<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>Federal Reserve &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/federal-reserve/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Feb 2026 02:58:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>Federal Reserve &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดัชนี Nikkei 225 ทะยานทะลุ 58,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-breaches-58000-first-time-post-election-rally/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 02:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[Nikkei 225]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-breaches-58000-first-time-post-election-rally/</guid>

					<description><![CDATA[ดัชนี Nikkei 225 สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ทะยานเหนือระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรก ณ เวลา 08:58 น. วันท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดัชนี Nikkei 225 สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ทะยานเหนือระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรก ณ เวลา 08:58 น. วันที่ 12 ก.พ. 2569 (เวลาไทย) จากแรงหนุนหลังการเลือกตั้ง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งทะลุระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ณ ช่วงเช้าวันที่ 12 ก.พ. 2569 (เวลาไทย)</li>
<li>การปรับตัวขึ้นเป็นผลจากแรงซื้อต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งในประเทศ</li>
<li>ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น สวนทางกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดลบ หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความยั่งยืนของแรงซื้อในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ว่าจะสามารถยืนเหนือระดับสำคัญนี้ต่อไปได้หรือไม่</li>
<li>ปฏิกิริยาของนักลงทุนทั่วโลกต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลกระทบต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในอนาคต</li>
<li>ทิศทางของตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ที่ยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศ</li>
</ul>
<h2>Nikkei 225 สร้างสถิติใหม่ สวนกระแสโลก</h2>
<p>ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดทำการอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี Nikkei 225 ได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยสามารถปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 58,000 จุดได้เป็นครั้งแรกสำเร็จ รายงานระบุว่าการทะยานขึ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกที่ต่อเนื่องมานับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งภายในประเทศ</p>
<h2>ตลาดเอเชียไม่หวั่นข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ</h2>
<p>การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียเกิดขึ้นสวนทางกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงในคืนที่ผ่านมา ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในระยะใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชียยังคงเดินหน้าในแดนบวกได้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การทำสถิติใหม่ของ Nikkei 225</td>
<td>&#8216;Nikkei 225 breaching 58,000 for the first time&#8217;</td>
<td>เนื้อหาต้นทางยืนยันว่าดัชนี Nikkei 225 ผ่านระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เวลาที่รายงาน</td>
<td>ไม่มีในเนื้อหาข่าว แต่มีในข้อมูลประกอบ</td>
<td>ใช้เวลาจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON (08:58 น. 12 ก.พ. 2569 เวลาไทย) เป็นเวลาอ้างอิงการรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลง</td>
<td>&#8216;strong U.S. payrolls data that has dampened expectations for Federal Reserve rate cuts&#8217;</td>
<td>ต้นทางระบุชัดเจนว่าข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันตลาด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ถูกอ้างอิง</td>
<td>Nikkei 225, Federal Reserve</td>
<td>คัดลอกชื่อและหน่วยงานตามที่ปรากฏในต้นทาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/japanese-stock-market-rally-disconnects-from-real-economy-driven-by-reforms/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่ง สวนทางเศรษฐกิจจริง ชี้การปฏิรูปบรรษัทภิบาลอาจเปลี่ยนโฉมการลงทุน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCWorld</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟดคงดอกเบี้ย ส่อเมินแรงกดดันจากทรัมป์ ย้ำจุดยืนปกป้องความเป็นอิสระ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 04:59:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</guid>

					<description><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง</li>
<li>การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายบริหารที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย</li>
<li>ท่าทีของเฟดสะท้อนความพยายามในการปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการประชุมอย่างเป็นทางการและแถลงการณ์ของประธานเฟด</li>
<li>มุมมองของคณะกรรมการต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะต่อไป</li>
<li>ปฏิกิริยาจากทำเนียบขาวหลังการประกาศมติของเฟด</li>
</ul>
<h2>เฟดเตรียมมีมติคงดอกเบี้ย สวนทางแรงกดดัน</h2>
<p>คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งมีการประชุม 8 ครั้งต่อปี เตรียมจัดการประชุมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่าทีดังกล่าวเป็นการยืนหยัดในหลักการดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นอิสระ แม้จะมีความพยายามในการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองก็ตาม</p>
<h2>การปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</h2>
