<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>โครงสร้างพื้นฐาน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Mar 2026 03:59:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>โครงสร้างพื้นฐาน &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โครงการ Jal Jeevan Mission ขยายเวลาถึงปี 2028 อัดฉีดงบ 8.7 ล้านล้านรูปี หนุนหุ้น 15 บริษัท</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/jal-jeevan-mission-extended-to-2028-with-rs-8-7-lakh-crore-outlay/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 03:59:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[EPC]]></category>
		<category><![CDATA[Jal Jeevan Mission]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นท่อน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/jal-jeevan-mission-extended-to-2028-with-rs-8-7-lakh-crore-outlay/</guid>

					<description><![CDATA[โครงการ Jal Jeevan Mission ได้รับอนุมัติขยายเวลาถึงปี 2028 พร้อมงบประมาณมหาศาล 8.69 ล้านล้านรูปี (ป...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">โครงการ Jal Jeevan Mission ได้รับอนุมัติขยายเวลาถึงปี 2028 พร้อมงบประมาณมหาศาล 8.69 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 2.99 ล้านล้านบาท) คาดว่าจะส่งผลดีต่อบริษัทรับเหมา ผู้ผลิตปั๊ม และท่อน้ำ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คณะรัฐมนตรีอินเดียอนุมัติขยายเวลาโครงการน้ำประปา Jal Jeevan Mission ออกไปจนถึงปี 2028</li>
<li>อัดฉีดงบประมาณรวมตลอดโครงการ 8.69 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 2.99 ล้านล้านบาท)</li>
<li>คาดว่าบริษัทในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (EPC), ผู้ผลิตปั๊ม และผู้ผลิตท่อ รวม 15 บริษัทจะได้รับประโยชน์โดยตรง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การฟื้นตัวของสภาพคล่องและการชำระเงินในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง</li>
<li>การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานในมือ (Order Visibility) สำหรับบริษัทในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ</li>
</ul>
<h2>รัฐบาลอินเดียไฟเขียว ขยายโครงการน้ำดื่มครั้งใหญ่</h2>
<p>คณะรัฐมนตรีสหภาพของอินเดียได้มีมติอนุมัติการขยายระยะเวลาของโครงการ Jal Jeevan Mission ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่สำคัญของประเทศ โดยจะขยายการดำเนินงานออกไปจนถึงปี 2028 การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสานต่อภารกิจในการจัดหาน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัยให้กับทุกครัวเรือนในชนบท</p>
<h2>อัดฉีดงบประมาณมหาศาล หนุนอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน</h2>
<p>โครงการที่ขยายเวลานี้มาพร้อมกับงบประมาณรวมที่น่าจับตามองถึง 8.69 ล้านล้านรูปี หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.99 ล้านล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำโดยตรง</p>
<p>การอัดฉีดงบประมาณดังกล่าวคาดว่าจะช่วยฟื้นฟูการชำระเงินที่อาจติดขัดในห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มปริมาณงานในมือที่ชัดเจนขึ้นให้กับบริษัทต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป</p>
<h3>หุ้น 15 บริษัทในกลุ่ม EPC และวัสดุฯ จ่อรับอานิสงส์</h3>
<p>การขยายโครงการครั้งนี้ทำให้หุ้นอย่างน้อย 15 บริษัทกลายเป็นที่น่าจับตามองของนักลงทุน โดยบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจหลักที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>บริษัทรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร (EPC):</strong> ผู้ดำเนินงานหลักในการวางระบบและก่อสร้าง</li>
<li><strong>ผู้ผลิตปั๊มน้ำ:</strong> อุปกรณ์สำคัญในการส่งจ่ายน้ำในระบบท่อ</li>
<li><strong>บริษัทผู้ผลิตท่อ:</strong> วัสดุพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับโครงการวางระบบประปาขนาดใหญ่</li>
</ul>
<p>แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัททั้ง 15 แห่งอย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีโอกาสได้รับสัญญาจ้างงานและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การอนุมัติขยายโครงการ</td>
<td>คณะรัฐมนตรีสหภาพอินเดียอนุมัติการขยายโครงการ Jal Jeevan Mission</td>
<td>ยืนยันเหตุการณ์หลักจากเนื้อหาต้นทางว่ามีการอนุมัติเกิดขึ้นจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>งบประมาณโครงการ</td>
<td>8.69 ล้านล้านรูปี (Rs 8.69 lakh crore)</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขงบประมาณจากแหล่งข่าวตรงกันทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>8.69 ล้านล้านรูปี</td>
<td>แปลงเป็นเงินบาทโดยใช้ FX Snapshot ที่ได้รับ (INR to THB) และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อให้บริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาใหม่</td>
<td>ขยายเวลาโครงการจนถึงปี 2028</td>
