<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ระยะปลูกกวางตุ้ง &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 Aug 2026 16:21:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ระยะปลูกกวางตุ้ง &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีปลูกกวางตุ้งให้โตทันกิน จากเมล็ดเล็กๆ สู่ผักเต็มแปลงโดยไม่ปลูกแน่นเกินไป</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/how-to-grow-khuang-tung-from-seed/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 16:21:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกษตรทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกผักกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ระยะปลูกกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บเกี่ยวกวางตุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะเมล็ดกวางตุ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=18204</guid>

					<description><![CDATA[วิธีปลูกกวางตุ้งให้โตท…]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีปลูกกวางตุ้ง</strong>ให้โตทันกินไม่ได้เริ่มจากการใส่ปุ๋ยมากที่สุด แต่เริ่มจากทำให้เมล็ดงอกใกล้เคียงกัน จัดระยะต้นไม่ให้แย่งแสงและน้ำ และดูแลความชื้นให้สม่ำเสมอ ตั้งแต่เพาะเมล็ดกวางตุ้งจนถึงวันที่ตัดกิน หากปล่อยให้ต้นขึ้นเบียดกันตั้งแต่แรก ผักจะยืด ลำต้นเล็ก อับชื้น และโตไม่พร้อมกันทั้งแปลง</p>

<p>กวางตุ้งเป็นผักที่ปลูกจากเมล็ดได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน แต่คำว่า “โตทันกิน” ควรหมายถึงต้นแข็งแรง ขนาดสม่ำเสมอ และเก็บได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่เร่งให้ต้นแน่นเต็มพื้นที่แล้วต้องถอนทิ้งจำนวนมากในภายหลัง วิธีด้านล่างจึงเน้นการจัดการตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะระยะปลูกกวางตุ้งที่เหมาะกับวิธีเก็บเกี่ยวของคุณ</p>

<h2>วางแผนก่อนปลูก: จะเก็บเป็นต้นอ่อนหรือรอให้ต้นใหญ่</h2>

<p>ก่อนเตรียมแปลง ให้ตัดสินใจก่อนว่าจะเก็บกวางตุ้งแบบไหน เพราะความหนาแน่นที่เหมาะสมไม่เท่ากัน</p>

<ul>
  <li><strong>เก็บเป็นต้นอ่อนหรือผักขนาดเล็ก:</strong> ใช้พื้นที่ต่อหนึ่งต้นน้อยกว่าได้ แต่ต้องมีแผนถอนหรือทยอยเก็บ ไม่ปล่อยให้ต้นเบียดกันนานจนแปลงอับ</li>
  <li><strong>เก็บเป็นต้นโตทั้งต้น:</strong> ควรเว้นช่องว่างมากขึ้น เพื่อให้โคนขยาย ลำต้นตั้งตรง และใบรับแสงได้ทั่วถึง</li>
  <li><strong>เก็บแบบตัดทยอย:</strong> ควรหว่านหรือปลูกเป็นหลายแถว แล้วเก็บทีละส่วน แทนการหว่านเต็มแปลงในวันเดียว</li>
</ul>

<p>หลักง่าย ๆ คือ ยิ่งตั้งใจให้ต้นใหญ่และเก็บช้าลง ยิ่งต้องเผื่อพื้นที่ให้แต่ละต้นมากขึ้น หากยังไม่แน่ใจ ให้เริ่มด้วยระยะที่โปร่งกว่าการหว่านกระจายแน่น ๆ เพราะต้นที่มีพื้นที่มากเกินไปยังพอปลูกซ่อมหรือปลูกแซมได้ แต่ต้นที่ขึ้นแน่นแล้วมักแก้ได้ด้วยการถอนออกเท่านั้น</p>

<h2>เลือกพื้นที่และเตรียมดินให้รากเดินเร็ว</h2>

<p>กวางตุ้งต้องการแสงเพียงพอและดินที่ระบายน้ำได้ดี แปลงที่มีแดดรำไรเกินไปมักทำให้ต้นยืด ส่วนแปลงที่น้ำขังทำให้รากขาดอากาศและต้นชะงัก แม้รดน้ำสม่ำเสมอก็ตาม</p>

<h3>เช็กพื้นที่ก่อนลงมือ</h3>

<ul>
  <li>เลือกจุดที่ได้รับแสงแดดหลายชั่วโมงต่อวัน แต่สามารถดูแลไม่ให้ดินแห้งจัดได้</li>
  <li>หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำไหลมารวมหลังฝนตก</li>
  <li>ถ้าเป็นแปลงดิน ให้ยกแปลงหรือพูนดินเล็กน้อยในพื้นที่ที่ระบายน้ำช้า</li>
  <li>ถ้าปลูกในภาชนะ ต้องมีรูระบายน้ำ และไม่วางถาดรองที่ขังน้ำไว้นาน</li>
</ul>

