<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>อาชีพทำเงิน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2025 14:38:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>อาชีพทำเงิน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อาชีพทำเงิน เพาะถั่วงอกขาย กำไรวันละ 10,000 บาท</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/bean-sprouts-business/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/bean-sprouts-business/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 14:38:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วงอก อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วเขียว ทำถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพาะถั่วงอกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน เพาะถั่วงอกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเพาะถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเพาะถั่วงอกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะถั่วงอกขาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=6415</guid>

					<description><![CDATA[เพาะถั่วงอกขาย อาชีพน่าสนใจ ที่ทำเงินได้อย่างงาม ดูแลง่ายเพราะระยะเก็บเกี่ยวสั้นมาก เป็นอาชีพสำหรับ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt"><strong>เพาะถั่วงอกขาย อาชีพน่าสนใจ</strong> ที่ทำเงินได้อย่างงาม ดูแลง่ายเพราะระยะเก็บเกี่ยวสั้นมาก เป็นอาชีพสำหรับการเกษตรอีกอย่างที่น่าลงทุน<strong> BangkokToday.net</strong> <span style="color: #ff0000">เรามีตัวอย่างเจ้าของธุรกิจที่<strong> เพาะถั่วงอกขาย</strong> ได้วันละ 20,000 บาท กำไรวันละ 10,000 บาท ต่อเดือนก็ 300,000 บาท</span> ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีกำไรดีมาก สำหรับใครที่สนใจอยากทำอาชีพทางการเกษตร น่าจะเป็นแรงบันดาลใจได้มากทีเดียว..</span><span id="more-6415"></span></p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong>เรื่องการเพาะถั่วงอกขาย BangkokToday.net</strong> เราตั้งใจว่าจะให้เป็นอีกประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับเกษตรผู้คิดใหญ่ มองในแง่บวกว่าโอกาสมีเสมอ เพราะมีหลายคนที่ทำอาจจะไม่สำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อย แต่เรื่องของคนที่ทำสำเร็จสร้างรายได้และมีกำไรเดือนละหลายแสนบาทนี้ คงเป็นข้อพิสูจน์ว่าทุกอาชีพต้องมีมืออาชีพเท่านั้นจึงจะสำเร็จแม้ไม่ได้ง่าย..แต่มีคนทำได้จำนวนมากดังตัวอย่างนักธุรกิจ ที่ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายท่านนี้</span></p>
<p><strong>คุณเอี่ยม – วันทัสน์ รติขจรพันธุ์</strong> ผู้ที่ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมานานกว่า 20 ปี ได้แนวความคิดในเบื้องต้น จากนั้นนำมาปรับใช้ ลองผิดลองถูกและคิดค้นการเพาะถั่วงอกปลอดสารพิษจนสำเร็จ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำวันละ 20,000 บาท</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอกขาย.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6421" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอกขาย.jpg" alt="เพาะถั่วงอกขาย" width="400" height="215" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอกขาย.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอกขาย-300x161.jpg 300w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></p>
<p><strong>การเลือกเมล็ดถั่วเขียวมาทำถั่วงอก</strong> คุณเอี่ยม เล่าให้ฟังถึงขั้นตอนวิธีทำด้วยการเริ่มต้นจากการนำวัดตุดิบ คือ ถั่วเขียวผิวดำ มาผลิตเป็นถั่วงอก เพราะจะงอกได้ดีกว่าถั่วเขียวผิวมัน ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าจากพม่า</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอก.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6420" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอก.jpg" alt="เพาะถั่วงอก" width="400" height="273" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอก.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/เพาะถั่วงอก-300x205.jpg 300w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a> <a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ธุรกิจเพาะถั่วงอก.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6419" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ธุรกิจเพาะถั่วงอก.jpg" alt="ธุรกิจเพาะถั่วงอก" width="400" height="266" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ธุรกิจเพาะถั่วงอก.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ธุรกิจเพาะถั่วงอก-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></p>
<p>จากนั้นนำเอาถั่วมาร่อนเศษผงหรือวัตถุแปลกปลอมออก แล้วไปผึ่งลมให้แห้ง นำไปใส่ถังที่เจาะร่องไว้เพื่อระบายน้ำ โดยนำถั่วเขียวผิวดำใส่ลงไปในถังประมาณ 7 กิโลกรัม หลังจากนั้น ลดน้ำโดยนำตาข่ายมาบังน้ำไว้เพื่อไม่ให้น้ำกระแทกถูกเมล็ดแรงเกินไป คุณเอี่ยม บอกว่า วิธีให้น้ำถั่วเขียว คือ รดน้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วันเมล็ดถั่งเขียวจะงอกเป็นถั่วงอกสีขาว อวบอ้วน น่ารับประทาน นำไปขายส่งในตลาดสด</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ขายถั่วงอก.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6417" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ขายถั่วงอก.jpg" alt="ขายถั่วงอก" width="400" height="300" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ขายถั่วงอก.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/ขายถั่วงอก-300x225.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></p>
<p><span style="font-size: 12pt;color: #0000ff"><strong>ต้นทุนและกำไรในการทำถั่วงอกขาย</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;font-size: 12pt">สำหรับต้นทุนการผลิต ใช้ถั่วเขียว 7 กิโลกรัม กิโลกรัมๆละ 35 บาทต่อ1ถัง รวมใช้เงินลงทุนถังละ 245 บาท ได้ผลผลิต 50 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท โดยได้เงิน 500 บาทต่อถัง ส่งขายวันละ 2 ตัน หรือ 2,000 กิโลกรัม ตกแล้วมีรายได้วันละ 20,000 บาทนั่นคือกำไรประมาณ 10,000 บาท ต่อวัน </span></p>
<p>คุณเอี่ยม บอกว่า การเพาะถั่งงอกที่สำคัญคือใช้น้ำเยอะมากต้องรดน้ำทั้งวันทั้งคืน และน้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด มีคนเคยถาม คุณเอี่ยม ว่าสามารถใช้น้ำประปาได้หรือไม่ คุณเอี่ยม บอกว่าได้แต่ไม่คุ้ม เพราะต้องรดน้ำตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องใช้แหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น น้ำในแม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งต้องนำมาพักในบ่อพักน้ำก่อนจะนำมารดถั่วงอก เพราะบางครั้งน้ำคลองที่ไหลมาอาจจะถูกรดผัก หรือ สวนไร่นา ที่มีสารเคมีบางอย่างไหลรวมมา ดังนั้นจึงต้องมีบ่อพักน้ำไว้เพื่อกรอง ตะกอน สิ่งเหล่านั้นก่อนจะปั้มน้ำขึ้นมานำมาลดถั่วงอกที่เพาะไว้</p>
<p><span style="background-color: #ffff99">ขอบคุณที่มาจาก <a style="background-color: #ffff99" title="news.mthai.com " href="http://news.mthai.com%20" target="_blank" rel="noopener">news.mthai.com </a> เรียบเรียงโดย<strong> <a title=" BangkokToday.net" href="http://%20BangkokToday.net" target="_blank" rel="noopener">BangkokToday.net</a></strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;font-size: 12pt">จากเรื่องราวประสบการณ์ธุรกิจเพาะถั่วงอกของ  คุณเอี่ยม – วันทัสน์ รติขจรพันธุ์ คงทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนที่สนใจอยากจะทำอาชีพทางการเกษตร หรืออาหารที่มาจากการทำเกษตร แบบเพื่อสุขภาพ คือปลอดสาร ซึ่งขั้นตอนนั้นจะต้องได้มาจากการขั้นตอนการผลิตที่ปลอดจริงๆ จึงจะสามารถได้ทำราคาได้ดี </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;color: #0000ff"><strong>โอกาสของตลาดถั่วงอกและข้อคิดก่อนลงมือทำเชิงธุรกิจ</strong></span></p>
<p>เนื่องจากถั่วงอกมีการบริโภคจำนวนมากในแต่ละวัน เพราะเป็นทั้งผักแบบกินสด นำไปเป็นส่วนประกอบอาหารหลากหลายและอาหารยอดนิยมราคามหาชนอย่างก๋วยเตี๋ยว อีกทั้งถั่วงอกยังมีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งทุกคนทราบดี แต่ก่อนที่จะลงมือเพาะถั่วงอกขาย ควรศึกษาหาข้อมูล เช่น</p>
<p>1. ต้นทุนราคาถั่วเขียว และราคาถั่วงอกที่ขาย</p>
<p>2. วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้เพาะถั่วงอกในแต่ละวิธี</p>
<p>3. สำรวจตลาดถึงความต้องการ และลองเปิดตลาดใหม่ๆ รวมถึงวางแผนการทำตลาดด้วย</p>
<p>4. ลองคำนวนต้นทุน กำไร และปริมาณที่ต้องทำจึงจะถึงจุดคุ้มทุน</p>
<p>5. ขีดความสามารถและแรงงานในการผลิต</p>
<p>6. แผนทางออกของธุรกิจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก่อนจะทำธุรกิจอะไรก็ควรต้องมี</p>
<p><span style="color: #0000ff;font-size: 12pt"><strong>ทำธุรกิจต้องมืออาชีพเท่านั้น</strong> เพราะธุรกิจแต่ละอย่างมีความอยากง่ายแตกต่างกัน กำไร ต้นทุนต่างกัน ธุรกิจเพาะถั่วงอกขายก็เช่นกัน ถ้าคุณทำจนเป็นมืออาชีพ คุณก็กำไรรวยเป็นเศรษฐีจากการขายถั่วงอกได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;font-size: 12pt"><strong>การทำตลาด</strong></span> <span style="color: #000080">เมื่อผลิตได้แล้วหลายๆคนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำตลาด หรือหาตลาด เมื่อจะทำเป็นธุรกิจสิ่งที่จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนที่ดีนั้นก็คือการขาย เพาะปลูกได้แล้วจะขายที่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องคิดไว้ก่อนจะลงมือทำเกษตรนั้นๆ ถั่งงอกก็เช่นเดียวเดียว เพราะว่าเมื่อปลูกอย่างเดียวไม่คิดช่องทางจำหน่ายไว้ ถ้ามีคนทำเยอะแล้ว ได้ผลผลิตออกมาขายไม่ได้หรือสินค้าล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำหรือไม่สามารถมีกำไร ทำให้ต้องขาดทุน ดังนั้นแล้วเกษตรกรยุคใหม่ควรวางแผนการตลาดไว้เป็นอย่างดีก่อนที่จะลงมือทำ หรืออาจจะเริ่มจากน้อยๆ ทำขายในพื้นที่เขตชุมชน ถ้าเริ่มมองเห็นช่องทางหรือมีโอกาสก็ค่อยๆขยายต่อไปก็ได้ เพราะเรื่องการตลาด ขายที่ไหน ส่งที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ก็ยากที่จะมีคนมาแนะนำ และเมื่อเราทำผลิตออกมาดี ออกมาเยอะ ไม่แน่ว่าตลาดจะวิ่งมาหาเองก็ได้ เพราะสมัยนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆก็หากันเจอโดยโลกโซเชียล</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/bean-sprouts-business/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาชีพทำเงิน ขายเกาเหลาข้าวเปล่า อาหารเช้ายอดนิยม อาหารเช้ายอดนิยม+จุดขายที่มักมองข้าม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/gao-loa-and-rice-foods/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/gao-loa-and-rice-foods/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 23:28:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายเกาเหลา ข้าวเปล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายเกาเหลาข้าวเปล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายเกาเหลาข้าวเปล่า อาหารเช้ายอดนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มนูอาหารเกาเหลา ข้าวเปล่า]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรเกาเหลา]]></category>
		<category><![CDATA[อยากขายเกาเหลา ข้าวเปล่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเช้ายอดนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาเหลาข้าวเปล่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เกาเหลาอร่อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=2969</guid>

					<description><![CDATA[อาชีพทำเงิน ขายเกาเหลาข้าวเปล่า อาหารเช้ายอดนิยม อาหารเช้ายอดนิยม+จุดขายที่มักมองข้าม คนทานกันเยอะซ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;"><strong>อาชีพทำเงิน ขายเกาเหลาข้าวเปล่า อาหารเช้ายอดนิยม อาหารเช้ายอดนิยม+จุดขายที่มักมองข้าม</strong> คนทานกันเยอะซึ่งมีหลากหลายสูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนขอให้อร่อย เหมาะกับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่แถวนั้น เพราะบางที่คนอาจจะไม่ทานเนื้อสัตว์บางอย่าง บางกอกทูเดย์อยากจะนำเสนอเรื่องราวเมนูอาหารเกาเหลา ข้าวเปล่า เพราะเป็นอาหารที่ทำไม่ยากและเป็นอาหารที่คนชอบทานกันมากๆในตอนเช้า แล้วก็ยังขายได้ทั้งวันจนค่ำ จนดึก..</span></span></p>
<p><span style="color: #000080;">โดยเฉพาะอาหารเช้าบางที่บอกได้เลยว่าหาทานแบบอร่อยๆคุณค่าทางอาหารครบนั้นยาก ซึ่งเมนู <strong>เกาเหลา</strong> มีส่วนประกอบของสารอาหารเกือบจะครบทุกหมู่ก็ว่าได้ แล้วแต่สูตรแต่ละร้านที่ทำกันไป เพราะมีทั้ง ผัก เนื้อ และส่วนประกอบต่างๆ พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ คุณค่าอาหารมากกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดแน่ๆ</span></p>
<figure id="attachment_2973" aria-describedby="caption-attachment-2973" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกาเหลาข้าวเปล่า.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2973 size-full" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกาเหลาข้าวเปล่า.jpg" alt="เกาเหลาข้าวเปล่า" width="500" height="255" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกาเหลาข้าวเปล่า.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกาเหลาข้าวเปล่า-300x153.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2973" class="wp-caption-text">เกาเหลาข้าวเปล่า</figcaption></figure>
