<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>เศรษฐกิจดิจิทัล &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Jan 2026 23:59:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>เศรษฐกิจดิจิทัล &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิกฤตพลังงานสิงคโปร์ เมื่อความสำเร็จเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังชนกำแพง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/singapore-digital-economy-hits-energy-wall/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Jan 2026 23:59:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[IEA]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/singapore-digital-economy-hits-energy-wall/</guid>

					<description><![CDATA[วิกฤตพลังงานสิงคโปร์กำลังเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล ทำให้ความต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">วิกฤตพลังงานสิงคโปร์กำลังเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล ทำให้ความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงจนอาจกลายเป็นปัญหาคอขวด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>สิงคโปร์เผชิญความท้าทายด้านพลังงานที่สวนทางกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล</li>
<li>แม้มีพื้นที่จำกัดเพียง 277 ตารางไมล์ แต่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการแปรรูปพลังงานขนาดใหญ่ของโลก</li>
<li>ข้อมูลจาก IEA ชี้ว่าสิงคโปร์มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำมันสูงถึง 1.7 ล้านเทราจูล สะท้อนการใช้พลังงานมหาศาล</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและความมั่นคงทางพลังงาน</li>
<li>การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกและมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล</li>
<li>ผลกระทบต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลในภูมิภาค หากสิงคโปร์มีข้อจำกัดด้านพลังงานที่เข้มงวดขึ้น</li>
</ul>
<h2>โมเดลเศรษฐกิจบนการแปรรูปสู่จุดอิ่มตัว</h2>
<p>สิงคโปร์ได้รับการยอมรับในฐานะประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการเงิน แม้จะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่เพียง 277 ตารางไมล์และขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ โมเดลความสำเร็จของสิงคโปร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็น &#8216;ศูนย์กลางการแปรรูป&#8217; (Transformation Hub) คือการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงส่งออกไปทั่วโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าว โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางทางการเงินและดิจิทัลของภูมิภาค กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต</p>
<h2>กำแพงพลังงานของจักรวรรดิดิจิทัล</h2>
<p>การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาลเพื่อหล่อเลี้ยงเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็นตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>ข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และผู้ติดตามตลาดในภูมิภาคระบุว่า สิงคโปร์มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำมันเป็นพลังงานสูงถึง 1.7 ล้านเทราจูล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานที่เข้มข้นอย่างยิ่ง สถานการณ์นี้เปรียบเสมือน &#8216;กำแพงพลังงาน&#8217; ที่อาจจำกัดการเติบโตของจักรวรรดิดิจิทัลที่สิงคโปร์สร้างขึ้นมา</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ขนาดพื้นที่ของสิงคโปร์</td>
<td>277 square-mile</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องกับตัวเลขที่ระบุในเนื้อหาต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำมัน</td>
<td>1.7 million terajoules of oil products</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องของตัวเลขและหน่วยวัดกับเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ถูกอ้างอิง</td>
<td>IEA</td>
<td>คัดลอกชื่อย่อของหน่วยงานตามที่ต้นทางระบุ (International Energy Agency)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>การเติบโตทางดิจิทัลของสิงคโปร์กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงาน</td>
