<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>โดนัลด์ ทรัมป์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Mar 2026 00:59:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>โดนัลด์ ทรัมป์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความขัดแย้งอิหร่าน โจทย์ใหญ่ทรัมป์ที่อาจชี้ชะตาราคาน้ำมันโลก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-iran-uranium-dilemma-impacts-oil-markets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 00:59:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-iran-uranium-dilemma-impacts-oil-markets/</guid>

					<description><![CDATA[ความขัดแย้งอิหร่านสร้างโจทย์ยากให้ทรัมป์ ปมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อาจต้องใช้ทหารภาคพื้นดินเข้าควบค...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ความขัดแย้งอิหร่านสร้างโจทย์ยากให้ทรัมป์ ปมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อาจต้องใช้ทหารภาคพื้นดินเข้าควบคุม เสี่ยงขยายวงความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับโครงการยูเรเนียมของอิหร่าน ซึ่งการโจมตีทางอากาศไม่สามารถหยุดยั้งได้</li>
<li>การส่งทหารภาคพื้นดินเข้าควบคุมอาจเป็นทางเลือกเดียวที่ชัดเจน แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ความขัดแย้งบานปลาย</li>
<li>ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะปรับตัวลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การตัดสินใจของทรัมป์เกี่ยวกับแนวทางการจัดการยูเรเนียมของอิหร่าน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางความขัดแย้ง</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดพลังงานโลกต่อสถานการณ์ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง</li>
<li>ท่าทีของชาติยุโรป ซึ่งปัจจุบันยังคงไม่มีแนวทางที่ชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าว</li>
</ul>
<h2>โจทย์ใหญ่ของทรัมป์: ยูเรเนียมอิหร่านและการตัดสินใจที่เสี่ยง</h2>
<p>สถานการณ์โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้กลายเป็นความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แหล่งข่าวระบุว่าการโจมตีทางอากาศที่ผ่านมายังไม่สามารถจัดการกับปัญหายูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เกิดทางเลือกที่น่าหนักใจขึ้นมา</p>
<p>ทางออกที่ชัดเจนที่สุดในการเข้าควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าว อาจจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินโดยกองทหารสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจจุดชนวนให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกระดับ</p>
<h2>ผลกระทบสู่ตลาดพลังงานโลก</h2>
<p>ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก แม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้า แต่ก็ยังคงซื้อขายอยู่ในระดับที่สูง ปัจจัยสำคัญมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงง่ายๆ</p>
<p>ความกังวลว่าความขัดแย้งอาจบานปลายกลายเป็นปัจจัยที่ค้ำจุนราคาน้ำมันเอาไว้ ทำให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดพลังงานต่างจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ท่าทีของชาติยุโรปต่อประเด็นนี้ยังคงไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจนนัก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ทางเลือกของทรัมป์ต่อยูเรเนียมอิหร่าน</td>
<td>การโจมตีทางอากาศไม่ได้ผล อาจต้องใช้ทหารภาคพื้นดิน</td>
<td>เนื้อหาสรุปตรงตามการวิเคราะห์ของแหล่งข่าวถึงทางเลือกที่เสี่ยง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน</td>
<td>ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง (elevated)</td>
<td>แหล่งข่าวอ้างถึงภาวะราคา แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขราคาหรือช่วงเวลาที่ชัดเจน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ความจำเป็นในการใช้ทหาร</td>
<td>การควบคุมยูเรเนียม &#8216;น่าจะ&#8217; (likely require) ต้องใช้ทหาร</td>
<td>เป็นการวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ท่าทีของยุโรป</td>
<td>ยุโรปยังคงไม่มีท่าทีที่ชัดเจน (non-committal)</td>
<td>แหล่งข่าวกล่าวถึงประเด็นนี้สั้นๆ โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/korean-ai-apps-adot-papago-rank-in-global-top-50/" target="_blank" rel="noopener">แอป AI เกาหลีผงาด! Adot และ Papago ติด Top 50 บริการ AI ยอดนิยมระดับโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitcoin-options-signal-extreme-fear-as-downside-protection-premium-hits-ath/" target="_blank" rel="noopener">Bitcoin options ส่งสัญญาณกลัวสุดขีด ค่าป้องกันขาลงพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/f1-hong-kong-economic-reinvention-singapore-model/" target="_blank" rel="noopener">F1 ฮ่องกง โอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจ? ถอดโมเดลสิงคโปร์กวาดรายได้ 5.6 หมื่นล้าน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> OilPrice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fed ถูกท้าทาย ทรัมป์หนุนสอบพาวเวลล์ กระทบเก้าอี้ประธานคนใหม่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-challenged-as-trump-backs-powell-probe-affecting-new-chair/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 01:58:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เจอโรม พาวเวลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-challenged-as-trump-backs-powell-probe-affecting-new-chair/</guid>

					<description><![CDATA[ความเป็นอิสระของ Fed ถูกท้าทายอีกครั้ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณหนุน DOJ สอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ต่อ ซึ่งอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ความเป็นอิสระของ Fed ถูกท้าทายอีกครั้ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณหนุน DOJ สอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ต่อ ซึ่งอาจกระทบการเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ในอนาคต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) เดินหน้าสอบสวน เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed คนปัจจุบัน</li>
<li>พาวเวลล์เชื่อว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นการตอบโต้ทางการเมือง จากการที่เขาไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ทรัมป์ต้องการ</li>
<li>สถานการณ์นี้สร้างความซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาเสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เป็นประธาน Fed คนต่อไป</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีอย่างเป็นทางการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ต่อกรณีการสอบสวนประธาน Fed</li>
<li>กระบวนการคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์ส่งสัญญาณแทรกแซง กดดัน Fed ต่อเนื่อง</h2>
<p>ประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ดำเนินการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed คนปัจจุบันต่อไป การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการสร้างแรงกดดันต่อสถาบันที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของประเทศ</p>
<h2>พาวเวลล์ชี้เป็นการ &#8216;ตอบโต้ทางการเมือง&#8217;</h2>
<p>ตามรายงานข่าว นายพาวเวลล์ได้เคยกล่าวหาว่าการสอบสวนของ DOJ ที่มีต่อเขา ถือเป็นการตอบโต้ทางการเมืองโดยตรง สืบเนื่องมาจากที่เขาปฏิเสธที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในระดับที่รวดเร็วและมากเท่าที่นายทรัมป์เคยเรียกร้องไว้ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ข้อกล่าวหานี้ตอกย้ำถึงความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารและธนาคารกลางในเรื่องความเป็นอิสระในการตัดสินใจ</p>
<h2>อนาคตเก้าอี้ประธาน Fed และ &#8216;เควิน วอร์ช&#8217;</h2>
<p>สถานการณ์ล่าสุดนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวนายพาวเวลล์เท่านั้น แต่ยังสร้างความซับซ้อนให้กับกระบวนการเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ในอนาคตด้วย โดยแหล่งข่าวระบุว่าเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแทรกแซงทางการเมืองอาจทำให้กระบวนการคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถเป็นไปได้ยากขึ้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>Trump signals DOJ should continue Powell probe</td>
<td>สรุปใหม่โดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริง และไม่เติมบริบทนอกต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงาน/บริษัท/บุคคล</td>
<td>Trump, Powell, Warsh, DOJ, Fed</td>
<td>คัดลอกชื่อบุคคลและหน่วยงานตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำกล่าวอ้างของพาวเวลล์</td>
<td>Powell accused DOJ of investigating him in retaliation for his refusal to lower interest rates</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องกับเนื้อหาแล้ว อ้างอิงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่อการเสนอชื่อ</td>
<td>complicating Warsh Fed nomination</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าบทความสะท้อนผลกระทบต่อการเสนอชื่อบุคคลตามที่แหล่งข่าววิเคราะห์ไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fedex-stock-surges-on-5-billion-buyback-and-earnings-beat/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น FedEx พุ่งกว่า 12% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 5 พันล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/middle-east-banks-eye-hong-kong-as-safe-haven-amid-geopolitical-risks/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารตะวันออกกลางเล็งฮ่องกงเป็น &#8216;หลุมหลบภัย&#8217; หนีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/micron-revenue-nearly-triples-amid-soaring-memory-demand/" target="_blank" rel="noopener">รายได้ Micron พุ่งเกือบ 3 เท่า สวนกระแสกลุ่มเทคฯ รับอานิสงส์ดีมานด์หน่วยความจำ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FedEx ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ขอคืนเงินภาษีสมัยทรัมป์ หลังศาลสูงสุดชี้ว่าผิดกฎหมาย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fedex-sues-us-government-for-refund-of-trump-tariffs-after-scotus-ruling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 00:59:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FedEx]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีนำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาลสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fedex-sues-us-government-for-refund-of-trump-tariffs-after-scotus-ruling/</guid>

					<description><![CDATA[FedEx ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไปในยุคทรัมป์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังศาลสูงสุด...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">FedEx ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไปในยุคทรัมป์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังศาลสูงสุดมีคำตัดสินว่าการเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>FedEx ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกร้องเงินคืนจากภาษีที่ถูกเรียกเก็บในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์</li>
<li>การฟ้องร้องนี้เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากคำตัดสินของศาลสูงสุดที่วินิจฉัยว่าการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย</li>
<li>มีคำเตือนจากฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่ากระบวนการจ่ายเงินคืนอาจต้องใช้เวลายาวนานหลายปี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายระหว่าง FedEx และรัฐบาลสหรัฐฯ</li>
<li>แนวทางและกรอบเวลาของรัฐบาลในการดำเนินการจ่ายเงินคืนภาษีแก่บริษัทอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน</li>
</ul>
<h2>FedEx เดินหน้าทางกฎหมายหลังคำตัดสินศาลสูงสุด</h2>
<p>บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง FedEx ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อรัฐบาลสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อขอคืนเงินภาษีที่บริษัทได้ชำระไปในช่วงที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการทางภาษีดังกล่าว การดำเนินการนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยครั้งสำคัญว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบสามารถเรียกร้องเงินคืนได้</p>
<h2>อุปสรรคสำคัญ: กระบวนการคืนเงินที่อาจล่าช้า</h2>
<p>แม้ว่าคำตัดสินของศาลสูงสุดจะเป็นคุณต่อภาคธุรกิจ แต่ความท้าทายยังคงอยู่ข้างหน้า โดยแหล่งข่าวระบุว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้เคยออกมาเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการในการตรวจสอบและจ่ายเงินคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบนั้นอาจมีความซับซ้อนและอาจใช้ระยะเวลายาวนานหลายปี ซึ่งหมายความว่าแม้ FedEx จะชนะคดี แต่การได้รับเงินคืนจริงอาจไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การยื่นฟ้องของ FedEx</td>
<td>FedEx sues for refund of Trump tariffs</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่า FedEx เป็นผู้ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอคืนเงินภาษี</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มูลเหตุของการฟ้องร้อง</td>
<td>&#8230;days after Supreme Court ruling [that tariffs] are illegal</td>
<td>การฟ้องร้องเกิดขึ้นหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่าภาษีดังกล่าวผิดกฎหมาย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำเตือนเรื่องความล่าช้าในการคืนเงิน</td>
<td>The Trump administration has warned that it could take years for refunds to be paid out</td>
<td>แหล่งข่าวอ้างถึงคำเตือนจากฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่ากระบวนการคืนเงินอาจใช้เวลานานหลายปี</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>FedEx, Supreme Court, The Trump administration</td>
<td>ระบุชื่อองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรงตามที่ปรากฏในเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-retail-investors-play-risky-game-against-market-tide/" target="_blank" rel="noopener">นักลงทุนรายย่อยอินเดีย สวนกระแสตลาด ซื้อหุ้นร่วง-ขายหุ้นขึ้น เสี่ยงกระทบผลตอบแทน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hyundai-motor-group-plans-major-investment-in-saemangeum-for-ai-hydrogen-robotics/" target="_blank" rel="noopener">ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป จ่อลงทุนครั้งใหญ่ใน Saemangeum ลุยธุรกิจ AI ไฮโดรเจน และหุ่นยนต์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitcoin-price-slides-below-65k-amid-whale-selling/" target="_blank" rel="noopener">ราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ หลังวาฬเทขายหนักและรายย่อยยอมขาดทุน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานคริปโต Mar-a-Lago รวมคนดัง-เจ้าพ่อดิจิทัล ตอกย้ำอิทธิพลครอบครัวทรัมป์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-family-mar-a-lago-crypto-event-show-of-force/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 01:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Mar-a-Lago]]></category>
		<category><![CDATA[World Liberty Financial]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[คริปโต]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-family-mar-a-lago-crypto-event-show-of-force/</guid>

