<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%af/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Mar 2026 01:58:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 แต่ทำไมบริษัทขุดเจาะสหรัฐฯ กลับชะลอลงทุน?</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/oil-drillers-hit-brakes-despite-high-prices/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2026 01:58:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Dallas Fed]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/oil-drillers-hit-brakes-despite-high-prices/</guid>

					<description><![CDATA[ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่าจุดคุ้มทุนมาก แต่ผู้ผลิตในสหรัฐฯ กลับชะลอการลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนจาก...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่าจุดคุ้มทุนมาก แต่ผู้ผลิตในสหรัฐฯ กลับชะลอการลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้การวางแผนธุรกิจทำได้ยากขึ้น</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ราคาน้ำมันดิบ Brent ซื้อขายสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI สูงกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ แสดงความกังวลและชะลอแผนการลงทุน แม้ราคาจะสูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ราว 62 ดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความไม่แน่นอนและทำให้การวางแผนการลงทุนทำได้ยาก</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การตัดสินใจด้านงบประมาณการลงทุนของผู้ผลิตน้ำมันสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของปี</li>
<li>สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก</li>
<li>รายงาน Dallas Fed Energy Survey ฉบับต่อไป ที่จะสะท้อนมุมมองของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม</li>
</ul>
<h2>ราคาน้ำมันพุ่งสวนทางความเชื่อมั่น</h2>
<p>สถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกกำลังอยู่ในภาวะที่น่าสนใจ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent จะพุ่งทะยานเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,300 บาท) ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ จะสูงกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,965 บาท) แต่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันกลับไม่ได้เร่งรีบที่จะเพิ่มการลงทุนหรือการผลิตแต่อย่างใด สัญญาณดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม แม้ว่าราคาจะอยู่ในระดับที่สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลก็ตาม</p>
<h3>ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กดดันการตัดสินใจ</h3>
<p>สาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ต้องหยุดชะงักและทบทวนแผนการลงทุน คือความไม่แน่นอนที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง แหล่งข่าวระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การวางแผนการลงทุนในระยะยาวเป็นไปได้ยากขึ้น ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าสัญญาณด้านราคาในปัจจุบัน</p>
<p>ข้อมูลจากการสำรวจพลังงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส (Dallas Fed Energy Survey) ชี้ว่า จุดคุ้มทุนโดยเฉลี่ยที่ผู้ผลิตน้ำมันสามารถทำกำไรจากการขุดเจาะได้นั้นอยู่ที่ประมาณ 62 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,040 บาท) ต่อบาร์เรลสำหรับ WTI ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงกระนั้น ความไม่แน่นอนในอนาคตก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะรอดูสถานการณ์แทนที่จะขยายการลงทุนทันที</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>ราคาตลาด (USD/บาร์เรล)</th>
<th>จุดคุ้มทุนเฉลี่ย (USD/บาร์เรล)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>น้ำมันดิบ Brent</td>
<td>&gt; $100</td>
<td>&#8211;</td>
</tr>
<tr>
<td>น้ำมันดิบ WTI</td>
<td>&gt; $90</td>
<td>ประมาณ $62</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI</td>
<td>Brent &gt; $100, WTI &gt; $90</td>
<td>ตัวเลขตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดคุ้มทุนของผู้ผลิตน้ำมัน</td>
<td>Dallas Fed Energy Survey ระบุไว้ที่ $62/บาร์เรล</td>
<td>ข้อมูลอ้างอิงจากผลสำรวจที่ระบุในแหล่งข่าวอย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุที่ผู้ผลิตชะลอการลงทุน</td>
<td>ความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง</td>
<td>สรุปเหตุผลหลักตรงตามที่แหล่งข่าวได้วิเคราะห์ไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงิน USD เป็น THB</td>
<td>$100, $90, $62</td>
