<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>อาเซียน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Mar 2026 00:59:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>อาเซียน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บัตรคริปโตโตแรงในอาเซียน StraitsX เผยยอดใช้จ่ายผ่าน Stablecoin พุ่ง 40 เท่า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/crypto-card-surges-in-southeast-asia-straitsx-reports-40x-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 00:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Stablecoin]]></category>
		<category><![CDATA[StraitsX]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรคริปโต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินเทค]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/crypto-card-surges-in-southeast-asia-straitsx-reports-40x-growth/</guid>

					<description><![CDATA[บัตรคริปโตกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย StraitsX เผยปริมาณธุรกรรมพุ่งขึ้น ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">บัตรคริปโตกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย StraitsX เผยปริมาณธุรกรรมพุ่งขึ้น 40 เท่า และการออกบัตรเพิ่มขึ้นถึง 83 เท่าในปี 2025</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>StraitsX บริษัทฟินเทคจากสิงคโปร์ รายงานปริมาณธุรกรรมผ่านบัตร Stablecoin เติบโตถึง 40 เท่าในช่วงปี 2024-2025</li>
<li>จำนวนการออกบัตรใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 83 เท่าในระยะเวลาเดียวกัน สะท้อนความต้องการที่สูงขึ้น</li>
<li>แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการชำระเงินด้วย Stablecoin กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันอย่าง &#8216;ไร้รอยต่อ&#8217; ในภูมิภาค</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การยอมรับบัตรคริปโตในกลุ่มร้านค้าและบริการต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าจะขยายวงกว้างขึ้นเพียงใด</li>
<li>ท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศต่อการเติบโตของการชำระเงินด้วย Stablecoin</li>
<li>การแข่งขันในตลาดผู้ให้บริการบัตรชำระเงินคริปโต ซึ่งอาจมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามากขึ้น</li>
</ul>
<h2>StraitsX เผยตัวเลขการเติบโตสุดร้อนแรง</h2>
<p>StraitsX บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีฐานที่ตั้งในประเทศสิงคโปร์ ได้เปิดเผยข้อมูลการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของโครงการบัตร Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบว่าปริมาณธุรกรรมโดยรวมพุ่งสูงขึ้นถึง 40 เท่า เมื่อเทียบระหว่างปี 2024 และ 2025 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อการยอมรับเทคโนโลยีนี้</p>
<p>นอกเหนือจากปริมาณธุรกรรมแล้ว จำนวนการออกบัตรใหม่ให้กับผู้ใช้งานก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 83 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคที่ต้องการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน</p>
<h2>เบื้องหลังแนวคิดชำระเงินแบบ &#8216;ไร้รอยต่อ&#8217;</h2>
<p>การเติบโตของบัตรคริปโต โดยเฉพาะที่ใช้ Stablecoin เป็นสื่อกลาง มีแนวคิดสำคัญคือการทำให้การชำระเงินเป็นไปอย่าง &#8216;ไร้รอยต่อ&#8217; หรือ &#8216;Invisible&#8217; สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายได้เหมือนบัตรเดบิตหรือเครดิตทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องกังวลถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลัง</p>
<p>โมเดลนี้ช่วยลดอุปสรรคในการใช้งานคริปโทเคอร์เรนซี และผลักดันให้เกิดการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากสินทรัพย์เพื่อการลงทุนให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของวงการฟินเทคในอาเซียน</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>อัตราการเติบโต (เปรียบเทียบปี 2024-2025)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ปริมาณธุรกรรม</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'>เพิ่มขึ้น 40 เท่า</span></td>
</tr>
<tr>
<td>จำนวนการออกบัตร</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'>เพิ่มขึ้น 83 เท่า</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเติบโตของปริมาณธุรกรรม</td>
<td>เพิ่มขึ้น 40 เท่า ระหว่างปี 2024-2025</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขจากเนื้อหาต้นทางแล้ว มีความสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตของการออกบัตร</td>
<td>เพิ่มขึ้น 83 เท่า ระหว่างปี 2024-2025</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขจากเนื้อหาต้นทางแล้ว มีความสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อบริษัท</td>
<td>StraitsX</td>
<td>คัดลอกชื่อบริษัทตามที่ระบุในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริบททางภูมิศาสตร์</td>
<td>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia)</td>