<td>สรุปใหม่โดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริง และไม่เติมบริบทนอกต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/okta-stock-buyback-program-analysis/" target="_blank" rel="noopener">Okta ซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง สวนทางราคาหุ้นร่วง 72% จากจุดสูงสุด น่าลงทุน?</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/former-taxi-driver-earns-over-2-million-dollars-annually-with-two-businesses/" target="_blank" rel="noopener">อดีตคนขับแท็กซี่ พลิกชีวิตสู่เจ้าของ 2 ธุรกิจ สร้างรายได้ปีละ 60 ล้านบาท</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fastly-cto-sells-40000-shares-investor-concerns/" target="_blank" rel="noopener">Fastly CTO ขายหุ้น 40,000 หุ้น นักลงทุนควรกังวลหรือไม่?</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุตสาหกรรมเว็บตูนเกาหลี รายได้ทะลุ 4.9 หมื่นล้านบาท โตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/korean-webtoon-industry-revenue-tops-2-trillion-won-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 11:00:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บตูน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/korean-webtoon-industry-revenue-tops-2-trillion-won-2024/</guid>

					<description><![CDATA[อุตสาหกรรมเว็บตูนเกาหลีสร้างรายได้รวมกว่า 2.286 ล้านล้านวอนในปี 2024 เติบโต 4.4% และเป็นปีที่สองติด...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">อุตสาหกรรมเว็บตูนเกาหลีสร้างรายได้รวมกว่า 2.286 ล้านล้านวอนในปี 2024 เติบโต 4.4% และเป็นปีที่สองติดต่อกันที่มูลค่าตลาดทะลุระดับ 2 ล้านล้านวอน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>รายได้รวมปี 2024 แตะ 2.286 ล้านล้านวอน (ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้น <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+4.4%</span></span> จากปีก่อนหน้า</li>
<li>มูลค่าตลาดทะลุ 2 ล้านล้านวอนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่ปี 2017</li>
<li>ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเว็บตูนเกาหลี โดยมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด (49.5%)</li>
</ul>
</div>
<h2>ภาพรวมการเติบโตที่ไม่หยุดยั้ง</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจากรายงานสำรวจอุตสาหกรรมประจำปี 2025 ซึ่งเผยแพร่โดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมคอนเทนต์เกาหลี (Korea Creative Content Agency) ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเว็บตูนในประเทศ โดยในปี 2024 สามารถสร้างรายได้รวมประมาณ 2.286 ล้านล้านวอน (ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+4.4%</span></span> จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 2.189 ล้านล้านวอน (ประมาณ 4.69 หมื่นล้านบาท)</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำถึงสถานะของอุตสาหกรรมเว็บตูนในฐานะหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยนี่ถือเป็นปีที่สองติดต่อกันที่รายได้รวมสามารถยืนเหนือระดับ 2 ล้านล้านวอนได้สำเร็จ หลังจากที่เคยทำได้เป็นครั้งแรกในปี 2023</p>
<h2>เส้นทางการเติบโตของตลาดเว็บตูนเกาหลี</h2>
<p>เมื่อมองย้อนกลับไป อุตสาหกรรมนี้มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มมีการรวบรวมสถิติอย่างเป็นทางการในปี 2018 โดยในปี 2017 ตลาดเว็บตูนมีมูลค่าเพียง 379.9 พันล้านวอน (ประมาณ 8.14 พันล้านบาท) ก่อนจะพุ่งทะยานผ่านหลัก 1 ล้านล้านวอนได้สำเร็จในปี 2020 และทะลุหลัก 2 ล้านล้านวอนในปี 2023 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ปี</th>
<th>รายได้โดยประมาณ (ล้านล้านวอน)</th>
<th>หมายเหตุ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>2024</td>
<td>2.286</td>
<td>เติบโต 4.4% จากปีก่อน</td>
</tr>
<tr>
<td>2023</td>
<td>2.189</td>
<td>ทะลุ 2 ล้านล้านวอนครั้งแรก</td>
</tr>
<tr>
<td>2020</td>
<td>มากกว่า 1.0</td>
<td>ทะลุ 1 ล้านล้านวอนครั้งแรก</td>
</tr>
<tr>
<td>2017</td>
<td>0.3799</td>
<td>ข้อมูลก่อนการเก็บสถิติอย่างเป็นทางการ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตลาดส่งออก: ญี่ปุ่นยังครองแชมป์</h2>
<p>ในด้านการส่งออก ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเว็บตูนเกาหลี โดยมีสัดส่วนสูงถึง 49.5% ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยตลาดในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกัน การส่งออกส่วนใหญ่กว่า 84% อยู่ในรูปแบบของสิทธิ์ในการเผยแพร่ออนไลน์ (Online transmission rights) ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของธุรกิจที่เป็นดิจิทัล</p>
<ul>
<li><strong>ญี่ปุ่น:</strong> 49.5%</li>
<li><strong>อเมริกาเหนือ:</strong> 21.0%</li>
<li><strong>กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาจีน:</strong> 13.0%</li>
<li><strong>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้:</strong> 9.5%</li>
<li><strong>ยุโรป:</strong> 6.2%</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>อุตสาหกรรมเว็บตูนเกาหลีใต้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมในปี 2024 สูงถึง 2.286 ล้านล้านวอน (ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท)</li>
