<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>ไทยแลนด์ 4.0 &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-4-0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Oct 2021 04:30:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>ไทยแลนด์ 4.0 &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน ลดภาษีนำเข้า ดันงานวิจัยไทยสู่สากล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/news1-29-08-60/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/news1-29-08-60/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Aug 2017 14:20:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยแลนด์ 4.0]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=9945</guid>

					<description><![CDATA[งานวิจัย เป็นตัวชี้วัดศักยภาพความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปตัวชี้วัดที่สำคัญ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>งานวิจัย</strong> เป็นตัวชี้วัดศั<wbr />กยภาพความสามารถในการแข่งขั<wbr />นของประเทศทางหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปตัวชี้วัดที่สำคัญ ก็คือ “จำนวนเงินที่ประเทศนั้นๆ นำไปใช้ในการวิจัย เมื่อเทียบกับมูลค่าจีดีพี<wbr />ของประเทศ” ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อเมริกา ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น ฯลฯ ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในการวิจั<wbr />ยจะเกินกว่าร้อยละ 3 ของจีดีพี</p>
<p>ในขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพั<wbr />ฒนามักจะต่ำกว่าร้อยละ 1 หรือไม่ถึง 0.5 ด้วยซ้ำ ซึ่งประเทศไทยเราลงทุนอยู่<wbr />ประมาณเพียงประมาณร้อยละ 0.26 เท่านั้นในอดีต  ปัจจุบันภาษีในการนำเข้าเครื่<wbr />องมือและเทคโนโลยีต่างๆ ทางภาครัฐมีการปรับอัตราภาษีให้<wbr />ลดลง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขั<wbr />นกับต่างประเทศ ในการก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางของห้<wbr />องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยผลิ<wbr />ตผลงานวิจัยและพัฒนาให้ทัดเที<wbr />ยบนานาชาติ และได้มาตรฐานในระดับสากล ตลอดจน ส่งเสริมทักษะความสามารถผู้ปฏิ<wbr />บัติงานไทยให้สามารถใช้เครื่<wbr />องมือแล็บที่ทันสมัยมากขึ้น ตลอดจน สามารถดึงดูดนักวิจัยและบริษั<wbr />ทต่างประเทศ ให้มาลงทุนในอุ<wbr />ตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยความพร้อมด้านเครื่องมื<wbr />อทางห้องปฏิบัติการฯ ของไทยที่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่<wbr />องทั้งจากภาครัฐและเอกชน</p>
<p>ดร.อุดม ชนะสิทธิ์ &#8211; นายกสมาคมการค้าวิทยาศาสตร์<wbr />และเทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า “เครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรั<wbr />บห้องปฏิบัติการ จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้เครื่<wbr />องมือที่ได้รับการรั<wbr />บรองมาตรฐานระดับสากล มีใบรับรอง ISO ที่น่าเชื่อถือ และผู้เลือกใช้สามารถตรวจสอบคุ<wbr />ณภาพของเครื่องมือนั้นได้จริง การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์การห้<wbr />องปฏิบัติการฯที่ทันสมัยที่สุ<wbr />ดแห่งหนึ่งในอาเซียน  จำเป็นที่ต้องใช้เทคโนโลยี<wbr />และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ ฯ ที่ทันสมัย  ปัจจุบันสัดส่วนของ R&amp;D ทั้งในเอกชนและรัฐบาลมีการลงทุ<wbr />นที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันประมาณ 0.75% ของ GDP หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท นับเป็นทิศทางที่ดีที่<wbr />ภาคเอกชนและภาครัฐจะร่วมมือกั<wbr />นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยสู่<wbr />ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ มูลค่าตลาดเครืองมือวิทยาศาสตร์<wbr />และเทคโนโลยีโดยรวมกว่า 60,000 ล้านบาท จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถด้<wbr />านงานวิจัยและการพั<wbr />ฒนาของประเทศทั้งในภาครั<wbr />ฐบาลและเอกชน และระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้<wbr />นฐานงานวิจัยของประเทศได้เป็<wbr />นอย่างดี</p>