<td>สรุปบริบทตามที่แหล่งข่าวระบุ ไม่ได้ขยายความเกินจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/korea-eximbank-donates-vehicles-worth-500-million-won-to-multicultural-family-centers/" target="_blank" rel="noopener">Korea Eximbank บริจาครถยนต์ 500 ล้านวอน หนุนศูนย์ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-drillers-hit-brakes-despite-high-prices/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 แต่ทำไมบริษัทขุดเจาะสหรัฐฯ กลับชะลอลงทุน?</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/managed-futures-investment-strategy-as-stocks-fall-oil-hits-100/" target="_blank" rel="noopener">Managed Futures ทางเลือกลงทุนน่าจับตา เมื่อหุ้น-บอนด์ร่วง น้ำมันพุ่งแตะ $100</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Coindesk</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google บอกว่าสตาร์ตอัป AI อาเซียน ได้เงินลงทุน 7.3 หมื่นล้าน ในปี 2025 แต่ไทยมีบริษัทแบบนี้แค่ 20 เจ้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/google-sea-ai-startup-investment-2025-thailand-lagging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 07:58:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[e-Conomy 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ตอัป AI]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=13517</guid>

					<description><![CDATA[รายงานล่าสุดจาก Google ชี้ สตาร์ตอัป AI อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดเงินลงทุนกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท แต่ไทย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>รายงานล่าสุดจาก Google ชี้ สตาร์ตอัป AI อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดเงินลงทุนกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท แต่ไทยกลับมีเพียง 20 บริษัท สวนทางสิงคโปร์ที่มีเกือบ 500 แห่ง</h2>
<p>รายงาน e-Conomy 2025 ซึ่งจัดทำโดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company ได้ฉายภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตาคือ คลื่นการลงทุนมหาศาลในกลุ่มสตาร์ตอัปที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถระดมทุนได้สูงถึง <strong>2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.3 หมื่นล้านบาท)</strong> ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวกลับสะท้อนภาพความท้าทายของประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนสตาร์ตอัปในกลุ่มนี้เพียง 20 บริษัทเท่านั้น สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน</p>
<h3>สรุปประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>การลงทุนมหาศาล:</strong> สตาร์ตอัป AI ในอาเซียนดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท) สะท้อนการเติบโตที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>ไทยตามหลังเพื่อนบ้าน:</strong> ประเทศไทยมีสตาร์ตอัป AI เพียง <strong>20 บริษัท</strong> ซึ่งน้อยกว่าสิงคโปร์ (495), มาเลเซีย (60), อินโดนีเซีย (45) และเวียดนาม (40) อย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li><strong>สิงคโปร์คือศูนย์กลาง:</strong> ด้วยจำนวนสตาร์ตอัปเกือบ 500 แห่ง สิงคโปร์ได้ตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้าน AI ของภูมิภาคอย่างไม่มีข้อกังขา</li>
<li><strong>แนวโน้มสดใส:</strong> นักลงทุนมองว่าปี 2025 จะเป็นปีแห่งการลงทุนใน AI อย่างจริงจัง หลังจากที่สตาร์ตอัปเริ่มมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและมีเส้นทางสู่การทำกำไรที่จับต้องได้</li>
</ul>
<h2>เปิดรายงาน e-Conomy 2025: อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน</h2>
<p>แม้รายงานจะระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังคงมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค โดยมีอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการใช้จ่ายและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการจัดการหนี้สิน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ <a href="https://www.bangkoktoday.net/what-is-credit-card-refinance-debt-consolidation/" target="_blank">รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คืออะไร? รวมหนี้ก้อนเดียว ดอกเบี้ยลดลง ผ่อนสบายขึ้น</a> เพื่อเป็นแนวทางในการลดภาระทางการเงิน</p>
<h2>คลื่นการลงทุนใน AI สะพัดทั่วภูมิภาค</h2>
<p>เม็ดเงินลงทุนกว่า <strong>7.3 หมื่นล้านบาท</strong> ที่หลั่งไหลเข้าสู่สตาร์ตอัป AI กว่า 680 รายในอาเซียน เป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนทั่วโลกมองเห็นศักยภาพมหาศาลในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในสิงคโปร์ที่กลายเป็นแหล่งรวมของบริษัท AI ชั้นนำ ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนคือ สตาร์ตอัปส่วนใหญ่มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดโลกตั้งแต่วันแรก ทำให้มีโอกาสในการขยายตัวสูง</p>