<td>แปลงค่าโดยใช้เรทจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON ที่ 1 USD ≈ 32.95 THB และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อเป็นข้อมูลบริบท</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/middle-east-banks-eye-hong-kong-as-safe-haven-amid-geopolitical-risks/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารตะวันออกกลางเล็งฮ่องกงเป็น &#8216;หลุมหลบภัย&#8217; หนีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การผลิตก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ทุบสถิติใหม่ปี 2025 แตะ 118.5 Bcf/d</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-natural-gas-production-hits-new-record-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 02:59:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-natural-gas-production-hits-new-record-in-2025/</guid>

					<description><![CDATA[การผลิตก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2025 โดยมีปริมาณเฉลี่ย 118.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การผลิตก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2025 โดยมีปริมาณเฉลี่ย 118.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (Bcf/d) เพิ่มขึ้น 5.3 Bcf/d จากปีก่อนหน้า</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>สถิติใหม่ปี 2025: การผลิตก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ เฉลี่ยที่ 118.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (Bcf/d)</li>
<li>การเติบโต: ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 5.3 Bcf/d เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</li>
<li>แหล่งผลิตหลัก: ภูมิภาค Appalachia, Permian และ Haynesville ครองสัดส่วนการผลิตรวม 67% และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตถึง 81%</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แนวโน้มการผลิตใน 3 ภูมิภาคหลัก (Appalachia, Permian, และ Haynesville) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่ออุปทานโดยรวม</li>
<li>ผลกระทบของปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเสถียรภาพราคาพลังงานในตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก</li>
<li>รายงาน Natural Gas Monthly ฉบับถัดไปจาก EIA เพื่อติดตามข้อมูลและแนวโน้มล่าสุด</li>
</ul>
<h2>การผลิตก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์</h2>
<p>สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยข้อมูลผ่านรายงาน Natural Gas Monthly ฉบับล่าสุดว่า ปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ ในปี 2025 ได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 118.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (Bcf/d) ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้น 5.3 Bcf/d จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงศักยภาพและกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศ</p>
<h3>3 ภูมิภาค ขุมพลังหลักขับเคลื่อนการเติบโต</h3>
<p>ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของการผลิตก๊าซธรรมชาติมาจาก 3 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ Appalachia, Permian และ Haynesville ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีสัดส่วนการผลิตสูงถึง 67% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในสหรัฐฯ ในปี 2025 ยิ่งไปกว่านั้น ภูมิภาคทั้งสามยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 81% ของปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งผลิตเหล่านี้ต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>สัดส่วนข้อมูลปี 2025</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สัดส่วนการผลิตรวมของ 3 ภูมิภาคหลัก</td>
<td>67% ของการผลิตทั้งหมดในสหรัฐฯ</td>
</tr>
<tr>
<td>สัดส่วนการเติบโตจาก 3 ภูมิภาคหลัก</td>
<td>81% ของการเติบโตทั้งหมด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ปริมาณการผลิตเฉลี่ยปี 2025</td>
<td>118.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (Bcf/d)</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว EIA และถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลหลักในบทความ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต</td>
<td>เพิ่มขึ้น 5.3 Bcf/d ในปี 2025</td>
<td>ตรวจสอบความสอดคล้องของตัวเลขการเติบโตที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สัดส่วนของ 3 ภูมิภาคหลัก</td>
<td>คิดเป็น 67% ของการผลิตรวม และ 81% ของการเติบโต</td>
<td>ยืนยันตัวเลขสัดส่วนของกลุ่มภูมิภาค Appalachia, Permian, และ Haynesville ตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>รายงาน Natural Gas Monthly</td>
