<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>หุ้นเทค &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Dec 2025 01:59:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>หุ้นเทค &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปฏิวัติ AI เพิ่งเริ่มต้น! Dan Ives ชี้ปี 2026 คือปีแห่งการทำเงินจริง ไม่ใช่ฟองสบู่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/dan-ives-ai-revolution-party-just-started-2026-monetization-year/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2025 01:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>
		<category><![CDATA[Dan Ives]]></category>
		<category><![CDATA[Wedbush Securities]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/dan-ives-ai-revolution-party-just-started-2026-monetization-year/</guid>

					<description><![CDATA[ปฏิวัติ AI เพิ่งเริ่มต้น Dan Ives นักวิเคราะห์ดังชี้ยังอยู่ในช่วงต้นเหมือนปี 1996 ไม่ใช่ฟองสบู่ คาด...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ปฏิวัติ AI เพิ่งเริ่มต้น Dan Ives นักวิเคราะห์ดังชี้ยังอยู่ในช่วงต้นเหมือนปี 1996 ไม่ใช่ฟองสบู่ คาดปี 2026 จะเป็นปีแห่งการทำเงินจริง และ Apple จะเป็นผู้จุดกระแส AI สู่ผู้บริโภค</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Dan Ives เปรียบเทียบว่า &#8220;ปาร์ตี้ AI&#8221; เพิ่งเริ่มต้น เหมือนเวลา 22:30 น. จากงานที่เลิกตี 4 ชี้ว่ายังอยู่ในช่วงต้นของการเติบโต</li>
<li>ทุก 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในชิป Nvidia จะสร้างผลกระทบแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) มูลค่า 8-10 ดอลลาร์ในอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง</li>
<li>ปี 2026 จะเป็น &#8220;ปีแห่งการทำเงิน&#8221; (Monetization Year) ที่จะพิสูจน์ผู้ชนะตัวจริงในสมรภูมิ AI โดยมี Apple เป็นผู้นำการปฏิวัติ AI ในฝั่งผู้บริโภค</li>
<li>จีนมีข้อได้เปรียบด้านพลังงานและเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ-จีน เป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตของ AI</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเกิดขึ้นของบริษัทที่จะได้รับประโยชน์ในระลอกที่ 2, 3 และ 4 ของการปฏิวัติ AI โดยเฉพาะในกลุ่มซอฟต์แวร์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน</li>
<li>บทบาทของ Apple ในการผลักดัน AI สู่ผู้บริโภควงกว้าง ผ่านอุปกรณ์ iOS 2.4 พันล้านเครื่อง และความเป็นไปได้ที่จะเกิด AI App Store</li>
<li>แนวโน้มความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง Dan Ives มองว่าจะผ่อนคลายลงและมีความร่วมมือกันมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>ปาร์ตี้ AI เพิ่งเริ่ม: ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็น &#8216;ช่วงเวลาปี 1996&#8217;</h2>
<p>Dan Ives กรรมการผู้จัดการและนักวิเคราะห์เทคโนโลยีอาวุโสจาก Wedbush Securities ยืนยันว่าการปฏิวัติ AI ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่ภาวะฟองสบู่เหมือนยุคดอทคอมในปี 1999 แต่เปรียบได้กับช่วงปี 1996 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตมากกว่า เขาให้ภาพว่าหากปาร์ตี้ AI เริ่มตอน 21:00 น. และจะเลิกตอน 04:00 น. ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปถึงแค่ 22:30 น. เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าการเติบโตยังอยู่ในระยะเริ่มต้น</p>
<p>เหตุผลสำคัญคือการปฏิวัติครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มีงบดุลระดับล้านล้านดอลลาร์ และสร้างกระแสเงินสดหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี แตกต่างจากยุคดอทคอมที่บริษัทสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ระดมทุนด้วยแผนธุรกิจบน PowerPoint เท่านั้น เขามองว่าตลาดกระทิงของหุ้นเทคโนโลยีจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2027</p>
<h2>Nvidia คือจุดเริ่มต้น: จับตาผลกระทบลูกโซ่ (Multiplier Effect)</h2>
<p>แม้ว่า Nvidia จะเป็นศูนย์กลางของความสนใจ แต่ Ives ชี้ให้เห็นถึง &#8216;ผลกระทบแบบทวีคูณ&#8217; ที่สำคัญ โดยทุกๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31 บาท) ที่ใช้จ่ายไปกับชิปของ Nvidia จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายมูลค่า 8 ถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 252-315 บาท) ในระบบนิเวศเทคโนโลยีทั้งหมด ตั้งแต่ซอฟต์แวร์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลังงาน</p>