<p><span style="font-size: large; color: #ff0000;"><strong>จุดขายสำคัญที่คนขายเกาเหลามองข้าม ไม่สนใจ หรือไม่รู้ &#8230;.</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">เคยไหมที่กินเกาเหลาอย่างเดียวแล้วอร่อย แต่พอกินกับข้าวเปล่าแล้วรสชาติแย่ลง เพราะข้าวที่นำมาขายนั้นเป็นข้าวคุณภาพต่ำมากๆบางร้าน เรื่องข้าวนี้สำคัญมาก หากใครคิดอยากจะเริ่มทำธุรกิจนี้ทดลองดูกันเลยว่า ถ้ารสชาติเกาเหลาธรรมดาๆ กับข้าวคุณภาพดีๆ หอมๆ จะทำให้รสชาติตอนกินดีขึ้นมากขนาดไหน แล้วลองเอาข้าวเจ้าคุณภาพต่ำๆอายุนานๆมาหุงแล้วกินกับเกาเหลาที่เราทำดูว่า จะเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="color: #000080;">แต่ถ้าเราทำรสชาติเกาเหลาอร่อยหรือมีสูตรเกาเหลาดีๆลงตัวแล้ว เราลงทุนกับข้าวเปล่าคุณภาพดีๆ มาขายร่วมกัน มันจะส่งเสริมกันยิ่งขึ้น อาจจะกำไรน้อยลงหน่อย แต่จะได้ลูกค้าประจำ ยอดขายมากขึ้น เราค่อยทำกำไรกับอย่างอื่นก็ได้ เพราะจะทำให้ยอดเพิ่มอยู่แล้ว เราไม่ต้องทำยุ่งยากด้วย เช่น ขายน้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือมีขนมหวานอื่นๆมาบริการด้วย ..ไม่แน่ว่ามูลค่าของที่ขายเหล่านี้อาจจะกำไรดีหรือมากกว่าอาหารหลักที่เราขายได้ ขอให้มีลูกค้าเยอะๆซะอย่างจริงไหม!!</span></p>
<p><span style="color: #000080;">และถ้าหาว่าคุณสนใจ<strong>ธุรกิจขายอาหาร เกาเหลา ข้าวเปล่า</strong> การลงทุนก็ไม่ได้สูงมาก ขึ้นอยู่กับทำเล หรือรูปแบบร้านที่ขาย <strong><span style="color: #0000ff;">โดยต้นทุนอุปกรณ์เริ่มต้นอยู่ในช่วงหลักหมื่นบาท </span></strong>ใครที่ต้องการออกมาทำธุรกิจตัวเองเชื่อแน่ว่า ร้านอาหารเกาเหลาข้าวเปล่า คงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะถือว่าเป็นอาหารที่มหาประชาชนที่กินได้ทุกเพศทุกวัย..</span></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/gao-loa-and-rice-foods/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลูกดาวเรืองขาย อาชีพทำเงินที่น่าสนใจ ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/marigold-flower/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/marigold-flower/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Nov 2018 16:55:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[Marigold]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกดาวเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกคำปู้จู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกดาวเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูก ดาวเรือง ขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกดอกดาวเรืองขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกดาวเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกดาวเรืองขาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการปลูกดาวเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7019</guid>

					<description><![CDATA[ปลูกดาวเรืองขาย เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกง่าย ระยะเวลาการเก็บเกี่ย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปลูกดาวเรืองขาย</strong> เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกง่าย ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้น ได้ใช้ประโยชน์ทั้งต้น ดอก เมล็ดใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สำหรับใครที่มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่แล้ว สามารถนำไปปลูกผสมพืชอื่นก็ได้เนื่องจากว่าดอกดาวเรืองเป็นสารที่มีกลิ่นเหม็น (ฉุน) แมลงไม่ชอบ จึงสามารถใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้แก่พืชอื่น ๆ ได้ด้วย</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ดาวเรือง</strong> </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ดอกดาวเรือง</strong> ดอกไม้ยอดนิยม ที่ใช้ในงานพิธีต่างๆมากมาย ทั้งไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ทำพวงมาลัยขายห้อยหน้ารถ นำทั้งต้นไปประดับตกแต่งในงานพิธี สถานที่ หรือแม้กระทั่งเป็นพวงมาลัยคล้องคอ&#8230;เลือกตั้งทีไร หรือมีคนใหญ่นายโตมา รับรองว่าพวงมาลัยที่หอยคอคงเป็นสีเหลือง ก็คือดอกดาวเรืองนี่เอง&#8230;</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>ดาวเรือง</strong> เป็นไม้ดอกที่คนไทยรู้จักกันดีชนิดหนึ่งเนื่องจากปลูกง่าย โตเร็ว คงทนต่อสภาพแวดล้อม มีสีสันสดใสสะดุดตา ดอกมีลักษณะกลมสวยงาม กลีบดอกจัดเรียงเป็นระเบียบ กลีบดอกยึดแน่นกับฐานดอก ไม่หลุดง่าย อายุการใช้งานนานประมาณ 7-10 วัน นอกจากนี้ ดาวเรืองยังเป็นพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 60-70 วัน ก็สามารถตัดจำหน่ายได้ รวมทั้งดาวเรืองยังเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีทุกสภาพพื้นที่และทุกฤดูกาลของประเทศ และเป็นไม้ดอกสามารถทำรายได้ให้กับผู้ปลูกสูง  ในปัจจุบันการปลูกดาวเรืองนอกจากจะปลูกเพื่อตัดดอกขายแล้ว สามารถปลูกลงกระถางหรือถุงพลาสติกเพื่อใช้ประดับตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งมีการปลูกเพื่อเก็บเมล็ดส่งโรงงานอาหารสัตว์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; background-color: #ffff99;">แหล่งปลูก ดาวเรืองที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดพะเยา ลำปาง นนทบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร อุดรธานี และกรุงเทพฯ</span></p>
<p><strong>ดาวเรือง (Marigold)</strong> เป็นชื่อที่คนไทยทั่วไปผู้จักกันดี แต่มีชื่อภาษาท้องถิ่นทางภาคเหนือว่า<strong> &#8220;ดอกคำปู้จู้&#8221;</strong> ซึ่งหมายถึงดอกไม้ที่มีกลีบสีเหลืองคล้ายทองคำ ดาวเรืองเป็นพืชล้มลุก อายุประมาณ 0.5-4 ฟุต ใบเป็นใบประกอบ มีลักษณะเรียวยาว ดอกมีลักษณะเป็นแบบดอกรวม ประกอบด้วยดอกย่อยเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก อัดซ้อนกันแน่นอยู่บนฐานรองดอก ดอกมีสีเหลือง ส้ม ครีม และขาว มีตั้งแต่ขนาดเล็ก คือประมาณ 1 นิ้ว จนถึงขนาดใหญ่ประมาณ 4 นิ้ว และเมื่อตัดลำต้น กิ่งก้านหรือใบของดาวเรือง จะมีกลิ่นเหม็น จึงทำให้แมลงไม่ค่อยรบกวน นอกจากนี้ภายในรากของดาวเรืองมีสารชนิดหนึ่งคือ แอลฟ่า เทอร์เธียนิล (&amp; &#8211; terthienyl) ซึ่งเป็นสารที่สามารถควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดินได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>ชนิดของดาวเรือง  </strong>ที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ</p>
<p><strong>1. ดาวเรืองอเมริกัน (American Marigolds )</strong> เป็นดาวเรืองที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริการ ลำต้นสูงตั้งแต่ 10-40 นิ้ว ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง และขาว กลีบ ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 นิ้ว ดาวเรืองชนิดนี้มีหลายพันธุ์ ได้แก่</p>
<p>พันธุ์เตี้ย สูงประมาณ 10-14 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ ปาปาย่า (papaya) ไพน์แอปเปิล (pineaple) ปัมพ์กิน (Pumpkin) เป็นต้น</p>
<p>พันธุ์สูงปานกลาง สูงประมาณ 14-16 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์อะพอลโล (Apollo) ไวกิ่ง (Ziking) มูนช๊อต (Moonshot) เป็นต้น<br />
พันธุ์สูง สูงประมาณ 16-36 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ดับเบิล อีเกิล (Double Egle) ดับบลูน (Doubloon) ซอฟเวอร์เรน (Sovereign) เป็นต้น</p>
<p><strong>2. ดาวเรืองฝรั่งเศส (French Marigolds)</strong> ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองต้นเล็ก ต้มเป็นพุ่มเตี้ย ๆ สูงประมาณ 6-12 นิ้ว ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง น้ำตาลอมแดง และสีแดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 นิ้ว นิยมปลูกประดับในแปลงมากกว่าปลูกเพื่อตัดดอก เนื่องจากมีกานดอกสั้น นอกจากนี้ยังเป็นดาวเรืองที่สามารถลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทำให้เกิดอาการรากปมในรากพืชได้ ตัวอย่างดาวเรืองฝรั่งเศส ได้แก่ พันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกมีขนาด 1.5-2 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์เรด มาเรตต้า (Red Marietta) นอธตี้ มาเรตต้า (Naughty Marietta) เอสปานา (Espana) ลีโอปาร์ด (Leopard) เป็นต้น<br />
พันธุ์ดอกซ้อน ดอกมีขนาดตั้งแต่ 1.5-3 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ควีน โซเฟีย (Queen Sophia ) สการ์เลต โซเฟีย (Scarlet Sophia) โกลเด้น เกต (Golden Gate ) เป็นต้น</p>
<p><strong>3. ดาวเรืองพันธุ์ลูกผสม (Mule Mariglds หรือ Afro American Marigolds) </strong>เป็นดาวเรืองลูกผสมระหว่างดาวเรืองอเมริกันและดาวเรืองฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลีบซ้อนมากของดาวเรืองอเมริกัน รวมเข้ากับลักษณะต้นเตี้ยทรงพุ่มกะทัดรัดของดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองลุกผสมให้ดอกเร็วมาก คือเพียง 5 สัปดาห์หลังจากเพาะเมล็ดดอกมีขนาด 2-3 นิ้ว ดอกดกและอยู่กับต้นได้ดี ดาวเรืองชนิดนี้มีข้อเสียก็คือเมล็ดจะลีบ ไม่สามารถนำมาเพาะให้เป้นต้นใหม่ได้จึงเรียกว่า ดาวเรืองล่อ เช่นเดียวกับการผสมม้ากับลา มีลูกออกมาเรียกว่า ล่อ ซึ่งเป็นหมัน จึงทำให้เมล็ดมีราคาแพงมาก และการปลูกดาวเรืองด้วยเมล็ดชนิดนี้ จึงควรใช้เมล็ดเป็นปริมาณ 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ เนื่องเมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;">ดาวเรืองลุกผสมที่นิยมปลูกมีอยู่หลายพันธุ์ คือ พันธุ์นักเก็ต (Nugget) ไฟร์เวิร์ก (Fireworks) เรด เซเว่น สตาร์(Red Sevenstar) และโชว์โบ๊ต (Showboat)</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ดอกดาวเรือง พันธุ์ที่เหมาะสำหรับประเทศไทย</strong></span></p>
<p>1. พันธุ์ซอฟเวอร์เรน ดอกสีเหลือง กลีบดอกซ้อนกันแน่น สวยงาม ดอกมีขนาดประมาณ 10 ซ.ม</p>
<p>2. พันธุ์ทอรีดอร์ ดอกสีส้ม ขนาดประมาณ 8.5-10 ซ.ม</p>
<p>3. พันธุ์ดับเบิล อีเกิล ดอกสีเหลือง ขนาดประมาณ 8.5 ซ.ม และมีก้านดอกแข็ง</p>
<p>4. พันธุ์ดาวเรืองเกษตร เป็นดาวเรืองที่มหาวิทยลับเกษตรศาสตร์ นำเข้ามาทดลองปลูกและคัดเลือกพันธุ์ที่โครงการเกษตรที่สูง และได้คัดเลือกพันธุ์ไว้ได้ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สีทองเบอร์ 1 พันธุ์สีทองเบอร์ 4 เป็นพันธุ์ที่มีดอกสีเหลืองขึ้นได้ดีในสภาพของประเทศไทย และให้ผลลิตสูงพอสมควร</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การขยายพันธุ์ดาวเรือง</strong></span></p>
<p><strong>1. การเพาะเมล็ด</strong> เป็นวิธีการที่นิยมปฏิบัติกันและผลผลิตดีกว่าวิธีอื่น โดยนำเมล็ดดาวเรืองมาเพาะในกระบะหรือแปลงเพาะ</p>
<p><strong>การเพาะเมล็ดในกระบะ</strong> กระบะที่จะใช้เพาะอาจเป็นกระบะไม้หรือกระบะพลาสติกก็ได้ วัสดุเพาะประกอบด้วยขุยมะพร้าว ทราย ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 1:1:1:1</p>
<p><strong>การเพาะเมล็ดในแปลง</strong> แปลงที่จะใช้เพาะเมล็ดดาวเรือง ควรเป็นดินร่วนซุยและค่อนข้างละเอียด ขุดแปลงกลับหน้าดินตากไว้ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแมลง จากนั้นนำปุ๋ยคอก(มูลโค มูลเป็ด มูลไก่ เป็นต้น ) มาผสมและคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ย่อยดินให้ละเอียดแล้วปรับหน้าแปลงให้เรียบ</p>
<p><strong>การเพาะเมล็ดทั้งการเพาะในกระบะและในแปลง มีวิธีการปฏิบัติดังนี้</strong></p>
<p>1. ทำร่องบนวัสดุเพาะในกระบะหรือบนแปลงให้ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร และให้แต่ละร่องห่างกันประมาณ 5 ซ.ม</p>
<p>2. หยอดเมล็ดดาวเรืองในร่อง ห่างกันประมาณ 3-5 ซ.ม แล้วกลบร่องเพื่อกลบเมล็ดดาวเรือง</p>
<p>3. ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ เศษฟาง หรือหญ้าแห้ง คลุมกระบะเพาะ เพื่อป้องกันความเสียหายเนื่องจากฝนชะ แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ควรคลุมพลาสติกเช่นกัน เพื่อเพิ่มความร้อนให้กับกระบะหรือแปลงเพาะ จะทำให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น หลังจากเพาะได้ประมาณ 3-5 วัน เมล็ดจะงอก และอีกประมาณ 10-12 วัน จึงย้ายต้นกล้าไปปลูกได้</p>
<p><strong>2. การปักชำ</strong> เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่สามารถทำได้อีกวิธีหนึ่ง แต่ไม่ค่อยนิยมมากนัก เนื่องจากได้จำนวนน้อยและให้ผลผลิตต่ำกว่า ดอกมีขนาดเล็กกว่า สาเหตุที่ทำกันเพาะเป็นผลพลอยได้จากการเด็ดยอดทิ้ง ยอดที่เด็ดทิ้งจะมีความยาว 1-2 นิ้ว แล้วนำไปปักชำที่ใช้คือขี้เถ้าแกลบ เพราะเก็บความชื้นได้ดีหลังจากเตรียมแปลงหรือถุงหักชำแล้ว นำยอดดาวเรืองมาปักชำ หากควบคลุมความชื้นได้ดี ยอดดาวเรืองจะออกรากภายใน 3-4 วัน และถ้ามีการใช้ฮอร์โมนเร่งรากจะทำให้ดาวเรืองออกรากได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นนำไปใว้ให้ถูกแดดอีกประมาณ 3-4 วัน จึงสามารถย้ายไปปลูกยังแปลงปลูกได้</p>
<figure id="attachment_7028" aria-describedby="caption-attachment-7028" style="width: 400px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/ดอกดาวเรือง.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7028 size-full" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/ดอกดาวเรือง.jpg" alt="ดอกดาวเรือง" width="400" height="283" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/ดอกดาวเรือง.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/05/ดอกดาวเรือง-300x212.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a><figcaption id="caption-attachment-7028" class="wp-caption-text">ดอกดาวเรือง ขอบคุณภาพจาก www.thongchaloem.com</figcaption></figure>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การปลูกดาวเรือง</strong></span></p>