					<description><![CDATA[งานคริปโต Mar-a-Lago ดึงดูดนายธนาคาร คนดัง และผู้ทรงอิทธิพลในโลกดิจิทัลเข้าร่วม จัดโดย World Libert...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">งานคริปโต Mar-a-Lago ดึงดูดนายธนาคาร คนดัง และผู้ทรงอิทธิพลในโลกดิจิทัลเข้าร่วม จัดโดย World Liberty Financial ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแสดงพลังทางการเงินและการเมือง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>งานเลี้ยงคริปโตถูกจัดขึ้นที่รีสอร์ต Mar-a-Lago ของครอบครัวทรัมป์ในฟลอริดา</li>
<li>ผู้จัดงานคือ World Liberty Financial ซึ่งสามารถดึงดูดบุคคลระดับสูงจากแวดวงการเงิน, คนดัง และผู้ประกอบการในตลาดดิจิทัล</li>
<li>งานดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการแสดงพลังและอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีธีมที่สื่อถึง &#8216;การเอาคืน&#8217; (Retribution)</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตกับกลุ่มการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคต</li>
<li>บทบาทของ World Liberty Financial ในฐานะผู้เชื่อมโยงระหว่างโลกการเงินดั้งเดิม, สินทรัพย์ดิจิทัล และอำนาจทางการเมือง</li>
<li>ปฏิกิริยาจากฝ่ายกำกับดูแลและคู่แข่งทางการเมืองต่อการเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็นการแสดงพลังครั้งนี้</li>
</ul>
<h2>การรวมตัวของกลุ่มอำนาจใหม่: การเงิน การเมือง และคริปโต</h2>
<p>รีสอร์ต Mar-a-Lago ในฟลอริดา ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะฐานที่มั่นของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลายเป็นเวทีสำหรับงานเลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลครั้งสำคัญ งานนี้จัดขึ้นโดย World Liberty Financial และประสบความสำเร็จในการเชิญบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นนายธนาคาร, ผู้มีชื่อเสียง และผู้ทรงอิทธิพลในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การรวมตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบรรจบกันของอำนาจทางการเงินแบบดั้งเดิม, เทคโนโลยีใหม่ และอิทธิพลทางการเมือง</p>
<h2>&#8216;Retribution&#8217;: สัญญาณเชิงสัญลักษณ์และ &#8216;การแสดงพลัง&#8217;</h2>
<p>แหล่งข่าวระบุว่างานเลี้ยงดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการพบปะสังสรรค์ธรรมดา แต่ยังถูกจัดขึ้นภายใต้ธีม &#8216;Retribution&#8217; หรือ &#8216;การเอาคืน&#8217; และถูกมองว่าเป็นการ &#8216;แสดงพลัง&#8217; (show of force) อย่างชัดเจน การเลือกใช้สถานที่และธีมงานในลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรวบรวมพันธมิตรและตอกย้ำอิทธิพลของครอบครัวทรัมป์ ทั้งในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p>
<h3>นัยยะต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล</h3>
<p>การจัดงานในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังพยายามสร้างความสัมพันธ์และได้รับการยอมรับจากผู้มีอำนาจทางการเมือง การที่บุคคลระดับสูงในวงการคริปโตเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ของทรัมป์ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางความร่วมมือหรือการสนับสนุนเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากทรัมป์กลับมามีบทบาทสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับทิศทางของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สถานที่จัดงาน</td>
<td>Mar-a-Lago Florida resort</td>
<td>ระบุชื่อสถานที่ตรงตามที่ปรากฏในหัวข้อข่าวและเนื้อหาของแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้จัดงาน</td>
<td>World Liberty Financial</td>
<td>ระบุชื่อองค์กรผู้จัดงานตรงตามข้อมูลในเนื้อหาข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มผู้เข้าร่วมงาน</td>
<td>Bankers, celebrities and digital market tycoons</td>
<td>ยืนยันประเภทของผู้เข้าร่วมงานตรงกับที่แหล่งข่าวรายงานไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ลักษณะและธีมของงาน</td>
<td>‘Retribution’ และ a show of force</td>
<td>คำอธิบายลักษณะของงานสอดคล้องกับคำสำคัญที่แหล่งข่าวใช้ในหัวข้อข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japan-inflation-falls-below-boj-target-for-first-time-since-2022/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อญี่ปุ่นต่ำกว่าเป้า 2% ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 แตะ 1.5%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/kresus-labs-raises-13-million-from-hanwha-investment-and-securities/" target="_blank" rel="noopener">Kresus Labs ระดมทุน 13 ล้านดอลลาร์ สำเร็จ นำโดย Hanwha Investment &amp; Securities</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/big-oil-shifts-from-buybacks-to-drilling-investment/" target="_blank" rel="noopener">ยักษ์ใหญ่พลังงานเปลี่ยนเกม ทิ้ง Buyback หันกลับมาลงทุนขุดเจาะครั้งใหญ่</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> FTMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ ถูกโจมตีหนัก ทรัมป์ชี้สร้างภาระกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-escalates-assault-on-us-consumer-protection-agency/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 01:59:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-escalates-assault-on-us-consumer-protection-agency/</guid>

					<description><![CDATA[หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันหนักขึ้น หลังรายงานทำเนียบขาวประเมินว่ากฎระเบียบต่างๆ ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันหนักขึ้น หลังรายงานทำเนียบขาวประเมินว่ากฎระเบียบต่างๆ สร้างภาระให้ผู้บริโภคเป็นมูลค่าสูงกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐฯ</li>
<li>รายงานจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว (CEA) ประเมินว่ากฎระเบียบของหน่วยงานสร้างภาระให้ผู้บริโภคไปแล้วกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์</li>
<li>ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดกฎเกณฑ์ทางการเงินที่เข้มงวด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาและการตอบสนองจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคต่อรายงานและข้อกล่าวหาดังกล่าว</li>
<li>แนวโน้มการผลักดันให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎระเบียบบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคชาวอเมริกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>
<h2>ทำเนียบขาวเปิดข้อมูล ชี้กฎระเบียบสร้างภาระมหาศาล</h2>
<p>ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว (White House Council of Economic Advisers) ได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า กฎระเบียบที่ออกมาโดยหน่วยงานดังกล่าวได้สร้างภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภคเป็นมูลค่ามหาศาล</p>
<p>รายงานฉบับดังกล่าวประเมินตัวเลขความเสียหายไว้ที่มากกว่า 2.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.42 ล้านล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ฝ่ายบริหารใช้ในการโจมตีและสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบายลดทอนกฎระเบียบที่มองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<h2>ความพยายามลดกฎเกณฑ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</h2>
<p>การเปิดเผยรายงานครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการลดกฎระเบียบต่างๆ ในภาคการเงินและภาคธุรกิจมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่ากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปเป็นตัวฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจและเพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็นให้กับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค การโจมตีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคจึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนทิศทางนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าภาระต่อผู้บริโภค</td>
<td>มากกว่า 237,000 ล้านดอลลาร์</td>
<td>แหล่งข่าวระบุตัวเลขตามรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว บทความนำเสนอตัวเลขนี้ตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้จัดทำรายงาน</td>
<td>White House Council of Economic Advisers</td>
<td>ตรวจสอบชื่อหน่วยงานตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>$237bn</td>
<td>แปลงเป็นเงินบาทโดยใช้เรทจากข้อมูลที่ได้รับ (FX Snapshot) เพื่อเป็นข้อมูลบริบทเท่านั้น ตัวเลขจริงอาจผันผวน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ทรัมป์ยกระดับการโจมตีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค</td>
<td>สรุปประเด็นหลักตามที่แหล่งข่าวรายงาน โดยไม่เพิ่มความเห็นหรือข้อมูลนอกเหนือจากต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japan-exports-january-surge-3-year-high-china-demand/" target="_blank" rel="noopener">ส่งออกญี่ปุ่น ม.ค. พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี โตเกือบ 17% อานิสงส์ตลาดจีนหนุน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-financial-ai-patents-dominated-by-startups/" target="_blank" rel="noopener">สิทธิบัตร AI การเงินเกาหลีใต้คึกคัก สตาร์ทอัพครองส่วนแบ่งเกือบ 70%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hyatt-chairman-pritzker-steps-down-from-board-over-epstein-ties/" target="_blank" rel="noopener">ประธานกรรมการ Hyatt ประกาศไม่ลงสมัครบอร์ดบริหารต่อ หลังถูกโยงกรณีอื้อฉาว Epstein</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Financial Times</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ทรัมป์ ตั้งเป้าลดขาดดุลสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-3-3-3-economic-plan-aims-to-cut-us-deficit-to-3-percent-gdp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 01:59:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[GDP]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-3-3-3-economic-plan-aims-to-cut-us-deficit-to-3-percent-gdp/</guid>

					<description><![CDATA[แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ของทรัมป์ตั้งเป้าลดขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP ภายในสิ้นสุดวาระที่สอง ผ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ของทรัมป์ตั้งเป้าลดขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP ภายในสิ้นสุดวาระที่สอง ผ่านการคุมรายจ่าย ปฏิรูปกฎระเบียบ และรายได้จากภาษีศุลกากร</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เป้าหมายหลักคือการลดขาดดุลงบประมาณรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ให้เหลือเพียง 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)</li>
<li>ตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ที่แท้จริง (Real GDP) ไว้ที่ 3% ต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</li>
<li>มุ่งเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานในประเทศอีก 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2028 เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การบังคับใช้มาตรการควบคุมรายจ่ายภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่</li>
<li>ผลกระทบของนโยบายภาษีศุลกากร (Tariff) ที่อาจมีต่อรายได้ของรัฐและภาคการค้าระหว่างประเทศ</li>
<li>ความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจและการผลิตพลังงาน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลก</li>
</ul>
<h2>เปิดรายละเอียดแผนเศรษฐกิจ &#8216;3-3-3&#8217;</h2>
<p>รายงานระบุถึงแผนเศรษฐกิจสำคัญภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สองสมมติ ซึ่งถูกขนานนามว่าแผน &#8216;3-3-3&#8217; โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดการโครงสร้างเศรษฐกิจและงบประมาณของสหรัฐอเมริกา แผนดังกล่าวถูกนำเสนอโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยมีเป้าประสงค์หลัก 3 ประการที่เป็นที่มาของชื่อแผน</p>
<p>เป้าหมายทั้งสามประกอบด้วย การลดสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางให้เหลือเพียง 3% ของ GDP, การผลักดันให้เศรษฐกิจจริง (Real GDP) เติบโตในอัตรา 3% ต่อปี และการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานในประเทศขึ้นอีก 3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2028 ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการปฏิรูปทั้งด้านการคลัง เศรษฐกิจ และพลังงานไปพร้อมกัน</p>
<h3>กลไกขับเคลื่อนแผน: คุมรายจ่าย ปฏิรูปกฎ และภาษี</h3>
<p>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว แผน &#8216;3-3-3&#8217; จะอาศัยเครื่องมือเชิงนโยบายหลายด้านประกอบกัน ส่วนสำคัญคือการควบคุมการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน นอกจากนี้ แผนยังคาดหวังรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายภาษีศุลกากร (Tariff) เพื่อช่วยลดช่องว่างการขาดดุลอีกทางหนึ่ง</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>เป้าหมายหลักของแผน &#8216;3-3-3&#8217;</th>
<th>รายละเอียด</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การขาดดุลงบประมาณ</td>
<td>ลดลงเหลือ 3% ของ GDP</td>
</tr>
<tr>
<td>การเติบโตของ GDP</td>
<td>ขยายตัว 3% ต่อปี (Real GDP)</td>
</tr>
<tr>
<td>การผลิตพลังงาน</td>
<td>เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล/วัน (ภายในปี 2028)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เป้าหมายขาดดุลงบประมาณ</td>
<td>ลดลงเหลือ 3% ของ GDP</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขเป้าหมายตามที่ระบุในแผน &#8216;3-3-3&#8217; จากแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายการเติบโต GDP</td>
<td>เติบโต 3% (Real GDP)</td>
<td>ยืนยันตัวเลขเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายการผลิตพลังงาน</td>
<td>เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2028</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขและกรอบเวลาของเป้าหมายการผลิตพลังงาน พบว่าสอดคล้องกับข้อมูลในต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและตำแหน่ง</td>
<td>U.S. Treasury Secretary Scott Bessent</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่งตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bryan-johnson-launches-immortals-program-for-1-million-dollars/" target="_blank" rel="noopener">Bryan Johnson เปิดโปรแกรม Immortals เคล็ดลับอายุยืนในราคา 1 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-breaches-58000-first-time-post-election-rally/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Nikkei 225 ทะยานทะลุ 58,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/samsung-bioepis-reaches-settlement-to-launch-opuviz-in-us/" target="_blank" rel="noopener">Samsung Bioepis บรรลุข้อตกลง เตรียมส่งยา Opuviz บุกตลาดสหรัฐฯ ม.ค. ปีหน้า</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ เจรจาเขื่อนไนล์ เสนอตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอียิปต์-เอธิโอเปียอีกครั้ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-re-engages-nile-dam-dispute-mediation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 01:59:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อียิปต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอธิโอเปีย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-re-engages-nile-dam-dispute-mediation/</guid>