<td>ตรวจสอบกรอบเวลาสิ้นสุดโครงการที่ระบุในแหล่งข่าวแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-stocks-rebound-on-iea-oil-reserve-release-proposal/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นฮ่องกงฟื้นตัว ขานรับข่าว IEA จ่อปล่อยน้ำมันสำรองครั้งประวัติศาสตร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-tycoon-warns-prudent-approach-northern-metropolis/" target="_blank" rel="noopener">โครงการ Northern Metropolis สะดุด? เจ้าพ่ออสังหาฯ ฮ่องกงเตือนรัฐชะลอแผน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/strait-of-hormuz-closure-lng-market-risk/" target="_blank" rel="noopener">ช่องแคบฮอร์มุซ จุดเปราะบางใหม่: ปิดเส้นทางอาจกระทบตลาด LNG หนักกว่าน้ำมัน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KEC International คว้าออเดอร์ใหม่ 1.05 พันล้านรูปี หนุนราคาหุ้นฟื้นตัว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/kec-international-wins-new-order-worth-1050-crore-rupees/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2026 10:59:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[KEC International]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/kec-international-wins-new-order-worth-1050-crore-rupees/</guid>

					<description><![CDATA[KEC International ประกาศความสำเร็จคว้าออเดอร์ใหม่มูลค่ากว่า 1,050 สิบล้านรูปี (ประมาณ 3,701 ล้านบาท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">KEC International ประกาศความสำเร็จคว้าออเดอร์ใหม่มูลค่ากว่า 1,050 สิบล้านรูปี (ประมาณ 3,701 ล้านบาท) ในหลากหลายธุรกิจ ส่งผลให้ราคาหุ้นฟื้นตัวจากแดนลบในช่วงเช้า</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>KEC International บริษัทวิศวกรรมชั้นนำของอินเดีย ได้รับคำสั่งซื้อใหม่มูลค่ารวม 1,050 สิบล้านรูปี (ประมาณ 3,701 ล้านบาท)</li>
<li>คำสั่งซื้อดังกล่าวครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจของบริษัท สะท้อนความสามารถในการแข่งขัน</li>
<li>ข่าวดังกล่าวส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทพลิกกลับมาเป็นบวกหลังจากที่ปรับตัวลดลงในช่วงเช้า</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เหล่านี้ในงบการเงินไตรมาสถัดไป</li>
<li>แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานในอินเดีย ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในอนาคต</li>
</ul>
<h2>KEC International คว้างานใหญ่ หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน</h2>
<p>บริษัท KEC International จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ RPG Group และเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง (EPC) ได้ประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการได้รับคำสั่งซื้อใหม่มูลค่ามหาศาลถึง 1,050 สิบล้านรูปี หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,701 ล้านบาท การประกาศครั้งนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก</p>
<h3>คำสั่งซื้อครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจ</h3>
<p>ตามข้อมูลที่เปิดเผย คำสั่งซื้อใหม่นี้ไม่ได้มาจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมการดำเนินงานในหลายภาคส่วนของบริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของ KEC International อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าคำสั่งซื้อมาจากกลุ่มธุรกิจใดบ้าง</p>
<h2>ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวก พลิกจากลบเป็นบวก</h2>
<p>การประกาศคว้าออเดอร์ใหม่ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นของ KEC International ในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย โดยราคาหุ้นสามารถพลิกฟื้นกลับมาอยู่ในแดนบวกได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการซื้อขายในแดนลบในช่วงเปิดตลาดตอนเช้า สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนตอบรับข่าวนี้ในเชิงบวกและมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ชื่อบริษัท</td>
<td>KEC International</td>
<td>ชื่อบริษัทตรงตามที่แหล่งข่าวระบุทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มูลค่าคำสั่งซื้อใหม่</td>
<td>₹1,050 crore</td>
<td>ตัวเลขมูลค่าโครงการ 1,050 สิบล้านรูปี (crore) ถูกต้องตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>₹1,050 crore (10.5 billion INR)</td>
<td>แปลงค่าเงินโดยใช้ข้อมูล FX Snapshot ที่ได้รับ (1 INR ≈ 0.3524 THB) ได้มูลค่าประมาณ 3,701 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการคำนวณ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของราคาหุ้น</td>
<td>Pares morning losses, turned positive</td>