<p><strong>การปลูกดาวเรือง</strong>เป็นขั้นตอนแต่การเตรียมแปลงปลูก การย้ายกล้ามาปลูกในแปลง รวมถึงการปฏิบัติดูแล ขั้นตอนในการปฏิบัติดูแลมีดังนี้</p>
<p><strong>1. การเตรียมแปลงปลูก </strong></p>
<p>ดินที่ที่จะใช้ปลูกดาวเรืองควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี เก็บรักษาความชื้นได้สูง และมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 6-5-7.5 ในขณะที่เตรียมดินนั้น ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปด้วย เพื่อเมธาตุอาหารและปรับโครงสร้างให้ดินโปร่ง ควรขุดพลิกหน้าดินไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อทำลายเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช แปลงควรมีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ จากนั้นจึงย่อยดินให้ละเอียดและปรับหน้าแปลงให้เรียบ แล้วจึงปลูกดาวเรืองโดยให้แต่ละแถวห่างกัน 30 ซ.ม และระยะระหว่างต้นห่างกัน 30 ซ.ม เช่นกัน ถ้าพื้นที่ปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ ให้เว้นทางเดินระหว่างแปลงประมาณ 80 ซ.ม แต่ถ้าเป็นที่ลุ่มและยกร่องปลูกก็ไม่ต้องเว้นทางเดินไว้ เพียงแต่เว้นขอบแปลงริมร่องน้ำไว้เล็กน้อยเพื่อใช้เป็นทางเดิน</p>
<p><strong>2. วิธีการปลูก</strong></p>
<p>1) การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมในแปลงโดยให้หลุมห่างกัน 30 ซ.ม และแต่ละแถวห่างกัน 30 ซ.ม รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟตหรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตราหลุมละ1 ช้อนชา แล้วเกลี่ยดินกลบปุ๋ยเพื่อป้องกันไม่ให้รากดาวเรืองสัมผัสปุ๋ยโดยตรง</p>
<p>2) การย้ายกล้า ควรย้ายกล้าดาวเรืองในตอนเย็น ก่อนย้ายกล้ารดน้ำล่างหน้า 1 วัน หรือรดน้ำตอนเช้าแล้วย้ายกล้าตอนเย็น และควรใช้ช้อนปลูกขุดต้นกล้า เพื่อให้ดินติดรากต้นกล้ามาด้วย ต้นกล้าจะได้ไม่โทรมและตั้งตัวได้เร็ว</p>
<p>3) การปลูกต้นกล้า ปลูกต้นกล้าหลุมละต้น โดยฝังต้นกล้าลงในหลุมให้โคนต้นอยู่ระดับปากหลุมและกลบดินให้เสมอใบเลี้ยง จากนั้นจึงรีบรดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา</p>
<p><strong>3. การปฏิบัติดูแลรักษา</strong></p>
<p>1) การรดน้ำ ในช่างแรกคือตั้งแต่เริ่มปลูกถึงอายุ 7 วัน ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหลังจากนั้นรดน้ำวันละครั้งในตอนเช้าก็พอ และในช่วงที่ดอกเริ่มบานจะต้องระวังอย่าให้น้ำถูกดอกดาวเรือง เพราะจะทำให้ดอกเสียหายและถูกเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย</p>
<p>2) การใส่ปุ๋ย เมื่อดาวเรืองมีอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม และเมื่อดาวเรืองมีอายุ 35 และ 45 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร15-24-12 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม เช่นกัน การใส่ปุ๋ยควรใส่ให้ห่างโคนต้นประมาณ 6 นิ้ว โดยฝังลงในดินประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นควรพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นและกลบโคนต้นไว้ การใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะต้องรดน้ำให้โชกเสมอ</p>
<p>3) การปลิดยอด นิยมเรียกว่า การเด็ดตุ้ม หรือการแต่งตุ้ม ทำเพื่อให้ดาวเรืองแตกพุ่มและจะทำให้ดอกดาวเรืองมีขนาดใหญ่ การปลิดยอดนี้ควรทำเมื่อดาวเรืองมีอายุ 21-25 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ดาวเรืองมีใบจริงขนาดใหญ่ประมาณ 4 คู่ และส่วนยอดมีใบเล็ก ๆ ประมาณ 1-2 คู่ วิธีการปลิดยอดทำได้โดยใช้มือซ้ายจับใบคู่บนสุดที่ต้องการเหลือไว้ แล้วใช้มือขวาดึงส่วนยอดลงทางด้านข้าง เพื่อให้ยอดหลุดออกมา ไม่ควรเด็ดยอด เพราะจะทำให้ส่วนตาของยอดเหลือติดอยู่ ซึ่งจะเจริญเป็นดอกในภายหลัง ทำให้ดอกไม่เป็นไปตามกำหนด คือดอกบานไม่พร้อมกันและมีขนาดเล็ก ปกติดาวเรืองต้นหนึ่งควรไว้ดอกประมาณ 8 ดอก จึงจะได้ดอกที่มีคุณภาพ</p>
<p>4) การปลิดตาข้าง หลังจากการปลิดตายอดประมาณ 1 สัปดาห์ ตาข้างจะเริ่มแตกขึ้นใหม่นั้น มียอดที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดมีขนาดประมาณเท่าเมล็ดข้าวโพด ให้ปลิดตาข้างออกให้หมด เพื่อไม่ให้ตาข้างเจริญเป็นดอกต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอกที่ยอดมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว และมีขนาดสม่ำเสมอ</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ศัตรูที่สำคัญดาวเรือง</strong></span></p>
<p><strong>โรค ที่สำคัญและพบบ่อย ๆ คือ</strong></p>
<p>1. โรคเหี่ยว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปทอรา (Phytoptora) มักเกิดกับดาวเรืองที่ดอกกำลังเริ่มทยอยบาน ระยะแรกมีอาการคล้ายกับดาวเรืองขาดน้ำ กล่าวคือ อาการเหี่ยวจะแสดงในตอนกลางวันส่วนกลางคืนอาการจะปกติ หลังจากนั้นประมาณ 3 -4 วัน ดาวเรืองก็จะเหี่ยวทั้งด้นและตายไปในที่สุด การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็ป ฉีดพ่นสลับกับคาร์เบนดาซิมประมาณสัปดาห์ละครั้ง และถ้าพบมากต้นที่เป็นโรคและตายในแปลงต้องรีบกำจัดทิ้ง</p>
<p>2. โรคราแป้ง เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งลักษณะอาการ คือจะเห็นสปอร์ของเชื้อราเป็นฝุ่นสีขาว ๆ ตามใบของดาวเรือง ทำให้ใบหยิก การเจริญเติบโตชะงัก ถ้าเป็นมากอาจทำให้ต้นตายในที่สุด<br />
การป้องกันกำจัด โดยการพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็ป ไดแทน-เอ็ม 45 ประมาณสัปดาห์ละครั้ง</p>
<p>3. โรคดอกไหม้ เกิดเชื้อราเข้าทำลายดอกดาวเรือง ทำให้ดอกเป็นสีน้ำตาลจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้<br />
การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีแมนโคเซ็ปหรือดาโคนิล โดยฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลง</p>
<p><strong>แมลง</strong></p>
<p>1. เพลี้ยไฟ เข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและใบอ่อน จะเห็นมีรอยขีดตามใบหรือกลีบเลี้ยงของดอก เพลี้ยไฟจะระบาดมากในช่างฤดูร้อน  การป้องกันกำจัด ใช้สารเทมมิค เอ จี (Temic A.G.) ฝังรอบ ๆ โคนต้น โดยฝังให้ห่างโคนต้นประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือฉีดพ่นด้วยสารโตกุไธออนสัปดาห์ละครั้ง</p>
<p>2. หนอนกระทู้หอม เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน จะเข้าทำลายในขณะที่ดอกดาวเรืองเริ่มบาน หนอนจะกัดกินดอกดาวเรือง ทำให้ดอกแหว่งเสียหาย การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง เช่น แลนเนท,แคสเคต หรือใช้เชื้อไวรัสทำลายแมลงพวกเอ็น.พี.วี (NPV) ฉีดพ่นในแปลงที่มีหนอนกระทู้หอมระบาด</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>4. การตัดดอกดาวเรือง ไปจำหน่าย</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #000000; background-color: #ffff99;">ก่อนตัดดอกดาวเรืองเพื่อนำไปจำหน่ายประมาณ 2-3 วัน ควรใช้น้ำตาลทรายจำนวน15 ลิตร ฉีดพ่นใบดาวเรืองทั้งด้านบนและด้านล่าง จะทำให้ก้านดอกแข็งแรงขึ้น จากนั้นจึงทยอยตัดดอก อายุของดาวเรืองที่สามารถตัดดอกขายได้คือประมาณ 55-65 วัน หรือให้สังเกตจากดอกที่ยังมีกลีบดอกตรงกลางเป็นสีเขียว อยู่ได้นานกว่าดอกที่บานทั้งหมด ในการตัดดอกนั้นควรตัดให้ชิดโคนกิ่งให้มากที่สุด จะทำให้ก้านดอกที่ติดมามีขนาดยาว</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>การใช้ประโยชน์ ของดอกดาวเรือง</strong></span></p>
<p><strong>ดาวเรือง</strong>เป็นไม้ดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากชนิดหนึ่ง นอกจากจะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย การนำดาวเรืองไปใช้ประโยชน์สรุปได้ดังนี้</p>
<p>1. ปลูกประดับเพื่อความสวยงาม ดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม กลีบดอกสีเหลืองเรียงอัดกันแน่น และมีอายุการใช้งานนาน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับปลูกเพื่อประดับอาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินตา สบายใจ</p>
<p>2. ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันแมลง เนื่องจากดาวเรืองเป็นสารที่มีกลิ่นเหม็น (ฉุน) แมลงไม่ชอบ จึงสามารถใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้แก่พืชอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้รากของดาวเรืองยังมีสารชนิดหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยในดินได้</p>
<p><strong>3. ปลูกเพื่อจำหน่าย</strong></p>
<ul>
<li>ดอกดาวเรืองใช้ทำพวงมาลัย ปัจจุบันนิยมนำดอกดาวเรืองมาร้อยพวงมาลัยกันมาก ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยไหว้พระ หรือพวงมาลัยสำหรับคล้องคอในงานพิธีต่าง ๆ การตัดดอกดาวเรืองสำหรับใช้ประโยชน์ในด้านนี้จะต้องให้มีก้านดอกสั้น ๆ หรือให้เหลือเฉพาะดอก</li>
<li>ใช้ปักแจกัน เนื่องจากดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่ลักษณะกลมเรียงตัวกันแน่นเป็นระเบียบ และมีสีสันสวยงาม จึงมีคนนิยมนำมาปักแจกันมาก ไม่ว่าจะเป็นแจกันตั้งตามโต๊ะรับแขกตามหิ้งพระ หรือแจกันประกอบโต๊ะหมู่บูชา การตัดดอกดาวเรืองเพื่อนำมาปักแจกันนี้ควรตัดให้มีก้านดอกยาวประมาณ 18-20 นิ้ว มัดดอกดาวเรืองเป็นกำ ๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อเพื่อให้ดอกดาวเรืองคงความสดอยู่ได้นาน ๆ</li>
<li>การปลูกลงกระถางหรือถุงเพื่อประดับอาคารสถานที่ ปัจจุบันมีการนำกระถางหรือถุงดาวเรืองมาประดับอาคารสถานที่กันมากขึ้น เพาะสามารถใช้ประดับไว้เป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีต่าง ๆ เช่น งานนิทรรศการ งานพระราชทานปริญญาบัตร หรือแม้แต่งานพิธีตามอาคารบ้านเรือน การปลูกดาวเรืองเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านนี้ ก็เหมือนกับการปลูกดาวเรืองโดยทั่วไป เพียงแต่เป็นการปลูกลงในกระถางหรือถุง แทนที่จะปลูกลงในแปลง พอดอกดาวเรืองเริ่มบาน ก็นำไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายได้</li>
<li>จำหน่ายให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่สารแซธโธฟิล (Xanthophyll) สูง จึงสามารถนำไปเป็นส่วนผสมอากหารสัตว์ได้ดี โดยเฉพาะอาหารของของไก่ไข่ จะทำให้ไข่แดงมีสีแดงสดใสน่ากินยิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>&#8220;ปลูกดาวเรืองขาย&#8221; </strong>สำหรับผู้ที่สนใจอยากทดลองปลูกนั้น เริ่มต้นอาจจะปลูกทีละน้อยๆก่อนพร้อมกับหาตลาดไปด้วย หรือลองเข้าเช็คราคากลางเบื้องต้น ราคาของดอกดาวดาวเรืองได้ที่ <span style="background-color: #ffff99;">www.taladsimummuang.com </span>สำหรับมุมมองของทีมงานแอดมินบางกอกทูเดย์มองว่าดาวเรืองเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจอีกชนิดเนื่องจากว่าเพาะปลูกได้ทั่วทุกภาค อีกทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ดอก และเมล็ด การเกี่ยวใช้ระยะเวลาน้อย นอกจากนี้ยังสามารถปลูกประดับสถานที่ต่างๆหรือปลูกในเชิงท่องเที่ยวได้ด้วย </span></p>
<p>ขอบคุณ www.mof.or.th(องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร)</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/marigold-flower/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>[ทำเลขายดี!] ขายอาหารหน้าห้างสรรพสินค้า ตอนเช้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/food-shop-at-shopping-mall/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/food-shop-at-shopping-mall/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jun 2018 06:19:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอะไรดี จึงขายดีและมีกำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหาร หน้าห้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารตอนเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารหน้าห้างสรรพสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเช้า อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารเช้าหน้าห้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเลขายดี หน้าห้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเลค้าขายดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเลทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสำเร็จรูป บรรจุถุง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเช้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=2699</guid>

					<description><![CDATA[ทำเลค้าขายดี ทำเลทอง ขายอาหารหน้าห้างสรรพสินค้า ตอนเช้า ซึ่งหน้าห้างถือเป็นทำเลทอง ในเวลารีบเร่งของ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;"><strong>ทำเลค้าขายดี ทำเลทอง ขายอาหารหน้าห้างสรรพสินค้า ตอนเช้า</strong></span> ซึ่งหน้าห้างถือเป็นทำเลทอง ในเวลารีบเร่งของพนักงานที่ทำงานในห้าง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อยู่ใกล้และสะดวกมากที่สุด ราคาที่พนักงานทุกระดับซื้อทานได้แบบสบายๆ ใครที่สนใจอยากจะหารายได้เสริมหรือทำเป็นอาชีพเสริม ถ้ามีโอกาสหรือทำเลแล้ว ก็ไม่ควรพลาด แล้วจะขายอะไรดี จึงขายดีและมีกำไร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/ขายอาหารเช้าหน้าห้าง-1.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2703 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/ขายอาหารเช้าหน้าห้าง-1.jpg" alt="ขายอาหารเช้าหน้าห้าง-1" width="400" height="203" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/ขายอาหารเช้าหน้าห้าง-1.jpg 400w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/ขายอาหารเช้าหน้าห้าง-1-300x152.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>ขายอาหารเช้า อาชีพทำเงิน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">อาหารเช้าที่มีขายตามหน้าห้างสรรพสินค้า เช่น อาหารที่ทำง่าย อย่าง ข้าวไข่เจียว อุปกรณ์ไม่มาก ทำง่าย ขายกล่องละ 20-25 บาท หรือตามออฟชั่นที่ต้องการว่าจะใส่อะไรบ้าง ใครสนใจมีทำเล และยังไม่มีคนขายก็ลองไปขายเลยแต่ก่อนไปอย่าลืมฝึกฝีมือ ให้สูตรอร่อยคงที่ก่อน..</span></p>
