่างชาญฉลาดคือการใช้เพื่อซื้อสินทรัพย์ที่จำเป็นหรือของที่ต้องการจริงๆ และมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการการชำระเงินได้โดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินโดยรวม การมีวินัยทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้แทนที่จะตกเป็นเหยื่อ</p>
<p>การผ่อน 0% ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป มันเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมหากใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยให้เราสามารถเป็นเจ้าของสินค้าจำเป็นได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ความเข้าใจและตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ให้รอบคอบ เพื่อให้การใช้จ่ายทุกครั้งเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าและชาญฉลาดที่สุด การเรียนรู้ <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-save-money-without-stress-sustainably/" target="_blank">วิธีเก็บเงินแบบไม่เครียด</a> จะช่วยสร้างเกราะป้องกันทางการเงินที่แข็งแกร่งให้คุณได้</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>ผ่อน 0% มีผลต่อเครดิตบูโรหรือไม่?</h3>
<p>มีผลแน่นอน การผ่อนสินค้าจะถูกบันทึกในรายงานเครดิตบูโรว่าเป็นหนี้สินประเภทหนึ่ง หากคุณชำระตรงเวลาทุกงวด จะถือเป็นประวัติที่ดี แต่หากมีการผิดนัดชำระ ก็จะส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตของคุณเช่นกัน</p>
<h3>ถ้าจ่ายช้าแค่ครั้งเดียวจะเกิดอะไรขึ้น?</h3>
<p>ส่วนใหญ่แล้วธนาคารจะยกเลิกสิทธิ์การผ่อน 0% ทันที และเริ่มคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติกับยอดคงค้างทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้และค่าปรับจากการชำระล่าช้าอีกด้วย ซึ่งอาจทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<h3>เราสามารถโปะยอดผ่อน 0% ก่อนกำหนดได้ไหม?</h3>
<p>โดยทั่วไปสามารถทำได้ แต่ควรติดต่อสอบถามกับธนาคารเจ้าของบัตรโดยตรงก่อน บางธนาคารอาจไม่มีค่าธรรมเนียมในการปิดยอดก่อนกำหนด แต่บางแห่งอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม การตรวจสอบล่วงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด</p>
<h3>บัตรเครดิตทุกใบสามารถใช้โปรผ่อน 0% ได้หรือไม่?</h3>
<p>ไม่ได้ โปรโมชั่นผ่อน 0% มักจะเป็นโปรโมชั่นที่ร้านค้าร่วมมือกับธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตบางแห่งเท่านั้น คุณต้องตรวจสอบ ณ จุดขายว่าบัตรเครดิตที่คุณถืออยู่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นของร้านค้านั้นๆ ได้หรือไม่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลรั่วไหล Shinhan Card กระทบร้านค้า 1.9 แสนราย ฝีมือพนักงานภายใน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/shinhan-card-data-leak-affects-190k-merchants-internal-misconduct/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 14:01:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Shinhan Card]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลรั่วไหล]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/shinhan-card-data-leak-affects-190k-merchants-internal-misconduct/</guid>

					<description><![CDATA[ข้อมูลรั่วไหล Shinhan Card กระทบข้อมูลคู่ค้ากว่า 1.9 แสนราย ยืนยันไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก แต่เกิดจา...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ข้อมูลรั่วไหล Shinhan Card กระทบข้อมูลคู่ค้ากว่า 1.9 แสนราย ยืนยันไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก แต่เกิดจากพนักงานนำข้อมูลไปใช้เพื่อเพิ่มยอดขายบัตรใหม่</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Shinhan Card ยืนยันพบข้อมูลร้านค้าคู่ค้ารั่วไหลกว่า 190,000 กรณี แต่ไม่กระทบข้อมูลลูกค้าบัตรเครดิตรายย่อยทั่วไป</li>
<li>สาเหตุเกิดจากการทุจริตของพนักงานภายในอย่างน้อย 12 คน ที่นำข้อมูลไปใช้เพื่อสร้างยอดสมัครบัตรใหม่ ไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์</li>
<li>ข้อมูลที่รั่วไหลคือ ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์ และวันเกิดของผู้ประกอบการ แต่ไม่มีข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน เช่น เลขบัตร หรือเลขบัญชี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information Protection Commission) ของเกาหลีใต้</li>
<li>มาตรการลงโทษและแนวทางการปรับปรุงความปลอดภัยภายในของ Shinhan Card เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต</li>
</ul>
<h2>เปิดโปงเหตุข้อมูลรั่วครั้งใหญ่</h2>
<p>Shinhan Card บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า บริษัทตรวจพบกรณีต้องสงสัยว่าข้อมูลของร้านค้าพันธมิตร (Merchant Operators) รั่วไหลเป็นจำนวนมากกว่า 190,000 รายการ อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่ต่อไปในวงกว้าง และได้รายงานเหตุการณ์นี้ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว</p>
<p>ประเด็นสำคัญคือ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์จากภายนอก แต่เป็นผลมาจากการกระทำผิดของพนักงานภายในองค์กรเอง ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมภายในของบริษัท</p>
<h2>ข้อมูลอะไรที่รั่วไหลและใครที่ได้รับผลกระทบ</h2>
<p>จากการตรวจสอบของ Shinhan Card ข้อมูลที่ถูกนำออกไปประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัวของผู้ประกอบการร้านค้าพันธมิตร ได้แก่ ชื่อ, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และวันเดือนปีเกิด ทางบริษัทเน้นย้ำว่าข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน เช่น หมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ไม่ได้รั่วไหลออกไปในเหตุการณ์นี้</p>
<p>นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อข้อมูลของผู้ประกอบการร้านค้าเท่านั้น และไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตรายย่อยทั่วไปแต่อย่างใด</p>
<h2>เบื้องหลังการทุจริตจากคนใน</h2>
<p>Shinhan Card ระบุว่าการรั่วไหลของข้อมูลเชื่อมโยงกับการทุจริตของพนักงานที่ต้องการเพิ่มผลงานในการหาลูกค้าบัตรเครดิตใหม่ จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่ามีพนักงานเกี่ยวข้องอย่างน้อย 12 คน จากสำนักงานขาย 5 แห่งขึ้นไป ที่นำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อประโยชน์ส่วนตน</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>รายละเอียด</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>จำนวนเคสที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>มากกว่า 190,000 กรณี</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>ผู้ประกอบการร้านค้าพันธมิตร</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุ</td>
<td>การทุจริตของพนักงานภายใน</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อมูลที่รั่วไหล</td>
<td>ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, วันเกิด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>จำนวนเคสข้อมูลรั่วไหล</td>
<td>more than 190,000 suspected cases</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลข 190,000 เคสจากเนื้อหาต้นทางแล้ว มีความสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการรั่วไหล</td>
<td>allegedly leaked by some employees for use in new card solicitations</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าสาเหตุมาจากการกระทำของพนักงาน ไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Shinhan Card, Personal Information Protection Commission</td>
<td>ตรวจสอบชื่อบริษัทและหน่วยงานกำกับดูแลจากต้นทางแล้ว ถูกต้องตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อมูลที่ไม่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>no sensitive personal data, such as card numbers or bank account information</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อนของร้านค้าและข้อมูลลูกค้ารายย่อยไม่รั่วไหล</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Feed.koreatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บัตรเครดิตพรีเมียมแข่งเดือด Capital One ชูสิทธิพิเศษงานศิลปะ-อาหารหรู สู้ศึก Venture X</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/capital-one-venture-x-premium-credit-card-perks-miami-art-week/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Dec 2025 08:49:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Capital One]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin Guide]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขันทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/capital-one-venture-x-premium-credit-card-perks-miami-art-week/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดบัตรเครดิตพรีเมียมร้อนระอุ Capital One เดินเกมรุกครั้งใหม่ ยกระดับบัตร Venture X ด้วยสิทธิพิเศษ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="lead">ตลาดบัตรเครดิตพรีเมียมร้อนระอุ Capital One เดินเกมรุกครั้งใหม่ ยกระดับบัตร Venture X ด้วยสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง</p>