<p>ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือการที่เฟดต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การที่เฟดยังคงยึดมั่นในข้อมูลและการวิเคราะห์ของตนเองจึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการปกป้องความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินที่น่าเชื่อถือ</p>
<p>ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นายไมเคิล เพียร์ซ จาก Oxford Economics ระบุว่าสถานการณ์ที่น่าลำบากใจของเฟดได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว ซึ่งอาจสะท้อนว่าคณะกรรมการมีความเชื่อมั่นในแนวทางการตัดสินใจของตนเองมากขึ้นโดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันภายนอก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์มติเฟด</td>
<td>&#8216;widely expected to keep interest rates unchanged&#8217;</td>
<td>เนื้อหารายงานถึงการคาดการณ์ของตลาด ไม่ใช่ผลการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจริง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>แรงกดดันทางการเมือง</td>
<td>&#8216;despite President Donald Trump&#8217;s pressure to slash levels&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>US Federal Reserve</td>
<td>ชื่อหน่วยงาน &#8216;Federal Reserve&#8217; ถูกอ้างอิงอย่างสอดคล้องตลอดเนื้อหา</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นนักวิเคราะห์</td>
<td>Michael Pearce of Oxford Economics</td>
<td>มีการอ้างอิงชื่อและสังกัดของนักวิเคราะห์ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/woori-bank-ceo-vows-to-narrow-gap-with-rivals-in-2026/" target="_blank" rel="noopener">Woori Bank ประกาศเป้าปี 2026 ซีอีโอลั่นขอไล่บี้คู่แข่งรายใหญ่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-stock-market-faces-two-track-economy-investors-bet-on-exports/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นจีนเกิดภาวะสองขั้ว นักลงทุนเดิมพันหุ้นส่งออก-เมินหุ้นบริโภค</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-slashes-clean-energy-loans-bets-on-gas-and-nuclear/" target="_blank" rel="noopener">ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกนโยบายพลังงานสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนี้สาธารณะสหรัฐ ทะลุ 38.5 ล้านล้านดอลลาร์ ส่อเค้าลดดอกเบี้ยหนุน Bitcoin</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-national-debt-hits-38-5-trillion-dollars-signaling-rate-cuts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2026 08:59:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Bitcoin]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้สาธารณะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-national-debt-hits-38-5-trillion-dollars-signaling-rate-cuts/</guid>

					<description><![CDATA[หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะลุ 38.5 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ จุดประกายการวิเคราะห์ว่าอาจนำไปส...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะลุ 38.5 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ จุดประกายการวิเคราะห์ว่าอาจนำไปสู่การลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสินทรัพย์ทางเลือก</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>หนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 38.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>ระดับหนี้ที่สูงอาจนำไปสู่ภาวะ &#8216;Fiscal Dominance&#8217; ที่บีบให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ</li>
<li>สถานการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายการเงินโดยตรง เช่น Bitcoin และทองคำ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อประเมินท่าทีต่อระดับหนี้และเงินเฟ้อ</li>
<li>ความเคลื่อนไหวของตลาดสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะ Bitcoin และทองคำ ซึ่งอาจสะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการคลังของสหรัฐฯ</li>
</ul>
<h2>หนี้สหรัฐฯ ทะยานสู่ระดับประวัติการณ์</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกาได้พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 38.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,208 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขดังกล่าวได้สร้างความกังวลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในระยะยาว และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนโยบายการเงินในอนาคต</p>
<h2>&#8216;Fiscal Dominance&#8217; อาจบีบให้ต้องลดดอกเบี้ย</h2>
<p>ภาวะหนี้สินในระดับสูงเช่นนี้ นำไปสู่การวิเคราะห์ถึงแนวคิดที่เรียกว่า &#8216;Fiscal Dominance&#8217; หรือภาวะที่นโยบายการคลังมีอิทธิพลเหนือนโยบายการเงิน กล่าวคือ รัฐบาลอาจมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลต่อไป ซึ่งภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจบีบให้ธนาคารกลาง (Fed) ไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อย่างเต็มที่ หรืออาจต้องพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคต เพื่อช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐบาล แม้ว่าอาจจะสวนทางกับเป้าหมายการควบคุมเงินเฟ้อก็ตาม</p>
<h3>สินทรัพย์ทางเลือกอาจได้รับอานิสงส์</h3>
<p>จากแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยอาจถูกกดให้ต่ำลงเพื่อบริหารจัดการหนี้สิน นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์นี้อาจเป็นผลดีต่อสินทรัพย์บางประเภท โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ไม่สามารถถูกลดทอนมูลค่าได้ง่ายด้วยนโยบายการเงิน (Debasement-resistant assets) เช่น Bitcoin และทองคำ เนื่องจากสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์เหล่านี้ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ระดับหนี้สาธารณะสหรัฐฯ</td>