<p>สถานการณ์ปัจจุบันยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริง โดยอุปสงค์ต่ออุปทานของชิป Nvidia อยู่ในอัตราส่วนสูงถึง 12 ต่อ 1 ซึ่งยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุน (Capex Super Cycle) ครั้งประวัติศาสตร์ โอกาสการลงทุนที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่แค่ที่ผู้ผลิตชิป แต่ยังรวมถึงบริษัทที่จะได้รับประโยชน์ในระลอกถัดๆ ไป</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อคาดการณ์</th>
<th>มุมมองของ Dan Ives</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สถานะการปฏิวัติ AI</td>
<td>เพิ่งเริ่มต้น เปรียบเหมือนปี 1996</td>
</tr>
<tr>
<td>ความต้องการชิป Nvidia</td>
<td>อุปสงค์สูงกว่าอุปทาน 12 เท่า</td>
</tr>
<tr>
<td>ปีสำคัญของการสร้างรายได้</td>
<td>ปี 2026 (Monetization Year)</td>
</tr>
<tr>
<td>แนวโน้มตลาดหุ้นเทค</td>
<td>ตลาดกระทิงจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยถึงปี 2027</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>2026 &#8216;ปีแห่งการทำเงิน&#8217; และ Apple คือผู้เปลี่ยนเกม</h2>
<p>Dan Ives คาดการณ์ว่าปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าบริษัทใดเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสมรภูมิ AI หรือที่เขาเรียกว่า &#8216;ปีแห่งการทำเงิน&#8217; (Monetization Year) ซึ่งนักลงทุนจะเริ่มมองหาผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมมากกว่าแค่การกล่าวถึงคำว่า AI ในที่ประชุม</p>
<p>ในฝั่งผู้บริโภค เขาเชื่อว่าการปฏิวัติ AI ที่แท้จริงจะเริ่มต้นโดย Apple ด้วยฐานผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS กว่า 2.4 พันล้านเครื่องทั่วโลก Apple จะกลายเป็นประตูสำคัญที่นำพาเทคโนโลยี AI ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง และอาจนำไปสู่การสร้าง &#8216;AI App Store&#8217; โดยเฉพาะในอนาคต</p>
<h2>โอกาสในจีนและความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน</h2>
<p>สำหรับประเทศจีน Ives มองว่ามีข้อได้เปรียบที่สำคัญ 2 ประการในยุค AI คือ 1) ความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และ 2) ความเป็นผู้นำในด้านหุ่นยนต์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีเส้นโค้งการพัฒนาที่น่าทึ่ง เขายังมองว่าบริษัทที่น่าสนใจในจีนคือ Alibaba, Baidu และ Tencent</p>
<p>แม้จะมีความตึงเครียดทางการค้า แต่เขาเชื่อว่าสถานการณ์จะผ่อนคลายลง เพราะทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างต้องการซึ่งกันและกันเพื่อขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI ให้ถึงจุดสูงสุด โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของ Apple และ Tesla ที่ต่างก็ยอมรับตลาดจีนเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขสำคัญ</td>
<td>อัตราส่วนอุปสงค์ต่ออุปทานชิป Nvidia 12:1 และ Multiplier Effect 1 ต่อ 8-10 ดอลลาร์</td>
<td>ตัวเลขถูกระบุอย่างชัดเจนในบทสัมภาษณ์ของ Dan Ives เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การคาดการณ์สำคัญ</td>
<td>ปี 2026 จะเป็น &#8216;ปีแห่งการทำเงิน&#8217; (Monetization Year)</td>
<td>เป็นการคาดการณ์อนาคตที่มาจาก Dan Ives โดยตรง ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของบทสัมภาษณ์</td>
<td>ตรง (ตามแหล่งข่าว)</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและหน่วยงาน</td>
<td>Dan Ives, Wedbush Securities</td>
<td>ระบุชื่อและสังกัดของนักวิเคราะห์ตรงตามเนื้อหาต้นทางที่แนะนำตัวเขา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นหลักของบทวิเคราะห์</td>
<td>การปฏิวัติ AI เพิ่งเริ่มต้นเหมือนยุค 1996 ไม่ใช่ฟองสบู่</td>
<td>เป็นแก่นของบทวิเคราะห์ที่สรุปจากคำเปรียบเทียบ &#8216;AI Party&#8217; ของ Dan Ives</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> wallstreetcn</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นสหรัฐร่วงหนัก Dow, S&#038;P 500, Nasdaq ปิดลบยกแผง หลังหุ้นเทคฯ ถูกเทขาย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-fall-dow-sp500-nasdaq-sink-on-tech-selloff/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 17:30:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[S&P 500]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีดาวโจนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น Wall Street]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-fall-dow-sp500-nasdaq-sink-on-tech-selloff/</guid>