<li>การเติบโตนี้เป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ</li>
<li>โมเดลธุรกิจที่เน้นการส่งออกสิทธิ์เผยแพร่ออนไลน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้จากต่างประเทศ และเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของซอฟต์พาวเวอร์เกาหลี</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>รายได้รวมปี 2024</td>
<td>2.286 ล้านล้านวอน</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในรายงานซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากรัฐบาลเกาหลีใต้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต (YoY)</td>
<td>เพิ่มขึ้น 4.4% จาก 2.189 ล้านล้านวอนในปี 2023</td>
<td>การคำนวณอัตราการเติบโตจากตัวเลขที่ให้มามีความสอดคล้องกัน (2.286 / 2.189 ≈ 1.044)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สัดส่วนตลาดส่งออกอันดับ 1</td>
<td>ญี่ปุ่นครองสัดส่วน 49.5%</td>
<td>ข้อมูลสัดส่วนการส่งออกตรงตามที่ระบุในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>2.286 ล้านล้านวอน ($1.397 พันล้าน)</td>
<td>แปลงค่าเงินวอนเป็นบาทโดยใช้เรทจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON ที่ให้มา (1 KRW ≈ 0.0214 THB) และระบุว่าเป็นค่าประมาณ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/digitalbridge-shares-soar-50-percent-on-softbank-acquisition-talks-report/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น DigitalBridge พุ่ง 50% หลังมีข่าว SoftBank จ่อซื้อกิจการ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/coforge-acquires-encora-in-2-35-billion-deal-revenue-growth-vs-high-risk/" target="_blank" rel="noopener">Coforge ซื้อกิจการ Encora ด้วยดีล 2.35 พันล้านเหรียญฯ จับตารายได้โต 28% แต่เสี่ยงสูง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/punjab-national-bank-shares-slip-after-loan-fraud-report/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Punjab National Bank ร่วง 3% หลังเจอพิษฉ้อโกงเงินกู้ 8.4 พันล้านบาท</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> koreatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาด AI เสี่ยงแยกส่วน! ปี 2026 จับตา 2 กลุ่มผู้เล่นหลัก &#8216;ผู้สร้าง&#8217; ปะทะ &#8216;ผู้ทำเงิน&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ai-market-could-splinter-by-2026-monetizers-vs-manufacturers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 06:59:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Tech]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ai-market-could-splinter-by-2026-monetizers-vs-manufacturers/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาด AI อาจเกิดการแบ่งขั้วครั้งใหญ่ภายในปี 2026 เป็นกลุ่ม &#8216;ผู้ผลิต&#8217; โครงสร้างพื้นฐาน แล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาด AI อาจเกิดการแบ่งขั้วครั้งใหญ่ภายในปี 2026 เป็นกลุ่ม &#8216;ผู้ผลิต&#8217; โครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่ม &#8216;ผู้สร้างรายได้&#8217; จากแอปพลิเคชัน นักวิเคราะห์ชี้ Big Tech กำลังเปลี่ยนเกม</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>แนวโน้มตลาด AI ปี 2026: คาดว่าจะเกิดการแบ่งกลุ่มผู้เล่นเป็น 2 ขั้วชัดเจน คือ &#8216;ผู้ผลิต&#8217; (Manufactures) และ &#8216;ผู้สร้างรายได้&#8217; (Monetizers)</li>
<li>ผู้ชนะในปัจจุบัน: บริษัทกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ผู้ผลิตชิปและดาต้าเซ็นเตอร์ คือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในระยะแรกของการเติบโต</li>
<li>บทบาทใหม่ของ Big Tech: จากเดิมที่เน้นธุรกิจเบา (asset-light) กำลังทุ่มลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเองเพื่อแข่งขัน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของบริษัท Big Tech ที่อาจลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกในระยะยาว และสร้างระบบนิเวศของตนเองให้ครบวงจรมากขึ้น</li>
<li>การแข่งขันในกลุ่มผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อผู้เล่นรายใหญ่พยายามสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยี</li>
</ul>
<h2>การแบ่งขั้วของตลาด AI: &#8216;ผู้ผลิต&#8217; ปะทะ &#8216;ผู้สร้างรายได้&#8217;</h2>
<p>การวิเคราะห์ล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ภายในปี 2026 ตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเกิดการแบ่งแยกโครงสร้างออกเป็นสองกลุ่มผู้เล่นหลักอย่างชัดเจน กลุ่มแรกคือ &#8216;ผู้ผลิต&#8217; (Manufactures) ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ AI เช่น ผู้ผลิตชิปประมวลผล, ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้สร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรม</p>