					<description><![CDATA[ทรัมป์ เจรจาเขื่อนไนล์ โดยเสนอตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปียอีกครั้ง หล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทรัมป์ เจรจาเขื่อนไนล์ โดยเสนอตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปียอีกครั้ง หลังจากความพยายามในสมัยแรกไม่ประสบผลสำเร็จ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอตัวเข้าไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับโครงการเขื่อนยักษ์บนแม่น้ำไนล์ของเอธิโอเปีย</li>
<li>ความพยายามครั้งก่อนในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีล้มเหลว หลังเอธิโอเปียปฏิเสธ โดยมองว่าทรัมป์เข้าข้างอียิปต์</li>
<li>ทรัมป์เคยแสดงความเห็นสอดคล้องกับอียิปต์ว่า เขื่อนดังกล่าวลดปริมาณน้ำในแม่น้ำไนล์อย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีตอบรับจากรัฐบาลอียิปต์และเอธิโอเปียต่อข้อเสนอครั้งใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์</li>
<li>แนวทางการเจรจาของทรัมป์ในครั้งนี้ว่าจะแตกต่างจากความพยายามในอดีตหรือไม่ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับทุกฝ่าย</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์หวนคืนสู่เวทีเจรจาข้อพิพาทลุ่มน้ำไนล์</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เสนอตัวกลับเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในข้อพิพาทที่ดำเนินมาอย่างยาวนานระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปีย เกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนแกรนด์เอธิโอเปียนเรเนสซองส์ (Grand Ethiopian Renaissance Dam) บนแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางน้ำของทั้งสองชาติ</p>
<h2>ความล้มเหลวในอดีตและมุมมองของเอธิโอเปีย</h2>
<p>แหล่งข่าวระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พยายามเข้ามาเป็นคนกลาง โดยในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก เขาเคยพยายามผลักดันข้อตกลงเกี่ยวกับเขื่อนดังกล่าว แต่ความพยายามครั้งนั้นถูกปฏิเสธโดยนายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาห์เหม็ด ของเอธิโอเปีย ซึ่งมีความรู้สึกว่าทรัมป์มีท่าทีเอนเอียงไปทางอียิปต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ</p>
<h3>จุดยืนของทรัมป์ที่สอดคล้องกับอียิปต์</h3>
<p>ท่าทีของเอธิโอเปียในอดีตมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อพิจารณาจากคำกล่าวของทรัมป์ที่เคยระบุว่า เขื่อนดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำไนล์ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นมุมมองที่สะท้อนความกังวลของฝ่ายอียิปต์โดยตรง การกลับมาเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่าเขาจะสามารถสร้างสมดุลและได้รับความไว้วางใจจากทั้งสองฝ่ายได้หรือไม่</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย</td>
<td>Donald Trump has offered to mediate a long-running dispute.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าทรัมป์ได้เสนอตัวเป็นคนกลางในข้อพิพาท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลที่การเจรจาครั้งก่อนล้มเหลว</td>
<td>Rebuffed by Ethiopia’s PM who felt he was siding with Egypt.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเอธิโอเปียปฏิเสธข้อเสนอเพราะรู้สึกว่าทรัมป์เข้าข้างอียิปต์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นของทรัมป์ต่อผลกระทบของเขื่อน</td>
<td>Claimed that the dam &#8216;substantially&#8217; lowers water volumes.</td>
<td>ยืนยันว่าทรัมป์เคยกล่าวว่าเขื่อนลดปริมาณน้ำอย่างมีนัยสำคัญตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและประเทศที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Trump, Egypt, Ethiopia, Prime Minister Abiy Ahmed.</td>
<td>ชื่อบุคคล ประเทศ และตำแหน่ง สอดคล้องตรงกันกับข้อมูลที่ปรากฏในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-promoter-shareholding-slips-below-50-percent-signaling-structural-shift/" target="_blank" rel="noopener">สัดส่วนผู้ถือหุ้นอินเดียพลิกครั้งสำคัญ! ผู้ก่อตั้งถือครองต่ำกว่า 50% สัญญาณเปลี่ยนโครงสร้าง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/high-yield-savings-accounts-defy-fed-rate-cuts/" target="_blank" rel="noopener">บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง สวนทาง Fed ลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ทำไมยังให้ผลตอบแทน 5%?</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/eastroc-beverage-ipo-debuts-flat-in-hong-kong/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Eastroc Beverage เปิดตัวทรงตัวในฮ่องกง ระดมทุน 4.1 หมื่นล้านบาท</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> OilPrice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นโยบาย Fed ส่อแววตึงเครียด? Kevin Warsh จ่อคุมบังเหียน-อาจขัดแย้งทรัมป์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 02:59:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดพันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</guid>

					<description><![CDATA[นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวทางของเขาที่ต้องการลดขนาดงบดุลอาจสร้างความขัดแย้งกับทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>การเสนอชื่อ Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบาย</li>
<li>Warsh มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนให้ Fed ลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) ซึ่งเป็นนโยบายการเงินแบบเข้มงวด</li>
<li>นักลงทุนมองว่าแนวทางนี้อาจขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นทันที</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการรับรองตำแหน่งประธาน Fed ในวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงวิสัยทัศน์ของ Warsh</li>
<li>ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อแนวนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เขาต้องการ</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความชัดเจนของนโยบายในอนาคต โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยและขนาดงบดุล</li>
</ul>
<h2>แนวทางของ Warsh และความเสี่ยงปะทะทรัมป์</h2>
<p>การเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ ได้สร้างความเคลื่อนไหวในแวดวงการเงินทันที จุดยืนที่น่าจับตาของ Warsh คือความต้องการที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นมาตรการที่สวนทางกับนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ใช้มานานหลายปี</p>
<p>นักลงทุนและนักวิเคราะห์มองว่า แนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมักจะแสดงความต้องการให้ Fed คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นของ Warsh จึงอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของฝ่ายบริหาร</p>
<h2>ปฏิกิริยาตลาดการเงินต่อว่าที่ประธาน Fed คนใหม่</h2>
<p>ภายหลังข่าวการเสนอชื่อของ Warsh แพร่สะพัดออกไป ตลาดการเงินได้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตราสารหนี้ แหล่งข่าวระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว (Long-term yields) ได้ปรับตัวสูงขึ้นทันที</p>
<p>การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคาดการณ์ว่ายุคของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายกำลังจะสิ้นสุดลงหาก Warsh ได้รับการแต่งตั้งจริง การลดขนาดงบดุลของ Fed จะหมายถึงการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวสูงขึ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเสนอชื่อบุคคล</td>
<td>President nominated former governor [Kevin Warsh] to lead US central bank.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนถึงการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นผู้ที่จะมานำธนาคารกลางสหรัฐ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดยืนด้านนโยบาย</td>
<td>Warsh’s desire to shrink Fed’s balance sheet.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงความต้องการของ Warsh ที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed ซึ่งเป็นนโยบายหลัก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น</td>
<td>&#8230;sets up clash with Trump, say investors.</td>
<td>นักลงทุนเป็นผู้ประเมินว่าแนวทางของ Warsh มีโอกาสที่จะขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>Long-term yields ticked up.</td>
<td>แหล่งข่าวรายงานว่าผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-junk-calls-pandemic-disrupts-daily-life/" target="_blank" rel="noopener">สายเรียกเข้าขยะ ระบาดหนักในฮ่องกง กระหน่ำโทรวันละ 12 ครั้งกระทบชีวิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tether-2025-earnings-surpass-10-billion-usd-massive-gold-treasury-holdings/" target="_blank" rel="noopener">ผลประกอบการ Tether ปี 2025 กำไรทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือครองทองคำ-พันธบัตรสหรัฐฯ มหาศาล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/investment-view-sandip-sabharwal-recommends-selective-defence-stocks-itc-value/" target="_blank" rel="noopener">มุมมองลงทุน Sandip Sabharwal แนะเลือกเฟ้นหุ้นกลาโหม ชี้ ITC น่าสนใจ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> FTMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกาหลีใต้ลงทุนสหรัฐฯ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เร่งผ่านกฎหมายหลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/south-korea-rushes-us-investment-bill-after-trump-tariff-threat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 05:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/south-korea-rushes-us-investment-bill-after-trump-tariff-threat/</guid>

					<description><![CDATA[เกาหลีใต้ลงทุนสหรัฐฯ มูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยกำลังเร่งผลักดันร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุนเพื่อการลง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เกาหลีใต้ลงทุนสหรัฐฯ มูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยกำลังเร่งผลักดันร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุนเพื่อการลงทุน หลังเผชิญแรงกดดันจากคำขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เกาหลีใต้กำลังเร่งรัดกระบวนการผ่านร่างกฎหมายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา</li>
<li>ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการคำมั่นสัญญาลงทุนมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีศุลกากร</li>
<li>จะมีการจัดตั้งบรรษัทการลงทุนและกองทุนที่ดำเนินการโดยรัฐเพื่อดูแลโครงการนี้โดยเฉพาะ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความคืบหน้าในการพิจารณาและอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้โดยรัฐสภาเกาหลีใต้</li>
<li>ปฏิกิริยาและท่าทีด้านนโยบายการค้าจากฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้</li>
<li>ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป</li>
</ul>
<h2>เกาหลีใต้เร่งเครื่องผ่านกฎหมายลงทุนครั้งประวัติศาสตร์</h2>
<p>รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อผลักดันร่างกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่งให้ผ่านสภาโดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดตั้งโครงสร้างรองรับแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา การเร่งรัดครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น</p>
<p>สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการจัดตั้ง &#8216;บรรษัทการลงทุน&#8217; และ &#8216;กองทุน&#8217; ที่จะบริหารจัดการโดยรัฐบาลกรุงโซลโดยตรง เพื่อทำหน้าที่ดูแลและบริหารเงินลงทุนตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับรัฐบาลวอชิงตันอย่างเป็นระบบ</p>
<h2>อัดฉีดเงิน 3.5 แสนล้านดอลลาร์ หวังลดแรงเสียดทานการค้า</h2>
<p>แผนการลงทุนดังกล่าวมีมูลค่ามหาศาลถึง 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.90 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาด้านการลงทุนระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ การจัดตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการดำเนินโครงการนี้</p>
<p>นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นความพยายามเชิงรุกของเกาหลีใต้ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีและลดความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรและคู่ค้าที่สำคัญ หลังจากมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่ที่จะใช้มาตรการกำแพงภาษีที่สูงขึ้นกับสินค้าจากเกาหลีใต้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าการลงทุนที่วางแผนไว้</td>
<td>$350 billion investment pledge</td>
<td>ตัวเลข 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตรงตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>$350 billion</td>
<td>แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับ (ประมาณ 10.90 ล้านล้านบาท) เพื่อเป็นข้อมูลบริบทสำหรับผู้อ่านชาวไทย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการเร่งรัดกฎหมาย</td>
<td>After Trump threatens higher tariffs</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าการเร่งรัดเกิดขึ้นหลังจากการขู่ขึ้นภาษีจากทรัมป์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่</td>
<td>state-run investment corporation and fund</td>
<td>ข้อมูลการจัดตั้งบรรษัทและกองทุนโดยรัฐ ตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/pr-one-signs-exclusive-partnership-with-proi-worldwide-in-korea/" target="_blank" rel="noopener">PR ONE จับมือ PROI Worldwide รุกตลาดโลก เสริมแกร่งธุรกิจสื่อสารครบวงจร</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-shanghai-partner-to-build-gold-hub/" target="_blank" rel="noopener">ศูนย์กลางทองคำแห่งใหม่? ฮ่องกงผนึกเซี่ยงไฮ้รุกตลาดทองคำข้ามพรมแดน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-health-insurer-shares-fall-on-medicare-payment-proposal/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นประกันสุขภาพสหรัฐร่วงหนักกว่า 10% หลังแผนปฏิรูป Medicare ฉุดความเชื่อมั่น</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกนโยบายพลังงานสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-slashes-clean-energy-loans-bets-on-gas-and-nuclear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 00:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-slashes-clean-energy-loans-bets-on-gas-and-nuclear/</guid>