<td>เนื้อหาระบุว่าราคาหุ้นฟื้นตัวจากแดนลบ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ireda-share-price-jumps-q3-loan-sanctions-surge/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น IREDA ขยับขึ้น 2% หลังเผยผลงานไตรมาส 3 ยอดอนุมัติสินเชื่อโตแกร่ง 29%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hd-construction-equipment-launches-post-merger-targets-10-3-billion-sales-by-2030/" target="_blank" rel="noopener">HD Construction Equipment เปิดตัวทางการ ตั้งเป้ายอดขาย 14.8 ล้านล้านวอนภายในปี 2030</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/vodafone-idea-promoters-inject-capital-shares-surge/" target="_blank" rel="noopener">Vodafone Idea เพิ่มทุนครั้งใหญ่ ผู้ถือหุ้นใหญ่อัดฉีด 5.8 พันล้านรูปี ดันหุ้นพุ่ง 5%</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Livemint</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้น AI Pick-and-Shovel เทรนด์ลงทุนรอบใหม่ เจาะกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ai-trade-next-leg-pick-and-shovel-stocks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 12:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ai-trade-next-leg-pick-and-shovel-stocks/</guid>

					<description><![CDATA[หุ้น AI Pick-and-Shovel กลายเป็นเป้าหมายลงทุนรอบใหม่ หลังกระแส AI บูมส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หุ้น AI Pick-and-Shovel กลายเป็นเป้าหมายลงทุนรอบใหม่ หลังกระแส AI บูมส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เทรนด์การลงทุนในธีม AI กำลังขยายตัวจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปสู่บริษัทที่เป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลัง หรือที่เรียกว่า &#8216;Pick-and-Shovel&#8217;</li>
<li>กลุ่มธุรกิจเหล่านี้คือผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ AI เช่น ระบบไฟฟ้า, ระบบระบายความร้อน, และอสังหาริมทรัพย์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์</li>
<li>กลยุทธ์นี้มองหาผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรม AI ซึ่งต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ในการเติบโต</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเติบโตของบริษัทในกลุ่มสาธารณูปโภค, อุตสาหกรรม และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์</li>
<li>แผนการลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและการพัฒนาระบบหล่อเย็นประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่</li>
<li>ความต้องการที่ดินเพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในทำเลยุทธศาสตร์ทั่วโลก</li>
</ul>
<h2>ทำความรู้จักหุ้น &#8216;Pick-and-Shovel&#8217; ในยุค AI</h2>
<p>แนวคิดการลงทุนแบบ &#8216;Pick-and-Shovel&#8217; มีที่มาจากยุคตื่นทองในอดีต ซึ่งผู้ที่ทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอและมั่นคงไม่ใช่คนที่ออกไปขุดทองเสมอไป แต่เป็นกลุ่มคนที่ขายอุปกรณ์จำเป็นอย่างพลั่วและจอบ ในบริบทของยุค AI สมัยใหม่ แนวคิดนี้ถูกนำมาปรับใช้กับการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้สร้างโมเดล AI โดยตรง แต่เป็นผู้จัดหาส่วนประกอบและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้ระบบ AI ทำงานได้</p>
<p>ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่จับจ้องไปที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำด้าน AI กระแสการลงทุนระลอกใหม่ได้เริ่มมองหาโอกาสในบริษัทที่เปรียบเสมือน &#8216;ผู้ขายพลั่วและจอบ&#8217; ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในระบบนิเวศของปัญญาประดิษฐ์</p>
<h2>ทำไมโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นหัวใจสำคัญ?</h2>
<p>การพัฒนาและการใช้งาน AI โดยเฉพาะโมเดลขนาดใหญ่ ต้องการพลังการประมวลผลมหาศาล ซึ่งนำไปสู่การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าและการระบายความร้อนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งนี้ได้สร้างปัญหาคอขวด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญ</p>
<ul>
<li><strong>ความต้องการพลังงาน:</strong> ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงกว่าศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมหลายเท่า ทำให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ากลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง</li>
<li><strong>ระบบระบายความร้อน:</strong> ชิปประมวลผล AI สร้างความร้อนมหาศาล บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการระบายความร้อนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด</li>
<li><strong>อสังหาริมทรัพย์:</strong> ความต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ๆ ทำให้กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เน้นด้านนี้เติบโตขึ้นตามไปด้วย</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<p>โดยสรุป เทรนด์การลงทุน AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นที่บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับบริษัทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การลงทุนในหุ้นกลุ่ม &#8216;Pick-and-Shovel&#8217; ถือเป็นกลยุทธ์ที่มองหาการเติบโตที่ยั่งยืนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ทั้งระบบ แทนที่จะเดิมพันกับผู้ชนะเพียงรายเดียวในตลาดเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>แนวคิดการลงทุน &#8216;Pick-and-Shovel&#8217;</td>