<div class="highlight-box">
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Capital One ยกระดับการแข่งขันในตลาดบัตรเครดิตพรีเมียมด้วยการมอบประสบการณ์พิเศษ แทนการสะสมคะแนนแบบดั้งเดิม</li>
<li>เปิดตัวความร่วมมือใหม่กับ Michelin Guide จัดซีรีส์ดินเนอร์สุดหรู ประเดิมงานแรกที่ Miami Art Week</li>
<li>มอบสิทธิ์เข้าเลานจ์และชมงานศิลปะ Untitled Art แบบ VIP เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อสูงและชื่นชอบไลฟ์สไตล์</li>
<li>เป็นการท้าชิงส่วนแบ่งตลาดโดยตรงกับคู่แข่งอย่าง American Express และ JPMorgan Chase</li>
</ul>
</div>



<h2 class="wp-block-heading">Capital One เดิมพันกลยุทธ์ &#8220;ประสบการณ์&#8221; เหนือคะแนนสะสม</h2>



<p>Capital One กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดสำหรับบัตรเครดิตระดับบนอย่าง Venture X โดยมุ่งเน้นไปที่การมอบ &#8220;การเข้าถึงประสบการณ์สุดพิเศษ&#8221; (Exclusive Access) มากกว่าการแข่งขันด้านคะแนนสะสมหรือการเข้าใช้เลานจ์ในสนามบินเพียงอย่างเดียว การเคลื่อนไหวล่าสุดคือการจัดกิจกรรมพิเศษในช่วง Miami Art Week ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความแตกต่างและจับกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading">เจาะลึกสิทธิพิเศษใหม่ในงาน Miami Art Week</h2>



<p>เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ใหม่ Capital One ได้เปิดตัวความร่วมมือกับ Michelin Guide เพื่อสร้างสรรค์ซีรีส์ดินเนอร์สุดพิเศษ โดยกิจกรรมแรกเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเชฟชื่อดังระดับโลกอย่าง Massimo Bottura และศิลปิน JR ที่พิพิธภัณฑ์ Rubell ในไมอามี นอกจากนี้ ผู้ถือบัตร Venture X ยังได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าชมงานศิลปะ Untitled Art รอบ VIP Preview และสามารถเข้าใช้บริการเลานจ์สุดพิเศษภายในงาน ซึ่งมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และจุดชาร์จโทรศัพท์ฟรี</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปประเด็นย่อย</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความร่วมมือกับ Michelin Guide:</strong> สร้างความแตกต่างด้วยประสบการณ์ด้านอาหารที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Capital One Dining</li>



<li><strong>เจาะตลาดไลฟ์สไตล์:</strong> ขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มนักเดินทางสู่กลุ่มผู้ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว</li>



<li><strong>การสร้างแบรนด์:</strong> ตอกย้ำภาพลักษณ์ของบัตร Venture X ในฐานะบัตรระดับพรีเมียมที่มอบ &#8220;การเข้าถึง&#8221; สิ่งพิเศษ มากกว่าแค่สิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">สมรภูมิบัตรเครดิตพรีเมียม: การแข่งขันที่ไม่มีใครยอมใคร</h2>