<td>ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างชัดเจนตามที่ปรากฏในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/judge-quashes-subpoenas-in-doj-investigation-of-fed-chair-jerome-powell/" target="_blank" rel="noopener">สอบสวน Jerome Powell สะดุด! ผู้พิพากษาสั่งยกเลิกหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/india-reduces-minimum-public-share-float-ipo-rule-change/" target="_blank" rel="noopener">กฎ IPO อินเดียใหม่ ปรับลดหุ้นขั้นต่ำเหลือ 2.5% เปิดทาง NSE-Jio เข้าตลาด</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-dip-as-us-opens-brief-window-for-stranded-russian-crude/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบปรับฐาน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว 30 วัน ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ติดค้าง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Eia.gov</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สอบสวน Jerome Powell สะดุด! ผู้พิพากษาสั่งยกเลิกหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/judge-quashes-subpoenas-in-doj-investigation-of-fed-chair-jerome-powell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 01:59:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[Jerome Powell]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/judge-quashes-subpoenas-in-doj-investigation-of-fed-chair-jerome-powell/</guid>

					<description><![CDATA[การสอบสวน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังผู้พิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การสอบสวน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังผู้พิพากษามีคำสั่งให้ยกเลิกหมายเรียกในคดีดังกล่าวแล้ว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียก (subpoenas) ในการสอบสวนประธาน Fed นาย Jerome Powell</li>
<li>คำสั่งดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ในคดีนี้</li>
<li>เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)</li>
</ul>
</div>
<h2>เกิดอะไรขึ้นในการสอบสวนประธาน Fed?</h2>
<p>มีรายงานว่าผู้พิพากษาได้มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียก ซึ่งเป็นคำสั่งทางกฎหมายที่บังคับให้บุคคลต้องมอบพยานหลักฐานหรือเข้าให้การ ในกระบวนการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ริเริ่มโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ คำสั่งนี้ถือเป็นการขัดขวางกระบวนการสืบสวนของฝ่ายบริหารอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>การยกเลิกหมายเรียกหมายความว่า กระทรวงยุติธรรมจะไม่สามารถบังคับใช้คำสั่งเพื่อรวบรวมข้อมูลหรือคำให้การที่เกี่ยวข้องกับนายพาวเวลล์ตามหมายเรียกฉบับดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งอาจทำให้การสอบสวนต้องหยุดชะงักหรือต้องหาแนวทางอื่นในการรวบรวมหลักฐาน</p>
<h2>นัยสำคัญต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</h2>
<p>ประเด็นการสอบสวนประธานเฟดโดยกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ฝ่ายบริหารนั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงินโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง การดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ต่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคการเงินทั่วโลก</p>
<ul>
<li><strong>ความเป็นอิสระของ Fed:</strong> การสอบสวนอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามในการสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อนโยบายของ Fed</li>
<li><strong>กระบวนการยุติธรรม:</strong> คำสั่งของผู้พิพากษาในครั้งนี้เป็นการยืนยันบทบาทของฝ่ายตุลาการในการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร</li>
<li><strong>ความเชื่อมั่นตลาด:</strong> สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากมองว่าเสถียรภาพและความเป็นอิสระของสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกำลังถูกท้าทาย</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกหมายเรียกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการสอบสวนประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์</li>
<li>คำสั่งศาลครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม</li>
<li>เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความละเอียดอ่อนในประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากการแทรกแซงทางการเมือง</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ผู้พิพากษายกเลิกหมายเรียก (quashes subpoenas) ในการสอบสวน Jerome Powell</td>
<td>เนื้อหาหลักของข่าวตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Justice Department (กระทรวงยุติธรรม), Fed (ธนาคารกลางสหรัฐฯ)</td>
<td>ระบุชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลสำคัญ</td>
<td>Jerome Powell, ประธาน Fed</td>
<td>ระบุชื่อและตำแหน่งของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบของคำสั่ง</td>
<td>การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมเผชิญอุปสรรค</td>
<td>เป็นการสรุปผลกระทบที่สมเหตุสมผลจากข้อเท็จจริงที่ว่าหมายเรียกถูกยกเลิก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/india-reduces-minimum-public-share-float-ipo-rule-change/" target="_blank" rel="noopener">กฎ IPO อินเดียใหม่ ปรับลดหุ้นขั้นต่ำเหลือ 2.5% เปิดทาง NSE-Jio เข้าตลาด</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-dip-as-us-opens-brief-window-for-stranded-russian-crude/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบปรับฐาน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว 30 วัน ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ติดค้าง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-temporarily-allows-purchase-of-russian-oil-at-sea/" target="_blank" rel="noopener">สหรัฐฯ ไฟเขียวชั่วคราว ซื้อน้ำมันดิบรัสเซียที่ลอยลำกลางทะเล หวังพยุงตลาดพลังงาน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อำนาจภาษีทรัมป์สั่นคลอน! ศาลสูงสหรัฐฯ ชี้ขาด ทรัมป์ไม่มีอำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-supreme-court-rules-against-trump-tariff-emergency-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 01:59:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีศุลกากร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-supreme-court-rules-against-trump-tariff-emergency-power/</guid>

					<description><![CDATA[อำนาจภาษีทรัมป์เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินขัดขวางการใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">อำนาจภาษีทรัมป์เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินขัดขวางการใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพื่อขึ้นภาษีศุลกากรในวงกว้าง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ขาดอำนาจในการประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้าง</li>
<li>ทำเนียบขาวมีแผนที่จะใช้กฎหมายทางเลือกอื่นเพื่อผลักดันนโยบายภาษีต่อไป</li>
<li>พรรคเดโมแครตชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าประธานาธิบดี &#8216;ไม่ใช่กษัตริย์&#8217; และนโยบายภาษีส่งผลกระทบต่อครอบครัวชนชั้นกลาง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเคลื่อนไหวของทำเนียบขาวในการใช้กฎหมายทางเลือกอื่นเพื่อดำเนินนโยบายภาษี ซึ่งอาจสร้างความซับซ้อนทางกฎหมายเพิ่มเติม</li>
<li>ความต่อเนื่องของความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า</li>
</ul>
<h2>คำตัดสินศาลสูง: จุดเปลี่ยนนโยบายการค้า</h2>
<p>ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้มีคำตัดสินครั้งสำคัญซึ่งเป็นการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้นโยบายภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือทางการค้า โดยศาลชี้ว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพื่อบังคับใช้มาตรการทางภาษีในลักษณะที่กว้างขวาง คำตัดสินนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของฝ่ายบริหาร และอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในอนาคต</p>
<h3>ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ</h3>
<p>ภายหลังคำตัดสิน ทำเนียบขาวได้ออกมาแสดงท่าทีว่าจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้โดยง่าย โดยมีแผนที่จะแสวงหาช่องทางกฎหมายอื่นเพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการดำเนินนโยบายภาษีต่อไป ในขณะที่พรรคเดโมแครตได้ออกมาขานรับคำตัดสินของศาล โดยระบุว่านี่คือการยืนยันหลักการว่าประธานาธิบดีไม่ใช่ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ และวิจารณ์ว่านโยบายภาษีของทรัมป์ได้สร้างผลกระทบในทางลบต่อครอบครัวชนชั้นกลางของอเมริกา</p>
<h2>ผลกระทบและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ</h2>
<p>คำตัดสินของศาลสูงแม้จะให้ความชัดเจนในประเด็นทางกฎหมาย แต่ก็มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อสภาวะความวุ่นวายและความไม่แน่นอนทางการค้าทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจต่อไป การที่ทำเนียบขาวยังคงพยายามหาหนทางอื่นในการขึ้นภาษี อาจสร้างความสับสนให้กับภาคธุรกิจและคู่ค้าทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐฯ</td>
<td>&#8216;lacked the power to declare an economic emergency and impose sweeping tariffs&#8217;</td>
<td>เนื้อหาในบทความสะท้อนคำวินิจฉัยหลักตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>แผนการของทำเนียบขาว</td>
<td>&#8216;planning to use alternative laws&#8217;</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวระบุถึงแผนการใช้กฎหมายทางเลือกของทำเนียบขาว</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>คำวิจารณ์ของพรรคเดโมแครต</td>
<td>&#8216;Trump is not a king&#8217;</td>
<td>ข้อความคำพูดถูกอ้างอิงอย่างถูกต้องตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบโดยรวม</td>
<td>&#8216;prolongs political and economic trade chaos&#8217;</td>
<td>บทความสรุปผลกระทบหลักตามที่แหล่งข่าวรายงาน โดยไม่มีการเพิ่มเติมความเห็น</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/blue-owl-sells-1-4-billion-software-loans-shaking-private-credit-market/" target="_blank" rel="noopener">Blue Owl ขายสินเชื่อซอฟต์แวร์ 1.4 พันล้านดอลลาร์ สั่นคลอนตลาด Private Credit</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nvidia-in-talks-to-invest-30-billion-in-openai/" target="_blank" rel="noopener">Nvidia เจรจาลงทุนใน OpenAI มูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-family-mar-a-lago-crypto-event-show-of-force/" target="_blank" rel="noopener">งานคริปโต Mar-a-Lago รวมคนดัง-เจ้าพ่อดิจิทัล ตอกย้ำอิทธิพลครอบครัวทรัมป์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ ถูกโจมตีหนัก ทรัมป์ชี้สร้างภาระกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-escalates-assault-on-us-consumer-protection-agency/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 01:59:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-escalates-assault-on-us-consumer-protection-agency/</guid>