<td>The AI trade&#8217;s next leg is focused on &#8216;pick-and-shovel&#8217; stocks.</td>
<td>เป็นแนวคิดหลักของบทความ โดยเปรียบเทียบผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI กับผู้ขายอุปกรณ์ในยุคตื่นทอง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์</td>
<td>Companies providing power, cooling systems, and real estate for data centers.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นเป้าหมายการลงทุน เนื่องจากความต้องการมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของเทรนด์</td>
<td>Massive energy and infrastructure demands from AI are creating new opportunities.</td>
<td>บทความชี้ว่าการเติบโตของ AI สร้างปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกลายเป็นโอกาสการลงทุนใหม่</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การขยายตัวจากหุ้นกระแสหลัก</td>
<td>The trend is moving beyond big names like Nvidia.</td>
<td>บทวิเคราะห์ชี้ว่านักลงทุนกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในส่วนอื่นของระบบนิเวศ AI นอกเหนือจากผู้ผลิตชิปรายใหญ่</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fdv-lighter-lit-token-launch-traders-split-on-valuation/" target="_blank" rel="noopener">FDV Lighter LIT เปิดตัวท่ามกลางเสียงแตก นักเทรดคาดมูลค่าช่วง 2-3 พันล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-shkp-raises-prices-sierra-sea-new-phase/" target="_blank" rel="noopener">อสังหาฯ ฮ่องกง สัญญาณฟื้น? SHKP ทยอยปรับขึ้นราคาคอนโดเฟสใหม่ 5%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/foreign-investor-flows-could-return-in-2026-vikas-khemani-outlook/" target="_blank" rel="noopener">กระแสเงินทุนต่างชาติอาจกลับมาในปี 2026 กูรูชี้ตลาดยังไม่รับรู้ปัจจัยบวก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Yahoo Finance</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Energy as a Service (EaaS) ตลาดโตเท่าตัว คาดการณ์มูลค่าทะลุ 1.7 ล้านล้านบาทภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/energy-as-a-service-eaas-market-to-double-reaching-55-billion-by-2030/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 20:58:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[EaaS]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/energy-as-a-service-eaas-market-to-double-reaching-55-billion-by-2030/</guid>

					<description><![CDATA[Energy as a Service (EaaS) กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม คาดการณ์ตลาดจะเติบโตเท่าตัวจาก 2.87 หมื่นล้านด...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Energy as a Service (EaaS) กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม คาดการณ์ตลาดจะเติบโตเท่าตัวจาก 2.87 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 สู่ระดับ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตลาด Energy as a Service (EaaS) ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเกือบสองเท่า จาก 2.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.91 แสนล้านบาท) ในปี 2024 เป็นกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.71 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030</li>
<li>โมเดล EaaS คือการให้บริการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบการสมัครสมาชิก (Subscription) ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนค่าใช้จ่ายผันผวนเป็นค่าบริการรายเดือนที่คาดการณ์ได้</li>
<li>กลุ่มลูกค้าหลักคือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องการลดภาระการลงทุนและบำรุงรักษาอุปกรณ์ เช่น ระบบ HVAC</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การยอมรับโมเดล EaaS ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนักและดาต้าเซ็นเตอร์ ว่าจะรวดเร็วเพียงใด และจะส่งผลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบดั้งเดิมอย่างไร</li>
<li>เงื่อนไขและข้อผูกมัดในสัญญาระยะยาวของบริการ EaaS ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ใช้บริการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกมัดที่ไม่ยืดหยุ่นในอนาคต</li>
<li>การแข่งขันของผู้ให้บริการ EaaS ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่นวัตกรรมและรูปแบบบริการที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กร</li>
</ul>
<h2>ทำความรู้จัก Energy as a Service (EaaS) โมเดลใหม่แห่งโลกพลังงาน</h2>
<p>โมเดลธุรกิจแบบสมัครสมาชิกที่เคยได้รับความนิยมในโลกดิจิทัล ได้ขยายเข้ามาสู่โลกของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพอย่างเต็มตัวในชื่อ &#8216;Energy as a Service&#8217; หรือ EaaS แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนขนาดใหญ่และการจ่ายค่าสาธารณูปโภคที่ผันผวน มาเป็นการจ่ายค่าบริการรายเดือนที่คงที่และคาดการณ์ได้ง่าย</p>