<p>การรุกคืบของ Capital One ในครั้งนี้ถือเป็นการท้าชนกับเจ้าตลาดเดิมอย่าง American Express ที่มีเครือข่าย Centurion Lounge เป็นจุดแข็ง และ JPMorgan Chase ที่มี Sapphire Lounge เป็นหัวหอก กลยุทธ์ของ Capital One คือการหลีกเลี่ยงการแข่งขันในสนามบินและหันมาสร้างพื้นที่ของตัวเองในอีเวนต์ด้านไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมแทน</p>



<div class="news-table-wrap">
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ผู้ให้บริการ</th>
<th>กลยุทธ์หลัก</th>
<th>ตัวอย่างสิทธิพิเศษ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>Capital One</td>
<td>ประสบการณ์พิเศษ (Exclusive Experiences)</td>
<td>ซีรีส์ดินเนอร์ Michelin, VIP Art Fairs, คอนเสิร์ต</td>
</tr>
<tr>
<td>American Express</td>
<td>เครือข่ายเลานจ์สนามบิน (Airport Lounges)</td>
<td>Centurion Lounges ทั่วโลก, Fine Hotels &amp; Resorts</td>
</tr>
<tr>
<td>JPMorgan Chase</td>
<td>การเดินทางและเลานจ์ (Travel &amp; Lounges)</td>
<td>Sapphire Lounges, สิทธิประโยชน์การเดินทาง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>



<h2 class="wp-block-heading">สรุปใจความสำคัญ</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>การแข่งขันในตลาดบัตรเครดิตพรีเมียมได้เปลี่ยนจากการสะสมคะแนนและเลานจ์สนามบิน ไปสู่การมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่หาซื้อไม่ได้</li>



<li>Capital One กำลังใช้กลยุทธ์ &#8220;Access, not just points&#8221; เพื่อท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Amex และ Chase</li>



<li>ผู้บริโภคกลุ่มบนจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันนี้ ผ่านสิทธิพิเศษที่หลากหลายและมีมูลค่าทางประสบการณ์สูงขึ้น</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>



<div class="news-table-wrap">
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ความร่วมมือใหม่</td>
<td>Capital One is launching a new dining series through a partnership with the Michelin Guide.</td>
<td>ยืนยันความร่วมมือใหม่เพื่อจัดกิจกรรมด้านอาหารสำหรับผู้ถือบัตร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สถานที่จัดกิจกรรมแรก</td>
<td>The first event is taking place during Miami Art Week at the Rubell Museum.</td>
<td>ยืนยันว่ากิจกรรมแรกจัดขึ้นที่ Miami Art Week จริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่ร่วมงาน</td>
<td>Collaboration between Chef Massimo Bottura and artist JR.</td>
<td>ยืนยันชื่อเชฟและศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมถูกต้องตามข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สิทธิพิเศษในงานศิลปะ</td>
<td>Cardholders get access to a VIP preview and an exclusive lounge at the Untitled Art fair.</td>
<td>ยืนยันสิทธิประโยชน์ในการเข้าชมงานและใช้เลานจ์ที่ Untitled Art fair</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>



<p class="ai-image-note">หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บัตรเครดิต ควรมีไหม เลือกสมัครยังไง ใช้ยังไงให้มีรายได้เพิ่ม ไม่เสียดอกเบี้ย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/should-i-get-a-credit-card-how-to-apply-and-use/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 01:41:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[cashback]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[คะแนนสะสม]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิตใบแรก]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครบัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[โปรโมชั่นบัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เสียดอกเบี้ย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=13046</guid>