					<description><![CDATA[ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดครั้งใหญ่ ปรับโครงสร้าง-ยกเลิกวงเงินกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดครั้งใหญ่ ปรับโครงสร้าง-ยกเลิกวงเงินกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อนุมัติในยุคไบเดน พร้อมเปลี่ยนทิศทางนโยบายหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>ยกเลิกวงเงินมหาศาล:</strong> รัฐบาลทรัมป์สั่งปรับโครงสร้างหรือยกเลิกเงินกู้และเงินทุนสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดมูลค่ากว่า 83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.59 ล้านล้านบาท)</li>
<li><strong>เปลี่ยนทิศทางนโยบาย:</strong> สหรัฐฯ หันไปให้การสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล (ก๊าซธรรมชาติ) และพลังงานนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้วาระ &#8216;Energy Dominance&#8217;</li>
<li><strong>ปรับเปลี่ยนหน่วยงาน:</strong> กระทรวงพลังงานได้เปลี่ยนชื่อสำนักงานโครงการเงินกู้ (LPO) เป็นสำนักงานการเงินเพื่อความโดดเด่นทางพลังงาน (EDF) เพื่อสะท้อนนโยบายใหม่</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อโครงการพลังงานสะอาดที่ถูกยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเงินทุน และความต่อเนื่องของโครงการเหล่านั้น</li>
<li>ปฏิกิริยาจากภาคอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและนักลงทุนต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญนี้</li>
<li>ทิศทางการจัดสรรงบประมาณใหม่ของสำนักงาน EDF ว่าจะมุ่งเน้นไปที่โครงการประเภทใดเป็นพิเศษ</li>
</ul>
<h2>การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานครั้งสำคัญของสหรัฐฯ</h2>
<p>รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานครั้งใหญ่ โดยหันหลังให้กับโครงการพลังงานสะอาดที่ได้รับการสนับสนุนในยุคของประธานาธิบดีไบเดน และมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์แทน การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของวาระด้านพลังงานที่เรียกว่า &#8216;Energy Dominance&#8217; ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความโดดเด่นด้านพลังงานให้กับประเทศ</p>
<h2>มูลค่าผลกระทบกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์</h2>
<p>กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (Department of Energy) เปิดเผยว่าได้มีการปรับโครงสร้าง ทบทวน หรือยกเลิกเงินกู้และภาระผูกพันด้านเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานสะอาดเป็นมูลค่ารวมกว่า 83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.59 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนทิศทางนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง</p>
<h2>ปรับโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนวาระใหม่</h2>
<p>เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว รัฐบาลได้ทำการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยสำนักงานโครงการเงินกู้ (Loan Programs Office &#8211; LPO) ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานการเงินเพื่อความโดดเด่นทางพลังงาน (Office of Energy Dominance Financing &#8211; EDF) การเปลี่ยนชื่อนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับโครงสร้างภายใน แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางใหม่ที่ชัดเจนในการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนโครงการด้านพลังงานของประเทศในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าเงินทุนที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>มากกว่า 83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</td>
<td>ตัวเลขถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินบาท</td>
<td>$83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</td>
<td>แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับ (USD~31.165) และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อแสดงบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน</td>
<td>LPO (Loan Programs Office) เปลี่ยนเป็น EDF (Office of Energy Dominance Financing)</td>
<td>ตรวจสอบชื่อเต็มและตัวย่อของหน่วยงานทั้งเก่าและใหม่จากแหล่งข่าวแล้ว พบว่าถูกต้องตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ทิศทางนโยบายใหม่</td>
<td>เปลี่ยนจากการสนับสนุนพลังงานสะอาดไปสู่เชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์</td>
<td>เนื้อหาต้นทางระบุชัดเจนถึงการเปลี่ยนนโยบายเพื่อสนับสนุนก๊าซและนิวเคลียร์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-market-sees-strong-demand-as-new-launches-sell-out/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดอสังหาฯ ฮ่องกงกลับมาคึกคัก โครงการใหม่กวาดยอดขายเกลี้ยง สะท้อนดีมานด์ฟื้นตัว</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ashish-kacholia-q3-portfolio-reshuffle-adds-two-new-stocks/" target="_blank" rel="noopener">พอร์ต Ashish Kacholia ปรับทัพ Q3 เพิ่ม 2 หุ้นใหม่ จับตากลยุทธ์นักลงทุนอินเดีย</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-clarifies-coupang-probe-is-not-a-trade-issue-with-us/" target="_blank" rel="noopener">Coupang ถูกสอบสวน รัฐมนตรีเกาหลีใต้แจงสหรัฐฯ ไม่ใช่ข้อพิพาทการค้า</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> OilPrice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ถอนคำเชิญแคนาดา ร่วม &#8216;Board of Peace&#8217; สะท้อนรอยร้าวที่กว้างขึ้น</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-withdraws-board-of-peace-invitation-to-canada/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 05:58:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การทูตระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-withdraws-board-of-peace-invitation-to-canada/</guid>

					<description><![CDATA[ทรัมป์ถอนคำเชิญแคนาดา เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพชุดใหม่ หรือ &#8216;Board of Peace&#8217; ตอกย้ำควา...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทรัมป์ถอนคำเชิญแคนาดา เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพชุดใหม่ หรือ &#8216;Board of Peace&#8217; ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด หลังคาร์นีย์ออกมาเตือนเรื่องการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ทรัมป์ยกเลิกคำเชิญแคนาดาเข้าร่วม &#8216;Board of Peace&#8217; อย่างเป็นทางการ</li>
<li>การตัดสินใจเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่นายคาร์นีย์ออกมาเตือนเรื่องการบีบบังคับทางเศรษฐกิจโดยชาติมหาอำนาจ</li>
<li>เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณล่าสุดของความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาตอบกลับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลแคนาดาต่อการตัดสินใจดังกล่าว</li>
<li>ผลกระทบต่อความร่วมมือทวิภาคีในประเด็นอื่นๆ ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน</li>
<li>ความคืบหน้าของคณะกรรมการ &#8216;Board of Peace&#8217; ว่าจะมีประเทศใดเข้าร่วมบ้าง</li>
</ul>
<h2>เบื้องหลังการตัดสินใจ: คำเตือนของคาร์นีย์จุดชนวน</h2>
<p>ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายมาร์ค คาร์นีย์ บุคคลสำคัญทางการเงิน ได้ออกมาแสดงความเห็นเตือนถึงอันตรายของ &#8216;การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ&#8217; (economic coercion) ที่กระทำโดยชาติมหาอำนาจ แม้ในรายงานจะไม่ได้ระบุว่าคำพูดของคาร์นีย์พาดพิงถึงสหรัฐฯ โดยตรง แต่ช่วงเวลาของการแสดงความเห็นและการตัดสินใจของทรัมป์ก็เกิดขึ้นใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<h2>รอยร้าวที่กว้างขึ้นในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-แคนาดา</h2>
<p>การถอนคำเชิญครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นทางการทูต แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนและตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา แหล่งข่าวระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ &#8216;รอยร้าวที่กว้างขึ้น&#8217; (widening rift) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงในอนาคต สำหรับคณะกรรมการ &#8216;Board of Peace&#8217; นั้น เป็นองค์กรใหม่ที่ริเริ่มโดยทรัมป์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และโครงสร้างที่ชัดเจนนัก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การถอนคำเชิญ</td>
<td>Trump has withdrawn the invitation to Canada.</td>
<td>ยืนยันตรงตามเนื้อหาว่ามีการถอนคำเชิญจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อคณะกรรมการ</td>
<td>&#8216;Board of Peace&#8217;</td>
<td>ชื่อเฉพาะ &#8216;Board of Peace&#8217; ถูกคัดลอกตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลเบื้องหลัง</td>
<td>Occurred days after Carney warned against economic coercion.</td>
<td>เนื้อหาระบุความเชื่อมโยงเชิงเวลา ว่าเหตุการณ์เกิด &#8216;days after&#8217; คำพูดของคาร์นีย์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Trump, Carney, Canada</td>
<td>ชื่อบุคคลและประเทศที่ปรากฏในข่าว ถูกระบุตรงตามต้นทางทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/traceable-gold-smo-targets-jewellery-market-with-net-zero-mine-deal/" target="_blank" rel="noopener">ทองคำตรวจสอบย้อนกลับได้ SMO บุกตลาดจิวเวลรี่ ชูจุดขายจากเหมือง Net Zero</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tiktok-sets-up-us-unit-but-bytedance-retains-core-business/" target="_blank" rel="noopener">TikTok ตั้งบริษัทในสหรัฐ ตามดีลยุคทรัมป์ แต่ธุรกิจหลักยังอยู่กับ ByteDance</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/south-korea-shipbuilding-industry-gets-400-billion-won-financial-support/" target="_blank" rel="noopener">อุตสาหกรรมต่อเรือเกาหลีใต้ รับเงินอัดฉีด 4 แสนล้านวอน เสริมแกร่งส่งออก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCWorld</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทรัมป์ชงไอเดียสุดโต่ง สั่งแบงก์คุมเพดาน 10%</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-interest-rates/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-cap-on-credit-card-interest-rates/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวคิดให้ธนาคารจำกัดเพดานดอกเบี้ยไว้ที...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวคิดให้ธนาคารจำกัดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 10% ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วจากผู้บริหารในอุตสาหกรรม</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 10%</li>
<li>ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธอย่างกว้างขวางจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ทันที</li>
<li>แนวคิดนี้จุดประกายการถกเถียงถึงบทบาทการกำกับดูแลสถาบันการเงินและภาระหนี้ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาจากฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอเชิงนโยบายนี้</li>
<li>การเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในการชี้แจงผลกระทบหากมีการนำนโยบายดังกล่าวมาบังคับใช้จริง</li>
<li>ผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตและสถาบันการเงิน หากประเด็นนี้กลายเป็นนโยบายหาเสียงสำคัญ</li>
</ul>
<h2>ข้อเสนอ &#8216;เพดาน 10%&#8217; เขย่าวงการธนาคาร</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเสนอแนวคิดให้มีการจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ กำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ 10% ต่อปี ข้อเสนอนี้ถือเป็นการแทรกแซงกลไกตลาดการเงินโดยตรง และมีเป้าหมายเพื่อลดภาระให้กับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงในปัจจุบัน</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่อาจถูกนำมาใช้หาเสียงทางการเมือง เพื่อดึงดูดคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติและผลกระทบในระยะยาวต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน</p>
<h2>เสียงค้านจากภาคธนาคารและล็อบบี้ยิสต์</h2>
<p>ทันทีที่ข้อเสนอนี้ถูกเปิดเผยออกมา ก็ได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากภาคอุตสาหกรรมธนาคาร แหล่งข่าวระบุว่าผู้บริหารระดับสูงและกลุ่มตัวแทนล็อบบี้ยิสต์ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ในระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าการกำหนดเพดานดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง</p>
<p>กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่า การจำกัดเพดานดอกเบี้ยอาจบีบให้ธนาคารต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติบัตรเครดิต ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดี เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>ระบุตัวเลข 10% ตรงตามที่แหล่งข่าว Cnbc รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>ยืนยันชื่อ &#8216;Trump&#8217; เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ตามเนื้อหาข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาภาคธนาคาร</td>
<td>ถูกปฏิเสธอย่างกว้างขวาง (roundly rejected) โดยผู้บริหารและล็อบบี้ยิสต์</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าแนวคิดนี้ถูกปฏิเสธจากกลุ่มอุตสาหกรรม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>มีการอ้างอิงชื่อ Hassett ในหัวข้อข่าว</td>
<td>เนื้อหาข่าวที่ให้มาไม่ได้อธิบายบทบาทหรือการกระทำของ Hassett ทำให้ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-registered-companies-reach-record-1-56-million-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง ทะลุ 1.55 ล้านราย ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-market-volatility-warning-family-support-pledge/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดทุนฮ่องกงเสี่ยงผันผวนหนัก รมว.คลังเตือนระวัง-เล็งอุ้มคนมีลูก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/eu-financial-regulators-urged-to-adopt-uk-growth-model/" target="_blank" rel="noopener">กฎระเบียบการเงิน EU ส่อแววเปลี่ยน? กลุ่มทุนใหญ่จี้ลอกโมเดลอังกฤษหนุนโต</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วง 3% หลังทรัมป์ลดท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-plunge-3-percent-as-trump-downplays-iran-war-prospects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 02:59:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Brent]]></category>
		<category><![CDATA[WTI]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-plunge-3-percent-as-trump-downplays-iran-war-prospects/</guid>