<p>ภายใต้โมเดลนี้ ผู้ให้บริการ EaaS จะเข้ามาดูแลการจัดหา ติดตั้ง และบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เช่น ระบบปรับอากาศ (HVAC) ระบบไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการติดตั้งโซลูชันพลังงานหมุนเวียน ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ สามารถลดภาระด้านการลงทุนเริ่มแรก (CAPEX) และการบริหารจัดการที่ซับซ้อนไปได้</p>
<h2>การเติบโตของตลาด EaaS และปัจจัยขับเคลื่อน</h2>
<p>ข้อมูลคาดการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาด EaaS โดยคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 28,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ไปสู่ระดับกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 11.4%</p>
<p>ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากความต้องการของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้เช่าอาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องการความยืดหยุ่นทางการเงินและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานที่สูงขึ้น การเปลี่ยนไปใช้โมเดล EaaS ช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักของตนเองได้ดียิ่งขึ้น</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>ข้อมูล</th>
<th>หมายเหตุ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าตลาด EaaS ปี 2024</td>
<td>28,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td>(ประมาณ 8.91 แสนล้านบาท)</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์มูลค่าตลาดปี 2030</td>
<td>มากกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td>(ประมาณ 1.71 ล้านล้านบาท)</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR)</td>
<td>11.4%</td>
<td>ช่วงปี 2024-2030</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์มูลค่าตลาด EaaS</td>
<td>ตลาดจะเติบโตจาก $28.79 พันล้านในปี 2024 เป็นกว่า $55 พันล้านภายในปี 2030</td>
<td>ตัวเลขดังกล่าวถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต</td>
<td>ระบุว่าเป็น &#8216;11.4% compound&#8217;</td>
<td>สอดคล้องกับข้อมูลอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่คำนวณได้จากมูลค่าตลาดเริ่มต้นและเป้าหมาย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>ต้นทางระบุเป็นดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td>แปลงค่าเงินเป็นบาทโดยใช้ข้อมูล FX Snapshot ที่ได้รับเพื่อการอ้างอิงบริบท (USD/THB ณ วันที่ 24 ธ.ค. 2025)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย</td>
<td>Commercial landlords and data center operators</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุกลุ่มลูกค้าหลักตรงตามที่แหล่งข่าวกล่าวถึง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> OilPrice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุตสาหกรรมสายไฟอินเดีย จ่อโตทะลุ 1.9 ล้านล้านรูปี รับเมกะเทรนด์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-cables-wires-industry-growth-phase-1-9-trillion-rupees/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 05:58:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Polycab]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสายไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-cables-wires-industry-growth-phase-1-9-trillion-rupees/</guid>

					<description><![CDATA[อุตสาหกรรมสายไฟอินเดียคาดว่าจะเติบโตสู่มูลค่า 1.9 ล้านล้านรูปีภายในปีงบประมาณ 2030 จากแรงหนุนของโคร...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">อุตสาหกรรมสายไฟอินเดียคาดว่าจะเติบโตสู่มูลค่า 1.9 ล้านล้านรูปีภายในปีงบประมาณ 2030 จากแรงหนุนของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>มูลค่าตลาด:</strong> คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสายไฟและเคเบิลของอินเดียจะเติบโตแตะ 1.9 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 0.67 ล้านล้านบาท) ภายในปีงบประมาณ 2030</li>
<li><strong>ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก:</strong> การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน, พลังงานหมุนเวียน, การขยายระบบรถไฟ, การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และการส่งออก เป็นแรงหนุนสำคัญ</li>
<li><strong>ผู้เล่นสำคัญ:</strong> บริษัทอย่าง Polycab India และ KEI Industries ถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของอุปสงค์</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชนในอินเดีย ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดอุปสงค์ที่แท้จริงสำหรับอุตสาหกรรมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า</li>
<li>ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของผู้ผลิต ท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของราคาวัตถุดิบ</li>
</ul>
<h2>ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตยุคใหม่</h2>