					<description><![CDATA[บัตรเครดิต ควรมีไหม? บทความนี้จะพาไปดูวิธีเลือกสมัครบัตรเครดิตให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และใช้ยังไงให้คุ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>บัตรเครดิต ควรมีไหม? บทความนี้จะพาไปดูวิธีเลือกสมัครบัตรเครดิตให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และใช้ยังไงให้คุ้มค่า สร้างรายได้เพิ่ม ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยสักบาท</h2>
<p>บัตรเครดิต กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่หลายคนคุ้นเคย แต่ก็ยังมีคำถามยอดฮิตว่า &#8220;บัตรเครดิต ควรมีไหม?&#8221; สำหรับบางคน มันคือผู้ช่วยชั้นดีที่มอบความสะดวกสบายและสิทธิประโยชน์มากมาย แต่สำหรับอีกหลายคน มันอาจกลายเป็นกับดักหนี้ที่สร้างความปวดหัวได้เช่นกัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทุกแง่มุม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรมีบัตรเครดิตหรือไม่ พร้อมแนะวิธีเลือกและใช้งานอย่างชาญฉลาดเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด</p>
<h2>บัตรเครดิต: ดาบสองคมที่ต้องเข้าใจก่อนใช้</h2>
<p>หัวใจสำคัญของบัตรเครดิตคือ &#8220;วงเงินสินเชื่อ&#8221; ที่ธนาคารอนุมัติให้เราใช้จ่ายล่วงหน้าแทนเงินสด ไม่ใช่เงินฟรีที่เราจะได้มาเปล่าๆ ข้อดีคือความสะดวกสบาย ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก มีโปรโมชั่น ส่วนลด คะแนนสะสม หรือเครดิตเงินคืน (Cashback) ที่ช่วยให้การใช้จ่ายคุ้มค่ากว่าเดิม</p>
<p>แต่ในทางกลับกัน หากขาดวินัยในการใช้จ่ายและชำระคืน บัตรเครดิตก็สามารถสร้างภาระหนี้สินมหาศาลได้อย่างรวดเร็วจากอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การมีวินัยทางการเงินจึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่จะมีบัตรเครดิต</p>
<h2>วิธีเลือกสมัครบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์</h2>
<p>การเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรกหรือใบถัดไป ไม่ใช่แค่การเลือกจากโปรโมชั่นที่หวือหวา แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเรามากที่สุด</p>
<h3>1. ประเมินไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายหลัก</h3>
<p>ลองสำรวจตัวเองว่าในแต่ละเดือน คุณใช้จ่ายเงินไปกับอะไรมากที่สุด เช่น</p>
<ul>
<li><strong>สายช้อปปิ้ง:</strong> มองหาบัตรที่ให้คะแนนสะสมสูงเมื่อซื้อของในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าออนไลน์เจ้าประจำ</li>
<li><strong>สายท่องเที่ยว:</strong> เลือกบัตรที่เน้นสะสมไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน มีบริการห้องรับรองในสนามบิน หรือประกันการเดินทาง</li>
<li><strong>สายกินดื่ม:</strong> บัตรที่มีส่วนลดร้านอาหาร หรือโปรโมชั่นร่วมกับแอปพลิเคชันเดลิเวอรี</li>
<li><strong>สายเติมน้ำมัน/เดินทาง:</strong> บัตรที่ให้เครดิตเงินคืนสูงเมื่อเติมน้ำมัน หรือใช้จ่ายกับระบบขนส่งสาธารณะ</li>
</ul>
<h3>2. เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์: คะแนน, เงินคืน หรือไมล์สะสม?</h3>
<p>สิทธิประโยชน์หลักๆ ของบัตรเครดิตมักแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ คะแนนสะสม (Points), เครดิตเงินคืน (Cashback) และไมล์สะสม (Air Miles) การเลือกประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายในแต่ละวัน</p>
<h3>3. ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย</h3>
<p>อย่ามองข้ามเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี บัตรบางใบอาจมีสิทธิประโยชน์ที่ดีเยี่ยมแต่ก็มาพร้อมกับค่าธรรมเนียมที่สูง ควรตรวจสอบเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมด้วย นอกจากนี้ ควรเช็กอัตราดอกเบี้ยกรณีชำระล่าช้าหรือชำระขั้นต่ำ เพื่อวางแผนการเงินให้รัดกุม</p>
<h2>เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้มีรายได้เพิ่ม ไม่เสียดอกเบี้ย</h2>
<p>การใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่แค่การรูดซื้อของ แต่คือการวางแผนอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับคืนมา และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่สร้างหนี้</p>
<h4>จ่ายเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ</h4>
<p>นี่คือกฎเหล็กข้อแรกและข้อที่สำคัญที่สุด หากคุณชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตามใบแจ้งหนี้และภายในวันที่กำหนด คุณจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว ทำให้คุณได้ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรฟรีๆ</p>
<h4>เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้เป็นผลตอบแทน</h4>
<p>ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืน ทั้งหมดนี้ถือเป็น &#8220;รายได้&#8221; รูปแบบหนึ่งที่ได้กลับมาจากการใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่แล้ว ลองคำนวณดูว่าบัตรที่คุณถือให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ และเลือกใช้บัตรที่ให้ประโยชน์สูงสุดในแต่ละหมวดหมู่ การวางแผนที่ดีจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีในการ <a href="https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88/" target="_blank">สำรวจช่องทางหาเงินออนไลน์เพิ่มเติมที่นี่</a> เพื่อเพิ่มความมั่งคั่ง</p>
<h4>ใช้โปรโมชั่นผ่อน 0% อย่างชาญฉลาด</h4>
<p>สำหรับสินค้าราคาสูงที่จำเป็นต้องซื้อ การใช้โปรโมชั่นผ่อน 0% จะช่วยแบ่งเบาภาระและบริหารสภาพคล่องได้ดีกว่าการจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว แต่ต้องมั่นใจว่าคุณสามารถผ่อนชำระได้ครบตามกำหนด</p>
<h4>สร้างเครดิตที่ดีเพื่อโอกาสในอนาคต</h4>
<p>การใช้บัตรเครดิตและชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอเป็นการสร้างประวัติทางการเงินที่ดี (Credit Score) ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณต้องการขอสินเชื่อขนาดใหญ่ในอนาคต เช่น สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อธุรกิจเพื่อการลงทุน การมีวินัยทางการเงินที่ดีคือประตูสู่โอกาสใหม่ๆ เช่นเดียวกับ <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-start-investing-in-foreign-stocks-2/" target="_blank">การเรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้นต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่งคั่ง</a> ที่ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีเช่นกัน</p>
<h2>สรุป: บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่ดี หากใช้อย่างมีสติ</h2>
<p>สรุปแล้ว บัตรเครดิตไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์มากหากใช้อย่างถูกวิธีและมีวินัย การเลือกบัตรที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ การชำระเงินเต็มจำนวนและตรงเวลา คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย</p>
<p>เมื่อคุณสามารถบริหารจัดการบัตรเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นั่นหมายความว่าคุณมีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะต่อยอดไปสู่การสร้างความมั่งคั่งในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดลิสต์! บัตรเครดิตคืนเงินสูงสุด 2568-2569: เลือกใบไหนให้คุณคุ้มค่า ใช้แล้วรวยจริง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/best-cashback-credit-cards-2568-2569-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 14:37:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[2568]]></category>
		<category><![CDATA[2569]]></category>
		<category><![CDATA[cashback]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิตคืนเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกบัตรเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=12905</guid>