					<description><![CDATA[ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวลดลงแรงประมาณ 3% ในช่วงเช้าวันนี้ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญา...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวลดลงแรงประมาณ 3% ในช่วงเช้าวันนี้ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณลดความตึงเครียดกับอิหร่าน ทำให้นักลงทุนคลายกังวล</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วงลงอย่างรุนแรงประมาณ 3% ในช่วงเปิดตลาดเอเชีย ณ เวลา 09:58 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 (เวลาไทย)</li>
<li>สาเหตุหลักมาจากคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดูเหมือนจะลดโอกาสการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านในอนาคตอันใกล้</li>
<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลงมาอยู่ที่ 60.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent อยู่ที่ 64.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความผันผวนของราคาน้ำมันที่ยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน</li>
<li>การตอบสนองของตลาดต่อสัญญาณทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง</li>
<li>ท่าทีของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (OPEC) ต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรวดเร็ว</li>
</ul>
<h2>ราคาน้ำมันโลกร่วงแรง คลายกังวลสงคราม</h2>
<p>ตลาดน้ำมันทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเช้าของการซื้อขายในตลาดเอเชีย โดยสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ดิ่งลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.86 ดอลลาร์</span></span> หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-3.00%</span></span> มาอยู่ที่ระดับ 60.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ประมาณ 1,890 บาท) ข้อมูล ณ เวลา 09:58 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ในขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงระหว่างประเทศ ก็ปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.95 ดอลลาร์</span></span> หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-2.93%</span></span> มาอยู่ที่ 64.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,030 บาท)</p>
<h3>ท่าทีของ &#8216;ทรัมป์&#8217; คือปัจจัยหลัก</h3>
<p>การปรับตัวลดลงของราคาครั้งนี้มีสาเหตุโดยตรงมาจากความคิดเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจไม่เลือกใช้การตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่านในทันที ท่าทีดังกล่าวช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลงอย่างมาก ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงักหากเกิดสงครามขึ้น</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการกลับทิศทางอย่างสิ้นเชิงจากช่วงต้นสัปดาห์ ที่ราคาน้ำมันเคยพุ่งสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การลดลงของราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานยังคงอ่อนไหวต่อข่าวสารและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>สัญญาซื้อขายล่วงหน้า</th>
<th>ราคาล่าสุด (USD/บาร์เรล)</th>
<th>การเปลี่ยนแปลง</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>WTI Crude</td>
<td>60.16</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-3.00%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>Brent Crude</td>
<td>64.57</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-2.93%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขราคาน้ำมันและเวลา</td>
<td>WTI ลดลง 3.00% สู่ $60.16, Brent ลดลง 2.93% สู่ $64.57</td>
<td>ตัวเลขและเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงตรงกับข้อมูลในแหล่งข่าวต้นทาง ณ เวลาที่ระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินดอลลาร์เป็นบาท</td>
<td>ราคาอยู่ที่ $60.16 และ $64.57</td>
<td>แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้เรทจาก FX_SNAPSHOT_24H ที่ได้รับ และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อเป็นข้อมูลบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่ถูกอ้างอิง</td>
<td>U.S. President Donald Trump</td>
<td>ชื่อและตำแหน่งตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นฉบับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุที่ราคาน้ำมันลดลง</td>
<td>คำแถลงของทรัมป์ที่ลดความตึงเครียดกับอิหร่าน</td>
<td>สรุปใจความสำคัญของเหตุการณ์ตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกเหนือจากต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/toyota-motor-raises-buyout-offer-for-toyota-industries-to-over-35-billion/" target="_blank" rel="noopener">Toyota Motor ซื้อกิจการ Toyota Industries ทุ่มงบเพิ่มกว่า 1.1 ล้านล้านบาท</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-threatens-credit-card-rate-caps-wall-street-reacts/" target="_blank" rel="noopener">คุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต สไตล์ทรัมป์ สะเทือน Wall Street? แบงก์ใหญ่ยังรอดูท่าที</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-inflation-shows-mixed-signals-as-fed-faces-fiscal-dominance-challenge/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อสหรัฐ สัญญาณดีแค่ครึ่งเดียว Fed เจอศึกสองด้านสู้เงินเฟ้อบริการ-แรงกดดันการคลัง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต สไตล์ทรัมป์ สะเทือน Wall Street? แบงก์ใหญ่ยังรอดูท่าที</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-threatens-credit-card-rate-caps-wall-street-reacts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 00:59:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคารสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-threatens-credit-card-rate-caps-wall-street-reacts/</guid>

					<description><![CDATA[นโยบายคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตของโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกระเพื่อมใน Wall Street แต่ล่าสุดกลุ่มธนาคารแล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นโยบายคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตของโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกระเพื่อมใน Wall Street แต่ล่าสุดกลุ่มธนาคารและล็อบบี้ยิสต์ยังไม่ได้รับแนวทางที่เป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณต้องการให้มีการควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของสถาบันการเงิน</li>
<li>ผ่านไป 5 วันหลังการประกาศ กลุ่มธนาคารและล็อบบี้ยิสต์ใน Wall Street ยืนยันว่ายังไม่ได้รับแนวทางนโยบายที่เป็นทางการ</li>
<li>ภาคธนาคารกำลังประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความพยายามในการออกมาตรการควบคุมดังกล่าว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การออกแถลงการณ์หรือเอกสารนโยบายอย่างเป็นทางการจากทีมงานของทรัมป์ เพื่อระบุรายละเอียดของมาตรการควบคุมดอกเบี้ย</li>
<li>ท่าทีและการเคลื่อนไหวของสมาคมธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ในการเจรจาหรือคัดค้านนโยบายนี้</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับหุ้นกลุ่มการเงินและธนาคาร หากนโยบายมีความชัดเจนมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>Wall Street เผชิญความไม่แน่นอนหลังทรัมป์ส่งสัญญาณคุมดอกเบี้ย</h2>
<p>กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินใน Wall Street กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหม่ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งถือเป็นนโยบายที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างรายได้หลักของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ การควบคุมราคาในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในระบบเศรษฐกิจเสรีของสหรัฐฯ และสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและผู้บริหารสถาบันการเงิน</p>
<h3>ยังไร้แนวทางที่ชัดเจน</h3>
<p>ตามรายงานของ CNBC หลังจากที่ทรัมป์แสดงความต้องการดังกล่าวออกมาเป็นเวลา 5 วัน กลุ่มนายธนาคารและตัวแทนล็อบบี้ยิสต์ได้ให้ข้อมูลว่า พวกเขายังไม่ได้รับคำแนะนำหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการใดๆ เกี่ยวกับนโยบายนี้เลย สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนและทำให้ภาคการเงินต้องจับตารอความชัดเจนอย่างใกล้ชิด</p>
<h3>ภาคธนาคารเตรียมตั้งรับ</h3>
<p>แม้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน แต่แหล่งข่าวระบุว่าสถาบันการเงินต่างๆ ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังประเมินถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งเตรียมกลยุทธ์เพื่อรับมือและปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมหากมีการผลักดันนโยบายควบคุมเพดานดอกเบี้ยออกมาเป็นรูปธรรม การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างแนวคิดเชิงประชานิยมทางการเมืองกับหลักการของภาคธุรกิจการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเรียกร้องด้านนโยบาย</td>
<td>ทรัมป์ต้องการให้มีการควบคุมเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต</td>
<td>เนื้อหาระบุถึงข้อเรียกร้องของทรัมป์ตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สถานะของนโยบาย</td>
<td>ผ่านไป 5 วัน ยังไม่มีแนวทางที่เป็นทางการหรือลายลักษณ์อักษร</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่มีการออกนโยบายอย่างเป็นทางการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ให้ข้อมูล</td>
<td>นายธนาคารและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ให้ข้อมูลกับ CNBC</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าแหล่งข่าวอ้างอิงข้อมูลจากบุคคลในแวดวงการเงิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์, ธนาคารใน Wall Street</td>
<td>ระบุชื่อบุคคลและกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องตามเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-inflation-shows-mixed-signals-as-fed-faces-fiscal-dominance-challenge/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อสหรัฐ สัญญาณดีแค่ครึ่งเดียว Fed เจอศึกสองด้านสู้เงินเฟ้อบริการ-แรงกดดันการคลัง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/" target="_blank" rel="noopener">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBC</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 06:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[วอลล์สตรีท]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</guid>

					<description><![CDATA[วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed และธุรกิจบัตรเครดิต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้บริหารวอลล์สตรีทส่งสัญญาณเตือนโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงผลกระทบเชิงลบหากใช้อำนาจประธานาธิบดีแทรกแซง 2 ประเด็นสำคัญ</li>
<li>ประเด็นแรกคือความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมเงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพ</li>
<li>ประเด็นที่สองคือการโจมตีอุตสาหกรรมบัตรเครดิต โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจกระทบผลกำไรของสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อคำเตือนเหล่านี้ และการประกาศนโยบายเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น หากทรัมป์มีคะแนนนิยมนำในการเลือกตั้ง</li>
</ul>
<h2>วอลล์สตรีทหวั่นนโยบายแทรกแซง ทำลายเสถียรภาพเศรษฐกิจ</h2>
<p>กลุ่มผู้บริหารในวอลล์สตรีทได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อแนวทางนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยคำเตือนมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ คือการคุกคามความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการโจมตีรูปแบบธุรกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</p>
<h3>ทำไมความเป็นอิสระของ Fed จึงสำคัญ?</h3>
<p>ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเสาหลักของนโยบายการเงินสมัยใหม่ การที่ Fed สามารถตัดสินใจขึ้นหรือลงอัตราดอกเบี้ยโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อและรักษาความเชื่อมั่นของตลาด นักลงทุนและผู้บริหารภาคการเงินกังวลว่า หากทรัมป์พยายามกดดันหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Fed อาจนำไปสู่ความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน และบั่นทอนความสามารถในการควบคุมเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<h3>เป้าโจมตีที่สอง: อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</h3>
<p>นอกเหนือจากประเด็นของ Fed แล้ว ทรัมป์ยังเคยแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์ค่าธรรมเนียมที่บริษัทบัตรเครดิตเรียกเก็บ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงิน วอลล์สตรีทกังวลว่าทรัมป์อาจใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อบังคับให้มีการลดค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของสถาบันการเงินจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการชำระเงินในที่สุด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ผู้บริหารวอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ให้หยุดโจมตี Fed และอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>สรุปประเด็นหลักจากหัวข้อข่าวตรงตามที่ระบุ โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อ Fed</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจโจมตีความเป็นอิสระของ Fed</td>
<td>เนื้อหาข่าวสะท้อนความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายการเงิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อธุรกิจบัตรเครดิต</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจตั้งเป้าไปที่อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>เนื้อหาข่าวกล่าวถึงความเสี่ยงต่อธุรกิจบัตรเครดิตตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์, วอลล์สตรีท, Fed</td>
<td>ตรวจสอบการใช้ชื่อบุคคลและองค์กรให้สอดคล้องกับที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-recovery-2026-mainland-china-investment/" target="_blank" rel="noopener">อสังหาฯ ฮ่องกง จ่อฟื้นตัวปี 2026 คาดเงินทุนจีนหนุนดีลโต 10%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-trade-surplus-hits-record-1-2-trillion-december-exports-beat-estimates/" target="_blank" rel="noopener">ยอดเกินดุลการค้าจีน ทุบสถิติสูงสุด 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งออกธ.ค. โตแรงเกินคาด</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์ที่วงการธนาคารชี้ว่า &#8216;เสี่ยงร้ายแรง&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</guid>