<p>อุตสาหกรรมสายไฟและเคเบิลของประเทศอินเดียกำลังเข้าสู่ช่วงของการขยายตัวที่สำคัญในระยะยาว โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากการพัฒนาประเทศในหลายมิติ การคาดการณ์ชี้ว่ามูลค่าตลาดอาจพุ่งสูงถึง 1.9 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 0.67 ล้านล้านบาท) ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสการเติบโตมหาศาล</p>
<h3>โครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดหนุนอุปสงค์</h3>
<p>แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน, การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนซึ่งต้องการสายส่งไฟฟ้าชนิดพิเศษ, การขยายเครือข่ายรถไฟทั่วประเทศ, รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ทำให้ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ ภาคการส่งออกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโต</p>
<h2>Polycab และ KEI Industries ในตำแหน่งผู้นำตลาด</h2>
<p>ในบรรดาผู้ผลิตหลายราย บริษัท Polycab India และ KEI Industries ถูกระบุว่าเป็นสองบริษัทที่อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบที่สุดในการคว้าโอกาสการเติบโตครั้งนี้ ด้วยความพร้อมด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทำให้ทั้งสองบริษัทมีความสามารถในการตอบสนองต่ออุปสงค์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรักษาอัตรากำไรที่น่าพอใจไว้ได้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าตลาดคาดการณ์</td>
<td>แตะระดับ 1.9 ล้านล้านรูปี ภายในปีงบประมาณ 2030</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลข 1.9 ล้านล้านรูปี และกรอบเวลา FY2030 ตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินรูปีเป็นบาท</td>
<td>1.9 ล้านล้านรูปี</td>
<td>ใช้ FX Snapshot ที่ได้รับ (INR≈0.35 THB) ในการคำนวณค่าประมาณ 0.67 ล้านล้านบาท และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; กำกับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริษัทที่ได้รับประโยชน์</td>
<td>Polycab India และ KEI Industries</td>
<td>ยืนยันชื่อบริษัท Polycab India และ KEI Industries ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุทุกตัวอักษร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต</td>
<td>โครงสร้างพื้นฐาน, พลังงานหมุนเวียน, รถไฟ, ดาต้าเซ็นเตอร์, ส่งออก</td>
<td>ยืนยันปัจจัยขับเคลื่อน 5 ด้านที่กล่าวถึงในบทความ ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาด Data Center Cooling โตแรงรับ AI คาดมูลค่าพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านบาทปี 2033</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ai-boom-drives-data-center-cooling-market-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 19:30:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Cooling Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Verified Market Reports]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ai-boom-drives-data-center-cooling-market-growth/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาด Data Center Cooling กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของ AI โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะพุ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาด Data Center Cooling กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของ AI โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะพุ่งจาก 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 สู่ 3.41 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2033</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ความต้องการใช้งาน AI กำลังผลักดันให้ Data Center ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ทรงพลังขึ้น ทำให้เกิดความร้อนสูงเกินกว่าระบบระบายความร้อนแบบเดิมจะรับไหว</li>
<li>รายงานจาก Verified Market Reports คาดการณ์ว่าตลาดระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10.3% (CAGR)</li>
<li>มูลค่าตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 14.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.48 แสนล้านบาท) ในปี 2024 เป็น 34.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2033</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การลงทุนในเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูง เช่น Liquid Cooling ที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับ Data Center ยุคใหม่</li>
<li>การแข่งขันของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระบายความร้อนในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของชิป AI ที่ทรงพลังและร้อนขึ้น</li>
<li>ผลกระทบต่อการออกแบบและสถานที่ตั้งของ Data Center ในอนาคต ที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการระบายความร้อนและพลังงานเป็นหลัก</li>
</ul>
<h2>AI Boom ดันความร้อนพุ่ง ท้าทายขีดจำกัด Data Center</h2>