<p><span style="color: #000000;">อาหารสำเร็จรูป บรรจุถุง ต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ส่วนไหน ภาคไหนของประเทศ ต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้า ทานอาหารอะไร เช่น ภาคเหนือคนพื้นที่ชอบกินอะไร คนอีสานชอบอะไร คนภาคกลางชอบอะไร หรือส่วนมากเป็นคนมาจากไหน</span></p>
<p style="text-align: center;">
<p><span style="color: #000000;">พร้อมกับมีข้าว ทั้งข้าวสวย ข้าวเหนียว อาหารคาวหวาน ต้องมีพร้อม อีกทั้งถ้าคุณอยากจะขายดี และประทับใจลูกค้า ความสะอาดและการบริการก็อย่าลืมด้วย เพราะแน่นอนว่า อาจจะมีคู่แข่งมาขายข้างๆได้หากยังพอมีทำเลให้วางขายได้  ส่วนมากแล้วจะขายตอนเช้าๆก่อนเข้าทำงาน นี่คือเวลาทำเงิน นอกจากนี้แล้วยังมีอาหารที่ขายดี เป็นอาหารเช้าจำพวกขนมปัง แซนวิช ซาลาเปาขนมจีบ และอื่นๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">และบางห้างสรรพสินค้า อาจจะมีการเปิดพื้นที่ทำเป็นตลาดนัดขายกับข้าว ขายของกิน ของใช้ต่างๆ เช่นที่มักพบบ่อย คือห้างเทสโก โลตัส บางสาขา ห้างบิกซี เปิดที่คนเต็มทุกพื้นที่ก็ว่าได้ ได้ทั้งลูกค้าในห้าง นอกห้าง</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 12pt;"><strong>ขายอาหารเช้า หน้าห้างสรรพสินค้า</strong> นับว่าเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจมากๆ เพราะพนักงานที่ทำงานในห้าง นอกจากจะซื้อไปทานตอนเช้าแล้ว ยังซื้อไว้ทานตอนเที่ยงหรือช่วงพัก เพราะอาหารข้างนอกจะราคาถูกกว่าที่ขายในศูนย์อาหาร ใครมีอาหารของกินกำลังหาทำเลขายใหม่ๆ ก็ลองๆไปดูพื้นที่ก่อน ถ้าว่างก็เปิดขายทำเงินกันเลย..</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/food-shop-at-shopping-mall/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขายปลาเผา กำไรดี อีกอาชีพทำเงินที่น่าสนใจมาก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2018 04:59:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขาย ปลาเผา]]></category>
		<category><![CDATA[ขายปลาเผา]]></category>
		<category><![CDATA[ขายปลาเผา กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ขายปลาเผา กำไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาเผา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาเผาเกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขายปลาเผา]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านขายปลาเผา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=4925</guid>

					<description><![CDATA[ปลาเผา เมนูอาหารยอดนิยม ที่หาทานได้ไม่ยากที่ช่วยทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลามีรายได้อย่างต่อเนื่อง อีกท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปลาเผา</strong> <strong>เมนูอาหารยอดนิยม</strong> ที่หาทานได้ไม่ยากที่ช่วยทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลามีรายได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งวัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูปลาเผายังหาได้ง่าย ราคาถูก เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตได้เกือบทุกภาคของประเทศไทย การเริ่มต้นเปิดร้านขายปลาเผาก็ลงทุนน้อย ตามทำเล และสถานที่ อีกทั้งยังสามารถทำเมนูอาหารอื่นๆขายร่วมกันกับปลาเผา ซึ่งเข้ากันได้ดีและยังอร่อยด้วย</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 14pt;"><strong>ร้านขายปลาเผา</strong></span> <span style="font-size: 12pt;">ที่เปิดขายกันส่วนใหญ่ มีทั้งแบบร้านที่เปิดอย่างถาวร และแบบขายแบบหิ้วไปทาน ตามริมถนนก็มี ซึ่งราคาปลาเผาที่ขายจะแตกต่างกันตามขนาด และย่านทำเลที่ขายด้วย ซึ่งแต่ละร้านจะมีสูตรที่ต่างกันบ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #000000;"><strong>ปลาเผาเกลือ</strong> เป็นปลาเผายอดนิยม ที่ขายกันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับชุดน้ำจิ้ม ผัก ซื้อไปทานได้เลย ถ้าเป็นแบบนั่งทานที่ร้านก็จะมีเมนูอาหารอื่นๆไว้ให้บริการ และทานกับปลาเผาเข้ากันได้อย่างดีเช่น ส้มตำ ข้าวเหนียว เป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว</span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ขายปลาเผากำไรดี.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4959" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ขายปลาเผากำไรดี.jpg" alt="ขายปลาเผากำไรดี" width="500" height="280" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ขายปลาเผากำไรดี.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ขายปลาเผากำไรดี-300x168.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: 14pt;"><strong>เปิดร้านขายปลาเผา กำไรดีไหม?</strong> </span></p>
<p>ถ้าคุณสนใจที่เปิดร้าน ต้องตรวจสอบราคาวัตถุดิบกันก่อน ตั้งแต่ปลานิล ปลาช่อน หรือปลาที่จะนำมาทำอาหาร ผัก ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ แต่ถ้าคุณเป็นเกษตรกรที่ที่เลี้ยงปลาเองอยู่แล้วนั้น ต้นทุนจะต่ำและกำไรดีแน่นอน เพราะเลี้ยงเอง แปรรูปขายเอง อีกทั้งยังสามารถแข่งขันด้านราคาและคุณภาพได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีค่าเช่าสถานที่ ถูกแพงแล้วแต่ทำเล รวมถึงพนักงาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อกำไรทั้งสินค้า ต้องประมาณการให้ได้ก่อนเปิดร้านจริง</p>
<figure id="attachment_4958" aria-describedby="caption-attachment-4958" style="width: 439px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ปลาช่อนเผา.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4958 size-full" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ปลาช่อนเผา.jpg" alt="ปลาช่อนเผา" width="439" height="246" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ปลาช่อนเผา.jpg 439w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/10/ปลาช่อนเผา-300x168.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 439px) 100vw, 439px" /></a><figcaption id="caption-attachment-4958" class="wp-caption-text">ปลาช่อนเผา (ขอบคุณภาพจาก sadoodta.com)</figcaption></figure>
<p><span style="color: #0000ff; background-color: #ffff99;"><span style="font-size: 12pt;"><strong>โอกาสขายปลาเผาได้กำไรมากว่า ถ้าหากเลี้ยงเองขายเอง  ราคาของปลาเผา</strong> </span>ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวปลา และชุดอาหารที่ขายพร้อมกับปลาเผา ตลอดจนสถานที่ขายด้วย เพราะแต่ละที่ต้นทุนแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่ใหญ่แล้ว ก็จะคิดตามขนาดของปลาบวกกับต้นทุนอื่นๆ ราคาที่ขายส่วยใหญ่เริ่มที่ 140 บาทขึ้นไปถึงประมาณ 200 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย เช่นถ้ามีงาน หรือเทศกาลต่างๆ ราคาก็อาจจะสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>เมนูอาหารปลา</strong> </span>นับได้ว่าเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เนื้อปลาย่อยง่าย มีคุณค่าทางอาหารสูง อีกทั้งต้องทานกับผักด้วยจึงจะอร่อยครบรส ร้านขายปลาเผาจึงเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจ ถ้าหากว่าคุณพร้อม มีใจรักที่จะทำอาหารและบริการ และยังเป็นการสร้างมูลค่าสินค้าทางการเกษตรได้ดีอีกด้วย ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือด้านราคาจากภาครัฐ ยืนหยัดด้วยตัวเอง ทำเองขายเอง นอกจากนี้แล้วถ้าสามารถปลูกผักหรือวัตถุดิบต่างๆด้วยตัวเองแบบปลอดสารเคมี ก็สามารถนำมาเป็นจุดขายสร้างมูลค่าให้กับสินค้าได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ สะอาด และดูดีกำลังเป็นที่นิยม</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านขายก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เดลิเวอรี่ถึงที่ ทำเงินได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/delivery-noodle-shop/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/delivery-noodle-shop/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2018 17:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายก๋วยเตี๋ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ขายก๋วยเตี๋ยว ขายก๋วยเตี๋ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ขายก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่]]></category>
		<category><![CDATA[ขายบะหมี่]]></category>
		<category><![CDATA[บะหมี่ เดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[รถขายก๋วยเตี๋ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขายก๋วยเตี๋ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ทำก๋วยเตี๋ยว บะหมี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=7414</guid>

					<description><![CDATA[[อาชีพทำเงิน] ร้านขายก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เดลิเวอรี่ถึงที่ อีกรูปแบบร้านขายอาหารที่ทำเงินน่าสนใจ ด้วยก...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;"><strong><span style="color: #ff0000;">[อาชีพทำเงิน] </span>ร้านขายก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เดลิเวอรี่ถึงที่</strong> </span>อีกรูปแบบร้านขายอาหารที่ทำเงินน่าสนใจ ด้วยก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ราคาประหยัด เพราะเมื่อคิดต้นทุนแล้วอาจจะถูกกว่าเช่าหน้าร้านในทำเลดีๆ สู้เอามาจ่ายค่าน้ำมัน ค่ารถ ขับไปบริการลูกค้าถึงที่นานไปก็เป็นทรัพย์สิน สำหรับคนที่ยังหาทำเลดีๆไม่ได้ หรือชอบขายแบบเคลื่อนที่ รูปแบบนี้ก็น่าศึกษาไว้</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ต้นทุนของการขายก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เคลื่อนที่</strong></span></p>
<p><strong>รถพ่วงและมอเตอร์ไซค์</strong> ต้นทุนหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ที่นำมาทำด้วย จริงๆแล้วสามารถใช้รถมือสองสภาพดีก็ได้ หรือสำหรับคนที่มีรถกระบะ รถบรรทุกขนาดเล็ก ก็ใช้ได้ดี</p>
<p><strong>อุปกรณ์ทำก๋วยเตี๋ยว บะหมี่</strong> ต้องหาขนาดที่พอเหมาะ พร้อมออกแบบให้ลงตัวกับรถพ่วง พร้อมที่จะบรรทุกอุปกรณ์พร้อมขายได้ทุกที่ ที่มีความต้องการอาหารจานด่วนหลากด้วยอาหารหลายหมู่อย่างก๋วยเตี๋ยว อีกทั้งยังเป็นอาหารราคามหาชนด้วย ใครๆก็ทานได้</p>
<p><strong>อุปกรณ์สำหรับเรียกลูกค้า</strong> สำหรับพ่อค้าแม่ค้าบางคนใช้กระบอกไม้ไผ่เคาะเรียกลูกค้า ให้รู้ว่า รถขายก๋วยเตี๋ยว ขายบะหมี่ มาแล้ว หรือจะใช้วิธีอื่นๆก็ได้</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong><span style="font-size: 14pt;">&#8220;รายได้ทางตรงคือ ขายก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่&#8221;</span></strong></span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/06/ขายก๋วยเตี๋ยวรถพ่วง.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7445" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/06/ขายก๋วยเตี๋ยวรถพ่วง.jpg" alt="ขายก๋วยเตี๋ยวรถพ่วง" width="450" height="278" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/06/ขายก๋วยเตี๋ยวรถพ่วง.jpg 450w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/06/ขายก๋วยเตี๋ยวรถพ่วง-300x185.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 14pt; color: #ff0000; background-color: #ffff99;"><strong>&#8220;มาสร้างจุดเด่น เติมไอเดีย ทำเงินเพิ่ม สร้างรายได้ทางอ้อม&#8230;กันเถอะ&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้ธุรกิจขายก๋วยเตี๋ยวเคลื่อนที่สร้างรายได้งามๆ บางคนถึงหลักแสนบาทต่อเดือนก็ยังมี ขึ้นอยู่กับความสามารถ นั่นคือ ต้นทุนที่ต่ำกว่า เข้าถึงกว่า &#8230;..ขายได้ในราคาที่ถูกว่า แบบว่ายอมกำไรน้อยลง&#8230;เพื่อแข่งขันได้ ความเสี่ยงน้อย หรือไม่มี เพราะต้นทุนต่ำมาก&#8230;เชื่อแน่ว่า รถมอเตอร์ไซต์คงมีได้ไม่ยาก ผ่อนสบายๆ ถูกกว่าเช่าหน้าร้านแน่ๆ ต้นทุนจริงๆลงเยอะทีแรกคงจะมีแค่ เครื่องมือทำก๋วยเตี๋ยว ทำบะหมี่ หรืออาหารอื่นๆ </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #ff0000;">นอกจากนี้ยังมีรายได้ทางอ้อม กำไรทางอ้อม บางราย รับฝากขายขนมไปด้วย ไหนๆก็มีพื้นที่อยู่แล้ว&#8230;อาจจะขายน้ำดื่มพ่วงเข้าไปด้วย เช่นน้ำอัดลม ชาเขียว แบบนี้ก็ไม่มีกฎห้ามไว้จริงไหมครับ</span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: 12pt; background-color: #ffff99;">หรือนอกจากที่เล่ามานี้ ใครจะมีไอเดียดีๆ ช่วยสร้างความสนใจ เรียกลูกค้า &#8230;ก็คิดเสริมเข้าไปได้เลย ไหนๆก็ต้องขับรถไปขายอยู่แล้ว&#8230;..รับติดป้ายโฆษณาด้วยเลยดีไหม&#8230;ถ้ายังมีพื้นที่ว่างเหมาะๆ ขับตระเวนทั่วเมืองอยู่แล้ว เผลอๆไม่แน่นะว่าอาจจะสร้างรายได้งามๆผ่อนรถพ่วงได้สบายๆ <strong>แอดมินบางกอกทูเดย์</strong>เราช่วยคิดให้แล้ว หากคุณมีไอเดียบรรเจิดเถิดเทิงกว่านี้ ลงมือทำเลย&#8230;ความรู้จะเกิด ประสบการณ์จะมี และ Money จะตาม&#8230;.แล้วรวยๆๆๆนะครับ</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/delivery-noodle-shop/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>[รายได้ดี]เพาะทานตะวันงอกขาย ทำง่าย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2017 12:00:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะทานตะวันงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ขาย ทานตะวันงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ทานตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทานตะวันงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ทานตะวันงอก ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทานตะวันงอก อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ ทานตะวันงอก]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้ดี]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะทานตะวันงอก]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะทานตะวันงอกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ด ทานตะวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=5774</guid>