<p>กลุ่มที่สองคือ &#8216;ผู้สร้างรายได้&#8217; (Monetizers) ซึ่งได้แก่บริษัทที่นำเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อสร้างรายได้โดยตรงจากผู้บริโภคหรือภาคธุรกิจ เช่น ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI, บริษัทซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มต่างๆ การแบ่งขั้วนี้สะท้อนถึงห่วงโซ่มูลค่าที่กำลังก่อตัวขึ้นในระบบนิเวศ AI</p>
<h2>Big Tech พลิกเกม: จาก Asset-Light สู่ยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน</h2>
<p>ในอดีต บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Big Tech) หลายแห่งดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่ไม่ต้องลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก (Asset-Light) โดยเน้นไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มเป็นหลัก แต่การมาถึงของยุค AI กำลังเปลี่ยนแปลงสมการนี้อย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ปัจจุบัน Big Tech กำลังทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเอง ตั้งแต่การออกแบบชิปไปจนถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง &#8216;ผู้ผลิต&#8217; และ &#8216;ผู้สร้างรายได้&#8217; เริ่มไม่ชัดเจน และส่งผลให้บริษัทที่เป็นผู้เล่นดั้งเดิมในฝั่งโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลในระยะแรก เนื่องจากความต้องการฮาร์ดแวร์และบริการที่เกี่ยวข้องพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์ตลาด AI ปี 2026</td>
<td>ตลาดอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนภายในปี 2026</td>
<td>เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มจากแหล่งข่าว ไม่ใช่ตัวเลขทางการเงิน ตรวจสอบความสอดคล้องกับเนื้อหาแล้ว</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มผู้เล่นในตลาด</td>
<td>แบ่งเป็น &#8216;Monetizers&#8217; (ผู้สร้างรายได้) และ &#8216;Manufactures&#8217; (ผู้ผลิต)</td>
<td>ใช้คำศัพท์เฉพาะตามที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นทาง เพื่อรักษาความหมายดั้งเดิมของการวิเคราะห์</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ได้รับประโยชน์ปัจจุบัน</td>
<td>บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นผู้ชนะในปัจจุบัน</td>
<td>เป็นข้อสรุปเชิงวิเคราะห์จากแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อมูลตัวเลขผลประกอบการที่ระบุชัดเจน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>บทบาทของ Big Tech</td>
<td>กำลังเปลี่ยนจากบริษัท asset-light มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน</td>
<td>สรุปประเด็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ตามที่แหล่งข่าวระบุ โดยไม่เพิ่มเติมข้อมูลนอกเหนือจากต้นทาง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCWorld</p>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่มเติม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-offers-tax-breaks-on-overseas-stocks-to-support-won/">เกาหลีใต้ ลดภาษีหุ้นต่างประเทศ หวังพยุงค่าเงินวอน หลังแห่ลงทุนสหรัฐฯ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/qld-vs-spxl-tech-growth-vs-sp500-diversification-comparison/">เปรียบเทียบ QLD vs SPXL: เลือกกองทุน 2x Nasdaq-100 หรือ 3x S&amp;P 500</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japanese-tech-stocks-decline-ai-spending-worries-softbank/">หุ้นเทคญี่ปุ่นร่วงตาม Nasdaq กังวลต้นทุน AI ฉุด SoftBank ดิ่งหนัก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-tech-stocks-slide-oracle-ai-data-center-setback/">หุ้นเทคสหรัฐสะดุด Oracle เจอข่าวร้าย พันธมิตรถอนลงทุนศูนย์ข้อมูล AI</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/metax-ipo-chinese-chipmaker-debuts-after-oversubscribed-offering/">MetaX IPO หุ้นชิปจีนเตรียมเข้าตลาดพุธนี้ หลังยอดจองซื้อล้นหลาม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japans-nikkei-sinks-tracking-us-tech-shares/">ดัชนี Nikkei ร่วง 1.3% ตามหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ปิดที่ 50,168 จุด</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/asian-stocks-fall-south-korea-leads-decline-awaiting-china-data/">ตลาดหุ้นเอเชียร่วงถ้วนหน้า เกาหลีใต้นำดิ่ง รอตัวเลขเศรษฐกิจจีน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-stock-market-dow-jones-record-high-nasdaq-falls-on-ai-fears/">ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน Dow Jones ทำสถิติใหม่ สวนทาง Nasdaq ร่วงกังวล AI</a></li>