<p>นอกจากนี้ มุมมองของนักลงทุนยังเปลี่ยนไป จากปี 2024 ที่เป็นช่วงของการทดลองใช้ AI มาสู่ปี 2025 ที่จะเป็นปีแห่งการนำไปใช้จริงและสร้างรายได้ โดยนักลงทุนที่เข้าลงทุนในระยะเริ่มต้น (Early-stage) ถึง <strong>80%</strong> ระบุว่าบริษัทในพอร์ตโฟลิโอของตนเริ่มมีความสามารถในการทำกำไรแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการค้นพบโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน</p>
<h2>ตารางเปรียบเทียบ: ไทยอยู่จุดไหนในสนามรบ AI?</h2>
<p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ถึงตำแหน่งของประเทศไทยในสมรภูมิสตาร์ตอัป AI เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน สามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้</p>
<table style="width:100%;border-collapse: collapse">
<tr style="background-color:#f2f2f2">
<th style="border: 1px solid #dddddd;text-align: left;padding: 8px">ประเทศ</th>
<th style="border: 1px solid #dddddd;text-align: left;padding: 8px">จำนวนสตาร์ตอัป AI (โดยประมาณ)</th>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">สิงคโปร์</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>495</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">มาเลเซีย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>60</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">อินโดนีเซีย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>45</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">เวียดนาม</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>40</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">ไทย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>20</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">ฟิลิปปินส์</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>10</strong></td>
</tr>
</table>
<h2>วิเคราะห์สาเหตุและโอกาสของไทย</h2>
<p>ตัวเลข 20 บริษัทสะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศ (Ecosystem) ของสตาร์ตอัป AI ในไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก ปัจจัยอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเชิงลึกด้าน AI, การเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับธุรกิจ Deep Tech ที่มีความเสี่ยงสูงยังมีจำกัด และการสนับสนุนจากภาครัฐที่อาจยังไม่ตรงจุดเท่าที่ควร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นี่คือโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการเร่งเครื่องพัฒนาศักยภาพด้าน AI เพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟสายเทคโนโลยีที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต ทั้งในด้านการศึกษา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของประเทศ การสร้างความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหนึ่งใน <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-create-passive-income-for-salaried-employees/" target="_blank">วิธีสร้าง Passive Income</a> ที่ยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจในภาพรวม</p>
<h3>สรุปส่งท้าย</h3>
<p>รายงานจาก Google ได้ตอกย้ำถึงกระแสการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเม็ดเงินมหาศาลกว่า <strong>7.3 หมื่นล้านบาท</strong> แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องหันมาทบทวนยุทธศาสตร์และเร่งสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัป AI อย่างจริงจัง ก่อนที่จะถูกทิ้งห่างไปไกลกว่านี้ การพลาดโอกาสทางเทคโนโลยีในวันนี้ อาจหมายถึงการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต</p>
<p><strong>ภูมิทัศน์การลงทุนในสตาร์ตอัป AI กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณคิดว่าอะไรคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดของไทย? ร่วมแสดงความเห็นและแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!</strong></p>
<hr>
<h3>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h3>
<h4>1. รายงาน e-Conomy 2025 คืออะไร?</h4>
<p>เป็นรายงานประจำปีที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company เพื่อวิเคราะห์ภาพรวมและแนวโน้มของเศรษฐกิจดิจิทัลใน 6 ประเทศหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<h4>2. ทำไมสิงคโปร์ถึงมีสตาร์ตอัป AI เยอะที่สุด?</h4>
<p>เนื่องจากสิงคโปร์มีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน, เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ดึงดูดกองทุน VC จากทั่วโลก, มีระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และสามารถเข้าถึงบุคลากรผู้มีความสามารถได้ง่าย</p>
<h4>3. นักลงทุนมองอนาคตสตาร์ตอัป AI ในอาเซียนอย่างไร?</h4>
<p>มองในแง่บวกอย่างมาก โดยเชื่อว่าปี 2025 จะเป็นปีแห่งการลงทุนอย่างจริงจัง เนื่องจากสตาร์ตอัปจำนวนมากเริ่มมีโมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้และมีแนวโน้มทำกำไรได้จริง</p>
<h4>4. ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตในด้าน AI หรือไม่?</h4>
<p>ยังมีโอกาส หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งภาครัฐในการออกมาตรการสนับสนุน, ภาคเอกชนในการลงทุนและพัฒนา และภาคการศึกษาในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