					<description><![CDATA[ทานตะวันงอก  อาหารเพื่อสุขภาพ มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินเอ และวิตามินอีสูง บำรุงสายตา ผิวพ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทานตะวันงอก</strong>  <b>อาหารเพื่อสุขภาพ </b>มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินเอ และวิตามินอีสูง บำรุงสายตา ผิวพรรณและชะลอความชรา มีวิตามิน บี 1 บี 6 โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 และอื่นๆอีกมาก เพาะทานตะวันงอกขาย จึงเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นอาหารเพื่อสุขภาพซึ่งตอนนี้เป็นสิ่งผู้คนในปัจจุบันกำลังหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น <span id="more-5774"></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ทานตะวันงอก</span> ประโยชน์ คุณค่าทางอาหารสูง</strong></span></p>
<p><strong>ทานตะวัน</strong> แต่ที่ผ่านมานั้นเรารู้จักประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันของพืชที่มีดอกใหญ่ มีการสกัดน้ำมันจากเมล็ดโดยน้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงสามารถนำไปใช้ในการฟอกหนัง และประกอบอาหาร แต่ข้อมูลจากการศึกษาและวิจัยพบว่า ต้นอ่อนของเมล็ดทานตะวัน หรือ <strong>ทานตะวันงอก</strong> มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินเอ และวิตามินอีสูง บำรุงสายตา ผิวพรรณและชะลอความชรา มีวิตามิน บี 1 บี 6 โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 ซึ่งช่วยบำรุงเซลล์สมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) และธาตุเหล็กสูงนอกจากนี้</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/01/เมนูทานตะวันงอก.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5777" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/01/เมนูทานตะวันงอก.jpg" alt="เมนูทานตะวันงอก" width="500" height="265" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/01/เมนูทานตะวันงอก.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/01/เมนูทานตะวันงอก-300x159.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p><strong>ต้นอ่อนทานตะวัน</strong>  ยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกหลายตัวตัวด้วยกัน เช่น วิตามินเอ วิตามินอี โปรตีน ฯลฯ ต้นอ่อนทานตะวันจึงเหมาะในการนำมาปรุงเป็นอาหารสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยเมนูอาหารก็สามารถทำได้เหมือนถั่วงอก ไม่ว่าจะเป็น ผัด ต้ม ใส่ก๋วยเตี๋ยว ผัดพริกกับกุ้ง เวลาผัดอย่าใช้เวลานาน ปรุงรสต่างๆ ก่อน เสร็จแล้วใส่ทานตะวันงอกลงไปกลับเร็วๆ สองสามที หากร้อนนานไปจะทำให้สีเขียวกลายเป็นสีคล้ำ</p>
<p><strong>ดอกทานตะวัน</strong> สร้างเงินจากการท่องเที่ยว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ในแต่ละปีจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวชมดอกทานตะวันในเขตจังหวัดลพบุรี และสระบุรี แต่ผลพลอยได้จากการเพาะเลี้ยงทานตะวัน นอกจากจะให้ชมความสวยงามของทุ่งทานตะวันแล้ว ยังมีผลผลิตจากเมล็ดทานตะวันอีกมาก ทั้งเมล็ดทานตะวันปรุงรสเป็นขนมและของกินเล่นรูปแบบต่างๆ มากมาย อีกทั้งต้นอ่อนก็นำมาปรุงอาหารเป็นกับข้าวที่มีคุณค่าทางอาหารได้อีก</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เพาะทานตะวันงอกขาย</span> จากตัวอย่างเกษตรกรที่ทำ</strong></span></p>
<p>“คุณขวัญใจ นะโรภาส” อายุ 45 ปี เกษตรกรรายใหม่ที่ก้าวเข้าสู่วงจรเพาะเลี้ยงทานตะวันที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มจากการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีผู้ผลิตที่ไว้ใจได้คือ เมล็ดพันธุ์ต้องอายุไม่เกิน 6 เดือน เพราะถ้าเกินเมล็ดจะฝ่อให้ผลผลิตไม่เต็มที่ และต้องเป็นเมล็ดสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งไม่มีเจือปนต่างสายพันธุ์ จากนั้นนำเมล็ดมาแช่น้ำในอุณหภูมิปกติเป็นการกระตุ้นให้ตื่นตัว และคัดของเสียออกจากเมล็ดที่ลอยน้ำขึ้น ถ้าเป็นเมล็ดใหญ่แช่ 8 ชั่วโมง ส่วนเมล็ดเล็ก 4 ชั่วโมง จากนั้น ผสมดินโดยใช้ดินที่ขายกันอยู่ทั่วไปลงตะกร้าขนาด 15 x 27 นิ้ว มีตาละเอียดรองก้นด้วยกระดาษบาง เอาดินใส่ให้หนาราว 2 นิ้ว เกลี่ยให้หน้าดินเสมอกัน พรมน้ำพอชื้นๆ นำเมล็ดที่แช่น้ำและเริ่มเป็นจุดขาวๆ ที่ปลายเมล็ดลงโรยในตะกร้าให้สม่ำเสมอจะได้ต้นที่ขึ้นแล้วไม่เบียดกัน เมื่อต้นเริ่มงอกได้ 1 เซนติเมตร หลังจากผ่านไป 1 วัน รดน้ำให้ชื้นอย่าให้แฉะ หมั่นให้ต้นที่กำลังโตมีลมผ่าน และอย่าให้โดนแดดจัด</p>
<p><span style="color: #000000;">การเพาะทานตะวันงอก ในช่วงผ่าน 2-5 วัน</span> ต้องระวังอย่าให้แฉะหรือร้อนเกินไป และต้องให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เป็นการป้องกันรากเน่าและเชื้อรา เมื่อครบ 5 วัน ต้นจะโตราว 5 เซนติเมตร มีใบ 1 คู่ (ก็สามารถใช้ได้แล้ว) ให้ตัดโดยใช้มีดโกนกรีดโคนที่อยู่เหนือดินราวครึ่งเซนติเมตร นำไปล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งลมพอหมาด แล้วนำลงบรรจุถุง นำส่งขายตลาดได้เลย ทุกขั้นตอนต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และต้องทำตารางการผลิตในรอบ 7 วัน <span style="color: #0000ff; background-color: #ffff99;">โดยต้องจัดเก็บทุกๆ วัน วันละ 100 กิโลกรัม เป็นอย่างน้อย ราคาขายกิโลกรัมละ 100 บาท เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมได้ต้นทานตะวันอ่อน 5 กิโลกรัมเศษ รายได้จะอยู่ราว 3 เท่าของทุน</span> เมื่อรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วก็พอเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย ทุกวันนี้ คุณขวัญใจ นะโรภาส มีความสุขกับการเพาะเมล็ดทานตะวันเพื่อทำทานตะวันงอก แม้จะวุ่นวายตามสภาพการผลิตสู่ตลาด แต่ยืนยันว่าไม่เครียด มีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น และเป็นอาชีพอิสระ ในอนาคตคงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังสนใจแนวคิดพืชผักเกษตรอินทรีย์ต่อไป</p>
<p><span style="background-color: #ffff99;">ท่านใดที่สนใจ หรือจะรับไปขายสามารถติดต่อ คุณขวัญใจ นะโรภาส โทร. 08-9815-2739, 08-9815-1321</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="font-size: 12pt;"><strong>ทานตะวันงอก</strong> </span>เนื่องจากว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถทำอาหารหรือประกอบอาหารได้หลายอย่าง เมล็ดทานตัวันก็ยังมีประโยชน์อีกหลายๆอย่าง เทรนด์สุขภาพกำลังมาเพราะคนใส่ใจสุขภาพมากมากขึ้น อาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นตัวเลือกสำคัญ ดังนั้นแล้วทานตะวันงอกจึงน่าสนใจมากๆสำหรับผู้ที่มองหาอาชีพเกษตรทำ</span></p>
<p>ขอบคุณ เกษตรกรก้าวหน้า,สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสระบุรี</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเพาะเห็ดหลินจือ เห็ดเงินล้าน! โดยกูรูคนไทย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/reishi-mushroom/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/reishi-mushroom/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2016 01:12:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[BangkokToday.net]]></category>
		<category><![CDATA[ก้อนเชื้อเห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำก้อนเชื้อเห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเพื่อนเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเห็ด ลุงหยุด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลุงหยุด แช่มประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเพาะเห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะเห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะเห็ดหลินจือขาย]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ด ลุงหยุด]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหลินจือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=6451</guid>

					<description><![CDATA[เพาะเห็ดหลินจือขาย อาชีพทำเงิน  ; เห็ดหลินจือ มีสรรพคุณทางยาที่เป็นสารแอนติอ๊อกซิแดนช์ มีคุณสมบัติต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #0000ff;"><strong>เพาะเห็ดหลินจือขาย อาชีพทำเงิน </strong><strong> ; เห็ดหลินจือ </strong></span>มีสรรพคุณทางยาที่เป็นสารแอนติอ๊อกซิแดนช์ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระลดการเกิดมะเร็ง รวมถึงการป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย จึงทำให้ราคาเห็ดหลินจือสูง สำหรับท่านที่สนใจอยากเพาะเห็ดหลินจือ <a style="color: #000000;" title="BangkokToday.Net " href="http://BangkokToday.Net%20" target="_blank" rel="noopener"><strong>BangkokToday.Net</strong> </a>มีเรื่องราวดีๆและวิธีเพาะเห็ดหลินจือโดยเจ้าของฟาร์มเห็ดหลินจือ ที่ประสบความสำเร็จ</span><span id="more-6451"></span></p>
<p><strong> <span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;">ลุงหยุด แช่มประเสริฐ เจ้าของฟาร์มเห็ด</span></strong></p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #800000;"><strong>“เห็ดหลินจือ”</strong></span> ทำให้การแพร่หลายในฐานะเห็ดเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง อาจดูไม่กว้างขวางอย่างเช่น เห็ดภูฎาน เห็ดฮังการี หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น (เห็ดยานางิ) ซึ่งคนส่วนใหญ่ เริ่มรู้จักกันดี แต่ในมุมกลับกันสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น หลายๆคน กลับมามีสุขภาพดีได้อีกครั้ง เหมือนดังเช่น “ลุงยุทธ์” หรือ ชื่อจริง คือ ลุงหยุด แช่มประเสริฐ ซึ่งเป็นเจ้าของ ฟาร์มเห็ดหลินจือและเห็ดเศรษฐกิจอีกนานาชนิดที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี รายนี้ จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการจะรักษาตัวเองให้หายป่วยจากโรคต่างๆ ที่รุมเร้า ครั้นเมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงและกลับมาเป็นปกติ แล้วจึงมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ “ตัวยาดี” ให้กับคนอื่นได้นำไปประโยชน์บ้าง จึง ได้เปิดฟาร์มเห็ดหลินจือ ขึ้นมาซึ่งมีการจัดการอย่างเป็นระบบและการผลิตแบบครบวงจรในปัจจุบัน</p>
<p><strong>สุขภาพดีด้วย “เห็ดหลินจือ” </strong>ลุงยุทธ์ เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนสุขภาพของตนไม่ค่อยดีนัก ป่วยเป็นโรคต่างๆ อยู่หลายโรคด้วยกัน อาทิ เช่น โรคปอด โรคเลือดจาง และภูมิแพ้ เป็นต้น ทำให้ต้องคอยเข้าๆ ออกๆโรงพยาบาล อยู่เสมอ เพื่อไปพบแพทย์ ตามที่นัดอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งได้รู้จัก <strong>“เห็ดหลินจือ”</strong> จากบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนตัวแล้วตนมีความนับถือในฐานะเป็นอาจารย์ ซึ่งท่านผู้นั้นมีชื่อว่า “อาจารย์โกหย่ง” เป็นชาวไต้หวันซึ่งมาทำฟาร์มเห็ดหลินจืออยู่ที่คลอง 8 แม้จะมีอายุมากแล้ว โดยได้ชื่อว่าเป็นคนอายุยืน และมีสุขภาพที่แข็งแรงมาก ซึ่งได้แนะนำให้ตนรับประทานเห็ดหลิงจือ เพราะตัวท่านอาจารย์โกหย่งเองก็รับประทานอยู่เป็นประจำ และได้ให้เชื้อพันธุ์ของเห็ดชนิดนี้เพื่อนำกลับมาเพาะเลี้ยงสำหรับไว้รับประทานเองด้วย ผ่านมา 3 ปี กว่าเกือบจะ 4 ปีแล้วหลังจากที่รับประทานเห็ดหลินจือ โดยตนจะต้มเอา “น้ำเห็ด” สำหรับดื่ม เป็นประจำทุกวัน มาโดยตลอด ปรากฏว่าสุขภาพกลับมาเป็นปกติดี ร่างกาย แข็งแรงขึ้น และที่สำคัญคือว่าตอนนี้ตนไม่ต้องไปหาหมออีกด้วย</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>วิธีเพาะเห็ดหลินจือ</strong></span></p>
<p>ก่อนหน้าจะมาทำฟาร์มเห็ดหลินจือนั้น ลุงยุทธ์เล่าให้ฟังว่า เดิมตนก็มีกิจการฟาร์มเห็ด (เพาะ และขายก้อนเชื้อเห็ด) อาทิ เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ และเห็ดขอน ซึ่งครอบครัวได้เปิดดำเนินการมาหลายปีแล้ว เพราะในเขต อ.วิหารแดง ที่นอกจากจะเคยมีชื่อเสียงในด้านการเลี้ยง “เป็ดไข่” อีกด้านหนึ่งยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่ง “ เห็ดเศรษฐกิจ” โดยมีการเพาะเป็นอาชีพกันอย่างหลากหลายชนิดด้วย และสำหรับเห็ดหลินจือนั้นซึ่งพอหลังจากตนเห็นว่าเพาะไว้รับประทานเองแล้ว จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีผลิตเชื้อเห็ดเพื่อการขยายพันธุ์เป็นการเพิ่มเติม โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเคี่ยววุ้น เลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำเองหมดเลยทุกขั้นตอนจนกระทั่งผลิตดอกเห็ดออกมา ซึ่งเมื่อประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีแล้วต่อจากนั้นก็เลยขยายผลโดยทำเป็นในรูปของฟาร์มเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้มีโรงเรือนสำหรับผลิตดอก (ขนาดความจุ 8,000 – 9,000 ก้อน) จำนวน 2 โรงจากทั้งหมด 10 โรง ที่มีการเพาะเห็ดอื่นๆ อยู่ในฟาร์มด้วย</p>
