<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>เงินออม &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2025 10:00:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>เงินออม &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เงินเดือน 15,000–20,000 บริหารยังไงให้เหลือเก็บทุกเดือน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-15000-20000-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน & การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[First Jobber]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้น้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเก็บเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ออมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินออม]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน 15000]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน 20000]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=12938</guid>

					<description><![CDATA[เงินเดือน 15,000–20,000 บาทก็มีเงินเก็บได้! มาดูวิธีบริหารเงินและเทคนิคเก็บเงินง่าย ๆ สำหรับมนุษย์เ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เงินเดือน 15,000–20,000 บาทก็มีเงินเก็บได้! มาดูวิธีบริหารเงินและเทคนิคเก็บเงินง่าย ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำตามได้จริง เริ่มต้นสร้างวินัยทางการเงินกันเลย</h2>
<p>สำหรับหลายคน โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน การมีเงินเดือนในช่วง 15,000–20,000 บาทอาจดูเหมือนเป็นเรื่องท้าทายในการบริหารจัดการให้มีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือน ไหนจะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกมากมาย แต่เชื่อหรือไม่ว่า ด้วยการวางแผนและวินัยที่ดี การมีเงินเก็บไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย บทความนี้จะมาแชร์เทคนิคการบริหารเงินที่ทำได้จริง เพื่อให้คุณมีเงินออมทุกเดือนอย่างแน่นอน</p>
<h2>หัวใจสำคัญของการบริหารเงิน: รู้รับ-รู้จ่าย</h2>
<p>ก่อนจะไปถึงเทคนิคการออม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจสถานะการเงินของตัวเองเสียก่อน คุณต้องตอบให้ได้ว่าในแต่ละเดือน &#8220;เงินเข้ามาเท่าไหร่ และออกไปทางไหนบ้าง&#8221; การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในขั้นตอนนี้</p>
<ul>
<li><strong>จดทุกรายการ:</strong> ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน เช่น ค่ากาแฟ ค่าเดินทาง ควรจดบันทึกไว้ทั้งหมด ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันบนมือถือมากมายที่ช่วยให้การจดบันทึกเป็นเรื่องง่าย</li>
<li><strong>สรุปยอดทุกสิ้นเดือน:</strong> เมื่อครบเดือน ลองนำรายจ่ายทั้งหมดมาจัดหมวดหมู่ เช่น ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ความบันเทิง เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าเงินส่วนใหญ่ของคุณหมดไปกับอะไร</li>
</ul>
<p>การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเห็น &#8220;รูรั่ว&#8221; ทางการเงินของตัวเอง และสามารถวางแผนเพื่ออุดรอยรั่วนั้นในเดือนถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h2>4 เทคนิคเด็ด บริหารเงินเดือน 15,000–20,000 ให้มีเงินเหลือ</h2>
<p>เมื่อรู้สถานะการเงินของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือบริหารจัดการด้วยเทคนิคเหล่านี้</p>
<h3>1. ใช้สูตร “ออมก่อนใช้” (Pay Yourself First)</h3>
<p>เปลี่ยนความคิดจาก &#8220;เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ&#8221; มาเป็น &#8220;เก็บก่อน ที่เหลือค่อยใช้&#8221; ทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้หักเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีเงินออมโดยอัตโนมัติทันที แนะนำให้เริ่มต้นที่ 10-15% ของรายได้ เช่น เงินเดือน 18,000 บาท ควรหักออมอย่างน้อย 1,800–2,700 บาท วิธีนี้เป็นการการันตีว่าคุณจะมีเงินออมทุกเดือนแน่นอน</p>
<h3>2. แบ่งบัญชีเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน</h3>
<p>การมีบัญชีธนาคารเพียงบัญชีเดียวสำหรับทุกอย่าง อาจทำให้สับสนและเผลอใช้เงินออมไปได้ง่าย ลองเปิดบัญชีเพิ่มเพื่อแยกวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน เช่น:</p>
<ul>
<li><strong>บัญชีใช้จ่ายรายวัน:</strong> สำหรับเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง</li>
<li><strong>บัญชีเงินออม:</strong> สำหรับเก็บเงินตามเป้าหมายระยะสั้น-กลาง และควรเป็นบัญชีที่ไม่มีบัตรเอทีเอ็มเพื่อป้องกันการถอนง่ายเกินไป</li>
<li><strong>บัญชีฉุกเฉิน:</strong> สำรองเงินไว้ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน</li>
</ul>
<h3>3. ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น (Wants vs. Needs)</h3>