</ul>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google บอกว่าสตาร์ตอัป AI อาเซียน ได้เงินลงทุน 7.3 หมื่นล้าน ในปี 2025 แต่ไทยมีบริษัทแบบนี้แค่ 20 เจ้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/google-sea-ai-startup-investment-2025-thailand-lagging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 07:58:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[e-Conomy 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ตอัป AI]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/?p=13517</guid>

					<description><![CDATA[รายงานล่าสุดจาก Google ชี้ สตาร์ตอัป AI อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดเงินลงทุนกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท แต่ไทย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>รายงานล่าสุดจาก Google ชี้ สตาร์ตอัป AI อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดเงินลงทุนกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท แต่ไทยกลับมีเพียง 20 บริษัท สวนทางสิงคโปร์ที่มีเกือบ 500 แห่ง</h2>
<p>รายงาน e-Conomy 2025 ซึ่งจัดทำโดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company ได้ฉายภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตาคือ คลื่นการลงทุนมหาศาลในกลุ่มสตาร์ตอัปที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถระดมทุนได้สูงถึง <strong>2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.3 หมื่นล้านบาท)</strong> ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวกลับสะท้อนภาพความท้าทายของประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนสตาร์ตอัปในกลุ่มนี้เพียง 20 บริษัทเท่านั้น สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน</p>
<h3>สรุปประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>การลงทุนมหาศาล:</strong> สตาร์ตอัป AI ในอาเซียนดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท) สะท้อนการเติบโตที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>ไทยตามหลังเพื่อนบ้าน:</strong> ประเทศไทยมีสตาร์ตอัป AI เพียง <strong>20 บริษัท</strong> ซึ่งน้อยกว่าสิงคโปร์ (495), มาเลเซีย (60), อินโดนีเซีย (45) และเวียดนาม (40) อย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li><strong>สิงคโปร์คือศูนย์กลาง:</strong> ด้วยจำนวนสตาร์ตอัปเกือบ 500 แห่ง สิงคโปร์ได้ตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้าน AI ของภูมิภาคอย่างไม่มีข้อกังขา</li>
<li><strong>แนวโน้มสดใส:</strong> นักลงทุนมองว่าปี 2025 จะเป็นปีแห่งการลงทุนใน AI อย่างจริงจัง หลังจากที่สตาร์ตอัปเริ่มมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและมีเส้นทางสู่การทำกำไรที่จับต้องได้</li>
</ul>
<h2>เปิดรายงาน e-Conomy 2025: อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน</h2>
<p>แม้รายงานจะระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังคงมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค โดยมีอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการใช้จ่ายและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการจัดการหนี้สิน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ <a href="https://www.bangkoktoday.net/what-is-credit-card-refinance-debt-consolidation/" target="_blank">รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คืออะไร? รวมหนี้ก้อนเดียว ดอกเบี้ยลดลง ผ่อนสบายขึ้น</a> เพื่อเป็นแนวทางในการลดภาระทางการเงิน</p>
<h2>คลื่นการลงทุนใน AI สะพัดทั่วภูมิภาค</h2>
<p>เม็ดเงินลงทุนกว่า <strong>7.3 หมื่นล้านบาท</strong> ที่หลั่งไหลเข้าสู่สตาร์ตอัป AI กว่า 680 รายในอาเซียน เป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนทั่วโลกมองเห็นศักยภาพมหาศาลในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในสิงคโปร์ที่กลายเป็นแหล่งรวมของบริษัท AI ชั้นนำ ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนคือ สตาร์ตอัปส่วนใหญ่มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดโลกตั้งแต่วันแรก ทำให้มีโอกาสในการขยายตัวสูง</p>
<p>นอกจากนี้ มุมมองของนักลงทุนยังเปลี่ยนไป จากปี 2024 ที่เป็นช่วงของการทดลองใช้ AI มาสู่ปี 2025 ที่จะเป็นปีแห่งการนำไปใช้จริงและสร้างรายได้ โดยนักลงทุนที่เข้าลงทุนในระยะเริ่มต้น (Early-stage) ถึง <strong>80%</strong> ระบุว่าบริษัทในพอร์ตโฟลิโอของตนเริ่มมีความสามารถในการทำกำไรแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการค้นพบโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน</p>
<h2>ตารางเปรียบเทียบ: ไทยอยู่จุดไหนในสนามรบ AI?</h2>