<h3>เตรียมดินให้ละเอียดพอสำหรับเมล็ดเล็ก</h3>

<p>เมล็ดกวางตุ้งมีขนาดเล็ก หากดินเป็นก้อนแข็ง เมล็ดจะสัมผัสดินไม่สม่ำเสมอ บางจุดจึงงอกช้า บางจุดรากแทงลงไม่ได้ ให้พรวนดินชั้นบนจนร่วน เก็บก้อนดินแข็ง เศษราก และวัชพืชออก แล้วเกลี่ยผิวแปลงให้เรียบ</p>

<p>อินทรียวัตถุที่สลายตัวดีช่วยให้ดินร่วนและเก็บความชื้นได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกหรือเศษวัสดุที่ยังสดใกล้เมล็ดโดยตรง เพราะอาจทำให้เมล็ดหรือรากอ่อนเสียหายได้ หากดินเดิมแน่นมาก ให้แก้ที่โครงสร้างและการระบายน้ำก่อนเพิ่มปุ๋ย การเพิ่มปุ๋ยอย่างเดียวไม่ทำให้รากเดินในดินที่อับน้ำ</p>

<h2>เพาะเมล็ดกวางตุ้งให้ขึ้นพร้อมกัน</h2>

<p>ความสม่ำเสมอของต้นเริ่มตั้งแต่การหว่าน เมล็ดที่ตกกระจุกจะกลายเป็นจุดที่แน่นที่สุดของแปลง และทำให้การกำหนดระยะภายหลังยุ่งยากกว่าการหว่านเป็นแนวตั้งแต่แรก</p>

<h3>เตรียมเมล็ดอย่างไร</h3>

<p>ใช้เมล็ดที่ยังแห้งดี ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และไม่เก็บไว้ในที่ร้อนชื้น หากไม่แน่ใจว่าควรแช่น้ำหรือไม่ ให้ดูคำแนะนำบนซองเมล็ดเป็นหลัก กวางตุ้งหลายแบบสามารถหว่านลงวัสดุปลูกที่ชื้นได้เลย การแช่น้ำจึงไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นเสมอไป และหากแช่นานเกินไป เมล็ดจะจับตัวกันจนหว่านยาก</p>

<p>สำหรับหลักการเลือกเมล็ดก่อนปลูก อ่านเพิ่มเติมเรื่อง <strong>การเตรียมเมล็ดก่อนหว่าน</strong> ได้ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องแยกให้ออกว่าเมล็ดชนิดใดควรแช่น้ำและเมล็ดชนิดใดควรหว่านแห้ง</p>

<h3>วิธีหว่านให้ไม่กองรวมกัน</h3>

<ol>
  <li>รดน้ำแปลงให้ดินชื้นทั่วก่อนหว่าน หากรดน้ำหลังหว่านแรงเกินไป เมล็ดจะไหลไปรวมกัน</li>
  <li>แบ่งเมล็ดเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วหว่านตามแนวตื้นแทนการเทลงจุดเดียว การผสมเมล็ดกับวัสดุแห้งละเอียดที่สะอาดช่วยให้กระจายมือได้ง่ายขึ้น</li>
  <li>กลบด้วยดินละเอียดหรือวัสดุปลูกบาง ๆ พอให้เมล็ดสัมผัสดิน ไม่ควรกลบลึกจนต้นอ่อนแทงขึ้นลำบาก</li>
  <li>ใช้ฝักบัวรดน้ำรูเล็ก หรือพ่นละอองเบา ๆ ให้ผิวดินชื้นโดยไม่ชะเมล็ด</li>
  <li>ตรวจแปลงทุกวันในช่วงเริ่มงอก หากผิวดินแห้งให้เติมความชื้นอย่างนุ่มนวล แต่อย่ารดจนแฉะตลอดเวลา</li>
</ol>

<p>ถ้าหว่านลงถาดเพาะ การแยกเมล็ดเป็นหลุมจะช่วยคุมจำนวนต้นได้ง่ายกว่า แต่การย้ายปลูกต้องทำอย่างระมัดระวังไม่ให้รากขาด สำหรับแปลงเล็ก การหว่านเป็นแถวตื้น ๆ มักดูแลและถอนต้นส่วนเกินได้สะดวก</p>