<p>นายธีรยุทธ์ ลีลาขจรกิจ ผู้อำนวนการสายงานธุรกิจวิ<wbr />ทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ในฐานะผู้จัดงานไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล  คาดการณ์ถึงภาพรวมการเติ<wbr />บโตของตลาดเครื่องมื<wbr />อและเทคโนโลยีทางแล็บ  จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0  โดยกลุ่มเครื่องมือวิเคราะห์<wbr />และทดสอบ น่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง จากแนวโน้มการลงทุนในกลุ่มอุ<wbr />ตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) และ กฏระเบียบการจัดการด้านคุ<wbr />ณภาพและสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ส่วนกลุ่มเครื่องมือวิจัยทางคลิ<wbr />นิกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่<wbr />องเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยขั้นสู<wbr />งที่ตอบสนองการใช้งานเฉพาะกลุ่<wbr />มมากขึ้น โดยโครงสร้างตลาดผู้ซื้อเครื่<wbr />องมือแล็บปัจจุบันพบว่า  ภาคอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามาลงทุ<wbr />นซื้อหาเครื่องมือแล็บมากขึ้น นอกเหนือจาก รัฐบาล  หน่วยงานวิจัย การศึกษาและมหาวิทยาลัย  กลุ่มโรงพยาบาลและสาธารณสุข  นอกจากนี้ ในกลุ่ม SME ที่ต้องการสร้างมาตรฐานและพั<wbr />ฒนาคุณภาพสินค้า ก็เริ่มให้ความสนใจกับการซื้<wbr />อเครื่องมือแล็บบ้างแล้ว โดยในงานไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล  ปีนี้  ที่จัดระหว่าง 6-8 กันยายนนี้ ที่ ไบเทค กรุงเทพฯ จะเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้<wbr />ผลิตและผู้จำหน่าย เครื่องมือและเทคโนโลยีทางแล็บ จาก 330 บริษัท จาก  30 ประเทศ และวิทยากรกว่า 160 คน จากทั่วโลกที่พร้อมเปิดงานประชุ<wbr />มนานาชาติกว่า 200 หัวข้องานประชุม  โดยคาดว่า จะมีนักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้ใช้เครื่องมือแล็บจากทั่<wbr />วเอเชีย มาร่วมงาน กว่า 10,000 คน  โดยจัดให้มีกิจกรรม  ผู้ซื้อพบผู้ผลิต เพื่อสร้างฐานให้ไทยเป็<wbr />นตลาดการค้าเครื่องมือวิ<wbr />ทยาศาสตร์แห่งใหม่ของอาซียน  นอกจากนี้ภายในงานจะมีการประชุ<wbr />มและเผยแพร่ข้อมูล ด้านมาตรฐานห้องเล็บประเภทต่างๆ การประชุมนานาชาติด้านไบโอเทค การประชุมความร่วมมือด้านพั<wbr />ฒนายา ชีววัตถุ และวัคซีน เพื่อลดการนำเข้า  การให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี<wbr />และเครื่องมือทางห้องแล็บล่าสุ<wbr />ดโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ฯลฯ ผู้สนใจสามารถลงทะเบี<wbr />ยนชมงานและสัมมนาล่วงหน้าได้ที่ <a href="http://www.thailandlab.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?hl=th&amp;q=http://www.thailandlab.com&amp;source=gmail&amp;ust=1504101103688000&amp;usg=AFQjCNFJRmeiCol8qwPjFtIoi0n17HfWDQ">www.thailandlab.com</a> ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รั<wbr />บสิทธิพิเศษในการลุ้นรับรางวั<wbr />ลสร้อยคอทองคำที่หน้างาน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/news1-29-08-60/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลท. เล็ง โรดโชว์สิงคโปร์,ออสเตรเลีย ก.ย.</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/thailand-focus-2017/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/thailand-focus-2017/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Aug 2017 09:36:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Focus 2017]]></category>
		<category><![CDATA[ตลท.]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยแลนด์ 4.0]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=9941</guid>

					<description><![CDATA[ตลท.จัดงาน Thailand Focus 2017 ดึงเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติมั่นใจตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังสดใส เล็งโรด...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลท.