<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>วิธีการปลูก กระเจี๊ยบเขียว &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Oct 2021 04:32:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>วิธีการปลูก กระเจี๊ยบเขียว &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีการปลูก กระเจี๊ยบเขียว พืชทำเงินอีกชนิดที่น่าสนใจ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/okra/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/okra/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2020 02:00:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูก กระเจี๊ยบเขียว ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกกระเจี๊ยบเขียว ขาย]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์กระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการปลูก กระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีดูแลรักษากระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูก กระเจี๊ยบเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7076</guid>

					<description><![CDATA[กระเจี๊ยบเขียว พืชผักเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจ  ขายได้ทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ น่าจะเป็...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระเจี๊ยบเขียว</strong> พืชผักเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจ  ขายได้ทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ น่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริม หรือทำเป็นอาชีพได้ บางกอกทูเดย์ เราจึงได้เรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลูกกระเจี๊ยบเขียว ฝากไว้เป็นแนวทางในการศึกษาและทดลองทำ สำหรับผู้สนใจปลูกผักไว้กินไว้ขาย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นอีกอาชีพทำเงินสร้างงานสร้างรายได้ให้กับตัวเองและประเทศชาติ</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>กระเจี๊ยบเขียว</strong></span></p>
<p>หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Abelmosches esulentus (Linn.)เป็นพืชล้มลุก มีอายุประมาณ 1 ปี เจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศร้อน ทนสภาพอากาศความแห้งแล้งได้ดี มีอุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาเซลเซียส ลักษณะตามลำต้นมีขนหยาบ มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว คล้ายฝ่ามือเรียงสลับกันมีขนหยาบ ดอกมีสีเหลือง ที่โคนกลีบด้านในมีสีม่วงออกแดง ออกตามซอกใบ ก้านชูเรณูรวมกันเป็นลักษณะคล้ายหลอด ฝักคล้ายนิ้วมือผู้หญิง ปลายเรียวแหลม ตามฝักมีขนอ่อนๆ มีสีเขียวเข้มถึงสีเขียวอ่อน มีสันเป็นเหลี่ยมตามยาว 5 เหลี่ยม ฝักอ่อนมีรสชาติหวาน กรอบอร่อยส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียวกว่า</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>พันธุ์กระเจี๊ยบเขียว</strong></span></p>
<p><strong>กระเจี๊ยบเขียว</strong> มีพันธุ์ต่าง ๆ มากมายซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งความสูงของต้น ความยาวของฝักและสีฝัก พันธุ์พื้นเมืองเดิมจะมีเหลี่ยมบนฝักมากประมาณ 7-10 เหลี่ยม พันธุ์กระเจี๊ยบเขียวที่ใช้ปลูกเพื่อการส่งออกฝักสด และแช่แข็ง จะต้องเป็นพันธุ์ที่มีฝัก 5 เหลี่ยม สีฝักเขียวเข้ม มีเส้นใยน้อย ลำต้นเตี้ย ผิวฝักมีขนละเอียด ฝักดกให้ผลผลิตสูง ผู้สนใจหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ หรือหาข้อมูลสั่งซื้อได้ง่ายๆทางอินเตอร์เน็ต</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/กระเจี๊ยบเขียว-5เหลี่ยม.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7085" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/กระเจี๊ยบเขียว-5เหลี่ยม.jpg" alt="กระเจี๊ยบเขียว 5เหลี่ยม" width="450" height="298" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/กระเจี๊ยบเขียว-5เหลี่ยม.jpg 450w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/กระเจี๊ยบเขียว-5เหลี่ยม-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีการปลูก กระเจี๊ยบเขียว</strong> </span></p>
