<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เตรียมดินปลูกมัน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Aug 2026 00:47:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>เตรียมดินปลูกมัน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีปลูกมันสำปะหลังให้หัวดก ตั้งแต่เลือกท่อนพันธุ์จนถึงจัดการดินก่อนลงปลูก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/cassava-planting-guide-for-high-yield-roots/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2026 02:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกษตรทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลังหัวดก]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมดินปลูกมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=18218</guid>

					<description><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลังให้ห…]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การปลูกมันสำปะหลังให้หัวดกไม่ได้เริ่มจากการใส่ปุ๋ยมากที่สุด แต่เริ่มจากการทำให้ท่อนพันธุ์แข็งแรงและให้ดินอยู่ในสภาพที่รากลงไปสร้างหัวได้ดี วิธีปลูกมันสำปะหลังจึงควรวางแผนตั้งแต่เลือกต้นพันธุ์ เตรียมท่อนพันธุ์ ตรวจแปลง และจัดการดินก่อนปักลงปลูก เพราะถ้าต้นตั้งต้นไม่สมบูรณ์หรือดินแน่นแฉะ ต่อให้ดูแลภายหลังก็แก้ข้อจำกัดได้ไม่เต็มที่</p>

<h2>เริ่มจากเลือกท่อนพันธุ์มันสำปะหลังให้ถูกต้น</h2>

<figure class="wp-block-image size-full alee-info-image"><img decoding="async" src="https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2026/08/cassava-planting-guide-for-high-yield-roots-info-01.webp" alt="แผนผังเส้นทาง 4 ช่วง: สำรวจแปลง → คัดท่อนพันธุ์ → ตัดและปัก → ตรวจความพร้อมหลังปัก สรุปภาพรวม:"/></figure>


<p>ท่อนพันธุ์ที่ดีควรมาจากต้นมันสำปะหลังที่แข็งแรง ปราศจากอาการโรคและแมลง ลำต้นไม่ผอมแกร็น และมีอายุแก่พอจนเนื้อไม้พัฒนาแล้ว แต่ไม่ควรเลือกท่อนที่แห้งกรอบหรือเก็บไว้นานจนตาเริ่มเสีย ความสมบูรณ์ของท่อนพันธุ์มีผลต่อการแตกรากและการตั้งตัวในช่วงแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นต้องสร้างระบบรากให้พร้อมรับน้ำและธาตุอาหาร</p>

<p>เวลาคัดต้นสำหรับทำพันธุ์ ให้สังเกตลำต้นทั้งต้น ไม่ใช่ดูเฉพาะส่วนที่ตัดมาใช้ ควรหลีกเลี่ยงต้นที่มีรอยช้ำ แผล เนื้อเน่า เปลือกผิดปกติ หรือมีลักษณะคล้ายถูกแมลงเจาะ เพราะความเสียหายอาจทำให้ตาไม่งอกหรือทำให้ท่อนพันธุ์เน่าหลังปักลงดินได้ การเลือกพันธุ์ควรสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเป้าหมายการขายด้วย เนื่องจากมันสำปะหลังแต่ละพันธุ์อาจให้ผลผลิต ลักษณะหัว และการตอบสนองต่อดินหรือน้ำแตกต่างกัน</p>

<h3>ลักษณะท่อนพันธุ์ที่พร้อมนำไปปลูก</h3>
<ul>
<li>ลำต้นสด เนื้อแน่น เมื่อตัดแล้วไม่แห้งพรุนหรือมีรอยเน่า</li>
<li>ตาบนลำต้นยังสมบูรณ์และกระจายอยู่ตามข้อ ไม่ถูกขูดหรือทำลายมากเกินไป</li>
<li>ขนาดท่อนสม่ำเสมอพอสมควร ไม่เล็กจนมีอาหารสะสมไม่พอ และไม่แก่จัดจนแตกรากช้า</li>
<li>ไม่มีเพลี้ยแป้ง โรคที่ทำให้ลำต้นผิดรูป หรืออาการผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ</li>
</ul>

<p>หากต้องตัดท่อนพันธุ์ไว้ล่วงหน้า ควรลดการตากแดดและลมแรง เก็บในที่ร่ม อากาศถ่ายเท และป้องกันไม่ให้ท่อนสัมผัสความชื้นจนเกิดเชื้อรา หลักสำคัญคือรักษาความสดโดยไม่ทำให้เกิดความอับชื้น เมื่อนำมาใช้ให้ตัดปลายที่ช้ำหรือแห้งออก และแยกท่อนที่มีอาการผิดปกติออกจากกองทันที</p>