<h2>กำหนดระยะปลูกกวางตุ้งโดยดูจากขนาดต้นที่ต้องการ</h2>

<p>ระยะปลูกกวางตุ้งไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกแปลง เพราะขึ้นกับพันธุ์ วิธีเก็บ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ให้ใช้ตัวเลขต่อไปนี้เป็น <strong>แนวทางเริ่มต้น</strong> ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว และให้ยึดคำแนะนำบนซองเมล็ดเมื่อมีระบุไว้</p>

<ul>
  <li><strong>เก็บต้นเล็ก:</strong> เว้นระหว่างต้นประมาณ 5–10 เซนติเมตร และเว้นระหว่างแถวราว 10–15 เซนติเมตร โดยต้องทยอยถอนหรือตัดเมื่อเริ่มเบียดกัน</li>
  <li><strong>เก็บต้นขนาดกลาง:</strong> เว้นระหว่างต้นประมาณ 10–15 เซนติเมตร และเว้นระหว่างแถวราว 15–20 เซนติเมตร</li>
  <li><strong>ต้องการต้นใหญ่หรือปล่อยให้โตนานขึ้น:</strong> ขยับระยะห่างให้มากกว่าช่วงข้างต้น โดยสังเกตว่าทรงพุ่มของต้นข้างเคียงไม่ควรซ้อนทับกันแน่นตั้งแต่ยังไม่ถึงระยะเก็บ</li>
</ul>

<p>ระยะระหว่างแถวควรพอให้มือหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ เข้าไปถอนวัชพืชและตัดต้นได้ หากปลูกในกระถางหรือกระบะ ให้ใช้หลักเดียวกัน คือไม่วัดจากขอบภาชนะอย่างเดียว แต่ดูว่าต้นแต่ละต้นมีพื้นที่รอบโคนเพียงพอและใบไม่ทับกันตลอดวัน</p>

<h3>ถอนแยกเมื่อไรจึงไม่ช้าเกินไป</h3>

<p>หลังต้นอ่อนขึ้น ให้รอจนเห็นใบจริงและพอจับโคนได้ จากนั้นเลือกเก็บต้นที่เบียดกันออก เหลือต้นที่แข็งแรงและกระจายตัวดี อย่ารอจนรากพันกันแน่นหรือใบของต้นข้างเคียงซ้อนกันหลายชั้น เพราะการถอนในช่วงนั้นจะกระทบรากต้นที่ต้องการเก็บไว้มากขึ้น</p>

<p>ต้นที่ถอนออกยังนำไปกินเป็นผักอ่อนได้ หากสะอาดและไม่ผ่านการใช้สารที่ไม่เหมาะกับการเก็บกิน วิธีนี้ทำให้การเว้นระยะไม่ใช่การทิ้งผลผลิต แต่เป็นการเก็บเกี่ยวรอบแรกและเปิดพื้นที่ให้ต้นที่เหลือโตต่อ</p>

<h2>ดูแลน้ำ แสง และปุ๋ยในช่วงเร่งใบ</h2>

<p>หลังงอก กวางตุ้งโตเร็วเมื่อมีความชื้น แสง และธาตุอาหารพอเหมาะพร้อมกัน การดูแลที่ดีจึงไม่ใช่รดน้ำให้มากที่สุด แต่รักษาสภาพให้เปลี่ยนแปลงไม่รุนแรง</p>

<h3>รดน้ำให้ชื้นสม่ำเสมอ</h3>

<p>ตรวจดินบริเวณผิวและใต้ผิวเล็กน้อยก่อนรด หากผิวแห้งแต่ข้างในยังชื้น ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนแฉะ ในทางกลับกัน หากดินแห้งเร็ว ใบตกช่วงกลางวันซ้ำ ๆ หรือดินร่วนหลุดจากรากง่าย ควรเพิ่มความถี่หรือตรวจว่าภาชนะเล็กเกินไปหรือมีลมแรงเกินไป</p>

<p>รดที่โคนหรือใช้ฝักบัวกระจายน้ำแทนการฉีดแรงใส่ใบและหน้าดิน การรดเบา ๆ แต่ทั่วถึงช่วยลดปัญหาเมล็ดกระจาย รากโผล่ และหน้าดินเป็นแอ่ง ควรรดช่วงเช้าเป็นหลัก และปรับตามฝน อุณหภูมิ และการระบายน้ำของแปลง ไม่ใช้ตารางเวลาเดียวกันทุกวันโดยไม่ดูสภาพดิน</p>