					<description><![CDATA[หุ้นสหรัฐร่วงหนัก ดัชนีดาวโจนส์, S&#38;P 500 และ Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบพร้อมกัน ผลกระทบจากการเทขายอย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หุ้นสหรัฐร่วงหนัก ดัชนีดาวโจนส์, S&amp;P 500 และ Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบพร้อมกัน ผลกระทบจากการเทขายอย่างหนักในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีบน Wall Street</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ทั้ง Dow Jones, S&amp;P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลงพร้อมกันอย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li>แรงกดดันหลักมาจากการเทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Exodus) ซึ่งเป็นภาคส่วนที่นำตลาดมาตลอด</li>
<li>สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจและมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี</li>
</ul>
</div>
<h2>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดงยกแผง หุ้นเทคฯ ฉุดดัชนีร่วง</h2>
<p>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีสำคัญทั้ง 3 ดัชนี ได้แก่ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average), ดัชนี S&amp;P 500 และดัชนี Nasdaq Composite ปิดตลาดในแดนลบพร้อมเพรียงกัน การปรับตัวลงครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนแห่เทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงในภาคส่วนดังกล่าว</p>
<h3>แรงเทขายในกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Exodus) กดดันตลาด</h3>
<p>ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &#8216;Tech Exodus&#8217; หรือการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างหนัก เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดโดยรวม การที่นักลงทุนพร้อมใจกันลดการถือครองหุ้นกลุ่มนี้ อาจมีสาเหตุมาจากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป, การคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคต หรือการย้ายเงินลงทุนไปยังภาคส่วนอื่นที่น่าสนใจกว่า</p>
<p>ผลกระทบจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเห็นได้ชัดเจนในดัชนีต่างๆ ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>Nasdaq Composite:</strong> เป็นดัชนีที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนของหุ้นบริษัทเทคโนโลยีอยู่เป็นจำนวนมาก</li>
<li><strong>S&amp;P 500:</strong> ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน เพราะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น Apple, Microsoft, และ Amazon มีน้ำหนักต่อดัชนีค่อนข้างสูง</li>
<li><strong>Dow Jones:</strong> แม้จะเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นบลูชิพจากหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากภาพรวมของตลาดที่ย่ำแย่ได้</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในแดนลบ โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวปรับตัวลดลงพร้อมกัน</li>
<li>ปัจจัยฉุดตลาดที่สำคัญที่สุดคือการเทขายทำกำไรและลดความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี</li>
<li>ภาวะดังกล่าวสะท้อนความไม่แน่นอนและความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางของหุ้นกลุ่มที่เคยเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ดัชนี Dow, S&amp;P 500, Nasdaq ปรับตัวลดลง</td>
<td>หัวข้อข่าวระบุว่าดัชนีหลัก &#8220;sink&#8221; (ร่วงลง)</td>
<td>ข้อมูลสอดคล้องกับที่ระบุในหัวข้อข่าวต้นทางอย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุการปรับตัวลง</td>
<td>ระบุว่าเกิดจาก &#8220;tech exodus&#8221; หรือการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี</td>
<td>แหล่งข่าวระบุสาเหตุหลักที่กดดันตลาดว่ามาจากการเทขายหุ้นเทคฯ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของดัชนี</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจนในข้อมูลต้นทาง (หัวข้อข่าว)</td>
<td>ข้อมูลต้นทางไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงตัวเลขว่าลดลงกี่จุดหรือกี่เปอร์เซ็นต์</td>
<td>ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p class="ai-image-note">หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้น AI ร่วงต่อเนื่องวันที่ 3 นำโดย Oracle และ Nvidia หลังผลประกอบการน่าผิดหวัง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ai-stocks-slide-extends-third-day-oracle-nvidia-fall/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 10:29:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[Oracle]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น AI]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ai-stocks-slide-extends-third-day-oracle-nvidia-fall/</guid>