<p>หลังจากทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย คุณจะเริ่มเห็นว่ามีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เป็นเพียง &#8220;ความต้องการ&#8221; (Wants) ไม่ใช่ &#8220;ความจำเป็น&#8221; (Needs) ลองพิจารณาลดหรือตัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ดู เช่น</p>
<ul>
<li>ค่ากาแฟแบรนด์ดังทุกวัน อาจเปลี่ยนเป็นชงกาแฟดื่มเองที่ออฟฟิศ</li>
<li>ค่าสมาชิก Streaming Service หลายเจ้าที่ไม่ได้ดู ลองยกเลิกบางส่วน</li>
<li>การช้อปปิ้งตามแฟชั่น ลองเปลี่ยนเป็นซื้อเสื้อผ้าคุณภาพดีที่ใช้ได้นาน</li>
</ul>
<p>การลดรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เมื่อรวมกันในแต่ละเดือนจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สามารถนำไปเก็บออมได้ การมีวินัยในวันนี้อาจนำไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นในวันหน้า ลอง <a href="https://www.bangkoktoday.net/building-ai-startup-university-student-experience" target="_blank">สร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต</a> เพื่อเป็นพลังในการออม</p>
<h3>4. มองหาช่องทางเพิ่มรายได้</h3>
<p>นอกจากการลดรายจ่ายแล้ว การเพิ่มรายได้ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้น ลองใช้เวลาว่างหลังเลิกงานหรือวันหยุดทำอาชีพเสริมตามความถนัด เช่น ขายของออนไลน์, รับงานฟรีแลนซ์, หรือขับรถส่งอาหาร ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่อาจต่อยอดไปสู่การลงทุนในอนาคตได้อีกด้วย หากคุณสนใจเรื่องการลงทุน <a href="https://www.bangkoktoday.net/crypto-investment-2025-opportunities-risks" target="_blank">ศึกษาแนวทางการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่นี่</a> เพื่อเตรียมความพร้อม</p>
<h2>สรุป: เริ่มต้นวันนี้เพื่ออนาคตทางการเงินที่ดีกว่า</h2>
<p>การบริหารเงินเดือน 15,000–20,000 บาทให้มีเงินเหลือเก็บไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแค่ต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง ตั้งเป้าหมายการออมที่ชัดเจน และมีวินัยในการทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออมก่อนใช้ การตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย หรือการหาช่องทางเพิ่มรายได้ ทุกวิธีล้วนเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะนำคุณไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต</p>
<p>อย่ารอช้า! ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ตั้งแต่วันนี้ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาวิธีเก็บเงินเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เก็บเงินอย่างไรให้เป็นที่พึ่งได้ เมื่อยามยาก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/saving-money-2/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/saving-money-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2016 01:19:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ & สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การออมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การออมเงินด้วย ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เงินออม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=9079</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนหนึ่งของหนังสือ &#8216;พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่&#8217; บอกไว้ว่า “เรามีความต้องการ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนหนึ่งของหนังสือ <strong>&#8216;พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่&#8217;</strong> บอกไว้ว่า “เรามีความต้องการของบางอย่างแต่เมื่อได้มาแล้ว เพียงไม่นานเราก็จะอยากได้อีกอย่างที่มากกว่าเดิม”เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไร้ขีดจำกัดนั้น เราจึงต้องรู้จักจัดสรรเงินของตัวเองมากขึ้นด้วยและ <strong>&#8220;การออมเงิน&#8221;</strong> น่าจะเป็นคำตอบที่เรามองหาอยู่<span id="more-9079"></span></p>
<p>ความหมายของการออมที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ ส่วนของรายได้ที่เหลืออยู่หรือกันเอาไว้ไม่นำมาใช้จ่าย เพื่อไว้ใช้จ่ายในยามเจ็บป่วย เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นหรือเมื่อแก่ชราหรือแม้แต่ใช้ในกิจที่เห็นสมควร</p>
<p>กล่าวแบบเข้าใจง่ายและตรงประเด็นกว่านั้น <strong>&#8220;เงินออม&#8221;</strong> เปรียบเหมือนเพื่อนที่ดีที่สุดในเวลาที่เรากำลังลำบากที่สุด ดังนั้น หากเราต้องการทะนุถนอม “เพื่อนแท้” คนนี้ เราจะมีวิธีอย่างไร? คลิปต่อไปนี้มีคำตอบ</p>
<div class="entry-content-asset videofit"><iframe title="เก็บเงินอย่างไร ให้เป็นที่พึ่งได้ ในยามยาก" width="720" height="405" src="https://www.youtube.com/embed/Rnv0OL7bz1c?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></div>