<p>การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ต้องประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล ผู้ให้บริการรายใหญ่ต่างเร่งติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และชิปประมวลผลที่ทรงพลังขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างความร้อนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ปรากฏการณ์นี้กำลังผลักดันให้ Data Center แบบดั้งเดิมเข้าใกล้ขีดจำกัดทางความร้อน หรือที่เรียกว่า &#8216;Thermal Wall&#8217; ซึ่งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบเดิมไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป</p>
<h3>ความต้องการเทคโนโลยี Cooling ขั้นสูงพุ่งทะยาน</h3>
<p>จากความท้าทายดังกล่าว ทำให้ความต้องการเทคโนโลยีการระบายความร้อนขั้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์มูลค่ามหาศาลเหล่านี้จะสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและเต็มประสิทธิภาพ เทคโนโลยีอย่าง Liquid Cooling (การระบายความร้อนด้วยของเหลว) จึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป</p>
<h2>คาดการณ์มูลค่าตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด</h2>
<p>รายงานล่าสุดจาก Verified Market Reports ได้ฉายภาพการเติบโตที่น่าสนใจของตลาดนี้ โดยระบุว่ามูลค่าตลาดระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center ทั่วโลกในปี 2024 อยู่ที่ 14.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.48 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตไปถึง 34.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2033</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึง <span style='color:#16a34a;font-weight:600'>10.3%</span> ตลอดช่วงเวลาคาดการณ์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในการออกแบบและบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับภาระงานจาก AI</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>มูลค่าปี 2024</th>
<th>คาดการณ์มูลค่าปี 2033</th>
<th>อัตราการเติบโต (CAGR)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตลาด Data Center Cooling ทั่วโลก</td>
<td>14.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td>34.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>10.3%</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li><strong>AI เป็นตัวเร่งหลัก:</strong> การประมวลผล AI ที่ซับซ้อนสร้างความร้อนมหาศาล เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดเทคโนโลยีระบายความร้อนเติบโต</li>
<li><strong>การลงทุนมหาศาล:</strong> คาดว่าอุตสาหกรรมจะมีการลงทุนในระบบ Cooling ขั้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่าล้านล้านบาทในทศวรรษหน้า</li>
<li><strong>เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี:</strong> ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบเดิมกำลังถูกท้าทาย และจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่าง Liquid Cooling</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าตลาดและการคาดการณ์</td>
<td>ตลาดมีมูลค่า $14.21 พันล้านในปี 2024 และคาดว่าจะสูงถึง $34.12 พันล้านในปี 2033 ด้วย CAGR 10.3%</td>
<td>ตัวเลขมูลค่าตลาด, ปีคาดการณ์ และอัตราการเติบโต ถูกระบุในบทความตรงตามข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>$14.21 billion และ $34.12 billion</td>
<td>แปลงค่าเงินเป็นบาทโดยใช้เรตอ้างอิงล่าสุด (ประมาณ 4.48 แสนล้านบาท และ 1.08 ล้านล้านบาท) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น และคงตัวเลขสกุลเดิมไว้ตามต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>รายงานจาก Verified Market Reports</td>
<td>ระบุชื่อหน่วยงานผู้ออกรายงาน &#8216;Verified Market Reports&#8217; ตรงตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุการเติบโตของตลาด</td>
<td>การเติบโตของ AI ทำให้ Data Center ร้อนขึ้นและต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม</td>
<td>สรุปประเด็นหลักของข่าวได้ถูกต้อง ว่า AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาดนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice, Verified Market Reports</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คสช. ไฟเขียวงบ 3 ล้านล้าน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ดำเนินการ 2558-2565</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/biz-news-06-2557/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/biz-news-06-2557/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2014 02:01:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[คสช.]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=3825</guid>