					<description><![CDATA[อยากรู้เคล็ดลับใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ได้เงินคืนสูงสุดในปี 2568-2569 ใช่ไหม? บทความนี้จะพาคุณไปเจา...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อยากรู้เคล็ดลับใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ได้เงินคืนสูงสุดในปี 2568-2569 ใช่ไหม? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกบัตรเครดิต Cashback ที่ดีที่สุด เพื่อชีวิตที่คุ้มค่าและมั่งคั่งขึ้น!</p>



<h2 class="wp-block-heading">บัตรเครดิตคืนเงิน (Cashback) คืออะไร และทำไมถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ?</h2>



<p>ในโลกของการเงินยุคใหม่ การใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งและเพิ่มพูนเงินออม บัตรเครดิตคืนเงิน หรือ Cashback Credit Card คือหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะมอบผลตอบแทนที่จับต้องได้ในรูปแบบของเงินสดที่คืนกลับมาจากการใช้จ่ายของเรา ซึ่งแตกต่างจากการสะสมแต้มหรือไมล์สะสมที่อาจต้องนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือบริการอื่น ๆ บัตรเครดิตคืนเงินช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้โดยตรง ทำให้ทุกการใช้จ่ายกลายเป็นการลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คืนกำไรกลับมาหาคุณ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิตคืนเงิน</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริง:</strong> เงินคืนที่คุณได้รับสามารถนำไปหักลดค่าใช้จ่ายในรอบบิลถัดไป หรือบางธนาคารอาจโอนเข้าบัญชีเงินฝาก ทำให้คุณมีเงินเหลือมากขึ้นสำหรับเป้าหมายอื่น ๆ</li>



<li><strong>ใช้งานง่ายและเข้าใจง่าย:</strong> อัตราการคืนเงินมักจะระบุไว้อย่างชัดเจน ทำให้คุณคำนวณผลประโยชน์ที่จะได้รับได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนการคำนวณมูลค่าของแต้มสะสม</li>



<li><strong>ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน:</strong> ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าบ้าน เติมน้ำมัน จ่ายค่าอาหาร หรือช้อปปิ้งออนไลน์ ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตคืนเงินก็จะนำมาซึ่งผลตอบแทน</li>



<li><strong>สร้างวินัยทางการเงิน:</strong> หากใช้บัตรอย่างมีสติและชำระเต็มจำนวนตรงเวลา บัตรเครดิตคืนเงินจะช่วยให้คุณบริหารจัดการการเงินได้ดีขึ้น พร้อมทั้งได้รับผลประโยชน์กลับคืนมา</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ใครเหมาะกับบัตรเครดิตคืนเงินประเภทนี้?</h3>



<p>บัตรเครดิตคืนเงินเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าแบบตรงไปตรงมา และมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ชัดเจน เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ผู้ที่ต้องการประหยัดเงิน:</strong> ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา วัยทำงาน หรือผู้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน</li>



<li><strong>ผู้ที่ใช้จ่ายในหมวดหมู่ที่บัตรกำหนด:</strong> หากคุณมีค่าใช้จ่ายประจำในหมวดหมู่ที่บัตรให้เงินคืนสูง เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือการช้อปปิ้งออนไลน์ บัตรประเภทนี้จะตอบโจทย์อย่างยิ่ง</li>



<li><strong>ผู้ที่ไม่ต้องการสะสมแต้มหรือไมล์:</strong> หากคุณไม่ค่อยเดินทาง หรือไม่สนใจแลกของรางวัล บัตรคืนเงินคือทางเลือกที่ง่ายและคุ้มค่ากว่า</li>



<li><strong>ผู้ที่สามารถชำระค่าบัตรเครดิตเต็มจำนวน:</strong> เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่สูง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">เกณฑ์การเลือกบัตรเครดิตคืนเงินสูงสุด 2568-2569</h2>



<p>การเลือกบัตรเครดิตคืนเงินที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณในปี 2568-2569 ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณมากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัตราการคืนเงิน (Cashback Rate)</h3>



<p>เป็นปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุด บัตรเครดิตคืนเงินแต่ละใบมีอัตราการคืนเงินที่แตกต่างกัน บางบัตรอาจให้อัตราคงที่สำหรับทุกการใช้จ่าย (เช่น 1%) ในขณะที่บางบัตรอาจให้อัตราที่สูงขึ้นในหมวดหมู่เฉพาะ (เช่น 3-5% สำหรับร้านอาหาร หรือ 7-10% สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในวันพิเศษ) ควรเลือกบัตรที่มีอัตราคืนเงินที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลักของคุณ</p>



<h3 class="wp-block-heading">หมวดหมู่การใช้จ่ายที่ให้เงินคืน</h3>



<p>บัตรเครดิตคืนเงินส่วนใหญ่มักจะให้เงินคืนสูงในหมวดหมู่ที่กำหนด เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หมวดซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต:</strong> สำหรับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน</li>



<li><strong>หมวดปั๊มน้ำมัน:</strong> สำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวและเดินทางบ่อย</li>



<li><strong>หมวดร้านอาหารและบันเทิง:</strong> สำหรับผู้ที่ชอบสังสรรค์หรือรับประทานอาหารนอกบ้าน</li>



<li><strong>หมวดช้อปปิ้งออนไลน์:</strong> สำหรับนักช้อปยุคดิจิทัล</li>



<li><strong>หมวดท่องเที่ยว:</strong> สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย</li>
</ul>



<p>การเลือกบัตรที่ตรงกับหมวดหมู่ที่คุณใช้จ่ายเป็นประจำจะช่วยให้คุณได้รับเงินคืนสูงสุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">วงเงินคืนสูงสุดต่อเดือน/ปี (Cashback Cap)</h3>