					<description><![CDATA[หุ้น AI ร่วงติดต่อกันเป็นวันที่สาม โดยมีแรงกดดันจากผลประกอบการที่ไม่สดใสของ Oracle ฉุดให้หุ้นเทคโนโ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หุ้น AI ร่วงติดต่อกันเป็นวันที่สาม โดยมีแรงกดดันจากผลประกอบการที่ไม่สดใสของ Oracle ฉุดให้หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Nvidia ปรับตัวลดลงในการซื้อขายล่วงหน้า</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สามติดต่อกัน</li>
<li>แรงเทขายมีชนวนเหตุมาจากผลประกอบการที่ผสมผสานของ Oracle ซึ่งสร้างความกังวลให้นักลงทุน</li>
<li>หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Nvidia ได้รับผลกระทบและปรับตัวลดลงในการซื้อขายล่วงหน้า (premarket)</li>
</ul>
</div>
<h2>แรงกดดันจากผลประกอบการ Oracle ฉุดหุ้นกลุ่ม AI</h2>
<p>ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญกับแรงเทขายในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากบริษัท Oracle รายงานผลประกอบการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะมีบางส่วนที่ดี แต่ภาพรวมยังคงสร้างความผิดหวังและไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ ปัจจัยนี้ได้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้านี้</p>
<h2>Nvidia และหุ้นเทคอื่น ๆ ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า</h2>
<p>ผลกระทบจากความเชื่อมั่นเชิงลบได้แผ่ขยายเป็นวงกว้าง โดยหุ้นที่เป็นผู้นำในตลาด AI อย่าง Nvidia (NVDA) ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันได้ และมีการปรับตัวลดลงในการซื้อขายล่วงหน้า การปรับตัวลงของหุ้นหลักเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งมักถูกใช้เป็นมาตรวัดทิศทางของอุตสาหกรรมโดยรวม นักลงทุนกำลังจับตามองว่าการปรับฐานครั้งนี้จะเป็นเพียงการพักตัวระยะสั้นหรือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่ใหญ่กว่า</p>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>การปรับตัวลงของหุ้นกลุ่ม AI เข้าสู่วันที่สามติดต่อกัน สะท้อนความกังวลของนักลงทุน</li>
<li>ผลประกอบการของ Oracle เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นแรงเทขายในรอบนี้</li>
<li>หุ้นผู้นำตลาดอย่าง Nvidia ได้รับผลกระทบเชิงลบตามไปด้วยในการซื้อขายล่วงหน้า</li>
<li>ตลาดกำลังประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้งหลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การปรับตัวลงของหุ้น AI</td>
<td>&#8220;AI-led tech slide extends into third day&#8221;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่นำโดย AI ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการปรับตัวลง</td>
<td>&#8220;since Oracle&#8217;s mixed results on Wednesday&#8221;</td>
<td>แหล่งข่าวชี้ว่าแรงเทขายเริ่มต้นขึ้นหลังจาก Oracle รายงานผลประกอบการที่ผสมผสาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริษัทที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>&#8220;Oracle, Nvidia, fall in premarket trading&#8221;</td>
<td>มีการระบุชื่อบริษัท Oracle และ Nvidia ว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลดลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p class="ai-image-note">หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นสหรัฐร่วง หลังผลประกอบการ Oracle พลาดเป้า ท่ามกลางความกังวลต่อกระแส AI</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-slide-after-oracle-earnings-disappoint-amid-ai-concerns/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 04:02:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Oracle]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=13951</guid>

					<description><![CDATA[หุ้นสหรัฐร่วง หลัง Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ เผยผลประกอบการต่ำกว่าคาดการณ์ จุดประกายความกังวล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หุ้นสหรัฐร่วง หลัง Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ เผยผลประกอบการต่ำกว่าคาดการณ์ จุดประกายความกังวลในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางของบริษัทท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังมาแรง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยกดดันจากผลประกอบการของ Oracle ที่น่าผิดหวัง</li>
<li>ผลกำไรของ Oracle ที่ประกาศเมื่อวันพุธ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้</li>
<li>นักลงทุนกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันของ Oracle ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
</ul>
</div>
<h2>ผลประกอบการ Oracle สร้างแรงกดดันต่อตลาด</h2>
<p>ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญกับแรงเทขาย หลังจากบริษัท Oracle ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลรายใหญ่ ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การประกาศดังกล่าวได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม</p>