					<description><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจที่น่าจับตามมอง ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก  คสช. ไฟเขียว งบ 3 ล้านล้านบาท ลงทุนโครงส...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff6600;"><strong>ข่าวเศรษฐกิจที่น่าจับตามมอง ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก  คสช. ไฟเขียว งบ 3 ล้านล้านบาท</strong> </span>ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ย้ำชัดยังไม่ทำไฮสปีดเทรนเพราะไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565</span><span id="more-3825"></span></p>
<div class="det-news-detail" style="color: #666666;">
<p style="font-weight: inherit; font-style: inherit;">นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ ต่อพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่ขอให้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกจากแผนไปก่อน เนื่องจากที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่โครงการจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกลับไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะนำไปใช้ในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และนำกลับมาเสนอให้พล.อ.อ.ประจิน พิจารณาอีกครั้งก่อนวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งแผนการใช้เงินต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้เงินแต่ละปีชัดเจน ทั้งนี้สำหรับโครงการที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นด้านคมนาคมขนส่ง เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า 10 สาย การปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินของกรมทางหลวง (ทล.) ถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการก่อสร้างท่าเทียบเรือและการขุดลอกร่องน้ำ</p>
<p style="font-weight: inherit; font-style: inherit;">นอกจากนี้ ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข .กล่าวว่า ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของไทย นั้นจะใช้ยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีระยะเวลาดำเนินการในปี 2558-2565 กรอบวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มจากแผนเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วจะดำเนินการในพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์นี้ จะถือเป็นแผนแม่บทที่มีโครงการรวม ทั้งทางราง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ จากเดิมที่ไม่ได้ใส่โครงการทางอากาศไว้ ส่วนการลงทุนนั้น หน่วยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะสามารถใช้เงินลงทุนของตัวเองได้ ดังนั้นในส่วนโครงการที่เป็นของหน่วยงานราชการนั้นหลังจาก คสช.พิจารณาแล้วจะต้องหารือกับทางสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณ อีกครั้ง โดยกระทรวงคมนาคมได้จัดแผนออกเป็น 5 ยุทธศาสตรหลัก</p>
</div>
<p>นาย สมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของ ประเทศ ต่อพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศวง เงิน3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่ขอให้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกจากแผนไปก่อน เนื่องจากที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่โครงการจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกลับไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อ พิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะนำไปใช้ในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายใน สัปดาห์หน้า และนำกลับมาเสนอให้พล.อ.อ.ประจิน พิจารณาอีกครั้งก่อนวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งแผนการใช้เงินต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้เงินแต่ละปีชัดเจน ทั้งนี้สำหรับโครงการที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นด้านคมนาคมขนส่ง เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า 10 สาย การปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินของกรมทางหลวง (ทล.) ถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการก่อสร้างท่าเทียบเรือและการขุดลอกร่องน้ำ</p>
<p>นอกจากนี้ ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข .กล่าวว่า ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของไทย นั้นจะใช้ยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีระยะเวลาดำเนิน การในปี 2558-2565 กรอบวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มจากแผนเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วจะดำเนินการในพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์นี้ จะถือเป็นแผนแม่บทที่มีโครงการรวม ทั้งทางราง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ จากเดิมที่ไม่ได้ใส่โครงการทางอากาศไว้ ส่วนการลงทุนนั้น หน่วยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะสามารถใช้เงินลงทุนของตัวเองได้   ดังนั้นในส่วนโครงการที่เป็นของหน่วยงานราชการนั้นหลังจาก คสช.พิจารณาแล้วจะต้องหารือกับทางสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณ อีกครั้ง โดยกระทรวงคมนาคมได้จัดแผนออกเป็น 5 ยุทธศาสตรหลัก</p>
<p>ขอบคุณที่มา innnews.co.th</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/biz-news-06-2557/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