<p>บัตรเครดิตคืนเงินส่วนใหญ่จะมีวงเงินคืนสูงสุดที่สามารถรับได้ในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่คุณต้องพิจารณา หากคุณมีการใช้จ่ายสูงมากในแต่ละเดือน ควรเลือกบัตรที่มีวงเงินคืนสูงสุดที่เพียงพอ หรือเลือกบัตรที่ไม่มีเพดานจำกัด (Unlimited Cashback) แต่อัตราการคืนเงินอาจไม่สูงเท่าบัตรที่มีเพดาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ค่าธรรมเนียมรายปี:</strong> บางบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมรายปีที่สูง ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าหากเงินคืนที่คุณได้รับไม่ครอบคลุมค่าธรรมเนียมนั้น อย่างไรก็ตาม บางบัตรอาจมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อใช้จ่ายครบตามกำหนด</li>



<li><strong>เงื่อนไขการสมัคร:</strong> เช่น รายได้ขั้นต่ำที่กำหนด ซึ่งแต่ละธนาคารและประเภทบัตรจะแตกต่างกันไป</li>



<li><strong>เงื่อนไขการรับเงินคืน:</strong> เช่น ต้องใช้จ่ายขั้นต่ำต่อครั้ง/ต่อเดือน หรือต้องลงทะเบียนร่วมโปรโมชั่น</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม</h3>



<p>นอกเหนือจากเงินคืน บัตรเครดิตบางใบอาจมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ส่วนลดพิเศษจากร้านค้าพันธมิตร ประกันการเดินทาง บริการห้องรับรองในสนามบิน หรือโปรโมชั่นแรกเข้าที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยเสริมในการตัดสินใจเลือกบัตร</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปิดลิสต์! บัตรเครดิตคืนเงินยอดนิยมปี 2568-2569 (แนวโน้มและตัวอย่าง)</h2>



<p>เนื่องจากบัตรเครดิตและโปรโมชั่นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รายชื่อบัตรด้านล่างนี้จึงเป็นตัวอย่างและแนวโน้มที่คาดว่าจะยังคงได้รับความนิยมในปี 2568-2569 โดยอิงจากประเภทและคุณสมบัติเด่นของบัตรเครดิตคืนเงินในปัจจุบัน เพื่อให้คุณมีแนวทางในการพิจารณาเลือกบัตรที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและโปรโมชั่นล่าสุดจากธนาคารผู้ออกบัตรโดยตรงอีกครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตร A: เน้นคืนเงินทุกการใช้จ่าย (General Purpose Cashback)</h3>



<p>บัตรประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายและได้รับเงินคืนจากการใช้จ่ายทุกประเภทในชีวิตประจำวัน โดยมักจะให้อัตราการคืนเงินแบบคงที่ อาจอยู่ที่ประมาณ 0.5% &#8211; 1.5% สำหรับทุกยอดการใช้จ่าย ไม่ว่าคุณจะใช้จ่ายในหมวดใดก็ตาม บัตรแบบนี้มีข้อดีคือไม่ต้องจำว่าหมวดไหนได้เงินคืนเท่าไร ทำให้การใช้งานสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายหลากหลายและไม่ต้องการความซับซ้อนในการบริหารจัดการ</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตร B: คืนเงินสูงพิเศษในหมวดเฉพาะ (Category-Specific Cashback)</h3>



<p>สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นหนักในบางหมวดหมู่ บัตรประเภทนี้คือคำตอบ บัตรเหล่านี้มักจะเสนออัตราการคืนเงินที่สูงเป็นพิเศษ (เช่น 3% &#8211; 10%) ในหมวดหมู่ที่กำหนด เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือการเดินทาง โดยมักจะมีเพดานการคืนเงินสำหรับหมวดหมู่พิเศษเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายที่ตรงจุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตร C: สำหรับนักช้อปออนไลน์ (Online Cashback)</h3>



<p>ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อคืนเงินจากการใช้จ่ายออนไลน์โดยเฉพาะจึงได้รับความนิยมสูง บัตรประเภทนี้มักจะให้อัตราการคืนเงินที่โดดเด่นสำหรับการซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ E-commerce ชื่อดัง หรือการจ่ายค่าบริการ Streaming ต่างๆ บางบัตรอาจมีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับร้านค้าออนไลน์พันธมิตรเพิ่มเติมอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตร D: คืนเงินแบบไม่มีเพดาน (Unlimited Cashback)</h3>



<p>แม้จะหาได้ยาก แต่บัตรเครดิตคืนเงินแบบไม่มีเพดานจำกัดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีการใช้จ่ายสูงมากในแต่ละเดือน บัตรประเภทนี้มักจะให้อัตราการคืนเงินที่คงที่ (อาจจะไม่สูงเท่าบัตรที่มีเพดานจำกัด) แต่คุณจะได้รับเงินคืนจากทุกบาททุกสตางค์ที่คุณใช้จ่ายไปโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชนเพดาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดโดยไม่มีข้อจำกัด</p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคใช้บัตรเครดิตคืนเงินให้คุ้มค่า &#8220;ใช้แล้วรวย&#8221;</h2>



<p>การมีบัตรเครดิตคืนเงินที่ดีเป็นเพียงครึ่งทาง อีกครึ่งหนึ่งคือการรู้วิธีใช้บัตรนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับการเงินของคุณได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำความเข้าใจเงื่อนไขของบัตรอย่างละเอียด</h3>



<p>ก่อนเริ่มใช้บัตรเครดิตคืนเงิน ควรอ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการคืนเงินในแต่ละหมวดหมู่ เพดานการคืนเงิน เงื่อนไขการรับเงินคืน หรือค่าธรรมเนียมรายปี การรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ใช้จ่ายในหมวดที่ให้ Cashback สูงสุด</h3>