<h2>ตัดท่อนพันธุ์และปักให้ตางอกได้สม่ำเสมอ</h2>
<p>ก่อนตัดควรตรวจว่ามีตาอยู่บนท่อนเพียงพอและตาไม่ถูกทำลาย อุปกรณ์ตัดต้องคมเพื่อให้แผลเรียบ ลดการฉีกของเปลือกและเนื้อไม้ ท่อนที่ได้ไม่ควรโยนกองหรือขนย้ายรุนแรง เพราะรอยช้ำที่มองไม่เห็นในตอนแรกอาจกลายเป็นจุดเน่าเมื่อมีความชื้นในดิน</p>

<p>การปักท่อนควรทำเมื่อดินมีความชื้นเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีฝนช่วยให้ตั้งตัว แต่ไม่ควรปลูกลงแปลงที่มีน้ำขัง การปักให้ตรงหรือเอียงเล็กน้อยทำได้ตามสภาพแปลง ขอให้ท่อนสัมผัสดินแน่นพอและมีส่วนของท่อนอยู่เหนือดินอย่างเหมาะสม อย่ากลบดินจนมิดทั้งท่อน เพราะอาจทำให้การแตกยอดและการตรวจดูต้นผิดปกติทำได้ยาก ขณะเดียวกันไม่ควรปักตื้นจนท่อนโยกหรือรากสัมผัสดินน้อย</p>

<div class="aaic-highlight"><p><strong>หลักจำง่าย:</strong> ท่อนพันธุ์ต้องสด ตายังดี ดินต้องชื้นแต่ไม่แฉะ และท่อนต้องสัมผัสดินแน่นพอที่จะไม่โยกหลังปัก</p></div>

<h2>เตรียมดินปลูกมันให้รากเดินและลงหัวได้</h2>
<p>มันสำปะหลังสร้างหัวใต้ดิน ดังนั้นการเตรียมดินไม่ใช่เพียงการไถให้ดูร่วนด้านบน แต่ต้องแก้ปัญหาที่ขัดขวางราก เช่น ชั้นดินแน่น น้ำขัง เศษซากพืชกีดขวาง หรือพื้นที่ลาดเอียงที่ถูกน้ำชะล้างง่าย ก่อนเตรียมแปลงให้เดินสำรวจว่าแปลงส่วนใดต่ำและชื้นนาน ส่วนใดแห้งเร็ว และบริเวณใดเคยมีปัญหารากไม่ลงหรือหัวมีรูปร่างผิดปกติ</p>

<h3>จัดการดินตามสภาพแปลง</h3>
<ul>
<li><strong>ดินแน่นหรือมีชั้นดาน:</strong> ควรพรวนหรือไถให้ชั้นที่รากต้องผ่านแตกตัว โดยทำเมื่อดินมีความชื้นพอดี ไม่เปียกจนปั้นเป็นก้อนเหนียวและไม่แห้งแข็งจนเครื่องมือทำงานได้เพียงผิวหน้า</li>
<li><strong>พื้นที่น้ำขังหรือระบายน้ำช้า:</strong> ทำทางระบายน้ำหรือยกแปลงให้เหมาะกับพื้นที่ อย่าปักท่อนในจุดที่น้ำขังซ้ำ เพราะท่อนอาจเน่าและรากขาดอากาศ</li>
<li><strong>ดินทรายหรือดินที่แห้งเร็ว:</strong> รักษาอินทรียวัตถุและวางแผนจัดการน้ำเท่าที่ทำได้ เพื่อไม่ให้ต้นอ่อนขาดความชื้นหลังงอก</li>
<li><strong>พื้นที่ลาดเอียง:</strong> จัดแนวปลูกให้ช่วยชะลอน้ำไหล และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้หน้าดินละเอียดถูกชะออกหลังเตรียมแปลง</li>
</ul>

<p>การไถพรวนหลายรอบไม่ได้แปลว่าจะทำให้หัวมากขึ้นเสมอไป หากทำในจังหวะที่ดินเปียกอาจทำให้เกิดก้อนดินและชั้นแน่นภายหลัง หากทำจนดินละเอียดเกินไปก็เสี่ยงถูกน้ำพัดพาได้ การเตรียมแปลงที่ดีจึงเน้นให้ดินร่วนในระดับที่รากเดินได้ มีการระบายน้ำ และยังคงโครงสร้างดินไว้ ไม่ใช่ทำให้ดินฟูที่สุดเพียงชั่วคราว</p>

<h2>ใส่ปุ๋ยและอินทรียวัตถุอย่างมีเหตุผลก่อนปลูก</h2>
<p>ถ้ามีข้อมูลวิเคราะห์ดิน ควรใช้ข้อมูลนั้นประกอบการวางแผนปรับปรุงดิน เพราะความต้องการธาตุอาหารขึ้นกับชนิดดิน ผลผลิตเดิม และการจัดการในแปลง การใส่ปุ๋ยโดยไม่รู้ข้อจำกัดของดินอาจสิ้นเปลือง และไม่ได้แก้ปัญหาหลักหากสาเหตุจริงคือดินแน่น น้ำขัง หรือความเป็นกรดด่างไม่เหมาะสม</p>