<h3>ใส่ปุ๋ยเมื่อเห็นว่าต้นต้องการ</h3>

<p>ถ้าดินเตรียมดีและต้นมีสีเขียวสม่ำเสมอ ไม่ควรเร่งปุ๋ยเพียงเพราะต้องการให้โตเร็วเกินไป การใส่ปุ๋ยเข้มข้นใกล้โคนอาจทำให้รากอ่อนเสียหาย และต้นที่โตเร็วแต่ลำต้นอ่อนอาจล้มง่าย</p>

<p>เมื่อใบซีดทั่วแปลง โตชัดเจนช้าลงทั้งที่มีน้ำและแสงพอ ให้พิจารณาเติมปุ๋ยตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โดยกระจายให้ห่างจากโคนและรดน้ำตามความเหมาะสม หากซีดเฉพาะบางจุด ให้ตรวจความชื้น ราก และการบังแสงก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาปุ๋ย</p>

<h2>ควบคุมความแน่นและปัญหาในแปลงก่อนลุกลาม</h2>

<p>แปลงที่แน่นเกินไปจะมีอากาศถ่ายเทน้อย ใบเปียกนาน และมองเห็นโคนต้นได้ยาก การจัดการจึงควรเริ่มจากจำนวนต้น ไม่ใช่รอให้เกิดโรคแล้วค่อยแก้</p>

<ul>
  <li>ถอนต้นที่อ่อนแอ แคระแกร็น หรือขึ้นชิดกันมากออกก่อน เพื่อเปิดช่องให้ต้นแข็งแรง</li>
  <li>กำจัดวัชพืชขณะที่ยังเล็ก เพราะวัชพืชแย่งน้ำ แสง และพื้นที่รากโดยตรง</li>
  <li>ตรวจใต้ใบและยอดเป็นประจำ หากพบแมลงให้แยกต้นที่มีอาการหนักและใช้วิธีควบคุมที่เหมาะกับชนิดของปัญหา</li>
  <li>หลีกเลี่ยงการรดน้ำจนใบเปียกค้าง โดยเฉพาะช่วงที่อากาศชื้นหรือแปลงระบายอากาศไม่ดี</li>
  <li>อย่าเก็บเมล็ดหรือวัสดุปลูกไว้ในแปลงจนกลายเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลง</li>
</ul>

<p>หากต้นยืด ลำต้นบาง และใบห่างกัน ให้ตรวจแสงกับความแน่นก่อนเพิ่มปุ๋ย หากใบใหญ่แต่ต้นอ่อนและล้มง่าย ให้ตรวจน้ำและปุ๋ย หากต้นโตไม่พร้อมกันเป็นหย่อม ๆ ให้ดูว่าดินชื้นเท่ากันหรือไม่ รวมถึงตรวจว่าบริเวณนั้นได้รับแสงและมีการหว่านเมล็ดหนาแน่นกว่าจุดอื่นหรือเปล่า</p>

<h2>รู้จังหวะเก็บเกี่ยวกวางตุ้งจากสภาพต้น</h2>

<p>ระยะเก็บเกี่ยวกวางตุ้งขึ้นกับพันธุ์ อากาศ และขนาดที่ต้องการ จึงไม่ควรใช้จำนวนวันเป็นเกณฑ์เดียว แนวทางทั่วไปคือเริ่มประเมินเมื่อใบและลำต้นมีขนาดตามต้องการ สีเขียวสม่ำเสมอ และต้นตั้งตัวดี โดยกวางตุ้งที่เก็บเป็นผักอ่อนจะเก็บเร็วกว่าต้นที่ต้องการให้ใหญ่เต็มที่</p>

<h3>เช็กความพร้อมก่อนตัด</h3>

<ul>
  <li>ลำต้นอวบพอสมควร ไม่ผอมยืดหรืออ่อนจนพับง่าย</li>
  <li>ใบไม่มีความเสียหายจากแมลงหรือโรคในระดับที่ทำให้คุณภาพลดลง</li>
  <li>ต้นในแถวเดียวกันมีขนาดใกล้เคียงกันพอที่จะเก็บพร้อมกันได้</li>
  <li>ยังไม่แก่หรือเริ่มแทงช่อดอก หากต้องการผักใบและก้านที่นุ่ม</li>
</ul>

<p>ใช้มีดหรือกรรไกรสะอาดตัดเหนือโคนเล็กน้อยตามรูปแบบการเก็บของพันธุ์นั้น หากตั้งใจเก็บทั้งต้น ให้ตัดต้นที่ได้ขนาดก่อนและปล่อยต้นเล็กไว้โตต่อ หากตัดแบบเหลือโคน ควรสังเกตว่ามีหน่อใหม่แข็งแรงหรือไม่ และอย่าปล่อยให้แปลงอับชื้นหลังตัด</p>