<figure id="attachment_6461" aria-describedby="caption-attachment-6461" style="width: 450px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/วิธีเพาะเห็ดหลินจือ.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6461 size-full" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/วิธีเพาะเห็ดหลินจือ.jpg" alt="วิธีเพาะเห็ดหลินจือ" width="450" height="289" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/วิธีเพาะเห็ดหลินจือ.jpg 450w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2015/04/วิธีเพาะเห็ดหลินจือ-300x193.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a><figcaption id="caption-attachment-6461" class="wp-caption-text">เพาะเห็ดหลินจือ (ขอบคุณที่มาภาพ Kasetbuddy)</figcaption></figure>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>การทำก้อนเชื้อเห็ดหลินจือ</strong></span></p>
<ul>
<li>ผสมขี้เลื่อยไม้ยางพารา (100 กก.) รำละเอียด (1.5 กก.) ยิปซัมหรือปูนขาว (1กก.)เข้าด้วยกัน นำดีเกลือ (0.2 กก.)หรือน้ำตาลทราย(2กก.) ละลายน้ำแล้วผสมกับขี้เลื่อยให้ทั่วเติมน้ำลงไปให้เป็นฝอย คลุกเคล้าให้เข้ากันดี ตรวจสอบให้มีความชื้นประมาณ 60-65 % โดยการบีบขี้เลื่อยผสมให้แน่นแล้วคลายมือออก ขี้เลื่อยผสมควรจับตัวกันอยู่ได้ แต่ไม่ชื้นจนมีหยดน้ำไหลออกมาและไม่แห้งจนขี้เลื่อยแตกร่วนเมื่อคลายมือ จากนั้นบรรจุในถุงพลาสติกทนร้อน ประมาณ 900 กรัม/ ถุง แล้วอัดให้แน่นพอประมาณ รวบปากถุง ใส่คอขวดพลาสติกดึงปากถุงพลาสติก รัดด้วยยางวง ทำช่องตรงกลางถุงเจาะด้วยไม้แหลม สวมฝาครอบสำเร็จรูปและปิดฝา (ซึ่งรองด้วยกระดาษ) หรือสำลีและปิดทับด้วยกระดาษหรือปิดด้วยจุกแบบประหยัด</li>
<li>การนึ่งก้อนเชื้อ  ก้อนเชื้อเห็ดที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำไปนึ่งในหม้อนึ่งหรือถึงนึ่ง ไม่อัดความดันแล้วนึ่งเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด โดยสังเกตจากไอน้ำที่พุ่งตรงจากรูที่เจาะไว้ที่ฝาแล้วทิ้งให้เย็น</li>
<li>การต่อเชื้อเห็ด หัวเชื้อเห็ดนั้นจะต้องมีการเขย่าขวดเป็นระยะ และก่อนจะนำมาใช้ 1 คืน ควรจะเขย่า ให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายออก ดึงจุกสำลีลนปากขวดหัวเชื้อที่เปลวไฟเทหัวเชื้อลงในถุงอาหารประมาณถุงละ 20-30 เมล็ดปิดที่ครอบคอขวดไว้ตามเดิม การหยอดหัวเชื้อต้องทำในที่สะอาดและไม่มีลมพัดผ่าน</li>
<li>การบ่มก้อนเชื้อเห็ด นำก้อนเชื้อเห็ดวางบนชั้น ในแนวตั้งหรือแนวนอน ก็ได้ในที่มืดจนเส้นใยเจริญเต็มถุงใช้เวลาประมาณ 1-1 ½ เดือน</li>
<li>การดูแล โรงเรือน ก่อนเพาะเห็ดหลินจือนั้นต้องมีการจัดการที่ดีพอสมควร โดยเฉพาะโรงเรือนควรมุงด้วยหญ้าแฝกจึงจะดี ภายในโรงเรือนก็ควรจะมีหน้าต่างให้เยอะหน่อย เพื่อการระบายอากาศ เพราะเห็ดหลินจือเป็นเห็ดที่มาจากเมืองหนาว จะไม่ชอบอากาศทึบ ชอบอากาศที่ถ่ายเท ดังนั้นตัวโรงเรือนควรจะสูงโปร่ง มีการระบายอากาศที่ดี และก่อด้วยอิฐจะดีกว่าคลุมด้วยซาแลนหรือใช้ผ้ายางคลุม จะทำให้ดอกใหญ่และคุณภาพดีกว่า เทียบเท่ากับที่เพาะในต่างประเทศซึ่งก่อนนำก้อนเห็ดเข้ามาในโรงเรือน ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี และไม่ให้มีสิ่งสกปรกไปเปื้อนดอกเห็ดได้ ทางที่ดีควรเทพื้นปูน แล้วเวลาวางก้อนเชื้อในชั้นเพาะไม่ควรวางสูงเกินไปควรจะวางประมาณ 10 ชั้น หรือ 12 ชั้นก็พอ หากมากกว่านั้นจะเกิดแก๊ซมากในโรงเรือนทำให้ร้อน ก้อนเห็ดจะเสียได้ง่าย</li>
<li>การให้น้ำ หลังจากที่เปิดดอกแล้วจะให้น้ำวันละ 1 ครั้ง (ราดด้วยสายยาง หรือ พ่นฝอย หรือ สปริงเกลอร์)จนกระทั่งเห็ดเริ่มแก่ สปอร์ก็จะเริ่มออก ถึงตอนนั้นควรจะล้างก้อนให้สะอาดไม่ไห้มีฝุ่นเกาะค้าง แล้วปิดโรงเรือนทั้งหมดโดยใช้ “ผ้ามุ้ง” บุตามหน้าต่างหรือประตูเข้า-ออก ซึ่งจะช่วยป้องกันพวกแมลงศัตรูของเห็ดหลินจือ เช่น แมลงเต่าดำ และตัวไร ที่จะเข้ามาทำความเสียหายแก่ดอกเห็ดได้ จนกระทั่ง “สปอร์” ออกต้องหยุดให้น้ำ หรืออีกกรณี คือ ช่วงดอกเริ่มจะแก่มักมีปัญหา “ราเขียว” ขึ้นที่ใต้ดอก ก็ต้องหยุดให้น้ำเพราะถ้าปล่อยให้ราเขียวขึ้นดอกเห็ดจะใช้ไม่ได้เลย ต้องไม่ให้มีสิ่งปลอมปนอื่นโดยเฉพาะพวกราต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากจะต้องระมัดระวังในการผลิตเห็ดหลินจือ</li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong>เทคนิคเพิ่มผลผลิตเห็ดหลินจือ</strong></span></p>
<p>ลุงยุทธ์ บอกว่า ผลผลิตที่สำคัญของการเพาะเห็ดหลินจือ คือ “สปอร์” ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเราค่อนข้างมากทีเดียวใช้รักษาโรค เช่น ภูมิแพ้ อัมพฤกษ์ – อัมพาต ได้ดีมากสำหรับตัวนี้ มีราคาค่อนข้างแพง (ประมาณ 10,000 – 15,000 บาท/กก.) ซึ่งเมื่อดอกแก่สปอร์จะเริ่มหลั่งออกมา ดูได้จากที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้น(ฝุ่นๆสีน้ำตาลแดง)จะแดงไปหมดทั้งโรงเรือนเลย การเก็บผลผลิตในส่วนนี้ก็จะเก็บได้ 2-3 ครั้งเช่นกัน และจะเก็บเฉพาะจากดอกรุ่นแรกเท่านั้น ซึ่งจากก้อนเห็ด 8,000 – 9,000 ก้อน / โรง สปอร์ที่เก็บได้รวมกันแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1 กก. เท่านั้น อีกทั้งวิธีการจัดการที่ยุ่งยากพอสมควรเหมือนกัน คือ หลังจากเก็บสปอร์มาแล้วต้องนำไปฆ่าเชื้อก่อน จากนั้นจึงบรรจุหีบห่อหรือจัดเก็บรักษา โดยต้องเก็บไว้ในที่อุณหภูมิปกติห้ามใส่ตู้เย็น เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราทันที ต้องเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ไห้แมลงต่างๆเข้าไปได้ ซึ่งจะสามารถเก็บได้นานเป็นปี</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>ผลตอบแทนและตลาดของเห็ดหลินจือ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><span style="color: #000080; background-color: #ffff99;">จากราคาก้อนที่ลุงยุทธ์จำหน่าย 10 บาท /ก้อน ในปัจจุบัน การเพาะเห็ดหลินจือจะเริ่มคืนทุนตั้งแต่เก็บดอกรุ่นแรก พอมารุ่นที่สองจะเริ่มมีกำไรเพิ่มขึ้นและถ้ารุ่นที่สามก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ในส่วนของทางฟาร์มเองนั้นลุงยุทธ์บอกว่า รายได้ที่เกิดจาก “ดอกเห็ด” ซึ่งจะต้องทำให้แห้ง(ตาก) ก่อนจำหน่ายอยู่ที่ราคาประมาณ 1,000 – 3,000 บาท/กก</span>.</span> การเพาะจะทำ อยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง / ปี   โดยหลักๆ แล้วลูกค้าประจำจะเป็นชาวไต้หวัน ซึ่งมาซื้อยู่ประมาณ 40-50 กก.ทุกปี ถือว่าเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่จะขายอยู่ที่ฟาร์มไม่ได้นำไปส่งให้พ่อค้าที่ไหน ซึ่งคนที่มาซื้อจะรู้จัดเห็ดหลินจือเป็นอย่างดี ก็จะมาแบ่งซื้อครั้งละ 1-2 กก.บ้าง หรือครั้งละ 1-2 ขีด ก็มี หรืออย่าง “สปอร์” ก็จะมีการนำไปใช้รักษาคนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ – อัมพาต เคยมีคนมาขอซื้อจากทางฟาร์มไปบ้างแล้วเหมือนกัน อีกอย่างคือ ตนเองก็จะไว้สำหรับรับประทานเองด้วยเป็นบางช่วง โดยไม่แนะนำเรื่อง “ตลาด” ว่าเมื่อนำไปใช้รักษาคนป่วยที่เป็นอัมพฤกต์ –อัมพาต เคยมีคนมาขอซื้อจากทางฟาร์มไปบ้างแล้วเหมือนกัน แต่จะขอแนะนำจากประสบการณ์ตนเองว่า เน้นให้เอาไปเพาะไว้รับประทานเอง ไว้ใช้ประโยชน์เองหรือถ้ามีคนสนใจก็ได้ขายบ้าง เป็นลักษณะเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่าในอดีตลุงยุทธ์เคยล้มเหลวมาจากธุรกิจของครอบครัวทำมาหลายปี และกลับมากอบกู้สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวได้อีกครั้งเพราะการทำเห็ด ซึ่งปัจจุบันกำลังการผลิตโดยแบ่งออกเป็น การผลิตก้อนเชื้อ เห็ดประมาณ 80,000 -100 ,000 บาท ก้อน/ เดือน และการจำหน่ายดอกเห็ดสดจากฟาร์ม อาทิ เห็ดขอน ราคาประมาณ 50-60 บาท /กก. เห็ดฮังการี ประมาณ 35-40บาท/กก. เห็ดลมประมาณ 90-100 บาท/กก.และเห็ดโคนญี่ปุ่น (เห็ดยานางิ) ประมาณ 100-150บาท/กก.เป็นต้น ซึ่งมีผลผลิตขายทุกวันสร้างรายได้อย่างน่าพอใจอีกทั้งให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานเกษตรอำเภอวิหารแดงโดยเปิดเป็นจุดถ่ายทอดความรู้และศึกษาดูงานด้านการเพาะเห็ดสำหรับผู้ที่สนใจ ให้การสนับสนุนเรื่องการรวมกลุ่มเกษตรกรหรือโครงการยุวเกษตรคลื่นลูกใหม่ โดยมีลูกสาวรับหน้าที่เป็นแกนนำเยาวชนในการขยายผลโครางการยุวเกษตรและเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ตามโรงเรียนและชุมชนต่างๆเป็นต้น ทำให้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้มาดูงานอยู่อย่างไม่ขาดสาย ซึ่งรวมถึงคณะดูงานจากประเทศภูฎานที่ได้เคยเข้ามาที่ฟาร์มด้วย ล่าสุดเพื่อเป็นการเปิดให้ความรู้ด้านการเพาะเห็ดแบบครบวงจรลงยุทธ์จึงเปิดเป็น “โฮมสเตย์” ด้วย สำหรับคนที่สนใจได้เข้ามาพักพร้อมศึกษาเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดไม่หวงวิชา ให้อีกด้วย</p>
<p>(ที่มา Cr. คู่มือเพาะเห็ดเงินล้าน)</p>
<div class="entry-content-asset videofit"><iframe loading="lazy" title="ธุรกิจติดดาว วันที่ 20 มีนาคม 2558   (ฟาร์มเห็ดลุงหยุด+ถั่วทอดลอนศิลป์)   (1/3)" width="720" height="405" src="https://www.youtube.com/embed/bCycJsElcWo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></div>
<p><span style="color: #0000ff;">สนใจเยี่ยมชมการผลิตหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่<strong> ฟาร์มเพื่อนเกษตร [ ฟาร์มเห็ด ลุงหยุด]</strong> เลขที่ 441/7 หมู่ 9 ต.คลองเรือ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี โทร 036-377-521 หรือ 087-068-6953 โดยที่ฟาร์มเห็ดนี้เป็นจุดเรียนรู้การทำเห็ดครบวงจรประจำตำบล ทางฟาร์มเห็ดเราจะผลิตเห็ดแบบ ครบวงจร เริ่มตั้งแต่การ ทำวุ้นPDA การเลี้ยงเนื้อเยื่อ การทำหัวเชื้อ การทำก้อนเห็ด การขายก้อน การเปิดดอกเห็ดชนิดต่างๆ เช่น เห็ดขอน เห็ดภูฐาน เห็ดฮังกะรี เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดหลินจือ และยังจำหน่าย อุปกร์การทำเห็ด เช่น ถุงพลาสติก คอขวด และ อาหารการทำเห็ดฯลฯและที่ฟาร์มเห็ดยังรับเปิดสอน ผลิตก้อนเห็ด สำหรับผู้ที่สนใจ จะผลิต ก้อนเชื้อเองอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>หลินจือ</strong></span> เป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อสุขภาพและอุตสาหกรรมยา ทำให้มีโอกาสมากสำหรับการเพาะเห็ดชนิดนี้ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อายุ และองค์ประกอบอื่นๆด้วย ผู้ที่สนใจลงทุนเพาะเห็ดหลินจือก็ควรศึกษาเรื่องต่างๆสำหรับการทำเชิงพาณิชย์ด้วย ถึงอย่างไรก็ตามการทำฟาร์มเห็ดหลินจือก็ยังน่าสนใจเพราะราคาสูงและตลาดสุขภาพก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการใส่ใจสุขภาพของผู้คนที่มีมากขึ้น</p>
<p><a title="เห็ดหลินจือ " href="http://www.bangkoktoday.net/benefit-of-ganoderma-lucidum/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 12pt;">เรื่องแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเห็ดหลินจือ สรรพคุณ และวิธีเลือก</span></a></p>
<p><span style="font-size: 12pt; background-color: #ffff99;">ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก <span style="color: #0000ff;">คู่มือเพาะเห็ดเงินล้าน (หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำ)</span>,ยูทูป ธุรกิจติดดาว,kasetbuddy.com และภาพจาก <a style="background-color: #ffff99;" title="Kasetbuddy" href="https://www.facebook.com/pages/Kasetbuddy/166883043427714" target="_blank" rel="noopener">แฟนเพจ kasetbuddy</a></span></p>
<p>เรียบเรียงโดย <a title="BangkokToday.net" href="http://BangkokToday.net" target="_blank" rel="noopener"><strong>BangkokToday.net</strong></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/reishi-mushroom/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านขายแมลง แมง ทอด ธุรกิจทำเงินตามตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/mang-tod-shop-make-money/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/mang-tod-shop-make-money/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2015 02:41:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอะไร ลงทุนน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหาร ลงทุนน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอาหารขายแมลงททอดที่ตลาดนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแมงทอด]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแมลง ทอด]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแมลงททอดที่ตลาดนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแมลงททอดที่ตลาดโต้รุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแมลงทอด]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดโต้รุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รถขายแมลงทอด]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร ทอด]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านขายแมลงทอด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=2031</guid>