<p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ถึงตำแหน่งของประเทศไทยในสมรภูมิสตาร์ตอัป AI เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน สามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้</p>
<table style="width:100%;border-collapse: collapse">
<tr style="background-color:#f2f2f2">
<th style="border: 1px solid #dddddd;text-align: left;padding: 8px">ประเทศ</th>
<th style="border: 1px solid #dddddd;text-align: left;padding: 8px">จำนวนสตาร์ตอัป AI (โดยประมาณ)</th>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">สิงคโปร์</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>495</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">มาเลเซีย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>60</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">อินโดนีเซีย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>45</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">เวียดนาม</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>40</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">ไทย</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>20</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px">ฟิลิปปินส์</td>
<td style="border: 1px solid #dddddd;padding: 8px"><strong>10</strong></td>
</tr>
</table>
<h2>วิเคราะห์สาเหตุและโอกาสของไทย</h2>
<p>ตัวเลข 20 บริษัทสะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศ (Ecosystem) ของสตาร์ตอัป AI ในไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก ปัจจัยอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเชิงลึกด้าน AI, การเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับธุรกิจ Deep Tech ที่มีความเสี่ยงสูงยังมีจำกัด และการสนับสนุนจากภาครัฐที่อาจยังไม่ตรงจุดเท่าที่ควร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นี่คือโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการเร่งเครื่องพัฒนาศักยภาพด้าน AI เพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟสายเทคโนโลยีที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต ทั้งในด้านการศึกษา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของประเทศ การสร้างความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหนึ่งใน <a href="https://www.bangkoktoday.net/how-to-create-passive-income-for-salaried-employees/" target="_blank">วิธีสร้าง Passive Income</a> ที่ยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจในภาพรวม</p>
<h3>สรุปส่งท้าย</h3>
<p>รายงานจาก Google ได้ตอกย้ำถึงกระแสการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเม็ดเงินมหาศาลกว่า <strong>7.3 หมื่นล้านบาท</strong> แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องหันมาทบทวนยุทธศาสตร์และเร่งสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัป AI อย่างจริงจัง ก่อนที่จะถูกทิ้งห่างไปไกลกว่านี้ การพลาดโอกาสทางเทคโนโลยีในวันนี้ อาจหมายถึงการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต</p>
<p><strong>ภูมิทัศน์การลงทุนในสตาร์ตอัป AI กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณคิดว่าอะไรคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดของไทย? ร่วมแสดงความเห็นและแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!</strong></p>
<hr>
<h3>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h3>
<h4>1. รายงาน e-Conomy 2025 คืออะไร?</h4>
<p>เป็นรายงานประจำปีที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company เพื่อวิเคราะห์ภาพรวมและแนวโน้มของเศรษฐกิจดิจิทัลใน 6 ประเทศหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<h4>2. ทำไมสิงคโปร์ถึงมีสตาร์ตอัป AI เยอะที่สุด?</h4>
<p>เนื่องจากสิงคโปร์มีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน, เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ดึงดูดกองทุน VC จากทั่วโลก, มีระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และสามารถเข้าถึงบุคลากรผู้มีความสามารถได้ง่าย</p>
<h4>3. นักลงทุนมองอนาคตสตาร์ตอัป AI ในอาเซียนอย่างไร?</h4>
<p>มองในแง่บวกอย่างมาก โดยเชื่อว่าปี 2025 จะเป็นปีแห่งการลงทุนอย่างจริงจัง เนื่องจากสตาร์ตอัปจำนวนมากเริ่มมีโมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้และมีแนวโน้มทำกำไรได้จริง</p>
<h4>4. ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตในด้าน AI หรือไม่?</h4>
<p>ยังมีโอกาส หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งภาครัฐในการออกมาตรการสนับสนุน, ภาคเอกชนในการลงทุนและพัฒนา และภาคการศึกษาในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