<p>จากตัวคลิปวิดีโอ บอกถึงรูปแบบการออมเงินขั้นพื้นฐานที่เรามักคิดถึงก่อนเสมอเมื่อจะเริ่มต้นออม นั่นคือ การฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ เป็นการออมที่ได้รับดอกเบี้ยและตัวผู้ฝากเองก็ทราบถึงอัตราผลการตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน มีสภาพคล่องสูง สามารถฝากหรือถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ</p>
<p>การออมเงินประเภทนี้เป็นการออมแบบเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ จากเงินก้อนเล็กกลายเป็นก้อนโต แน่นอนว่ามันผ่านมาทั้งวินัยและความอดทนตลอดระยะเวลาในการออม แต่เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน ใช่หรือไม่?</p>
<p>ในวัย 25 ปี เราวิ่งรอบสนามสองรอบโดยไม่รู้สึกเหนื่อย</p>
<p>อายุ 35 ปี เรากลับมาวิ่งรอบสนามๆ เดิม เพียงแค่เริ่มต้นก็เหนื่อยแล้ว</p>
<p>และเมื่ออายุมาถึงเลขสี่ นอกจากเหนื่อยสิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ อาจเป็นอาการบาดเจ็บเรื้อรัง</p>
<p>ความเจ็บป่วยไม่ใช่สิ่งที่สามารถคาดเดาได้ต่อให้เป็นคนที่แข็งแรงมาตลอดก็ตาม และหากมันเกิดขึ้นใครจะรับประกันได้ว่า เงินที่เราพยายามออมมาตลอดนั้นจะเพียงพอต่อการรักษา และถึงจะคลอบคลุมการใช้จ่าย แต่เราจะยอมเสียเงินทั้งก้อนที่เก็บมาทั้งชีวิตอย่างนั้นหรือ…</p>
<p>ดังนั้น ทางเลือกที่น่าสนใจคือ <strong>การออมเงินด้วย &#8220;ประกันชีวิต&#8221;</strong> หลายคนคงเคยเจอนายหน้ามาชวนทำ เราไม่เข้าใจถึงบทบาทของประกันชีวิตและคิดว่าไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนหรือออมเงินด้วยวิธีนี้ อาจด้วยผลตอบแทนเป็นตัวเงินที่ต่ำเมื่อเทียบกับลักษณะการลงทุนประเภทอื่นๆ แต่ถ้าคิดถึงความไม่แน่นอนของชีวิต ประกันจะสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>เพราะแนวคิดที่สำคัญของการทำ &#8220;ประกันชีวิต&#8221; นั้นใช้เป็นค่าประกันความเสี่ยง ประกันต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนที่และหากเกิดขึ้นเราก็ไม่ต้องนำเงินก้อนที่ออมมาตลอดชีวิตออกมาใช้ อีกทั้งหากมีการสูญเสียเกิดขึ้น ครอบครัวและคนที่เรารักก็ยังไม่ต้องแบกรับภาระที่เหลือตามมาอีกด้วย<br />
ทั้งนี้ ประกันชีวิตยังให้การคุ้มครองที่มีมูลค่าสูงกว่าเมื่อเทียบกับเงินที่เราออม ช่วยให้เราสามารถเลือกบริการที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้ยามเจ็บป่วย ไม่ต้องคำนวณความคุ้มค่าอย่างอื่นเหมือนการใช้เงินออมของเราเอง แต่อาจมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาสำหรับผู้ที่ซื้อหรือทำประกันชีวิต</p>
<p>เงินที่เราจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันถูกนำไปไว้หรือใช้ที่ไหน? ทำไมจึงสามารถให้ความคุ้มครองได้สูง?</p>
<p>เงินในส่วนที่เราซื้อประกันไปนั้น ทางบริษัทจะนำเบี้ยที่ผู้ถือกรมธรรม์ฝากไว้กับบริษัทไปลงทุนกับการลงทุนและนำผลประกอบการจากการลงทุนมาจ่ายคืนให้กับผู้ถือกรมธรรม์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินคืน เงินปันผล ความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ หรืออุบัติเหตุเป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี การเลือกทำประกันต้องดูบริษัทด้วยว่า มีความน่าเชื่อถือ และมีนโยบายการลงทุนอย่างไร ยกตัวอย่างในกรณีของบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา จะนำเงินประกันไปลงทุน 2 รูปแบบด้วยกัน คือ</p>
<p>1.การลงทุนมั่นคง<br />
เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีผลประกอบการที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล<br />
2.การลงทุนผันผวน</p>
<p>เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่า แต่ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าเช่นกัน เช่น การลงทุนในหุ้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธที่น่าสนใจ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความระมัดระวังและขณะเดียวกันก็มีโอกาสสร้างผลกำไรที่ดีเพื่อคืนสู่ลูกค้าได้อีกด้วย ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ผู้เอาประกันก็จะได้เงินคืน หรือผลประโยชน์ความคุ้มครองตามที่ลูกค้าซื้อไว้อย่างแน่นอน</p>
<p>บทสรุปเพื่อทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับการออมเงินและการทำประกันชีวิต สำหรับการออมเงินหลักการสำคัญอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมาย &#8220;ทำอะไร เท่าไหร่ ตอนไหน&#8221; หรือการมีวินัยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงไลฟ์สไตล์และแนวคิดในการใช้ชีวิตอีกด้วย ส่วนการทำประกันก็เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอีกรูปแบบหนึ่ง ทำเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดมาก่อน โดยไม่กระทบกับเงินก้อนส่วนตัว</p>
<p>ดังนั้น &#8220;เงินฝากออมทรัพย์&#8221; เหมาะกับผู้ที่มองหาความมั่นคงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่หากกำลังมองหาอนาคตที่มาพร้อมกับความคุ้มครองความเสี่ยงทั้งตัวเองและครอบครัว &#8220;ประกันชีวิต&#8221; น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคุณ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/saving-money-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