					<description><![CDATA[หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันหนักขึ้น หลังรายงานทำเนียบขาวประเมินว่ากฎระเบียบต่างๆ ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันหนักขึ้น หลังรายงานทำเนียบขาวประเมินว่ากฎระเบียบต่างๆ สร้างภาระให้ผู้บริโภคเป็นมูลค่าสูงกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐฯ</li>
<li>รายงานจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว (CEA) ประเมินว่ากฎระเบียบของหน่วยงานสร้างภาระให้ผู้บริโภคไปแล้วกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</li>
<li>ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดกฎเกณฑ์ทางการเงินที่เข้มงวด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาและการตอบสนองจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคต่อรายงานและข้อกล่าวหาดังกล่าว</li>
<li>แนวโน้มการผลักดันให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎระเบียบบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคชาวอเมริกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>
<h2>ทำเนียบขาวเปิดข้อมูล ชี้กฎระเบียบสร้างภาระมหาศาล</h2>
<p>ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว (White House Council of Economic Advisers) ได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า กฎระเบียบที่ออกมาโดยหน่วยงานดังกล่าวได้สร้างภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภคเป็นมูลค่ามหาศาล</p>
<p>รายงานฉบับดังกล่าวประเมินตัวเลขความเสียหายไว้ที่มากกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.42 ล้านล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ฝ่ายบริหารใช้ในการโจมตีและสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบายลดทอนกฎระเบียบที่มองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<h2>ความพยายามลดกฎเกณฑ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</h2>
<p>การเปิดเผยรายงานครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการลดกฎระเบียบต่างๆ ในภาคการเงินและภาคธุรกิจมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่ากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปเป็นตัวฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจและเพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็นให้กับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค การโจมตีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคจึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนทิศทางนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าภาระต่อผู้บริโภค</td>
<td>มากกว่า 237,000 ล้านดอลลาร์</td>
<td>แหล่งข่าวระบุตัวเลขตามรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว บทความนำเสนอตัวเลขนี้ตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้จัดทำรายงาน</td>
<td>White House Council of Economic Advisers</td>
<td>ตรวจสอบชื่อหน่วยงานตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>$237bn</td>
<td>แปลงเป็นเงินบาทโดยใช้เรทจากข้อมูลที่ได้รับ (FX Snapshot) เพื่อเป็นข้อมูลบริบทเท่านั้น ตัวเลขจริงอาจผันผวน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ทรัมป์ยกระดับการโจมตีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค</td>
<td>สรุปประเด็นหลักตามที่แหล่งข่าวรายงาน โดยไม่เพิ่มความเห็นหรือข้อมูลนอกเหนือจากต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japan-exports-january-surge-3-year-high-china-demand/" target="_blank" rel="noopener">ส่งออกญี่ปุ่น ม.ค. พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี โตเกือบ 17% อานิสงส์ตลาดจีนหนุน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-financial-ai-patents-dominated-by-startups/" target="_blank" rel="noopener">สิทธิบัตร AI การเงินเกาหลีใต้คึกคัก สตาร์ทอัพครองส่วนแบ่งเกือบ 70%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hyatt-chairman-pritzker-steps-down-from-board-over-epstein-ties/" target="_blank" rel="noopener">ประธานกรรมการ Hyatt ประกาศไม่ลงสมัครบอร์ดบริหารต่อ หลังถูกโยงกรณีอื้อฉาว Epstein</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Financial Times</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ทรัมป์ ตั้งเป้าลดขาดดุลสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-3-3-3-economic-plan-aims-to-cut-us-deficit-to-3-percent-gdp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 01:59:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[GDP]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-3-3-3-economic-plan-aims-to-cut-us-deficit-to-3-percent-gdp/</guid>