<td>38.5 ล้านล้านดอลลาร์</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขหนี้สินจากเนื้อหาต้นทางแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>$38.5 ล้านล้าน</td>
<td>แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON (1 USD ≈ 31.38 บาท) และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อให้บริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สินทรัพย์ที่อาจได้รับผลกระทบ</td>
<td>Bitcoin และ Gold</td>
<td>ตรวจสอบชื่อสินทรัพย์ที่ถูกอ้างอิงในแหล่งข่าว พบว่าถูกต้องตามที่ระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การคาดการณ์ผลกระทบ</td>
<td>อาจนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ย</td>
<td>เนื้อหาระบุว่าเป็นมุมมองการวิเคราะห์จากแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว การสรุปความถูกต้องตามบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/dsp-mutual-fund-debunks-12-key-investment-myths/" target="_blank" rel="noopener">ความเชื่อผิดๆ ในการลงทุน DSP Mutual Fund เปิดรายงานหักล้าง 12 ประเด็นสำคัญ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/adani-enterprises-ncd-issue-sells-out-in-45-minutes/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นกู้ Adani Enterprises ขายหมดเกลี้ยงใน 45 นาที ระดมทุนสำเร็จ 1 พันล้านรูปี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/eni-repsol-fight-to-recoup-6bn-gas-payments-from-venezuela/" target="_blank" rel="noopener">Eni และ Repsol เดินหน้าทวงหนี้ก๊าซ 6 พันล้านดอลลาร์จากเวเนซุเอลา</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CoinDesk</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรับลดดอกเบี้ย Fed: &#8216;Kevin Hassett&#8217; ชี้สหรัฐฯ ช้าเกินไป แนะลดด่วนรับ AI บูม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-chair-candidate-hassett-says-us-behind-curve-on-rate-cuts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 17:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[Kevin Hassett]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-chair-candidate-hassett-says-us-behind-curve-on-rate-cuts/</guid>

					<description><![CDATA[การปรับลดดอกเบี้ย Fed อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจาก Kevin Hassett หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การปรับลดดอกเบี้ย Fed อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจาก Kevin Hassett หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งประธาน Fed ชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังล่าช้าในการปรับลดดอกเบี้ยอย่างมาก</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Kevin Hassett ระบุว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กำลัง &#8220;ล่าช้าอย่างมาก&#8221; ในการดำเนินนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ย</li>
<li>เหตุผลสำคัญคือการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไปพร้อมกัน</li>
<li>มุมมองนี้ชี้ว่า Fed มีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเฟ้อมากเท่าเดิม</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ Fed ชุดปัจจุบันต่อมุมมองการลดดอกเบี้ยที่ต่างออกไป</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการเติบโตของผลิตภาพ (Productivity) ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ Fed</li>
<li>กระบวนการพิจารณาและเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนต่อไป ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะยาว</li>
</ul>
<h2>Hassett ชี้ Fed ล่าช้าในการตัดสินใจ</h2>
<p>Kevin Hassett ผู้ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเก็งสำหรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนต่อไป ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า Fed ควรเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เขามองว่าการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันนั้นไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของเทคโนโลยี AI</p>
<h3>พลังของ AI: ตัวแปรเปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ</h3>
<p>หัวใจของข้อโต้แย้งจาก Hassett คือผลกระทบสองด้านของปัญญาประดิษฐ์ เขาอธิบายว่าการบูมของ AI กำลังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้นผ่านการเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพในภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีส่วนช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน</p>
<h4>นัยยะต่อนโยบายการเงินสหรัฐฯ</h4>
<p>มุมมองของ Hassett ท้าทายแนวทางปัจจุบันของ Fed ที่ยังคงระมัดระวังเรื่องการปรับลดดอกเบี้ย ความเห็นของเขาบ่งชี้ว่าหากปัจจัยด้าน AI สามารถกดเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำได้จริง Fed ก็จะมีเหตุผลที่แข็งแกร่งพอที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนและตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คำกล่าวหลักของ Hassett</td>
<td>&#8220;U.S. is way behind the curve on lowering interest rates.&#8221;</td>
<td>ตรวจสอบคำกล่าวของ Kevin Hassett จากเนื้อหาต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลเรื่องผลกระทบของ AI</td>
<td>&#8220;AI boom is boosting economic growth while simultaneously putting downward pressure on inflation.&#8221;</td>
<td>ยืนยันคำอธิบายเหตุผลเกี่ยวกับผลกระทบสองด้านของ AI จากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวตนและตำแหน่ง</td>
<td>&#8220;Fed chair candidate Hassett&#8221;</td>
<td>ระบุว่า Kevin Hassett เป็นผู้ที่อาจได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธาน Fed ตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อมูลตัวเลขทางการเงิน</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขทางการเงินในเนื้อหา</td>