					<description><![CDATA[ขายแมลงทอด แมงทอด รับเดือนละเกือบแสน ทำได้ อาหารหาทานยากสำหรับในบางพื้นที่ ซึ่งแมลงหรือแมงที่นำมาทอ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000;"><strong>ขายแมลงทอด แมงทอด รับเดือนละเกือบแสน ทำได้</strong> อาหารหาทานยากสำหรับในบางพื้นที่ ซึ่งแมลงหรือแมงที่นำมาทอดนั้นราคาจะแตกต่างกันไปตามต้นทุนที่ได้มา แมลงและแมงที่มีคนจำนวนมากชอบและก็มีอีกจำนวนมากอาจจะยังไม่กล้ากิน อาชีพนี้ถือว่าเป็นอีกอาชีพที่เกษตรกรหรือคนทำขายสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ </span><span id="more-2031"></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">ซึ่งสมัยนี้แมลงหรือแมงหลายชนิดที่นำมาทอดเป็นอาหารนั้นสามารถเลี้ยงเองได้ นำมาทอดขายตามตลาดโต้รุ่ง ตลาดชุมชน ตลาดนัด หรือในพื้นที่ขายอาหารตามแหล่งช็อปปิ้งต่างๆ  ซึ่งทำง่ายและกำไรดีด้วย</span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #0000ff;"><strong>แมลงทอดอาหารของโปรดของใครหลายๆคน</strong></span></p>
<p>อาหารจำพวกแมลงทอดนี้ ในแถบอีสานได้รับความนิยมกินแมลงทอดกันมาก อีกทั้งตอนนี้ในภาคต่างๆของไทยก็มีขายทั่วไป แมลงที่ทอดขายเป็นแมลงหรือแมงที่กินได้ แต่ว่าเคล็ดลับที่จะให้ทำออกมาขายแล้วอร่อยนั้นไม่ยาก นั่นคือทอดสดๆจะอร่อยที่สุด หากว่าร้านไหนทอดแล้วเก็บไว้นานเกินไป รสชาติก็ไม่อร่อย นอกจากนี้ยังต้องอาศัยการปรุงรสด้วย รับรองว่าใครได้กินแล้วจะติดใจ</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/แมลงทอด-2.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-2036 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/แมลงทอด-2.jpg" alt="แมลงทอด-2" width="500" height="281" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/แมลงทอด-2.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/แมลงทอด-2-300x168.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>อาชีพขายแมลงทอดนี้สามารถทำเงินได้มาก ลงทุนน้อย กำไรดี หากว่ามีทำเลที่ดี ตรงกลุ่มลูกค้า น่าจะเป็นอีกโอกาสการทำธุรกิจต่อยอดอาชีพการทำเกษตรกร ที่ทำเอง ขายเอง กำไรก็มาก</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #ff0000;"><strong>ขายแมลงทอดเดือนละเกือบแสนบาท!!</strong></span></p>
<p>รถขายแมลงทอด อีกตัวอย่างที่ฮือฮามากจนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์มาแล้ว คือ ขายแมลงทอดทำเงินได้กำไรสูงถึงวันละ 3,000 บาท จากรถขายแมลงทอด ที่จังหวัดขอนแก่น เขาสร้างจุดเด่นตรงตกแต่งรถด้วยไฟแสงสี และเปิดเพลง เป็นจุดสนใจและทำให้คนจำได้ โดยข่าวจากเว็บไซต์ข่าว dailynews.co.th ได้ลงข่าวรถขายแมลงทอดของ นายบุญหนา  มิสโกด</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/รถขายแมลงทอด.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-2035 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/รถขายแมลงทอด.jpg" alt="รถขายแมลงทอด" width="500" height="365" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/รถขายแมลงทอด.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/รถขายแมลงทอด-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>(ภาพจาก dailynews.co.th)</p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="text-decoration: underline;">ซึ่งเขาจำหน่ายแมลงทอดตั้งแต่เวลา 17.00น. ถึงเวลา 02.00น. และทุกวันจะจำหน่ายหมดสามารถสร้างรายได้หักต้นทุนแล้วมีรายรับวันละ <span style="text-decoration: underline;">2,000 ถึง 3,000 บาท</span> หรือมีรายเฉลี่ยเดือนละ 70,000บาท</span> </span>สำหรับเคล็ดลับการสร้างรายได้คือแมลงที่ลูกค้าสั่ง  จะนำมาทอดอุ่นให้ลูกค้าก่อนรับประทาน  ประกอบกับรถที่ประดับไฟ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ประดับรถขายแมลงทอดเป็นอีกตัวอย่างไอเดียดีๆที่สามารถสร้างความแต่งต่างจนทำให้เขาสำเร็จในอาชีพที่ทำ หากท่านใดสนใจอยากจะลองสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการขายอาหารเคลื่อนที่แบบนี้ก็ลองนำไปปรับใช้ ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจที่ทำอยู่ก็ได้</span></p>
<p><span style="color: #000080;">ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก dailynews.co.th</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/mang-tod-shop-make-money/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาชีพทำเงิน ปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ ลูกดก ทนโรค ทนสภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/hiso-cucumber/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/hiso-cucumber/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Apr 2014 04:40:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแตงกวา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจียไต๋ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกแตงกวา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกแตงกวาขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ]]></category>
		<category><![CDATA[แตงกวา]]></category>
		<category><![CDATA[แตงกวาพันธุ์ไฮโซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=2811</guid>

					<description><![CDATA[แตงกวา ถือเป็นชนิดผักที่มีความนิยมในการบริโภคเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แทบจะพูดได้ว่าทุกร้านอาหารต้อง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;"><strong>แตงกวา</strong> ถือเป็นชนิดผักที่มีความนิยมในการบริโภคเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แทบจะพูดได้ว่าทุกร้านอาหารต้องมีแตงกวาไว้ทาน มีแตงกวาเป็นผักไว้ทานกับอาหาร จึงน่าสนใจอย่างมากถ้าใครสนใจอยากจะปลูกแตงกวาขายเป็นอาชีพเสริม หารายได้เข้าบ้าน หรือถ้ามีพื้นที่มากอาจจะทำเป็นอาชีพหลักเลยก็ยังได้ สำคัญที่พันธุ์แตงกวา บางกอกทูเดย์ก็อยากจะแนะนำ<strong> แตงกวาพันธุ์ไฮโซ ลูกดก ทนทาน<span id="more-2811"></span></strong><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจเมล็ดพันธุ์อันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดตัว <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000; text-decoration: underline;">แตงกวาไฮโซ</span> </span>สายพันธุ์ใหม่ลูกดก ทนโรค ทนร้อน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large; color: #008000;"><strong>แตงกวาพันธุ์ไฮโซ</strong> </span>โดดเด่นกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ทั้งด้านแข็งแรงต้านทานโรคไวรัส ทนอากาศร้อนได้อย่างดีเยี่ยม และยังให้ผลผลิตที่คุ้มค่า เหมาะจะเป็นอีกทางเลือกของเกษตรกร เจียไต๋ได้มีการพัฒนาพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันที่อุณหภูมิของอากาศร้อนขึ้นทุกปี ทำให้ แตงกวาพันธุ์เดิมให้ผลผลิตต่ำลง มีโรคพืช และแมลงศัตรูพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น“แตงกวาพันธุ์ไฮโซ” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ   </span></p>
<p>คุณ ณัฏฐนี เทพกาวงค์ นักปรับปรุงพันธุ์พืช บริษัท เจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า เจียไต๋ใช้เวลาทดลองปรับปรุงแตงกวาพันธุ์ไฮโซมากว่า 3 ปี ทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพราะเป็นพื้นที่ที่นิยมปลูกแตงกวาเป็นอย่างมาก ซึ่งพบว่าแตงกวาพันธุ์นี้แม้ว่าอากาศจะร้อนจัด ก็ยังสามารถให้ผลผลิตที่ดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ผลตรงเรียวสวย ไม่งอ และสีผลเขียวสวยงาม  ภายหลังจากที่ได้ให้เกษตรกรทดลองปลูกช่วงฤดูร้อน ในปีที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรบางรายสามารถขายผลผลิตได้ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท(ราคาผลผลิตขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด)  ถือเป็นราคาที่สูงมากสำหรับแตงกวาในช่วงหน้าแล้ง</p>
<p><span style="font-size: large; color: #000080;"><strong>เรามาดูตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ ที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ</strong></span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกษตรกรปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2813" alt="เกษตรกรปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกษตรกรปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ.jpg" width="500" height="333" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกษตรกรปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/04/เกษตรกรปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ-300x199.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>ลุงจาก ศิริอ่อน เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซของเจียไต๋ จากอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันมีสวนลำไยจำนวน 10 ไร่ แบ่งพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เพื่อนำมาปรับปลูกแตงกวามากว่า 10 ปี โดยแบ่งแปลงปลูกเป็น 3 แปลง แล้วทยอยปลูกทีละแปลงเพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งปี โดยลักษณะแตงกวาที่แม่ค้าต้องการ คือมีผลยาวตรง ทรงสวย ไม่คอดงอ เนื้อแน่นหวานกรอบ โดยเฉพาะสีของแตงกวา ควรเป็นสีเขียวสด เพราะเน้นขายส่งแม่ค้าตลาดทางภาคใต้ ซึ่งใช้เวลาขนส่งนานกว่าจะถึงตลาดปลายทาง แตงกวาก็จะยังคงความเขียวสวยเสมอ ไม่เหมือนแตงกวาที่มีสีขาวที่เก็บไว้แค่คืนเดียวผลแตงก็เป็นสีเหลืองแล้ว ทำให้ดูเหมือนแตงเก่าค้างคืน แม่ค้าที่รับซื้อไม่ต้องการ เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเลือกสายพันธุ์ตามที่แม่ค้าหรือตลาดต้องการ ซึ่งครอบครัวตนได้เลือกปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซของเจียไต๋ ปัจจุบันปลูกเป็นเวลา 3 ปี เพราะแตงกวาพันธุ์นี้มีสีเขียวสวย สามารถเก็บไว้ได้นาน 3-4วัน ทำให้เป็นที่ต้องการของแม่ค้า และยังได้ราคาดีกว่าแตงกวาพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #0000ff;">การให้น้ำ เราจะให้น้ำเช้า-เย็นให้ชื้น แต่ไม่ให้แฉะ เพราะอาจทำให้รากเน่าได้ โดยให้น้ำผ่านระบบสปริงเกอร์ เพื่อจำลองสภาพอากาศให้เหมือนฝนตก ทำให้แมลงไม่กล้าเข้ามารบกวน นอกจากสายพันธุ์นี้จะทนทานต่อโรคไวรัสอยู่แล้ว การให้น้ำแบบนี้ยังช่วยป้องกันโรคไวรัสได้อีกทางหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาโรคราน้ำค้างบ้าง แต่โรคนี้ก็ยังมียาป้องกันได้ โดยใช้ใช้เทนเอ็ม 30กรัมผสมโนมิลดิว20กรัมต่อน้ำ20ลิตรพ่นในช่วงมีราน้ำค้างแต่หากเมื่อไหร่ที่แตงกวาเป็นโรคไวรัสแล้ว จะไม่มียารักษาให้หายได้เลย ส่วนการฉีดสารเคมีต่างๆ นั้น แตงกวาสวนเราจะไม่เน้นใช้สารเคมีฉีดมากนัก แต่จะใช้บางช่วงเวลาที่มีแมลงมารบกวนเยอะๆ เท่านั้น</span></p>
<p><strong>การเริ่มปลูกแตงกวา</strong> ลุงจากแนะนำว่าให้เริ่มเตรียมแปลง ขนาดกว้าง 1 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลง 50 ซม. จากนั้นจะเจาะหลุมปลูก เพื่อให้มีระยะระหว่างต้น 50 ซ.ม. และระยะระหว่างแถว 60 ซ.ม. จากนั้นปักไม้เพื่อทำค้าง ตามระยะระหว่างต้น แล้วผูกไม้ค้างเข้าหากัน ทำเป็นลักษณะของกระโจม เชื่อมแกนกลางด้วยไม้ยาว วางตลอดทั้งแนว เพราะการทำลักษณะกระโจม จะให้จำนวนต้นที่มากกว่าการปลูกแบบเลื้อยกับดิน อีกทั้งผลผลิตก็ไม่เสียหายจากการเดินเหยียบย่ำและยังได้ผลผลิตที่มีน้ำหนักดีและจำนวนที่มากกว่า จากนั้นให้เริ่มหยอดเมล็ดแตงกวา หลุมละ 2 เมล็ด โดย 1 ไร่จะใช้เมล็ดพันธุ์แตงกวาไฮโซ ขนาด 50 กรัม จำนวน 3 กระป๋องเท่านั้น ส่วนระยะที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ลุงจากบอกว่า อยู่ในช่วงที่ต้นแตงยังเล็กประมาณ 2 อาทิตย์แรกหลังปลูก เพราะต้องคอยระวังแมลงมารบกวน</p>
<p>ยิ่งหากปลูกแตงกวาในฤดูแล้งต้องให้น้ำเพียงพอเพื่อป้องกันต้นยุบตาย ต่อมาเมื่อแตงกวาอายุได้ 7 วันควรให้ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 จำนวน 3 กิโลกรัมละลายน้ำ 200 ลิตร เดินรดบางๆ ไปตามต้นเพื่อเร่งการแตกแขนง จนเมื่อแตงกวาโตเริ่มออกผล จึงค่อยให้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 อีกครั้ง  เมื่อแตงกวาอายุได้ประมาณ 32 วัน ก็เริ่มติดผลและเก็บผลผลิตได้ โดยสามารถเก็บได้ทุกวันต่อเนื่องกันไปจนประมาณ 20-25 วัน และถ้าดูแลรักษาดีๆ จะสามารถเก็บแตงกวาได้ 45 วันต่อรุ่นเลยทีเดียว สำหรับแตงกวาที่เก็บจะมี 3 เกรด คือ 1.แตงกวาเกรด A จะได้ราคาดีที่สุด มีขนาดยาวประมาณ 9-11 ซ.ม. ทรงกระบอกหัว-ท้ายเท่ากัน ไม่คอดงอ สีเขียวสวย 2.แตงกวาเกรด B ที่หลงหลุดรอดสายตาจนกลายเป็นแตงกวาขนาดใหญ่ แต่ราคาจะรองลงมา 3.แตงกวาเกรด C เป็นแตงกวาที่ลูกคอดงอ อาจเกิดจากการให้ปุ๋ยที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของต้นแตง ซึ่งจะได้ราคาต่ำกว่าแตงเกรดAและเกรดB ซึ่งเมื่อส่งขายเข้าตลาดก็จะคัดแยกใส่ถุงตามเกรด โดยจะส่งแตงกวาขายที่ตลาดศรีเมืองราชบุรีเป็นหลัก มีเท่าไหร่แม่ค้าก็รับหมด สำหรับราคาแตงกวาไฮโซเกรด A ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท แต่ถ้าเป็นแตงกว่าพันธุ์อื่นราคาจะอยู่ที่ 18 บาท/กก. สามารถสร้างรายได้ต่อรุ่นโดยที่ยังไม่หักต้นทุน ประมาณ 1 แสนบาท</p>
<p><strong>ต้นทุนการปลูกแตงกวาสำหรับผู้ที่ลงทุนใหม่ในครั้งแรกทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา เมล็ดพันธุ์ ประมาณ 3 หมื่นบาท</strong> เมื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ครบแล้วการลงทุนในครั้งต่อๆ ไปจะเหลือแค่ประมาณ 1 หมื่นกว่าบาทต่อรอบการปลูกเท่านั้น โดยแตงกวาสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ใน 1 ปี จะสามารถปลูกได้ 3-4 รุ่น สร้างรายได้ต่อรุ่นยังไม่หักต้นทุน ประมาณ 1 แสนบาท เรียกได้ว่าเป็นแตงกวาเงินแสนเลยก็ว่าได้&#8221; ลุงจาก เล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม</p>
