<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>สรรพคุณ ของพริกขี้หนู &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Jul 2015 15:00:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>สรรพคุณ ของพริกขี้หนู &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พริกขี้หนู วิธีใช้ประโยชน์ทางยา ที่ควรรู้</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/prik-khee-noo/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/prik-khee-noo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2015 14:59:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[พริกขี้หนู]]></category>
		<category><![CDATA[พริกขี้หนู ช่วยลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[พริกขี้หนู ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[พริกขี้หนู สรรพคุณทางยา]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ ของพริกขี้หนู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7964</guid>

					<description><![CDATA[พริกขี้หนู วิธีใช้สรรพคุณทางยา ที่ควรรู้  ลดน้ำหนัก แก้อาการปวดบวมตามข้อ แก้กลากเกลื้อน พริกหน้าตาเ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พริกขี้หนู วิธีใช้สรรพคุณทางยา ที่ควรรู้  </strong><strong>ลดน้ำหนัก แก้อาการปวดบวมตามข้อ แก้กลากเกลื้อน </strong>พริกหน้าตาเป็นอย่างไรคงทราบดีอยู่แล้ว พริกจำแนกแยกย่อยได้ประมาณ 50 สายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ ก็จะมีหน้าตาแตกต่างกันไป พริกขี้หนูก็เป็นหนึ่งในนั้น พริกขี้หนู มักถูกใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหารให้จัดจ้าน และความจัดจ้านนี่เองที่ทำให้เด่นในเรื่องสมุนไพรนวดประคบและเป็นสมุนไพรกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี<span id="more-7964"></span></p>
<p>รสเผ็ดนิดๆจะช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้กินอาหารได้มากกว่าปกติ และช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียนได้อย่างยอดเยี่ยม ท่านที่มีปัญหาเรื่องปวดบวมตามกล้ามเนื้อ หรือท่าน ที่มีปัญหาเรื่องไขข้อ พริกขี้หนูจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องที่กล่าวมาได้เป็นอย่างดี เพราะส่วนต่างๆ ของพริกขี้หนูเป็นสมุนไพรที่นำมาทำลูกประคบขนานเอก หรือแม้แต่ใช้ทำเป็นน้ำมันนวดแก้ปวดเมื่อยก็ถือว่ามีสรรพคุณที่โดดเด่นไม่แพ้กัน อีกทั้งยังใช้กินเป็นยาบำรุงธาตุขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน ช่วยกระจายเลือด</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>พริกขี้หนู วิธีใช้สรรพคุณทางยา</strong></span></p>
<p><strong>๑.ลูกประคบแก้อาการปวดบวมตามข้อ :</strong> ใช้ใบพริกขี้หนูประมาณ ๒ กำมือ ฉีกเป็นชิ้นเล็ก บีบพอช้ำ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนเท่าๆกัน ห่อแต่ละส่วนด้วยผ้าขาวบาง มัดให้แน่น ทำเป็นก้อนกลมขนาดเท่ากำปั้นเด็ก เวลาใช้นึ่งให้ร้อน คลึงบริเวณ ที่ปวดบวม เมื่อลูกประคบหายร้อนก็เปลี่ยนไปใช้อีกลูก ทำสลับกันประมาณ ๑๐ นาที</p>
<p><strong>๒.กินเป็นยาเจริญอาหาร :</strong> ใช้เม็ดพริกขี้หนูประมาณ ๑๐-๑๕ เม็ด ผ่าครึ่งแคะเอาเมล็ดออกให้หมด<br />
ตำจนแหลก ผสมกับน้ำผึ้ง กินก่อนอาหารประมาณ ๑๐ – ๑๕ นาที จะช่วยให้เจริญอาหาร สูตรเดียวกันนี้ใช้เป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้เช่นกัน</p>
<p><strong>๓.ยาทาแก้กลากเกลื้อน :</strong> ใบพริกขี้หนูสดประมาณ ๑๕-๒๐ ใบ ตำพอช้ำ ใช้ขยี้บริเวณ ที่เป็นโรคผิวหนัง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;">สรรพคุณเด่นของพริกขี้หนู</span> </strong>ในปัจจุบันมีการสกัดสารจากพริกเพื่อนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก นั่นคือ “สารแคปไซซิน” เพราะมีสรรพคุณช่วยเร่งการเผาผลาญแคลลอรีของร่างกาย และเจ้าสารแคปไซซินนี่เองที่ทำให้พริกมีรสชาติเผ็ด ยิ่งเผ็ดร้อนเท่าไหร่แสดงว่ามีแคปไซซินมากเท่านั้นพริกขี้หนูที่เลื่องชื่อลือชาในความเผ็ดร้อนก็เพราะมีสารแคปไซซินอยู่มากนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น สารแคปไซซินยังช่วยในเรื่องระบบโลหิตช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและลดการเกิดหลอดลมอักเสบ เวลาที่พริกสัมผัสกับผิวหนังจะรู้สึกว่าแสบร้อน เราจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสพริกโดยตรง แต่ในส่วนนี้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ คือนำมาใช้กระตุ้นเวลาที่เกิดตะคริว โดยการนำเม็ดพริกมาแคะเอาเมล็ดออกให้หมด ใช้แต่ส่วนที่เป็นเนื้อพริกขยำให้ละเอียดแล้วนวดบริเวณที่เกิดตะคริว สูตรนี้ใช้แก้อาการปวดเมื่อยตามข้อได้ด้วย อาจจะผสมวาสลีนทาผิว หรือผสมโยเกิร์ตลงไปด้วยก็ได้ จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี</p>
<p>สมุนไพรแม้จะมีประโยชน์หลายอย่างแต่ควรศึกษาทำความเข้าใจก่อนคิดใช้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าใช้ตาม ผู้อื่น ผลลัพธ์การใช้แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญยังเป็นการรับประทานอาหารที่ครบห้าหมู่ พักผ่อน เพียงพอ และมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ขอบคุณ อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือ 108 สมุนไพรใช้เป็นหายป่วย, ที่มา www.hubherbs.com ,ภาพจาก www.abestfood.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/prik-khee-noo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