<td>บทความเป็นเชิงนโยบาย ไม่มีการอ้างอิงตัวเลขทางการเงิน จึงไม่มีการแปลงค่าเงิน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางดอกเบี้ยเฟดปี 2026 สมรภูมิใหม่ตลาดบอนด์ เดิมพันลดดอกเบี้ย</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/bond-market-debate-fed-path-2026-heats-up/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 09:29:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดพันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/bond-market-debate-fed-path-2026-heats-up/</guid>

					<description><![CDATA[ทิศทางดอกเบี้ยเฟดปี 2026 กลายเป็นประเด็นถกเถียงร้อนแรงในตลาดพันธบัตร ขณะที่ตลาดคาดการณ์ลดดอกเบี้ยปี...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทิศทางดอกเบี้ยเฟดปี 2026 กลายเป็นประเด็นถกเถียงร้อนแรงในตลาดพันธบัตร ขณะที่ตลาดคาดการณ์ลดดอกเบี้ยปี 2025 แต่มุมมองสำหรับปีถัดไปยังคงเสียงแตกอย่างหนัก</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตลาดการเงินเริ่มมองข้ามการลดดอกเบี้ยในปี 2025 และหันไปให้ความสำคัญกับการคาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในปี 2026 มากขึ้น</li>
<li>ความเห็นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ในตลาดพันธบัตรแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน เกี่ยวกับแนวโน้มว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้</li>
<li>ปัจจัยชี้วัดทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการเติบโตของ GDP จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดการตัดสินใจของเฟดในระยะต่อไป</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ตลอดปี 2025 เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางในอนาคต</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร</li>
<li>ถ้อยแถลงและความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ</li>
</ul>
<h2>ตลาดพันธบัตรมองข้ามช็อต เดิมพันทิศทางดอกเบี้ยปี 2026</h2>
<p>ขณะที่ตลาดการเงินส่วนใหญ่ได้คาดการณ์และสะท้อนแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปี 2025 ไปแล้ว แต่สมรภูมิการเดิมพันครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้น โดยมีจุดสนใจอยู่ที่ทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 ซึ่งยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหมู่นักลงทุน</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงจุดสนใจนี้สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกำลังพยายามมองไปข้างหน้าเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินในระยะยาว หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายในปีหน้าไปแล้ว คำถามสำคัญคือ หลังจากปี 2025 เฟดจะดำเนินนโยบายไปในทิศทางใดต่อ</p>
<h2>เสียงแตกเป็นสองฝ่าย: ลดต่อหรือคงดอกเบี้ย?</h2>
<p>ปัจจุบัน ความเห็นในตลาดพันธบัตรได้แตกออกเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกเชื่อว่าเฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องไปในปี 2026 โดยอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมองว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด หรืออาจจะหยุดการลดดอกเบี้ยหลังจากปี 2025 เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจกลับมาอีกครั้ง</p>
<h3>ปัจจัยชี้ขาดนโยบายการเงินในอนาคต</h3>
<p>การตัดสินใจของเฟดในปี 2026 จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยประกาศออกมาเป็นสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องจับตา ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>อัตราเงินเฟ้อ:</strong> หากเงินเฟ้อสามารถปรับตัวลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% ได้อย่างมีเสถียรภาพ ก็จะเปิดทางให้เฟดสามารถลดดอกเบี้ยต่อได้</li>
<li><strong>การเติบโตทางเศรษฐกิจ:</strong> หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายผ่อนคลายเพื่อพยุงเศรษฐกิจ</li>
<li><strong>ตลาดแรงงาน:</strong> ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เฟดนำมาพิจารณาในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย</li>
</ul>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>การคาดการณ์นโยบายการเงินของเฟดได้ขยับกรอบเวลาจากปี 2025 ไปสู่ปี 2026 ซึ่งกลายเป็นหัวข้อถกเถียงหลักในตลาดพันธบัตร</li>
<li>ตลาดยังไม่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในปี 2026 โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องและฝ่ายที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงาน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการตัดสินใจของเฟดในระยะยาว</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>การถกเถียงในตลาดพันธบัตรเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของ Fed ในปี 2026 กำลังร้อนแรงขึ้น</td>
<td>เนื้อหาได้สรุปประเด็นการวิเคราะห์แนวโน้มตามที่แหล่งข่าวระบุ โดยชี้ว่าจุดสนใจของตลาดได้เคลื่อนไปสู่ปี 2026 แล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ค่าเงิน/การแปลงเป็นบาท (ถ้ามี)</td>
<td>ไม่มีข้อมูลตัวเลขทางการเงินในสกุลต่างประเทศ</td>
<td>บทความนี้เป็นการวิเคราะห์แนวโน้ม จึงไม่มีข้อมูลทางการเงินที่ต้องแปลงค่าเงิน</td>
<td>ไม่เกี่ยวข้อง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงาน/บริษัท/บุคคล</td>
<td>Federal Reserve (Fed)</td>
<td>คัดลอกชื่อหน่วยงาน Federal Reserve (Fed) ตรงตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มุมมองที่แตกต่างในตลาด</td>
<td>ตลาดมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับเส้นทางนโยบายการเงินในปี 2026</td>
<td>สรุปความใหม่ว่านักลงทุนมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่ายเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ย โดยยังคงข้อเท็จจริงเดิมจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Finance.yahoo</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