<p><strong>@การเตรียมดิน</strong> ขุดไถดินด้วยผาล 3 ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 15-20 วันเพื่อกำจัดโรค พืช และศัตรูพืช จากนั้นหว่านปุ๋ยคอกเสริมคอกเสริมธาตุอาหารในดินประมาณ 0.5-1 ต้นต่อไร่ อาจเลือกติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ หรือ เลือกปล่อยน้ำเข้าร่องแปลงก็ได้ จัดระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 1 เมตร (พร้อมร่องน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร)</p>
<p><strong>@วิธีปลูก</strong> กระเจี๊ยบเขียวสามารถทำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด โดยนำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำหมักชีวภาพนาน 15 – 20 นาที เพื่อกำจัดโรคที่อาจติดตามมากับเมล็ดพันธุ์ จากนั้นนำมาผึ่งให้แห้ง ในที่ร่ม ก่อนนำไปปลูกลงแปลงใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 1 กิโลกรัม/ไร่ สามารถนำเมล็ดพันธุ์มาทำการเพาะปลูกได้ โดยเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ ตรงตามสายพันธุ์ที่ต้องการ จากนั้นนำลงแปลงปลูกได้เลย โดยใช้นิ้วจิ้มดินเป็นหลุมเล็กก่อนหยอดเมล็ดพันธุ์ประมาณ 3 เมล็ดต่อหลุม จากนั้นประมาณ 45 วัน จึงพร้อมเริ่มเก็บเกี่ยวได้</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีดูแลรักษากระเจี๊ยบเขียว</strong></span></p>
<p><strong>@การให้น้ำ</strong> ในกรณีติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ ควรรดน้ำทุก 2 วัน ครั้ง นานครั้งละ 10-15 นาทีหากต้องการปล่อยน้ำตามร่อง ควรให้อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียวเป็นพืช ที่ทนสภาพความแห้งแล้งได้ดี</p>
<p><strong>@การใส่ปุ๋ย</strong> บำรุงด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักชีวภาพ ก่อนเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยว ใส่ ประมาณ 10-20 กิโลกรัม / ไร่ บำรุงเสริม และควรเสริมความต้านทานโรค ในช่วงระยะเก็บเกี่ยวฝักด้วยน้ำหมักชีวภาพ ฉีดพ่นทางใบทุก 7-10 วันครั้ง หรือใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 การใช้ปุ๋ยไนโตรเจน อาจใช้ในช่วงแรกก่อนติดฝักและหลังจากตัดต้นเพื่อเร่งการแตกกิ่งแขนง อัตราใส่ปุ๋ยโดยปกติ 20 วันต่อครั้ง ปริมาณปุ๋ย 10-25 กก./ไร่/ครั้งตามความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งใช้ปุ๋ยประมาณ 75-100 กก.ต่อไร่ต่อฤดูปลูก ทั้งนี้ขึ้นกับความยาวนานของการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วย</p>
<p><strong>@การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</strong> โดยมากกระเจี๊ยบเขียวจะมีศัตรูพืชจำพวก แมลงหวี่ขาวเพลี้ยไฟ และเพลี้ยจักจั่น ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้น้ำส้มควันไม้ ฉีดพ่น ทุก7 วันครั้งหรือในช่วงระบาด</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>กระเจี๊ยบเขียว วิธีการเก็บเกี่ยว </strong></span></p>
<p>เมื่อกระเจี๊ยบเขียวอายุต้นครบ 45 วันจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบเขียวได้ เก็บได้วันละ 1 ฝักตลอด90วันหรือนานกว่านั้นเล็กน้อย เฉลี่ยการเก็บเกี่ยวประมาณ 90 ฝักต่อต้นต่อรุ่น การเก็บควรใช้มีดคมตัดให้ขาดครั้งเดียว และไม่ควรเก็บใส่รวมกันครั้งละมากๆเพื่อป้องกันฝักช้ำ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ราคากระเจี๊ยบเขียว</strong></span> <span style="font-size: 12pt;">ขึ้นลงตามความต้องการของตลาด ซึ่งราคา เฉลี่ยที่ขายกัน ราวๆ 13-24 บาทต่อกิโลกรัม ณ 05/ 2558 กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชผักที่มีช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยวสั้น ผู้ที่สนใจปลูกกระเจี๊ยบเขียวสามารถเช็คราคากลางที่  www.taladsimummuang.com ได้ ผู้ที่สนใจอยากจะปลูกขายถ้ายังไม่เคยมีประสบการณ์ทำการเษตร หรือไม่เคยปลูกกระเจี๊ยบเขียวมาก่อน อาจจะเริ่มจากทดลองปลูกน้อยๆก่อน เพื่อทดลองตลาด รวมถึงจะได้ทราบต้นทุนในการปลูก หรือปลูกผสมผสานก็จะยิ่งดีเป็นการสร้างรายได้และลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชชนิดเดียว เป็นการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนมาขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; background-color: #ffff99;">ขอบคุณ ภาพจาก www.bansuanporpeang.com</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/okra/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