					<description><![CDATA[เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจทำลายผลกำไรและกระทบผู้มีเครดิตน้อย</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>คนในวงการธนาคารมองว่านโยบายนี้มีความเสี่ยงร้ายแรง อาจทำให้ธุรกิจบัตรเครดิตส่วนใหญ่ขาดทุน</li>
<li>กลุ่มผู้บริโภคที่มีคะแนนเครดิตไม่สูง (subprime) จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อาจเข้าไม่ถึงสินเชื่อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li><strong>เส้นทางทางกฎหมาย:</strong> ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ แนวทางในการผลักดันให้เป็นกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน และคาดว่าจะเผชิญแรงต้านจากภาคการเงินอย่างหนัก</li>
<li><strong>ผลกระทบต่อผู้บริโภค:</strong> ต้องติดตามว่าหากนโยบายนี้ถูกผลักดันจริง จะส่งผลต่อเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือมีประวัติเครดิตไม่ดีอย่างไร</li>
</ul>
<h2>วงการธนาคารหวั่น &#8216;หายนะ&#8217; หากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต</h2>
<p>แหล่งข่าวจากวงการธนาคารในสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อเสนอของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบที่ &#8216;ร้ายแรง&#8217; ต่ออุตสาหกรรม และมีเส้นทางสู่การปฏิบัติจริงที่ไม่ชัดเจน</p>
<p>ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การจำกัดอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับดังกล่าวจะทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีหรือไม่แข็งแรงพอ (less-than-ideal credit) กลายเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรได้สำหรับสถาบันการเงิน เนื่องจากไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดหนี้เสีย</p>
<h2>ใครคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง?</h2>
<p>แม้ว่าข้อเสนอนี้อาจดูเหมือนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในภาพรวม แต่ผลกระทบที่แท้จริงอาจตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางการเงินมากที่สุด ธนาคารอาจจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไป</p>
<p>ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นคือ:</p>
<ul>
<li>ผู้ที่มีคะแนนเครดิตต่ำอาจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบัตรเครดิตได้เลย</li>
<li>วงเงินอนุมัติอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับลูกค้าหลายกลุ่ม</li>
<li>ธนาคารอาจหันไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทอื่นมาชดเชยส่วนต่างของดอกเบี้ยที่หายไป</li>
</ul>
<p>ดังนั้น นโยบายที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้บริโภคอาจกลายเป็นการตัดโอกาสทางการเงินของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดแทน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอจำกัดเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>เนื้อหาระบุตัวเลข 10% อย่างชัดเจนตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเป็นข้อเสนอของทรัมป์ สอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหมด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นจากวงการธนาคาร</td>
<td>มีความเสี่ยงร้ายแรง (devastating risks) และทำให้ธุรกิจไม่สามารถทำกำไรได้ (unprofitable)</td>
<td>เป็นการสรุปความเห็นจากคนในวงการธนาคารตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงตัวเลข</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>ลูกค้าที่มีเครดิตไม่ดี (customers with less-than-ideal credit)</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุถึงกลุ่มนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/" target="_blank" rel="noopener">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 15:59:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดกำหนดเพดานดอกเบี้ยส...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดกำหนดเพดานดอกเบี้ยสูงสุด ซึ่งอาจกระทบโดยตรงต่อแหล่งรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภคชาวอเมริกัน</li>
<li>หากนโยบายนี้ถูกบังคับใช้จริง จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลกำไรของกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความเป็นไปได้ในการผลักดันข้อเสนอนี้ให้กลายเป็นกฎหมาย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา</li>
<li>ปฏิกิริยาจากภาคธนาคาร สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำกับดูแลต่อข้อเสนอดังกล่าว</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิต หากธนาคารมีรายได้ลดลง</li>
</ul>
<h2>เจาะลึกข้อเสนอ &#8216;เพดานดอกเบี้ย 10%&#8217;</h2>
<p>แนวคิดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ไม่เกิน 10% ต่อปี ถือเป็นนโยบายที่มุ่งเป้าไปยังการช่วยเหลือผู้บริโภคโดยตรง ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างนโยบายเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับโมเดลธุรกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</p>
<h2>&#8216;อัญมณีล้ำค่า&#8217; ของธนาคารกำลังสั่นคลอน</h2>
<p>รายได้จากดอกเบี้ยบัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งใน &#8216;อัญมณีล้ำค่า&#8217; หรือแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่ง การกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ระดับ 10% จะบีบส่วนต่างรายได้ของธนาคารให้แคบลงอย่างมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การปรับลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งการเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อชดเชยความเสี่ยงและรายได้ที่หายไป นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการเงินอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหากแนวคิดนี้ถูกนำไปปฏิบัติจริง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต</td>
<td>&#8216;10% credit-card cap&#8217;</td>
<td>ตรวจสอบพบข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจนในหัวข้อข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>&#8216;Trump&#8217;</td>
<td>ชื่อ &#8216;Trump&#8217; ถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>&#8216;aims at banks’ crown jewels&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุว่าเป้าหมายคือรายได้หลักของธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงิน</td>
<td>ไม่มีข้อมูลตัวเลขทางการเงิน</td>
<td>ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่มีจำนวนเงินในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/what-is-household-debt-risk-levels-impact-on-people/" target="_blank" rel="noopener">หนี้ครัวเรือนคืออะไร? ระดับไหนเริ่มเสี่ยง และกระทบคนทั่วไปอย่างไร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> YahooFinance</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตร 2 แสนล้านดอลลาร์ ดันดอกเบี้ยบ้านสหรัฐฯ ต่ำสุดรอบ 3 ปี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-orders-fannie-mae-freddie-mac-to-buy-200-billion-mortgage-bonds/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 00:58:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-orders-fannie-mae-freddie-mac-to-buy-200-billion-mortgage-bonds/</guid>

					<description><![CDATA[ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ผ่าน Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทรัมป์สั่งซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ผ่าน Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยบ้านในสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย สั่งการให้ Fannie Mae และ Freddie Mac เข้าซื้อพันธบัตรที่หนุนโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย</li>
<li>วงเงินในการเข้าซื้อครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.29 ล้านล้านบาท)</li>
<li>การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ หลังการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ</li>
<li>การตอบสนองของตลาดการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปหลังการแทรกแซง</li>
<li>ความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาและรายละเอียดของการเข้าซื้อพันธบัตรดังกล่าว</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์ใช้โซเชียลมีเดียสั่งการโดยตรง</h2>
<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการประกาศคำสั่งโดยตรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยสั่งการให้องค์กรสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (GSEs) 2 แห่ง คือ Fannie Mae และ Freddie Mac ดำเนินการเข้าซื้อพันธบัตรที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-Backed Securities) การสั่งการในลักษณะนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความต้องการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจากฝ่ายบริหาร</p>
<h2>อัดฉีด 2 แสนล้านดอลลาร์ ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง</h2>
<p>หัวใจสำคัญของคำสั่งนี้คือการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.29 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ตลาดการเงินผ่านการซื้อพันธบัตร การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณเพื่อกดดันให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์</td>
<td>สั่งให้ Fannie Mae และ Freddie Mac ซื้อพันธบัตร</td>
<td>ตรวจสอบพบข้อความดังกล่าวในเนื้อหาต้นทาง ระบุเป็นการสั่งการผ่านโซเชียลมีเดีย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มูลค่าการเข้าซื้อ</td>
<td>200,000 ล้านดอลลาร์</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว และได้แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับเพื่อเป็นบริบทเสริม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย</td>
<td>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี</td>
<td>ข้อมูลนี้ปรากฏในหัวข้อข่าวของแหล่งข่าว และถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Fannie Mae และ Freddie Mac</td>
<td>คัดลอกชื่อหน่วยงานตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/vietnam-mutual-fund-liquidity-policy-risk-check/" target="_blank" rel="noopener">กองทุนรวมลงทุนหุ้นเวียดนาม ควรดูความเสี่ยงสภาพคล่องและนโยบายไหม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tether-invests-up-to-50-million-in-ledn-at-500-million-valuation/" target="_blank" rel="noopener">Tether ลงทุน Ledn วงเงิน 50 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 500 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sebi-proposes-new-uniform-trading-disclosures-and-tighter-margin-rules/" target="_blank" rel="noopener">ก.ล.ต. อินเดีย เสนอยกเครื่องกฎเทรดใหม่ จ่อคุม Margin Trading เข้มขึ้น</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>World Liberty Financial ธุรกิจคริปโตตระกูลทรัมป์ ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารในสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/world-liberty-financial-trump-family-crypto-venture-applies-for-us-banking-license/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 00:58:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[การกำกับดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[คริปโตเคอร์เรนซี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/world-liberty-financial-trump-family-crypto-venture-applies-for-us-banking-license/</guid>

					<description><![CDATA[World Liberty Financial ธุรกิจคริปโตที่มีความเชื่อมโยงกับตระกูลทรัมป์ ได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">World Liberty Financial ธุรกิจคริปโตที่มีความเชื่อมโยงกับตระกูลทรัมป์ ได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารทรัสต์ต่อสำนักงาน OCC ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>World Liberty Financial ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมทุนด้านคริปโตที่เกี่ยวข้องกับตระกูลทรัมป์ ได้ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารทรัสต์แห่งชาติ (national bank trust charter)</li>
<li>การยื่นคำขอดังกล่าวมีขึ้นต่อสำนักงานผู้ควบคุมสกุลเงิน (Office of the Comptroller of the Currency &#8211; OCC) ของสหรัฐอเมริกา</li>
<li>หากได้รับการอนุมัติ จะเป็นการเปิดทางให้บริษัทสามารถให้บริการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลระดับประเทศ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการพิจารณาคำขอจัดตั้งธนาคารทรัสต์จากหน่วยงาน OCC</li>
<li>รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจและบริการที่ World Liberty Financial จะนำเสนอหากได้รับใบอนุญาต</li>
<li>ปฏิกิริยาจากภาคการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ต่อการเคลื่อนไหวของธุรกิจที่เชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมือง</li>
</ul>
<h2>การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญสู่ระบบการเงิน</h2>
<p>มีรายงานว่า World Liberty Financial ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านคริปโตเคอร์เรนซีที่มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์ ได้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารทรัสต์แห่งชาติอย่างเป็นทางการแล้ว การยื่นคำขอในครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อสำนักงานผู้ควบคุมสกุลเงิน หรือ OCC ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินระดับชาติของสหรัฐอเมริกาโดยตรง</p>
<p>การขอใบอนุญาตประเภทนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญ เนื่องจากจะทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบของรัฐบาลกลาง และอาจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงในอุตสาหกรรมคริปโต</p>
<h2>นัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล</h2>
<p>การที่บริษัทซึ่งเน้นธุรกิจด้านคริปโตพยายามเข้ามาอยู่ในระบบการกำกับดูแลด้านการธนาคารของสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการบรรจบกันระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัล การได้รับใบอนุญาตธนาคารทรัสต์จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ World Liberty Financial ได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การอนุมัติยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดจาก OCC ซึ่งจะประเมินทั้งแผนธุรกิจ โครงสร้างการบริหาร และความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ชื่อบริษัทที่ยื่นขอใบอนุญาต</td>
<td>World Liberty Financial</td>
<td>ชื่อบริษัทตรงตามที่ระบุในเนื้อหาข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานกำกับดูแลที่รับคำขอ</td>
<td>Office of the Comptroller of the Currency (OCC)</td>
<td>ชื่อหน่วยงานกำกับดูแลตรงกับที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเภทใบอนุญาตที่ยื่นขอ</td>
<td>National bank trust charter</td>
<td>ประเภทของใบอนุญาตที่ยื่นขอ ถูกต้องตามข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเชื่อมโยงของบริษัท</td>
<td>เป็นธุรกิจร่วมทุนของตระกูลทรัมป์ (Trump family’s venture)</td>
<td>เนื้อหาระบุความเชื่อมโยงกับตระกูลทรัมป์ ซึ่งสอดคล้องกับแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/jpmorgan-to-acquire-apple-card-portfolio-from-goldman-sachs/" target="_blank" rel="noopener">JPMorgan จ่อฮุบพอร์ต Apple Card มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์จาก Goldman Sachs</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/samsung-q4-2025-profit-guidance-surges-on-ai-chip-boom/" target="_blank" rel="noopener">กำไร Samsung Q4/2568 คาดพุ่ง 208% แตะ 20 ล้านล้านวอนจากอานิสงส์ชิป AI</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/jpmorgan-reaches-deal-to-take-over-apple-card-from-goldman-sachs/" target="_blank" rel="noopener">JPMorgan Apple Card: สะเทือนวงการ! JPMorgan บรรลุดีลเข้าเป็นผู้ออกบัตรแทน Goldman Sachs</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ft</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ประกาศแบนนักลงทุนรายใหญ่ ห้ามกว้านซื้อบ้านเดี่ยวในสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-announces-ban-on-large-investors-buying-single-family-homes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 19:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-announces-ban-on-large-investors-buying-single-family-homes/</guid>