<p>อินทรียวัตถุที่สลายตัวดีอาจช่วยปรับสภาพดินและเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำในดินบางชนิด แต่ควรคลุกหรือกระจายให้สม่ำเสมอ และไม่ใช้วัสดุสดที่กำลังย่อยสลายจำนวนมากติดกับท่อนพันธุ์โดยตรง เพราะอาจเกิดความร้อนหรือแย่งธาตุอาหารในช่วงแรกได้ หากใช้ปูนหรือวัสดุปรับสภาพดิน ควรเลือกจากปัญหาที่ตรวจพบ ไม่ควรใส่เพียงเพราะต้องการเร่งหัว</p>

<h2>วางระยะและเตรียมจุดปลูกก่อนปักท่อน</h2>
<p>ระยะปลูกควรพิจารณาความอุดมสมบูรณ์ของดิน พันธุ์ เครื่องมือที่จะใช้ และความสะดวกในการกำจัดวัชพืช หากปลูกแน่นเกินไป พุ่มอาจเบียดบังกันและทำให้ดูแลแปลงยาก หากห่างเกินไป พื้นที่ว่างจะเปิดให้วัชพืชขึ้นมากและใช้พื้นที่ไม่คุ้ม ระยะที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกแปลง แต่ต้องทำให้ต้นได้รับแสง มีพื้นที่สร้างหัว และคนหรือเครื่องมือเข้าดูแลได้</p>

<p>ก่อนลงมือควรตรวจความพร้อมของแปลงตามลำดับนี้</p>
<ol>
<li>ดินมีความชื้นพอให้ปักท่อนและกลบดินได้ แต่ไม่มีน้ำขัง</li>
<li>ร่องหรือโคกปลูกอยู่ในแนวที่ระบายน้ำได้ ไม่รับน้ำไหลมารวมกัน</li>
<li>เศษวัชพืชและก้อนดินใหญ่ที่ขวางจุดปักถูกจัดการแล้ว</li>
<li>ท่อนพันธุ์คัดแยกไว้เป็นชุด และสามารถนำลงดินได้โดยไม่ตากแดดทิ้งนาน</li>
</ol>

<h2>หลังปลูกต้องรักษาการตั้งตัว ไม่เร่งปุ๋ยแทนการแก้ปัญหา</h2>
<p>หลังปักท่อนให้ตรวจแปลงเป็นระยะว่าท่อนใดไม่งอก โยก หลุด หรือมีอาการเน่า แล้วซ่อมเฉพาะจุดด้วยท่อนพันธุ์ที่แข็งแรง การกำจัดวัชพืชในช่วงต้นมีความสำคัญ เพราะวัชพืชแย่งน้ำ แสง และธาตุอาหารในช่วงที่มันสำปะหลังยังคลุมพื้นที่ไม่เต็ม อย่าปล่อยให้วัชพืชขึ้นหนาแน่นแล้วค่อยแก้ เพราะอาจกระทบการตั้งตัวของต้นไปแล้ว</p>

<p>สัญญาณว่าแปลงเริ่มต้นมาดีคือ ตางอกเป็นต้นอย่างสม่ำเสมอ ท่อนไม่เน่า ดินไม่แฉะซ้ำ และมีช่องว่างพอให้ดูแลได้ หากพบต้นตายเป็นหย่อม ๆ ให้หาสาเหตุก่อนซ่อม เช่น ท่อนพันธุ์เสีย น้ำขัง ดินแน่น หรือถูกทำลายจากสัตว์และแมลง การเปลี่ยนท่อนพันธุ์อย่างเดียวอาจไม่ช่วย หากปัญหาแท้จริงอยู่ที่สภาพดิน</p>

<p>สรุปแล้ว การทำให้มันสำปะหลังมีโอกาสสร้างหัวจำนวนมากต้องเริ่มจากการจับคู่ “ท่อนพันธุ์ที่มีชีวิตดี” กับ “ดินที่รากลงได้และไม่ขังน้ำ” จากนั้นจึงจัดระยะ ปักให้มั่นคง และควบคุมวัชพืชตั้งแต่ระยะแรก อย่าตัดสินความสำเร็จจากการใส่ปุ๋ยหรือความเขียวของใบเพียงอย่างเดียว เพราะหัวที่ดีเกิดจากการตั้งตัวและการทำงานของรากตลอดฤดูปลูก</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