จัดงาน Thailand Focus 2017 ดึงเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติมั่นใจตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังสดใส เล็งโรด์โชว์เพิ่ม  </strong>นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า การจัดงาน Thailand Focus 2017 ถือว่าได้รับความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัทจัดการกองทุนต่างชาติกว่า 120 รายให้ความสนใจเข้าร่วมงานถือว่าเกินกว่สที่คาด ซึ่งนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่มาสำรวจวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนของไทยเพื่อดูความแข็งแกร่ง ส่วนงานในวันนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในครึ่งปีหลังมากขึ้น ผ่านการให้ข้อมูลจากผู้ดำเนินนโยบายรัฐบาลทั้งการลงทุนใน EEC ร่วมทั้งนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันสู่ไทยแลนด์ 4.0 และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะเดียวกันนักลงทุนเริ่มเข้ามามากขึ้นหลังการลงทุนภาครัฐมีทิศทางที่ชัดเจน และประเทศไทยยังมีการขยายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่สูงมากนักแต่มีเสถียรภาพ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยแม้จะดูชะลอตัวจากปีที่ผ่านมา แต่วงเงินการลงทุนยังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อขายต่อเนื่องและมีแนวเพิ่มขึ้น ซึ่งการชะลออาจมาจากนักลงทุนในประเทศ แต่มั่นใจช่วงครึ่งปีหลังนักลงทุนสถาบันน่าจะกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น มีทั้งตลาดหลักทรัพย์เตรียมจัดแผนโรดโชว์ในประเทศสิงคโปร์ และออสเตรเลีย ในเดือนหน้า เพื่อดึงดูดนักลงทุนมายังประเทศไทยให้มากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/thailand-focus-2017/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SMECN ประกาศความพร้อม หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่เอสเอ็มอี 4.0</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/smecn-40/</link>
					<comments>https://www.bangkoktoday.net/smecn-40/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บางกอกทูเดย์ทีม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2017 00:17:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ & เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[SMECN]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิริยะ ลิขิตวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยแลนด์ 4.0]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkoktoday.net/?p=9767</guid>

					<description><![CDATA[ปีนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของเอสเอ็มอีไทย เพราะรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านนโยบายแล...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของเอสเอ็มอีไทย เพราะรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านนโยบายและงบประมาณ เพื่อที่จะผลักดันผู้ประกอบเอสเอ็มอี ให้มีความมั่นคง แข็งแรง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นเอสเอ็มอี 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับปรุงสินค้าหรือบริการให้สอดรับกับยุคอินเตอร์เน็ตออฟธิงค์ และก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย เป็นไทยแลนด์ 4.0<span id="more-9767"></span><br />
ดร. วิริยะ ลิขิตวงศ์ นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMECN) พูดถึงโอกาสและทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มไทย ว่า ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ ถ้าไม่ยอมปรับตัวก็มีความเสี่ยงที่จะตกยุค เพราะปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนไปสู่โลกยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องตระหนักและเร่งปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย ที่จะเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0</p>
<p>ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย จึงมีภาระที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล แต่หากไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกหลงลืมอยู่ในโลกยุคเก่า ส่วนเอสเอ็มอีที่ต้องการจะก้าวเข้าสู่เวทีการค้าในโลกยุคดิจิตอล ก็ต้องมีความพร้อมที่จะแปลงสภาพตัวเองให้เป็น เอสเอ็มอี 4.0 ที่ไม่เพียงนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาช่วยในการพัฒนาการผลิต หรือการขายเท่านั้น แต่จะต้องปฏิวัติตนเองด้วยการทำงานบนพื้นฐานของดิจิตอลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การผลิต การจัดการ การตลาด การรับจ่ายเงิน การขนส่ง หรือการบริการ</p>