					<description><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายใหม่ เตรียมออกมาตรการแบนนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ไม่ให้ซื้อบ้านเดี่ยวเพิ่มเ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายใหม่ เตรียมออกมาตรการแบนนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ไม่ให้ซื้อบ้านเดี่ยวเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาราคาบ้านและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการแบนนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่จากการเข้าซื้อบ้านเดี่ยวในตลาด</li>
<li>เป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือเพื่อลดการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านรายย่อย</li>
<li>การประกาศดังกล่าวส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>คำจำกัดความที่ชัดเจนของ &#8216;นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่&#8217; ที่จะอยู่ภายใต้นโยบายนี้</li>
<li>ขั้นตอนและกรอบเวลาในการผลักดันมาตรการดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้จริง</li>
<li>ปฏิกิริยาจากกลุ่มนักลงทุนและบริษัทจัดการกองทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์เสนอนโยบายใหม่ แก้ปัญหาบ้านแพง</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศถึงแผนการสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าจะดำเนินการในทันทีเพื่อออกมาตรการห้ามนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่เข้าซื้อบ้านเดี่ยวเพิ่มเติม คำกล่าวของทรัมป์ระบุว่า &#8220;ผมกำลังดำเนินการทันทีเพื่อแบนนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่จากการซื้อบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มเติม&#8221;</p>
<p>นโยบายดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กองทุนขนาดใหญ่เข้ามาแข่งขันซื้อบ้านกับประชาชนทั่วไป การจำกัดผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดจึงถูกมองว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ครอบครัวชาวอเมริกันสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น</p>
<h3>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาด</h3>
<p>หากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อพลวัตของตลาดบ้านในสหรัฐฯ นักลงทุนสถาบัน เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และบริษัทไพรเวทอิควิตี้ ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อาจต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุน</p>
<p>ในทางกลับกัน การลดลงของอุปสงค์จากนักลงทุนรายใหญ่อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคา และสร้างโอกาสให้กับผู้ซื้อบ้านที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของมาตรการยังคงต้องรอความชัดเจนต่อไป โดยเฉพาะขอบเขตและวิธีการบังคับใช้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การประกาศนโยบาย</td>
<td>ทรัมป์ระบุว่า &#8220;taking steps to ban large institutional investors from buying more single-family homes&#8221;</td>
<td>เนื้อหาข่าวสะท้อนคำกล่าวที่แหล่งข่าวอ้างอิงมาอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้ประกาศ</td>
<td>Trump</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ประกาศนโยบายนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มเป้าหมายที่ถูกแบน</td>
<td>large institutional investors</td>
<td>ระบุกลุ่มเป้าหมายชัดเจนว่าเป็นนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเภทอสังหาริมทรัพย์</td>
<td>single-family homes</td>
<td>นโยบายมุ่งเป้าไปที่ &#8216;บ้านเดี่ยว&#8217; โดยเฉพาะ ไม่ได้ครอบคลุมอสังหาฯ ทุกประเภท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hottest-real-estate-markets-2026/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในปี 2026: ประโยชน์จากการกลับไปทำงานในสำนักงาน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันเวเนซุเอลา สหรัฐฯ อาจซื้อ 30-50 ล้านบาร์เรล ทรัมป์ย้ำต้องเป็นราคาตลาด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-may-buy-30-50-million-barrels-of-venezuelan-oil-trump-insists-on-market-price/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 03:59:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เวเนซุเอลา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-may-buy-30-50-million-barrels-of-venezuelan-oil-trump-insists-on-market-price/</guid>

					<description><![CDATA[น้ำมันเวเนซุเอลาอาจถูกจัดซื้อโดยสหรัฐฯ ในปริมาณมหาศาลถึง 30-50 ล้านบาร์เรล ตามคำกล่าวของโดนัลด์ ทรั...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">น้ำมันเวเนซุเอลาอาจถูกจัดซื้อโดยสหรัฐฯ ในปริมาณมหาศาลถึง 30-50 ล้านบาร์เรล ตามคำกล่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าการซื้อขายนี้จะต้องเป็นไปตามราคาตลาด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ จะได้รับน้ำมันจากเวเนซุเอลาในปริมาณ 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรล</li>
<li>เงื่อนไขสำคัญของการซื้อขายคือต้องดำเนินการในราคาตลาด (Market Price)</li>
<li>การเปิดเผยครั้งนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในนโยบายพลังงานของสหรัฐฯ หากเกิดขึ้นจริง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว</li>
<li>รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาและกลไกการกำหนด &#8216;ราคาตลาด&#8217; ที่จะใช้ในการซื้อขาย</li>
<li>ปฏิกิริยาและผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก หากการจัดซื้อในปริมาณมากขนาดนี้เกิดขึ้นจริง</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์เปิดแผนนำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลาล็อตใหญ่</h2>
<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สหรัฐอเมริกาจะได้รับการจัดสรรน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซุเอลาในปริมาณระหว่าง 30 ล้านถึง 50 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงและอาจมีนัยสำคัญต่อตลาดพลังงานได้ คำกล่าวนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้าด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ หลังจากที่หยุดชะงักไปเป็นเวลานาน</p>
<h2>เงื่อนไข &#8216;ราคาตลาด&#8217; คือหัวใจสำคัญ</h2>
<p>ประเด็นสำคัญที่ทรัมป์เน้นย้ำคือ การซื้อขายน้ำมันในครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของ &#8216;ราคาตลาด&#8217; เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯ จะไม่จ่ายในราคาพิเศษ แต่จะอ้างอิงตามกลไกราคาซื้อขายในตลาดโลก เงื่อนไขดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการค้าที่โปร่งใสและเป็นไปตามหลักการตลาดเสรี</p>
<h3>นัยสำคัญต่อเสถียรภาพพลังงาน</h3>
<p>หากข้อตกลงนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง การนำเข้าน้ำมันปริมาณมหาศาลจากเวเนซุเอลาอาจช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดของข้อตกลงที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่ายต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้วัดทิศทางของตลาดพลังงานในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ปริมาณน้ำมันที่จัดซื้อ</td>
<td>30 ล้าน ถึง 50 ล้านบาร์เรล</td>
<td>ตัวเลขปริมาณน้ำมันที่ระบุในบทความตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เงื่อนไขด้านราคา</td>
<td>&#8216;at market price&#8217; (ราคาตลาด)</td>
<td>เงื่อนไขการซื้อขายที่ราคาตลาดถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เปิดเผยข้อมูล</td>
<td>Donald Trump</td>
<td>ชื่อบุคคลที่กล่าวถึงในข่าวตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าวทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเทศที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>สหรัฐอเมริกา และ เวเนซุเอลา</td>
<td>เนื้อหาระบุถึงสองประเทศที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายน้ำมันอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-fall-as-trump-hints-at-venezuela-supply/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันร่วง WTI ดิ่ง 1.4% หลังทรัมป์แย้มเวเนซุเอลาอาจปล่อยน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-invests-2-7-billion-to-break-russias-grip-on-nuclear-fuel/" target="_blank" rel="noopener">เชื้อเพลิงนิวเคลียร์สหรัฐฯ ทุ่ม 8.4 หมื่นล้านบาท จ้าง 3 บริษัท ลดการพึ่งพารัสเซีย</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/morgan-stanley-files-for-bitcoin-and-solana-etfs-signaling-institutional-trend/" target="_blank" rel="noopener">Morgan Stanley ETF ยื่นจัดตั้งกองทุน Bitcoin และ Solana ตอกย้ำเทรนด์สถาบันการเงินโลก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราคาน้ำมันร่วง WTI ดิ่ง 1.4% หลังทรัมป์แย้มเวเนซุเอลาอาจปล่อยน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรล</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-fall-as-trump-hints-at-venezuela-supply/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 02:59:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Brent]]></category>
		<category><![CDATA[WTI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-fall-as-trump-hints-at-venezuela-supply/</guid>

					<description><![CDATA[ราคาน้ำมันร่วงลงในการซื้อขายช่วงเช้าที่เอเชีย โดย WTI ดิ่งกว่า 1.4% หลังทรัมป์เผยเวเนซุเอลาอาจปล่อย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ราคาน้ำมันร่วงลงในการซื้อขายช่วงเช้าที่เอเชีย โดย WTI ดิ่งกว่า 1.4% หลังทรัมป์เผยเวเนซุเอลาอาจปล่อยน้ำมัน 30-50 ล้านบาร์เรลสู่ตลาด ณ 09:58 น. 7 ม.ค. 2569</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.42%</span></span> มาอยู่ที่ 56.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.07%</span></span> ณ เวลา 09:58 น. วันที่ 7 ม.ค. 2569 (เวลาไทย)</li>
<li>ปัจจัยกดดันหลักมาจากคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่า เวเนซุเอลาอาจส่งมอบน้ำมันปริมาณ 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรล</li>
<li>ตลาดมองว่าหากมีอุปทานน้ำมันจากเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นจริง จะยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปทานล้นตลาดที่มีอยู่แล้ว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การยืนยันอย่างเป็นทางการและกรอบเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการส่งมอบน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในระยะถัดไป</li>
<li>ปฏิกิริยาของกลุ่ม OPEC+ ต่อความเป็นไปได้ที่จะมีอุปทานใหม่เข้ามาในตลาด</li>
</ul>
<h2>แรงกดดันจากอุปทานใหม่ในเวเนซุเอลา</h2>
<p>ตลาดน้ำมันเผชิญแรงกดดันอีกครั้งในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาเอเชีย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เวเนซุเอลาอาจกำลังจะ &#8216;ส่งมอบ&#8217; น้ำมันดิบจำนวนมหาศาลราว 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรล ข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนทันที เนื่องจากปริมาณน้ำมันดังกล่าวหากเข้าสู่ตลาดจริง จะเป็นการเพิ่มอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลาและการกดดันของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การส่งออกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อเสถียรภาพราคาในปัจจุบันที่ตลาดกำลังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นเกินอยู่แล้ว ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าทันที</p>
<h2>ภาพรวมราคาน้ำมันดิบโลก</h2>
<p>จากการซื้อขายล่าสุด ณ เวลา 09:58 น. วันที่ 7 มกราคม 2569 (เวลาไทย) ราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)</strong> ซื้อขายที่ระดับ 56.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.42%</span></span></li>
<li><strong>สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)</strong> ราคาลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.07%</span></span> มาเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล</li>
</ul>
<p>การปรับตัวลงของราคาสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดต่อข่าวสารด้านอุปทาน โดยเฉพาะจากแหล่งผลิตที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างเวเนซุเอลา</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>สัญญาซื้อขายล่วงหน้า</th>
<th>ราคาล่าสุด (USD/บาร์เรล)</th>
<th>การเปลี่ยนแปลง</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>West Texas Intermediate (WTI)</td>
<td>56.32</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.42%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>Brent Crude</td>
<td>สูงกว่า 60.00 เล็กน้อย</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.07%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขสำคัญและเวลา</td>
<td>WTI $56.32 (<span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.42%</span>), Brent (<span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-1.07%</span>) &#8216;at the time of writing&#8217; (early Asian trade on Wednesday)</td>
<td>ตัวเลขตรงกับแหล่งข่าว และใช้เวลาอ้างอิงจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON คือ 09:58 น. วันที่ 7 ม.ค. 2569 ซึ่งสอดคล้องกับ &#8216;early Asian trade&#8217;</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้น</td>
<td>&#8216;between 30 and 50 million barrels&#8217;</td>
<td>ระบุตัวเลขเป็นช่วง 30-50 ล้านบาร์เรลตามที่แหล่งข่าวรายงาน ไม่ได้ระบุตัวเลขเดียว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและประเทศที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>President Trump, Venezuela</td>
<td>ชื่อบุคคลและประเทศถูกคัดลอกตามตัวอักษรจากแหล่งข่าวอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุหลักของการปรับตัวลง</td>
<td>Trump&#8217;s claim about Venezuela turning over oil</td>
<td>สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาร่วงมาจากคำกล่าวของทรัมป์เรื่องน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งตรงกับบทวิเคราะห์ในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-invests-2-7-billion-to-break-russias-grip-on-nuclear-fuel/" target="_blank" rel="noopener">เชื้อเพลิงนิวเคลียร์สหรัฐฯ ทุ่ม 8.4 หมื่นล้านบาท จ้าง 3 บริษัท ลดการพึ่งพารัสเซีย</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/morgan-stanley-files-for-bitcoin-and-solana-etfs-signaling-institutional-trend/" target="_blank" rel="noopener">Morgan Stanley ETF ยื่นจัดตั้งกองทุน Bitcoin และ Solana ตอกย้ำเทรนด์สถาบันการเงินโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sfc-fines-saxo-capital-markets-hk-4-million-for-crypto-breaches/" target="_blank" rel="noopener">SFC สั่งปรับ Saxo Capital Markets 4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ฐานละเมิดกฎคริปโต</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> OilPrice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Orsted ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ หลังทรัมป์สั่งระงับโครงการวินด์ฟาร์ม 5 พันล้านดอลลาร์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/orsted-files-legal-challenge-over-trump-halt-on-5-billion-wind-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jan 2026 10:58:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Orsted]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/orsted-files-legal-challenge-over-trump-halt-on-5-billion-wind-project/</guid>