<h2>ตัวอย่างการจัดแปลงให้เก็บได้ต่อเนื่อง</h2>

<figure class="wp-block-image size-full alee-info-image"><img decoding="async" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2026/08/how-to-grow-khuang-tung-from-seed-info-08.webp" alt="วิธีปลูกกวางตุ้ง — แปลงเดียวแบ่งเป็น 2–3 ส่วนจากซ้ายไปขวา พร้อมไทม์ไลน์การหว่านเหลื่อมกัน:"/></figure>


<p>สมมติว่ามีพื้นที่ไม่มากและต้องการมีกวางตุ้งกินเรื่อย ๆ แทนที่จะหว่านเต็มแปลงในวันเดียว ให้แบ่งพื้นที่เป็น 2–3 ส่วนตามที่ดูแลไหว แล้วหว่านแต่ละส่วนห่างกันเป็นช่วง ๆ วิธีนี้เป็นเพียงกรอบการวางแผน ไม่ใช่กำหนดตายตัว เพราะความเร็วในการงอกและโตเปลี่ยนตามพันธุ์กับสภาพอากาศ</p>

<p>แปลงแรกใช้ระยะค่อนข้างถี่สำหรับเก็บต้นเล็ก แปลงถัดไปเว้นกว้างขึ้นสำหรับต้นขนาดกลาง และแปลงสุดท้ายเว้นพื้นที่มากกว่าเพื่อให้เก็บเป็นต้นใหญ่ เมื่อแปลงแรกเริ่มถูกเก็บ แปลงต่อไปจะยังอยู่ในช่วงกำลังโต ทำให้มีผลผลิตหลายขนาดโดยไม่ต้องปลูกแน่นทั้งพื้นที่</p>

<div class="aaic-highlight"><strong>จำหลักเดียวให้ขึ้นใจ:</strong> หว่านให้กระจาย ถอนต้นส่วนเกินตั้งแต่ยังเล็ก รักษาดินให้ชื้นแต่ไม่แฉะ และเลือกช่วงห่างตามขนาดต้นที่ต้องการ หากต้นเริ่มเบียดกัน ให้เก็บออกมาใช้แทนการปล่อยให้ทั้งแปลงชะงัก</div>

<h2>เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนเริ่มปลูกผักกวางตุ้ง</h2>

<ul>
  <li>เลือกเมล็ดที่เก็บรักษาดีและตรวจคำแนะนำบนซอง</li>
  <li>เตรียมดินให้ร่วน ระบายน้ำได้ และไม่มีวัชพืช</li>
  <li>หว่านเป็นแถวหรือแบ่งเมล็ดให้กระจาย ไม่เทรวมเป็นกอง</li>
  <li>รักษาความชื้นด้วยการรดน้ำเบา ๆ ไม่ให้เมล็ดไหล</li>
  <li>ถอนแยกเมื่อต้นมีใบจริงและเริ่มเบียดกัน</li>
  <li>เลือกระยะห่างตามว่าจะเก็บต้นเล็ก ต้นกลาง หรือต้นใหญ่</li>
  <li>ตรวจแสง น้ำ ความแน่น และแมลงก่อนรีบเพิ่มปุ๋ย</li>
  <li>ทยอยเก็บต้นที่ได้ขนาด เพื่อเปิดพื้นที่ให้ต้นที่เหลือโตต่อ</li>
</ul>

<p>หัวใจของการปลูกกวางตุ้งให้ทันกินจึงอยู่ที่การคุมจังหวะ ไม่ใช่การเร่งทุกอย่างพร้อมกัน เริ่มจากเมล็ดกระจายดี ดินไม่ขังน้ำ และระยะต้นที่เหมาะกับขนาดผัก จากนั้นใช้การถอนแยกและเก็บทยอยเป็นเครื่องมือปรับความหนาแน่น แปลงจะโตสม่ำเสมอขึ้นและให้ผักกินได้หลายรอบโดยไม่ต้องเสียพื้นที่ไปกับต้นที่แย่งกันเอง</p>


<div class="wp-block-group aacr-highlight aacr-related aaic-v5413 aaic-native-v1 is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">

<p class="aacr-title wp-block-paragraph"><strong>เรื่องแนะนำ</strong></p>


<ul class="wp-block-list">

<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-grow-sweet-corn-full-ears-sweet-harvest/">วิธีปลูกข้าวโพดหวานให้ฝักเต็ม เมล็ดเรียงสวย และเก็บถูกช่วงก่อนความหวานลด</a></li>

</ul>

</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