<p>ผลประกอบการที่พลาดเป้าครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังสูงของตลาดต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ของ Oracle ถูกจับตามองเป็นพิเศษ</p>
<h2>ความท้าทายท่ามกลางกระแส AI บูม</h2>
<p>ความกังวลหลักในหมู่นักลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขผลกำไรที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่ยังขยายไปถึงคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์และศักยภาพของ Oracle ในการแข่งขันในตลาด AI ที่กำลังร้อนแรง นักลงทุนกำลังประเมินว่าบริษัทเทคโนโลยีรุ่นใหญ่จะสามารถปรับตัวและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญนี้ได้ทันท่วงทีหรือไม่</p>
<p>ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษประกอบด้วย:</p>
<ul>
<li><b>ความสามารถในการแข่งขันด้านคลาวด์:</b> การเติบโตของบริการคลาวด์ของ Oracle เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่อื่นๆ</li>
<li><b>การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี AI:</b> ความคืบหน้าในการนำ AI มาผนวกกับผลิตภัณฑ์และบริการหลักของบริษัท</li>
<li><b>แนวโน้มการเติบโตในอนาคต:</b> ความสามารถในการสร้างรายได้ใหม่ๆ จากเทรนด์ AI เพื่อชดเชยธุรกิจดั้งเดิม</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของ Oracle เป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดหุ้นสหรัฐในรอบล่าสุด</li>
<li>นักลงทุนแสดงความกังวลต่อศักยภาพของ Oracle ในการแข่งขันท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยี AI</li>
<li>เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดมีความอ่อนไหวต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และความคาดหวังที่เกี่ยวข้องกับ AI</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ผลประกอบการ Oracle</td>
<td>&#8216;earnings&#8230; fell short of forecasts&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าผลประกอบการของ Oracle ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐ</td>
<td>&#8216;US stocks slide after Oracle results disappoint&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวเชื่อมโยงการปรับตัวลงของหุ้นสหรัฐกับผลประกอบการของ Oracle โดยตรง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขรายได้, กำไร, หรือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของหุ้น</td>
<td>ข่าวไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณที่เฉพาะเจาะจง จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทราบรายละเอียด</td>
<td>ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p class="ai-image-note">หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tech Stock ฟื้นหรือยัง? วิเคราะห์หุ้นใหญ่ Apple–Nvidia</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/tech-stock-%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>
		<category><![CDATA[megatrend หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น AI]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น Apple]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=12947</guid>

					<description><![CDATA[หุ้นเทคฟื้นตัวแล้วจริงหรือ? บทวิเคราะห์เจาะลึกหุ้นยักษ์ใหญ่ Apple และ Nvidia สำรวจโอกาสจาก megatren...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>หุ้นเทคฟื้นตัวแล้วจริงหรือ? บทวิเคราะห์เจาะลึกหุ้นยักษ์ใหญ่ Apple และ Nvidia สำรวจโอกาสจาก megatrend หุ้น ที่นักลงทุนต้องจับตา</h2>
<p>ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ดุเดือดและผันผวนที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากเผชิญกับภาวะซบเซาครั้งใหญ่หลังยุคโควิด-19 คำถามสำคัญที่อยู่ในใจนักลงทุนทั่วโลกคือ หุ้นเทคฟื้นตัวอย่างยั่งยืนแล้วหรือยัง? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสถานการณ์ปัจจุบันผ่านการวิเคราะห์สองหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Apple และ Nvidia พร้อมสำรวจภาพรวมของ megatrend หุ้น ที่กำลังจะกำหนดทิศทางตลาดในอนาคต</p>
<h2>Apple: ยักษ์ใหญ่ที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทาย</h2>
<p>Apple ยังคงเป็นเสาหลักในพอร์ตการลงทุนของใครหลายคน ด้วยระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่งและฐานลูกค้าผู้ภักดี แม้ว่ายอดขาย iPhone จะเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและความท้าทายในตลาดจีน แต่ Apple ก็สามารถสร้างการเติบโตจากธุรกิจบริการได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น App Store, Apple Music, iCloud และ Apple TV+ ซึ่งสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและมีอัตรากำไรสูง</p>
<p>ปัจจัยที่ต้องจับตามองสำหรับ Apple ในระยะต่อไปคือการเข้าสู่สังเวียนปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัวด้วย &#8220;Apple Intelligence&#8221; ซึ่งถูกมองว่าจะเข้ามาปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple และอาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดรอบการอัปเกรดครั้งใหญ่ (Super Cycle) ได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Vision Pro แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการบุกเบิกตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>
<h2>Nvidia: ผู้นำคลื่นปฏิวัติ AI ที่ไม่มีใครเทียบ</h2>
<p>หากจะพูดถึงหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในทศวรรษนี้ คงหนีไม่พ้น Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติ AI ทั่วโลก ชิปของ Nvidia อย่าง A100 และ H100 กลายเป็นสินค้าที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างต้องการเพื่อนำไปใช้ฝึกฝนและพัฒนาระบบ AI ของตนเอง</p>
<p>การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Nvidia สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ megatrend หุ้น ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างชัดเจน ผลประกอบการที่เติบโตหลายร้อยเปอร์เซ็นต์และมูลค่าบริษัทที่พุ่งทะยานแซงหน้าบริษัทเทคฯ รุ่นพี่หลายแห่ง เป็นเครื่องยืนยันถึงตำแหน่งผู้นำที่ยากจะหาใครมาทัดเทียมได้ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของ Nvidia คือการรักษาส่วนแบ่งการตลาด ท่ามกลางการแข่งขันที่เริ่มสูงขึ้นจากคู่แข่งและแม้กระทั่งจากลูกค้าของตนเองที่พยายามพัฒนาชิป AI ของตัวเองขึ้นมา การเติบโตของเทคโนโลยี AI นี้ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ซึ่งคุณสามารถ<a href="https://www.bangkoktoday.net/building-ai-startup-university-student-experience/" target="_blank">อ่านเรื่องราวการก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI ที่น่าสนใจ</a>เพื่อดูภาพการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงได้</p>
<h2>มองไปข้างหน้า: Megatrend หุ้นเทคที่ต้องจับตา</h2>
<p>การฟื้นตัวของหุ้นเทคไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Apple หรือ Nvidia เท่านั้น แต่ยังได้รับแรงหนุนจาก Megatrend อื่นๆ ที่กำลังเติบโตควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็น:</p>
<ul>
<li><strong>Cloud Computing:</strong> การประมวลผลแบบคลาวด์ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล และเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง</li>
<li><strong>Cybersecurity:</strong> เมื่อทุกอย่างเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงกลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องลงทุน</li>
<li><strong>Internet of Things (IoT):</strong> การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ตกำลังขยายตัวไปยังทุกอุตสาหกรรม สร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาล</li>
</ul>
<p>เทรนด์เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า แม้ตลาดจะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่นวัตกรรมและเทคโนโลยียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<h2>สรุป: นักลงทุนควรทำอย่างไรกับหุ้นเทค?</h2>
<p>สัญญาณการฟื้นตัวของหุ้นเทคเริ่มชัดเจนขึ้น โดยมี AI เป็นพระเอก แต่การลงทุนยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง หุ้นอย่าง Nvidia แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่มหาศาลจาก megatrend ใหม่ๆ ในขณะที่ Apple ยังคงเป็นตัวแทนของการเติบโตที่มั่นคงและมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง</p>
<p>สำหรับนักลงทุน การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและกระจายความเสี่ยงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ การทำความเข้าใจในธุรกิจของแต่ละบริษัทและมองเห็นภาพใหญ่ของ megatrend หุ้น จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างเฉียบคมและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้</p>
<p>หากคุณกำลังมองหาแนวทางการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นเพื่อกระจายพอร์ตโฟลิโอ สามารถ<a href="https://www.bangkoktoday.net/crypto-investment-2025-opportunities-risks/" target="_blank">เจาะลึกตลาดและเหรียญน่าจับตาปี 2025</a> ได้ที่นี่ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแบ่งปันมุมมองให้กับเพื่อนๆ นักลงทุนของคุณ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