					<description><![CDATA[Orsted ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นคัดค้านคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งระงับโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Orsted ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นคัดค้านคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งระงับโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทดีดตัวขึ้นกว่า 4%</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Orsted ผู้พัฒนาฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ยื่นฟ้องคัดค้านคำสั่งของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์</li>
<li>ประเด็นสำคัญคือการระงับโครงการพลังงานลมมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.58 แสนล้านบาท)</li>
<li>ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Orsted ปรับตัวสูงขึ้นกว่า <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'>4%</span> สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายระหว่าง Orsted และรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ</li>
<li>ผลกระทบต่อแผนการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา หลังจากมีความท้าทายทางกฎหมายในโครงการขนาดใหญ่</li>
</ul>
<h2>Orsted เดินหน้าทางกฎหมาย ท้าทายคำสั่งทรัมป์</h2>
<p>Orsted บริษัทผู้พัฒนาฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อท้าทายคำสั่งของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ระงับโครงการพลังงานลมที่สำคัญ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจระหว่างภาคเอกชนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและนโยบายของรัฐบาล</p>
<h3>มูลค่าโครงการมหาศาลและผลกระทบต่อตลาด</h3>
<p>โครงการที่ถูกระงับมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.58 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีนัยสำคัญต่ออนาคตพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมีปฏิกิริยาในเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว โดยราคาหุ้นของ Orsted ดีดตัวขึ้นมากกว่า <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'>4%</span> ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองว่าการดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้เป็นหนทางในการปลดล็อกมูลค่าของโครงการในระยะยาว</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การดำเนินการทางกฎหมาย</td>
<td>Orsted files legal challenge over Trump&#8217;s halt</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาข่าวระบุถึงการยื่นฟ้องของ Orsted ตรงตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มูลค่าโครงการ</td>
<td>$5 billion</td>
<td>แปลงค่าเงินเป็นสกุลบาท (ประมาณ 1.58 แสนล้านบาท) โดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับเพื่อเป็นข้อมูลประกอบ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>Shares of Orsted &#8230; rose more than 4%</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นจากแหล่งข่าวแล้ว พบว่าสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริษัทที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Orsted, the world&#8217;s largest developer of offshore wind farms</td>
<td>ตรวจสอบชื่อบริษัทและสถานะในอุตสาหกรรมตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/russias-sanctioned-lng-finds-growing-market-in-china/" target="_blank" rel="noopener">LNG รัสเซีย ส่งออกไปจีนพุ่งสูง แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/arya-ag-raises-series-d-defying-falling-crop-prices/" target="_blank" rel="noopener">Arya.ag ระดมทุน Series D สำเร็จ สวนกระแสราคาพืชผลโลกตกต่ำ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/baidu-spins-off-ai-chip-unit-kunlunxin-for-hong-kong-ipo/" target="_blank" rel="noopener">Kunlunxin IPO: Baidu เดินหน้า Spin-off ธุรกิจชิป AI เข้าตลาดหุ้นฮ่องกง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล AI: ทรัมป์จ่อรวมศูนย์อำนาจรัฐบาลกลาง คุมโครงข่ายไฟฟ้าทั่วสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-plans-federal-power-grid-control-for-ai-data-centers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Dec 2025 01:59:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-plans-federal-power-grid-control-for-ai-data-centers/</guid>

					<description><![CDATA[ไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล AI กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อรัฐบาลทรัมป์พยายามดึงอำนาจควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าจากรัฐต่า...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล AI กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อรัฐบาลทรัมป์พยายามดึงอำนาจควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าจากรัฐต่างๆ มาสู่ส่วนกลาง เพื่อเร่งอนุมัติพลังงานป้อนเทคยักษ์ใหญ่</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>รัฐบาลทรัมป์พยายามโอนอำนาจกำกับดูแลการเชื่อมต่อไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล AI จากระดับรัฐมาอยู่ที่รัฐบาลกลาง (FERC)</li>
<li>เป้าหมายคือเพื่อเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Google, Amazon และ OpenAI</li>
<li>แผนดังกล่าวเผชิญเสียงคัดค้านรุนแรงจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐต่างๆ โดยอ้างว่าขัดต่อกฎหมาย Federal Power Act ปี 1935 และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องที่ยืดเยื้อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานของรัฐบาลกลาง (FERC) มีกำหนดเส้นตายในการร่างกฎระเบียบใหม่ภายในวันที่ 30 เมษายน</li>
<li>แนวโน้มการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ เกี่ยวกับขอบเขตอำนาจในการกำกับดูแลโครงข่ายไฟฟ้า</li>
<li>ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน ซึ่งมีความกังวลว่าอาจสูงขึ้นจากการให้สิทธิพิเศษแก่ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่</li>
</ul>
<h2>ทรัมป์เดินเกมรุก รวมศูนย์อำนาจคุมไฟฟ้าเพื่อ AI</h2>
<p>รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผลักดันนโยบายสำคัญในการดึงอำนาจการกำกับดูแลโครงข่ายไฟฟ้าบางส่วนจากระดับรัฐมาสู่รัฐบาลกลาง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อขจัดอุปสรรคด้านพลังงานและเร่งการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Chris Wright ได้มีคำสั่งไปยังคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานของรัฐบาลกลาง (FERC) ให้ดำเนินการร่างกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่โดยตรง</p>
<p>ฝ่ายบริหารของทรัมป์ให้เหตุผลว่า การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางจะช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการอนุมัติและก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเอื้อให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google, Amazon, Meta และ OpenAI สามารถสร้างแหล่งจ่ายไฟของตนเองได้สะดวกขึ้น และปลดล็อกการลงทุนมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<h3>เสียงค้านจากรัฐ: &#8220;การยึดอำนาจครั้งใหญ่&#8221;</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวได้จุดชนวนความขัดแย้งและเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากหน่วยงานกำกับดูแลในระดับรัฐ ในการประชุมที่ซีแอตเทิล ตัวแทนจากรัฐต่างๆ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยชี้ว่าแผนของรัฐบาลกลางนั้นละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจตามกฎหมาย Federal Power Act ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1935 ซึ่งมอบอำนาจการกำกับดูแลในเรื่องนี้ให้แก่รัฐต่างๆ</p>
<p>Mark Christie อดีตประธาน FERC จากพรรครีพับลิกัน วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าแผนนี้คือ &#8220;หนึ่งในการยึดอำนาจของรัฐบาลกลางที่ใหญ่ที่สุดโดยแลกกับผลประโยชน์ของรัฐ&#8221; ที่เขาเคยเห็นมาตลอด 21 ปีในสายงาน และเตือนว่าจะนำไปสู่การฟ้องร้องที่ไม่จำเป็น ขณะที่ Mike McKenna อดีตผู้ช่วยประธานาธิบดีในสมัยแรกของทรัมป์ ก็มองว่าการเร่งรัดกระบวนการนี้มีความเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้ในชั้นศาล ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้เป้าหมายล่าช้าลงกว่าเดิม</p>
<h2>นโยบายที่ย้อนแย้ง: เร่งอนุมัติแต่เสี่ยงค่าไฟพุ่ง</h2>
<p>แม้จะมีเสียงคัดค้าน แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงยืนยันว่ากฎระเบียบใหม่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของศูนย์ข้อมูลและอาจทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว แต่แนวคิดนี้กลับสวนทางกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่นและในแวดวงการเมือง โดยวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ได้เริ่มการตรวจสอบประเด็นที่ศูนย์ข้อมูลเป็นต้นเหตุทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนสูงขึ้นแล้ว</p>
<p>ในขณะเดียวกัน Ron DeSantis ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาจากพรรครีพับลิกัน ได้เสนอกฎหมายระดับรัฐเพื่อควบคุมผลกระทบของ AI ต่อผู้บริโภค และห้ามไม่ให้บริษัทสาธารณูปโภคผลักภาระค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่มาให้แก่ประชาชนในรัฐ อย่างไรก็ดี ท่าทีของ Laura Swett ประธาน FERC คนปัจจุบันดูเหมือนจะพร้อมสนับสนุนนโยบายของฝ่ายบริหาร โดยระบุว่าภารกิจสำคัญอันดับแรกของเธอคือ &#8220;การทำให้แน่ใจว่าประเทศของเราสามารถเชื่อมต่อและจ่ายไฟให้กับศูนย์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนที่สุด&#8221; ซึ่งบ่งชี้ว่าการต่อสู้เรื่องอำนาจควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าจะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อสั่งการของรัฐบาลทรัมป์</td>
<td>สั่งให้ FERC ร่างกฎใหม่เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล</td>
<td>AI ตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาระบุคำสั่งจากรัฐมนตรีพลังงาน Chris Wright ไปยัง FERC จริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กฎหมายที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>การกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อ Federal Power Act ปี 1935</td>
<td>AI ตรวจสอบแล้วพบว่าฝ่ายคัดค้านมีการอ้างอิงถึงกฎหมาย Federal Power Act ปี 1935 ตามที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กำหนดเวลาของ FERC</td>
<td>FERC ต้องร่างกฎใหม่ให้เสร็จภายใน 30 เมษายน</td>
<td>AI ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการระบุเส้นตายวันที่ 30 เมษายน สำหรับการร่างกฎใหม่ในเนื้อหาจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ท่าทีของประธาน FERC</td>
<td>Laura Swett ประธาน FERC ระบุภารกิจสำคัญคือการเชื่อมต่อไฟฟ้าให้ศูนย์ข้อมูลโดยเร็วที่สุด</td>
<td>AI ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการอ้างอิงคำกล่าวของ Laura Swett ซึ่งสะท้อนทิศทางนโยบายตามที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-drives-short-term-oil-prices-but-opec-holds-long-term-lever/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันระยะสั้น ใครคุมเกม? จีนขึ้นแท่นส่งสัญญาณ แต่ OPEC ยังกุมอำนาจระยะยาว</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/vong-vs-mgk-growth-etf-comparison-which-is-better/" target="_blank" rel="noopener">เปรียบเทียบ VONG vs MGK สองกองทุน ETF หุ้นเติบโตยักษ์ใหญ่ เลือกลงทุนแบบไหนดี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/israel-reframes-iran-threat-focusing-on-missiles-over-nuclear-program/" target="_blank" rel="noopener">ภัยคุกคามจากอิหร่านเปลี่ยนมุมมอง อิสราเอลชี้ขีปนาวุธน่ากังวลกว่านิวเคลียร์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> wallstreetcn</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