<p>ดร. วิริยะ กล่าวย้ำว่า สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งที่จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการให้สามารถก้าวไปข้างหน้า ด้วยการเป็นสื่อกลางและเป็นตัวกลางจัดหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาด การเงิน การบริหารจัดการ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ ที่จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอล</p>
<p>ด้าน นายกำพล อัศวพัฒนากูล กรรมการและเลขานุการ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า สำหรับคำแนะนำในการเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุคไทยแลดน์ 4.0 หรือ เอสเอ็มอี 4.0 ผมอยากจะให้ไว้ 4 แนวทาง เรื่องแรกคือ ผู้ประกอบการทราบดีหรือไม่ว่า ตัวเองทำธุรกิจอะไร และมีความรู้ที่ลึกซึ้งในธุรกิจที่ตัวเองทำดีมากน้อยเพียงใด และเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้วยังจะสามารถทำธุรกิจในรูปแบบเดิม ๆ ได้หรือไม่</p>
<p>เรื่องที่สองคือ สินค้าที่ขายอยู่นั้น ตลาดอยู่ที่ไหน ใครคือผู้ซื้อ ใครคือลูกค้าที่แท้จริง เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ เป็นยุคของ One World One Market ผู้ประกอบพร้อมหรือยัง พร้อมรองรับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ส่วนเรื่องที่สามคือ การผลิต ต้องดูว่าเทคโนโลยีที่มียังใช้ได้หรือไม่ มีมาตรฐานหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยลดต้นทุนหรือไม่</p>
<p>เรื่องที่สี่คือ ราคา ผู้ประกอบการไทยชอบคิดว่าตั้งราคาสูง ๆ แล้วไม่รู้ว่าจะขายใคร ปัจจุบันไม่มีแล้วราคาสูง แต่อยู่ที่ว่าราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพสินค้าหรือไม่ ตัวผมเองเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าทำสินค้าได้มาตรฐานและสื่อสารผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ถึงลูกค้าที่แท้จริง ไม่ว่าราคาเท่าใด ก็สามารถขายได้ อย่ากลัวที่จะขายสินค้าแพง ถ้าสินค้านั้นดี มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ</p>
<p>ในส่วนของสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ ตลอดปี 2559 เรามีหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ เพื่อที่จะผลิตที่ปรึกษามืออาชีพ และผ่านเกณฑ์ของหลักสูตรประมาณ 200 คน ซึ่งปัจจุบันได้ออกไปอยู่ในแวดวงที่ปรึกษาในหลากหลายสาขา ทางสมาคมฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้วยการเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็มอีไทย เพื่อจะช่วยหาคำตอบ บอกช่องทางให้เข้าถึงและเท่าทัน และก้าวไปพร้อมกับนโยบายของรัฐในการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0<br />
ในขณะที่ ดร. สกุล เกียรติ์จีรวิรัตน์ ที่ปรึกษาและนักวิชาการ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ กล่าวเสริมว่า ทำอย่างไรเราจะทำให้สินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของเอสเอ็มอี ยกระดับเพื่อเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาล มี 5 กลุ่มหลักที่ต้องเร่งพัฒนา</p>
<p>กลุ่มแรกคือ อาหารและการเกษตร จะต้องพัฒนาให้เป็นเกษตรสมัยใหม่,</p>
<p>กลุ่มที่ 2. สาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นกลุ่มที่รัฐบาลค่อนข้างจริงจังที่จะให้การสนับสนุน มีการดึงนวัตกรรมใหม่ ๆ และงานวิจัยต่าง ๆ เข้ามาร่วม เพื่อที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศไทย</p>
<p>กลุ่มที่ 3. เอไอ จักรกลอัจฉริยะ จะต้องพัฒนาทักษะของผู้ที่จะสร้างหรือใช้งานให้มีทักษะชั้นสูงในการผลิตออกมา หรือการใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่ไทยมีความสามารถทางด้านนี้สูง เราส่งออกทางด้านนี้มานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยนำมารวมกันอย่างเป็นระบบเท่านั้นเอง</p>
<p>กลุ่มที่ 4. ดิจิตอลและเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าในอนาคตกลุ่มนี้จะสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างมาก และ</p>
<p>กลุ่มที่ 5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์วัฒนธรรมและบริการ เป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการสนับสนุน โดยให้ดึงเอานวัตกรรมเข้ามาแทรกตัวและสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างมูลค่าที่สูงได้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.bangkoktoday.net/smecn-40/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