<p>หากคุณมีบัตรเครดิตคืนเงินหลายใบ หรือบัตรใบเดียวที่มีอัตราการคืนเงินแตกต่างกันในแต่ละหมวดหมู่ ควรใช้บัตรที่ให้เงินคืนสูงสุดสำหรับหมวดหมู่การใช้จ่ายนั้น ๆ เช่น ใช้บัตร A สำหรับซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต และใช้บัตร B สำหรับช้อปปิ้งออนไลน์ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณได้รับเงินคืนสูงสุดในแต่ละครั้งที่ใช้จ่าย</p>



<h3 class="wp-block-heading">วางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ</h3>



<p>เงินคืนที่ได้รับไม่ควรเป็นเหตุผลให้คุณใช้จ่ายเกินตัว ควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและอยู่ในงบประมาณที่คุณตั้งไว้ การวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าจะช่วยให้คุณควบคุมการเงินได้ดีขึ้น และทำให้เงินคืนที่ได้รับเป็นกำไรจริง ๆ ไม่ใช่การชดเชยค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น</p>



<h3 class="wp-block-heading">ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ</h3>



<p>นี่คือหลักการสำคัญที่สุดในการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่า หากคุณไม่ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลา ดอกเบี้ยที่เกิดจากการค้างชำระจะสูงกว่าเงินคืนที่คุณได้รับอย่างมาก ทำให้ผลประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิตคืนเงินกลายเป็นศูนย์ทันที การชำระเต็มจำนวนจะช่วยให้คุณได้รับเงินคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วยและไม่สร้างภาระหนี้สิน</p>



<h3 class="wp-block-heading">พิจารณาจำนวนบัตรที่เหมาะสม</h3>



<p>การมีบัตรเครดิตคืนเงินหลายใบอาจช่วยให้คุณได้รับเงินคืนสูงสุดในทุกหมวดหมู่ แต่ก็อาจทำให้การบริหารจัดการยุ่งยากขึ้น ควรเลือกจำนวนบัตรที่เหมาะสมกับความสามารถในการบริหารจัดการของคุณ อาจจะ 1-3 ใบที่ครอบคลุมการใช้จ่ายหลัก ๆ ก็เพียงพอแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อควรระวังในการใช้บัตรเครดิตคืนเงิน</h2>



<p>แม้ว่าบัตรเครดิตคืนเงินจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading">ระวังการใช้จ่ายเกินตัว</h3>



<p>แรงจูงใจในการได้รับเงินคืนอาจทำให้บางคนใช้จ่ายเกินความจำเป็น หรือซื้อของที่ไม่ต้องการเพียงเพื่อให้ได้เงินคืน สิ่งนี้อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินได้ง่าย เพราะเงินคืนที่ได้รับมักจะมีอัตราน้อยกว่าจำนวนเงินที่คุณใช้จ่ายไปมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าธรรมเนียมแอบแฝง</h3>



<p>บางบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมรายปีที่สูง หากเงินคืนที่คุณได้รับไม่ครอบคลุมค่าธรรมเนียมนี้ บัตรนั้นก็อาจไม่คุ้มค่าสำหรับคุณ นอกจากนี้ ควรระวังค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า หรือค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข</h3>



<p>ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตสามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและโปรโมชั่นของบัตรได้ตลอดเวลา ควรอ่านประกาศและอัปเดตข้อมูลจากธนาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณยังคงได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากบัตรของคุณ</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป: เลือกบัตรเครดิตคืนเงินให้ฉลาด ใช้แล้วรวยจริงในปี 2568-2569</h2>



<p>บัตรเครดิตคืนเงินเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลัง หากคุณเลือกใช้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ การพิจารณาอัตราการคืนเงิน หมวดหมู่ที่ให้เงินคืน วงเงินคืนสูงสุด และค่าธรรมเนียมอย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณค้นพบบัตรเครดิตคืนเงินที่ดีที่สุดสำหรับปี 2568-2569 และที่สำคัญที่สุดคือ การใช้บัตรอย่างมีวินัย ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากบัตรเครดิตคืนเงิน และก้าวไปสู่เส้นทางของความมั่งคั่งอย่างแท้จริง การใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดในวันนี้ จะนำมาซึ่งเงินออมและความมั่นคงทางการเงินในวันหน้า</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้มั้ย พอยท์บัตรเครดิตของคุณสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน ?</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/creditcard_point/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[FernFor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 08:41:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนรวม]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อกองทุนรวม]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พอยท์บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[แลกพอยท์บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[แลกพอยท์เป็นกองทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=11993</guid>