<p><strong>แตงกวาเป็นพืชที่น่าสนใจ</strong> ถ้าใครมีพื้นที่อยากจะลองปลูกแตงกวาพันธุ์ไฮโซ ปลูกพืชผักแบบผสมไว้กินเอง หรือปลูกขาย สามารถติดต่อหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-810-3031 ต่อ 1306</p>
<p>ขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, newswit.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/hiso-cucumber/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>[ลงทุนน้อย]กุยช่ายขาว ปลูกง่ายรายได้ดี อีกอาชีพทำเงิน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/white-kuicheai-business/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/white-kuicheai-business/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2014 04:50:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กุยช่ายขาวลการปลูกกุยช่ายขาว]]></category>
		<category><![CDATA[กุยช่ายเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ขายกุยช่ายขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำธุรกิจอะไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูก กุยช่ายขาว ขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกอะไร ขายดี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกอะไรขายดี]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=1958</guid>

					<description><![CDATA[ปลูกกุยช่ายขาว ลงทุนน้อยแต่สามารถขายได้ทั้งปี ศัตรูพืชน้อย ทำได้ทั้งเป็นธุรกิจและอาชีพเสริม กุยช่าย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;"><strong>ปลูกกุยช่ายขาว ลงทุนน้อยแต่สามารถขายได้ทั้งปี</strong> ศัตรูพืชน้อย ทำได้ทั้งเป็นธุรกิจและอาชีพเสริม <strong>กุยช่ายขาว </strong>ปลูกแค่ 1 ครั้งแต่สามารถเก็บผลผลิตขายได้หลายครั้ง  น่าสนใจมากๆมีตัวอย่างเกษตรกรที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เรามาดูกันว่าเขาทำกันอย่างไร เผื่อว่าจะได้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางหากว่าท่านใดที่สนใจทำธุรกิจด้านนี้<span id="more-1958"></span></span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: 14pt;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เรามาดูตัวอย่างเกษตรกร จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่ลงไว้ครับตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูกกุยช่ายขาวท่านนี้ทำอย่างไรบ้า</span>ง</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;">คุณ เบ้า สีทาสังข์ ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แห่งบ้านห้วยทอง ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย หนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกุยช่าย จนสามารถสร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยมีแปลงปลูกกุยช่ายเพียงแค่ 2 แปลง ใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ เท่านั้น โดยเบ้าเล่าให้ฟังว่า ในอดีตเคยปลูกข้าวไร่เพื่อจำหน่าย มีรายได้เพียง 5,000 บาทต่อปี แต่หลังจากได้ไปศึกษาเรียนรู้และอบรมการทำไร่นาสวนผสม ที่ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ จ.ขอนแก่น ทำให้มองเห็นหนทางในการประกอบอาชีพทางการเกษตรมากขึ้น</span></p>
<figure id="attachment_1963" aria-describedby="caption-attachment-1963" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1963" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว.png" alt="กุนช่ายขาว" width="500" height="260" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว.png 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-300x156.png 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1963" class="wp-caption-text">กุยช่ายขาว</figcaption></figure>
<p><span style="color: #008000;">“ในตอนนั้น ทำทุกอย่าง ทั้งเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ โค กระบือ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกข้าวโพดและทำสวนลิ้นจี่ด้วย จนกระทั่งปี 2552 มีบริษัทเอกชนที่รับซื้อกุยช่าย มองเห็นว่าเราขยัน มีที่ดินและปลูกพืชผักหลายชนิด จึงนำพันธุ์กุยช่าย ซึ่งเป็นต้นอ่อนมาให้ทดลองปลูก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็เลยแบ่งพื้นที่ 1 ไร่ ยกแปลงปลูกกุยช่าย 2 แปลง หลังจากทดลองปลูกปรากฏว่าต้นกุยช่ายให้ผลผลิตดีมาก ปลูกครั้งเดียวสามารถตัดจำหน่ายได้ตลอด จนถึงปัจจุบันสามารถผลิตกุยช่ายตัดขายได้ครั้งละ 700 กิโลกรัม บริษัทรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 20 บาท”</span></p>
<p><span style="color: #000000;">เบ้า อธิบายขั้นตอนในการปลูกกุยช่าย โดยเริ่มจากการเตรียมดิน โดยทำการยกแปลงให้สูงขึ้นขนาด 1.20 เมตร ส่วนความยาวกำหนดตามต้องการ ยกร่องห่างกันประมาณ 1 ฟุต ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้วัชพืช กาบถั่ว ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ผสมคลุกเคล้ากับดิน นำต้นอ่อนกุยช่ายลงปลูก ระยะปลูกห่างกันประมาณ 25-30 เซนติเมตร (แปลงกว้าง 1.20 เมตร สามารถปลูกได้ 4 แถว) รดน้ำทุกๆ 4 วัน ให้ดินชื้น ให้น้ำแบบท่อสปริงขนาดเล็ก ใส่ปุ๋ยทุก 2 เดือน โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีส่วนประกอบคือ แกลบดิบ 3 ส่วน แกลบดำ 2 ส่วน มูลสัตว์ 1 ส่วน กากพืชตระกูลถั่วยิ่งเยอะยิ่งดี</span></p>
<p><span style="color: #000000;">จากนั้นฉีดพ่น โดยใช้น้ำจุลินทรีย์ที่ทำจากดินใต้ต้นไผ่ 3 กิโลกรัม ผสมน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม รำอ่อน 1 กิโลกรัม น้ำ 1 แก้ว ใช้ผ้าขาวบางห่อทิ้ง 7 วัน พอขึ้นรา นำก้อนหัวเชื้อไปผสมกับน้ำ 10 ลิตร ซึ่งนอกจากจะใช้ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์ที่ให้ทางดินแล้ว ยังนำไปใช้ฉีดพ่นรดต้นกล้าทางใบได้ด้วย โดยกุยช่ายเขียวจะเจริญเติบโตแตกกอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สามารถตัดจำหน่ายได้ทุก 45 วัน และใบจะงอกขึ้นมาใหม่ และเมื่อครบ 4 เดือน กอกุยช่ายจะมีขนาดใหญ่ พร้อมที่จะผลิตเป็นกุยช่ายขาวได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">เบ้าเผยข้อแตกต่างระหว่างการปลูก กุยช่ายขาวและกุยช่ายเขียวว่า ทั้งสองอย่างมีความสัมพันธ์กัน โดยในกอเดียวกันจะต้องปลูกกุยช่ายเขียวก่อน เมื่อตัดกุยช่ายเขียวแล้ว จึงปลูกกุยช่ายขาวต่อ โดยทิ้งระยะให้ใบกุยช่ายงอกประมาณ 25 วันแล้ว จึงนำกระบอกไม้ไผ่มาครอบต้นกุยช่าย ไม่ให้ถูกแสงแดด ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน จะได้กุยช่ายขาว ที่ขายได้ราคาสูงกว่ากุยช่าวเขียว คือ กุยช่ายขาวสามารถจำหน่ายได้ราคาถึง 50-70 บาทต่อกิโลกรัม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8220;กุยช่าย นั้น ถือเป็นพืชที่มีแมลงหรือโรคเข้าทำลายน้อยกว่าพืชผักชนิดอื่นๆ หากมีการดูแลรักษาที่ดี โดยการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และกำจัดวัชพืชที่ดีแล้วจะทำให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถตัดใบออกจำหน่ายได้ยาวนาน 3-5 ปี เลยทีเดียว&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000;">สนใจวิธีการปลูก กุยช่ายขาวหรือซื้อผลผลิต สอบถามรายละเอียดได้ที่เกษตรกรคนเก่ง &#8220;เบ้า สีทาสังข์&#8221; บ้านเลขที่ 46 หมู่ 3 บ้านห้วยทอง ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย โทร.08-2847-2533 เขายินดีให้รายละเอียดในทุกขั้นตอน</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080;"><strong>สำหรับอีกตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูกกุยช่ายขาวที่น่าสนใจ เขาทำเป็นอาชีพมีรายได้หลายแสนบาทต่อปี</strong></span></span></p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-1.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-1964 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-1.jpg" alt="กุนช่ายขาว-1" width="500" height="365" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-1.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-1-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>คุณ บัญชา หนูเล็ก บ้านเลขที่ 9/5 หมู่ 7 ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ประสบความสำเร็จในการปลูก “กุยช่าย” และผักต่าง ๆ ในพื้นที่กว่า 16 ไร่ โดยจะเน้นการปลูกและผลิตกุยช่ายเป็นหลักในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ป้อนส่งขายตลาดสร้างรายได้หลายแสนบาทในแต่ละปี คุณบัญชาอธิบายว่า “กุยช่าย” เป็นพืชประเภทเดียวกันกับหอมและกระเทียมที่จะมีกลิ่นเฉพาะตัว บ้านเราที่นิยมใช้คือการเอาไปใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวผัดไท หรือจะใช้ส่วนดอกกุยช่าย, ใบเขียวหรือใบขาว (กุยช่ายขาว) ผัดใส่หมูหรือเต้าหู้ เป็นต้น โดยคุณบัญชาอธิบายว่า กุยช่ายเป็นพืชผักข้ามปี ฉะนั้นจึงสามารถเก็บผลผลิตได้นานราว 2 ปี การปลูกกุยช่ายนั้น จะสามารถตัดต้นกุยช่ายเขียวขายเป็นหลัก ต่อมาต้นกุยช่ายจะออกดอกก็ยังเก็บดอกกุยช่ายขายได้อีกทาง จากนั้นเมื่อเลี้ยงต้นกุยช่ายจนเหง้าสะสมอาหารได้ดี เหง้ากอใหญ่พอจึงจะสามารถทำเป็นกุยช่ายขาวได้ 1-2 รุ่นก่อนที่จะรื้อแปลงเริ่มต้นการปลูกกุยช่ายใหม่อีกครั้ง</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-2.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-1965 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-2.jpg" alt="กุนช่ายขาว-2" width="500" height="365" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-2.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-2-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>เริ่มจาก การพรวนดิน คุณบัญชาจะใช้รถแบ๊กโฮที่ดัดแปลงบุ้งกี๋ตักให้มีลักษณะเหมือนคราดขนาดใหญ่ เพื่อสามารถพรวนดินได้ลึกและดินหลวมตัวอากาศสามารถถ่ายเทกับรากพืชได้ดี ซึ่งการออกแบบบุ้งกี๋นี้คุณบัญชาได้จดสิทธิบัตรไว้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เรียบร้อยแล้ว ตากดินทิ้งไว้สัก 15-30 วัน ใส่แกลบหรือเปลือกถั่วเพื่อเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุและบำรุงดิน ใช้แรงงานช่วยย่อยดินก้อนใหญ่ เตรียมต้นพันธุ์กุยช่ายจากแปลงแม่พันธุ์ที่เพาะเลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้โดยอายุ กล้ากุยช่ายที่เหมาะสำหรับการแยกปลูกคือ 4 เดือน ใช้แรงงานขุดกล้าพันธุ์กุยช่ายขึ้นมาโดยจะใช้เหล็กงอค่อย ๆ ขุดอย่าให้โดนหัวและอย่าให้ต้นหักคอดิน นำต้นพันธุ์กุยช่ายมาตัดส่วนใบและรากออกพอประมาณ ก่อนปลูกรดน้ำแปลงปลูกที่เตรียมเอาไว้ให้ดินนิ่ม ทำการขึงเชือกเพื่อเป็นแนวตรงโดยใช้ระยะปลูก 30&#215;30 เซนติเมตร การปลูกให้กดตรงส่วนโคนต้นหรือส่วนที่เป็นหัวลงไปในดินลึกประมาณ 2 นิ้ว เมื่อปลูกเสร็จก็ต้องคลุมฟาง ต้นกุยช่ายที่ปลูกไปแล้ว 5 เดือน</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-3.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-1966 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-3.jpg" alt="กุนช่ายขาว-3" width="500" height="365" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-3.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-3-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p>จึงจะตัดต้นกุยช่ายมีดแรกจำหน่ายได้ (ตัดกุยช่ายครั้งที่ 1 เกษตรกรจะเรียกการตัดว่า เป็นมีดหรือมีดที่ 1) หลังจากตัดครั้งแรก ก็ทำการกำจัดวัชพืชใส่ปุ๋ยคอกและคลุมฟางบำรุงดูแลแล้วจะตัดมีดที่ 2 ได้อีกครั้งอีก 2 เดือนข้างหน้า ในระหว่างที่เลี้ยงใบกุยช่ายเขียว ชุดใหม่ต้นกุยช่ายจะออกดอกมาพร้อมกับใบให้เกษตรกรได้เก็บดอกกุยช่ายขายเป็น รายได้อีกทาง ในช่วงระยะเวลา 2 เดือน ที่รอการตัดต้นกุยช่ายมีดที่ 2 ทำวงจรดังกล่าวจนถึงมีดสุดท้ายคือมีดที่ 5 ก็จะพอสำหรับการตัดต้นกุยช่ายใบเขียว เมื่อทำกุยช่ายไปถึงมีดที่ 5 เป็นมีดสุดท้ายเมื่อ “เหง้า” ต้นกุยช่าย มีความแข็งแรงกอใหญ่สะสมอาหารมากก็พอ จะพร้อมที่จะผลิตเป็น “กุยช่ายขาว” ได้ต่อไป</p>
<p><a href="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-4.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" size-full wp-image-1967 aligncenter" src="http://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-4.jpg" alt="กุนช่ายขาว-4" width="500" height="365" srcset="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-4.jpg 500w, https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2014/02/กุนช่ายขาว-4-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a></p>
<p><span style="color: #000080;">การปลูก<strong> “กุยช่ายขาว”</strong> จะใช้กระถางพลาสติกสีดำหรือกระถางดินเผาครอบต้นกุยช่าย หลังจากครอบไว้นาน 12 วัน สามารถเปิดกระถางพร้อมตัดกุยช่ายขาวขายได้ โดยการทำกุยช่ายขาวนั้นจะทำได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ต้องดูจากสภาพความสมบูรณ์ของเหง้ากุยช่ายโดยอาจจะทำสลับกับกุยช่ายเขียวใน มีดที่ 4 ในกรณีที่ต้องการทำกุยช่ายขาว 2 ครั้ง</span></p>
<p><em><span style="color: #000080;">เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับกุยช่ายขาว พืชผักที่สามารถทำเงิน สร้างรายได้ อีกทั้งการดูแลก็ไม่ยาก เพราะเป็นพืชที่แมลงรบกวนน้อย ใครสนใจก็ลองทำดูได้</span></em></p>
<p><span style="color: #000080;">ขอบคุณที่มา komchadluek.net, dailynews.co.th</span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/white-kuicheai-business/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