					<description><![CDATA[แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ของทรัมป์ตั้งเป้าลดขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP ภายในสิ้นสุดวาระที่สอง ผ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ของทรัมป์ตั้งเป้าลดขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP ภายในสิ้นสุดวาระที่สอง ผ่านการคุมรายจ่าย ปฏิรูปกฎระเบียบ และรายได้จากภาษีศุลกากร</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เป้าหมายหลักคือการลดขาดดุลงบประมาณรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ให้เหลือเพียง 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)</li>
<li>ตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ที่แท้จริง (Real GDP) ไว้ที่ 3% ต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</li>
<li>มุ่งเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานในประเทศอีก 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2028 เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การบังคับใช้มาตรการควบคุมรายจ่ายภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่</li>
<li>ผลกระทบของนโยบายภาษีศุลกากร (Tariff) ที่อาจมีต่อรายได้ของรัฐและภาคการค้าระหว่างประเทศ</li>
<li>ความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจและการผลิตพลังงาน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลก</li>
</ul>
<h2>เปิดรายละเอียดแผนเศรษฐกิจ &#8216;3-3-3&#8217;</h2>
<p>รายงานระบุถึงแผนเศรษฐกิจสำคัญภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สองสมมติ ซึ่งถูกขนานนามว่าแผน &#8216;3-3-3&#8217; โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดการโครงสร้างเศรษฐกิจและงบประมาณของสหรัฐอเมริกา แผนดังกล่าวถูกนำเสนอโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยมีเป้าประสงค์หลัก 3 ประการที่เป็นที่มาของชื่อแผน</p>
<p>เป้าหมายทั้งสามประกอบด้วย การลดสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางให้เหลือเพียง 3% ของ GDP, การผลักดันให้เศรษฐกิจจริง (Real GDP) เติบโตในอัตรา 3% ต่อปี และการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานในประเทศขึ้นอีก 3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2028 ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการปฏิรูปทั้งด้านการคลัง เศรษฐกิจ และพลังงานไปพร้อมกัน</p>
<h3>กลไกขับเคลื่อนแผน: คุมรายจ่าย ปฏิรูปกฎ และภาษี</h3>
<p>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว แผน &#8216;3-3-3&#8217; จะอาศัยเครื่องมือเชิงนโยบายหลายด้านประกอบกัน ส่วนสำคัญคือการควบคุมการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน นอกจากนี้ แผนยังคาดหวังรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายภาษีศุลกากร (Tariff) เพื่อช่วยลดช่องว่างการขาดดุลอีกทางหนึ่ง</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>เป้าหมายหลักของแผน &#8216;3-3-3&#8217;</th>
<th>รายละเอียด</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การขาดดุลงบประมาณ</td>
<td>ลดลงเหลือ 3% ของ GDP</td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตของ GDP</td>
<td>ขยายตัว 3% ต่อปี (Real GDP)</td>
</tr>
<tr>
<td>การผลิตพลังงาน</td>
<td>เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล/วัน (ภายในปี 2028)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เป้าหมายขาดดุลงบประมาณ</td>
<td>ลดลงเหลือ 3% ของ GDP</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขเป้าหมายตามที่ระบุในแผน &#8216;3-3-3&#8217; จากแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายการเติบโต GDP</td>
<td>เติบโต 3% (Real GDP)</td>
<td>ยืนยันตัวเลขเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายการผลิตพลังงาน</td>
<td>เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2028</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขและกรอบเวลาของเป้าหมายการผลิตพลังงาน พบว่าสอดคล้องกับข้อมูลในต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและตำแหน่ง</td>
<td>U.S. Treasury Secretary Scott Bessent</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่งตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bryan-johnson-launches-immortals-program-for-1-million-dollars/" target="_blank" rel="noopener">Bryan Johnson เปิดโปรแกรม Immortals เคล็ดลับอายุยืนในราคา 1 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-breaches-58000-first-time-post-election-rally/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Nikkei 225 ทะยานทะลุ 58,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/samsung-bioepis-reaches-settlement-to-launch-opuviz-in-us/" target="_blank" rel="noopener">Samsung Bioepis บรรลุข้อตกลง เตรียมส่งยา Opuviz บุกตลาดสหรัฐฯ ม.ค. ปีหน้า</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