					<description><![CDATA[รู้มั้ย พอยท์บัตรเครดิตของคุณสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน ? การแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รู้มั้ย พอยท์บัตรเครดิตของคุณสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน ? </strong>การแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็นกองทุนรวมเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวม โดยสามารถใช้คะแนนสะสมบัตรเครดิตแลกเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวมได้ โดยไม่ต้องใช้เงินสด เป็นการเริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมได้ง่ายและสะดวก ปัจจุบันมีธนาคารและบริษัทบัตรหลายแห่งที่ให้บริการแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็นกองทุนรวม โดยแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดในการแลกที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วการแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็นกองทุนรวมจะมีขั้นตอนดังนี้</p>
<p><a href="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต.jpg"><br />
<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11996 size-large" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต-1024x281.jpg" alt="บัตรเครดิต" width="1024" height="281" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต-1024x281.jpg 1024w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต-300x82.jpg 300w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต-768x211.jpg 768w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/บัตรเครดิต.jpg 1458w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></p>
<ol data-sourcepos="5:1-11:0">
<li data-sourcepos="5:1-5:151">ตรวจสอบว่าบัตรเครดิตของคุณเข้าร่วมโครงการแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็นกองทุนรวมหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารหรือบริษัทบัตร</li>
<li data-sourcepos="6:1-6:132">ตรวจสอบจำนวนคะแนนสะสมบัตรเครดิตคงเหลือของคุณ โดยสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดบัตรเครดิต หรือผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือบริษัทบัตร</li>
<li data-sourcepos="7:1-7:104">ศึกษารายละเอียดของกองทุนรวมที่คุณต้องการแลก โดยสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์หรือหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวม</li>
<li data-sourcepos="8:1-8:109">เข้าสู่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารหรือบริษัทบัตร เพื่อแลกคะแนนสะสมบัตรเครดิตเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวม</li>
<li data-sourcepos="9:1-9:69">ระบุจำนวนคะแนนสะสมบัตรเครดิตที่ต้องการแลก และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น</li>
<li data-sourcepos="10:1-11:0">ยืนยันการแลกคะแนนสะสมบัตรเครดิตเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวม</li>
</ol>
<p><div style="width: 1290px;" class="wp-video"><video class="wp-video-shortcode" id="video-11993-1" width="1290" height="726" preload="metadata" controls="controls"><source type="video/mp4" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/PointVideoDropSound.mp4?_=1" /><a href="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/PointVideoDropSound.mp4">https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/PointVideoDropSound.mp4</a></video></div></p>
<p data-sourcepos="12:1-12:42"><strong>ข้อดีของการแลกพอยท์บัตรเครดิตเป็นกองทุนรวม</strong></p>
<ul data-sourcepos="14:1-17:0">
<li data-sourcepos="14:1-14:66">เป็นการเริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมได้ง่ายและสะดวก โดยไม่ต้องใช้เงินสด</li>
<li data-sourcepos="15:1-15:76">สามารถใช้คะแนนสะสมบัตรเครดิตที่ไม่สามารถแลกของรางวัลใดๆ ได้ให้เกิดประโยชน์</li>
<li data-sourcepos="16:1-17:0">สามารถลงทุนในกองทุนรวมได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อหน่วยลงทุน</li>
</ul>
<p>นอกจากข้อดีที่ทำให้เราได้ฝึกการลุงทุนแล้ว เราควรศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมที่คุณต้องการแลกให้เข้าใจก่อนตัดสินใจแลก และควรตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดของการแลกคะแนนสะสมบัตรเครดิตเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวมให้ครบถ้วน  ทางเลือกใหม่ที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ประโยชน์จากพอยต์บัตรเครดิตหรือบัตรสะสมคะแนนได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เพียงเปลี่ยนทุกคะแนนจากการใช้จ่ายเป็นกองทุนรวมกับหลากหลายพาร์ทเนอร์ที่ร่วมโครงการเริ่มเลยวันนี้&#8230; ลงทุนได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้เงิน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม<a href="https://www.setinvestnow.com/th/pointtoinvest" target="_blank" rel="noopener"> คลิก</a> ครั้งต่อไป เราจะมาแนะนำวิธีการแลกพอยท์ของแต่ละธนาคารกันค่ะ ฝากทุกท่านติดตามกันด้วยนะคะ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		<enclosure url="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2023/09/PointVideoDropSound.mp4" length="74826839" type="video/mp4" />

			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/credit-card/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/credit-card/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jul 2017 00:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรกดเงินสด]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=9876</guid>

					<description><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y หลังมีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียม...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y</strong> หลังมีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกประกาศจำกัดเพดานวงเงินสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันทุกประเภท ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นด้วยมาตรการนี้ ซึ่งจะช่วยลดการก่อหนี้เเละทำให้เกิดวินัย รวมทั้งกู้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าได้เพิ่มขึ้น</p>
<p>วันนี้ (11 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกประกาศจำกัดเพดานวงเงินสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันทุกประเภท บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เห็นว่าจะช่วยให้ลดก่อหนี้ครัวเรือนที่มาจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดลงได้ และจะทำให้การอนุมัติบัตรเครดิตต่างๆ ขยายตัวชะลอลง ไม่ร้อนแรงเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Y ที่ ธปท.เป็นห่วงการใช้จ่ายเกินตัวจนกลายเป็นหนี้เสีย และติดเครดิตบูโรตั้งแต่อายุยังน้อย</p>
<p>นายเชาว์ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล นั้น คาดว่าเอ็นพีแอลจะสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ และจะเริ่มลดลงในไตรมาส 4 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังดีขึ้น และปลายปีนี้จะเห็นแบงก์ต่างๆ ขายหนี้เอ็นพีแอลออกมามากขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff;">รายงานข่าวระบุว่า ธปท. เตรียมออกประกาศกำหนดเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยกำหนดรายได้ต่อเดือน 15,000-30,000 บาท ได้รับวงเงินบัตรเครดิตสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ ส่วนผู้ที่มีรายได้เดือนละ 30,000-50,000บาท ได้รับวงเงินไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ และรายได้ต่อเดือน 50,000บาท ขึ้นไป 5 เท่าของรายได้</span></p>
<p>สำหรับสินเชื่อบุคคลกำหนดเงื่อนไข ให้ผู้มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ และสถาบันการเงินปล่อยกู้ได้สูงสุด 3 แห่ง</p>
<p>ขอบคุณที่มาข่าว <a href="https://news.thaipbs.or.th/content/264244" target="_blank" rel="noopener">news.thaipbs.or.th/content/264244</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/credit-card/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
