<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>หลักสูตรร่วมด้านพลังงาน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2014 03:05:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>หลักสูตรร่วมด้านพลังงาน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 เสืออาเซียนผุดหลักสูตรร่วมด้านพลังงาน ป้อนตลาด AEC</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/jipp-joint-international-postgraduate-program/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/jipp-joint-international-postgraduate-program/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2014 03:03:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด AEC]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยในกลุ่ม AEC 5 แห่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรร่วมด้านพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=5285</guid>

					<description><![CDATA[5 เสืออาเซียนผุดหลักสูตรร่วมด้านพลังงาน ตั้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นศูนย์กลางผลิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>5 เสืออาเซียนผุดหลักสูตรร่วมด้านพลังงาน ตั้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นศูนย์กลางผลิตมหาบัณฑิตป้อนตลาด AEC ปั้นนวัตกรรมหลักสูตร JIPP ผลิตมหาบัณฑิตร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในกลุ่มประเทศอาเซียน รศ.ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยในที่ประชุม<span id="more-5285"></span></p>
<p><strong>Joint International Postgraduate Program on ASEAN Energy and Environment</strong> ซึ่งเป็นการประชุมกันระหว่างผู้แทน มหาวิทยาลัยในกลุ่ม AEC 5 แห่ง ประกอบด้วย</p>
<p>1) ประเทศอินโดนีเซีย โดย Institut Teknologi Bandung</p>
<p>2) ประเทศมาเลเซีย โดย University of Malaya</p>
<p>3) ประเทศฟิลิปปินส์ โดย University of the Philippines</p>
<p>4) ประเทศเวียตนาม โดย Hanoi University of Science and Technology</p>
<p>5) ประเทศไทย โดยบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ภายใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ว่าภายในปี พ.ศ. 2558 จะเกิดหลักสูตรใหม่ชื่อว่า นวัตกรรมทางการศึกษาของอาเซียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักสูตร JIPP Joint International Postgraduate Program on ASEAN Energy and Environment หรือหลักสูตรร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาเซียน ซึ่งเป็นหลักสูตรร่วมกันระหว่าง 5 มหาวิทยาลัยจาก 5 ประเทศ ดังกล่าว  ทั้งนี้การรวมตัวกันของประเทศในอาเซียนเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีวัตถุ ประสงค์เพื่อ</p>
<p>(1) การเป็นฐานการตลาดและการผลิตเดียว (Single market and product base)</p>
<p>(2) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ</p>
<p>(3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค</p>
<p>(4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ซึ่งความต้องการด้านพลังงานจะเป็นโครงร่างพื้นฐานในการพัฒนาในก้าวต่อไปของ AEC</p>
<p>ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะรับมือกับสถานการณ์ ความมั่นคงด้านพลังงานและความมั่นคงด้านพลังงานในบริบทของตลาดเดียว</p>
<p>“มจธ. เป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ มีความรู้ และประสบการณ์ จากการทำวิจัยทางด้านพลังงานเป็นที่ แพร่ หลาย รวมถึง มีความร่วมมือ ในการทำวิจัยด้านพลังงานกับต่างประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว จึงมีแนวคิดที่จะสร้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ครอบคลุมด้านพลังงานของอาเซียนขึ้น คือ โครงการ “Joint International Postgraduate Program on ASEAN Energy and Environment (JIPPAEE)” โดยในเบื้องต้น มีสมาชิกในโครงการฯ จากประเทศในอาเซียนจำนวน 5 ประเทศ คือ</p>
<p>1) ประเทศอินโดนีเซีย โดย Institut Teknologi Bandung</p>
<p>2) ประเทศมาเลเซีย โดย University of Malaya</p>
<p>3) ประเทศฟิลิปปินส์ โดย University of the Philippines</p>
<p>4) ประเทศเวียดนาม โดย Hanoi University of Science and Technology</p>
<p>5) ประเทศไทย โดยบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ภายใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายหรือศูนย์กลางการศึกษาในโครงการฯ และก่อนหน้านี้เราทำข้อตกลงร่วมกันภายใต้โครงการนี้เรียบร้อยแล้ว”</p>
<p>ดร.สิรินทรเทพ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตร JIPP ว่า เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่ เปิดรับนักศึกษาที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75 ขึ้นไป ซึ่งนักศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิต ภายใต้โครงการฯ จะได้รับความรู้และประสบการณ์ ด้านการวิจัยไม่เฉพาะในประเทศของตนเอง แต่ยังรวมถึงประเทศในอาเซียนด้วย โดยมี อาจารย์ผู้สอนและควบคุมวิทยานิพนธ์ จากประเทศสมาชิกต่างๆ ของโครงการฯ และยังได้รับโอกาสในการทำวิจัยร่วมกันกับประเทศสมาชิกของโครงการฯ อย่างน้อย 3 ประเทศ ซึ่งนับเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการทำวิจัยทางหนึ่งด้วย</p>
<p>“เราเองมีประสบการณ์ด้านการงานวิจัยร่วมกับ 5 มหาวิทยาลัยในอาเซียนอยู่แล้ว เรามีข้อมูลและทราบว่าในกลุ่มนี้มีการทำงานวิจัยที่ใกล้เคียงกัน เช่นในเรื่องการปรับปรุงเชื้อเพลิงชีวมวล ด้วยกระบวนการความร้อนที่อุณหภูมิต่ำนั้นไทยกับอินโดนีเซียก็ทำเหมือนกัน แต่ตัวเทคโนโลยีและวัตถุดิบมีความแตกต่างกัน ดังนั้นหากมีการต่อยอดงานวิจัยร่วมกัน ก็จะทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีกำลังในการต่อรองกับภูมิภาคอื่นๆ สูงขึ้น ในขณะที่ประเด็นเรื่ององค์ความรู้ของแต่ละประเทศที่ยังไม่เท่ากัน อาทิ ความรู้เรื่องไบโอดีเซล ซึ่งในไทยจะเน้นเรื่องการผลิต แต่ประเทศมาเลียจะขยับไปโฟกัสเรื่องธุรกิจการค้า เรื่องชุมชนและการตลาด ดังนั้นการมีหลักสูตรเพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมร่วมกันในกลุ่มอาเซียนจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอาเชียนได้”</p>
<p>ทั้งนี้หลักสูตรต่างๆ มีระยะเวลาการศึกษา 4 ภาคการศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาสำหรับการเรียน คือ ในประเทศไทย และประเทศสมาชิกของโครงการฯ และอีก 2 ภาคการศึกษาสำหรับการทำวิทยานิพนธ์ ในประเทศของตนเอง โดยเมื่อจบหลักสูตร นักศึกษาจะได้ รับปริญญาวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ขึ้นกับวุฒิการศึกษาปริญญาตรีของนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยของตนเอง นอกจากนี้นักศึกษายังได้รับประกาศนียบัตรร่วม ระหว่าง 5 มหาวิทยาลัยในการจบหลักสูตรพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาเซียน</p>
<p>ดร.สิรินทรเทพ กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการ Joint International Postgraduate Program on ASEAN Energy and Environment (JIPP) เป็นความร่วมมือที่ ไม่มีขอบเขตด้านภูมิภาค ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการแก้ ไขปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคอาเซียน และยังนับเป็นหน่วยเสริมสร้าง ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาในมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิก ซึ่งนำไปสู่การมีกำลังอำนาจในการต่อรองรวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นของภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านพลังงานอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/jipp-joint-international-postgraduate-program/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
