กองทุน LTF/RMF แบบใหม่ เลือกยังไงปีนี้คุ้มที่สุด

กองทุน LTF/RMF แบบใหม่คืออะไร? สรุปความเปลี่ยนแปลงที่ต้องรู้

เมื่อพูดถึงการลงทุนลดหย่อนภาษี หลายคนยังคงคุ้นเคยกับชื่อของ LTF และ RMF แต่ในปัจจุบัน กองทุน LTF ได้ถูกยกเลิกไปแล้วและแทนที่ด้วย SSF ซึ่งก็หมดอายุโครงการไปเมื่อสิ้นปี 2567 ทำให้สนามการลงทุนเพื่อประหยัดภาษีในปีนี้มีผู้เล่นหลักอยู่ 2 ประเภทคือ RMF (Retirement Mutual Fund) กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพที่เรารู้จักกันดี และกองทุนน้องใหม่มาแรงอย่าง TESG (Thailand ESG Fund) หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ดังนั้น คำว่า “LTF/RMF แบบใหม่” ในบริบทปัจจุบันจึงหมายถึงการจับคู่ระหว่าง RMF และ TESG นั่นเอง

เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: RMF vs TESG เลือกอะไรดี?

แม้ว่าทั้งสองกองทุนจะมีเป้าหมายเพื่อการลดหย่อนภาษีเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจในความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ดีที่สุด

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

  • เป้าหมายหลัก: ออกแบบมาเพื่อการออมเงินระยะยาวไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณโดยเฉพาะ
  • เงื่อนไขการลงทุน: ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (หรือปีเว้นปี) จนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องมีระยะเวลาลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม
  • นโยบายการลงทุน: มีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตราสารหนี้ ไปจนถึงความเสี่ยงสูงอย่างกองทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ทองคำ หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ
  • วงเงินลดหย่อน: ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อนับรวมกับกองทุนเพื่อการออมอื่น ๆ เช่น SSF (ถ้ามี), กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น)

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG)

  • เป้าหมายหลัก: ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่ดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน
  • เงื่อนไขการลงทุน: ถือครองหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลา 5 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน) สำหรับยอดซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2572
  • นโยบายการลงทุน: เน้นลงทุนในหุ้นและ/หรือตราสารหนี้ของบริษัทในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึงโทเคนดิจิทัลเพื่อการระดมทุนโครงการรักษ์โลก
  • วงเงินลดหย่อน: ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (เป็นวงเงินพิเศษแยกต่างหาก ไม่นับรวมกับวงเงิน 500,000 บาทของ RMF และกองทุนเกษียณอื่น ๆ)

3 ขั้นตอนเลือกกองทุน RMF/TESG ให้เหมาะกับคุณ

เมื่อเข้าใจความแตกต่างแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกกองทุนให้คุ้มค่าและตอบโจทย์เรามากที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ 3 ขั้นตอนดังนี้

1. กำหนดเป้าหมายและประเมินความเสี่ยง

คำถามแรกที่ต้องตอบคือ “เราลงทุนเพื่ออะไร?” หากเป้าหมายหลักของคุณคือการวางแผนเกษียณในระยะยาว RMF คือคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุด แต่หากคุณต้องการลงทุนระยะกลาง (8 ปี) และสนใจสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน TESG ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ควรประเมินด้วยว่าคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้เลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมต่อไป การวางแผนการเงินในปัจจุบันมีหลากหลายมิติมากขึ้น แม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัลก็เป็นที่สนใจ หากต้องการศึกษาเพิ่มเติม สามารถเจาะลึกตลาดและเหรียญน่าจับตาสำหรับปี 2025 ได้ที่นี่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

2. จัดสรรวงเงินลดหย่อนให้เต็มประสิทธิภาพ

เนื่องจาก TESG ได้รับการปรับเงื่อนไขใหม่ให้ดึงดูดใจยิ่งขึ้น โดยขยายวงเงินลดหย่อนสูงสุดเป็น 300,000 บาท และลดระยะเวลาถือครองเหลือเพียง 5 ปี (จากเดิม 8 ปี) ทำให้นักลงทุนหลายคนเลือกที่จะจัดสรรเงินเข้า TESG ให้เต็มสิทธิ์ก่อน เพราะสภาพคล่องกลับมาหาเราเร็วกว่า จากนั้นจึงค่อยนำเงินส่วนที่เหลือไปสมทบใน RMF ให้เต็มโควตา 500,000 บาท เพื่อสร้างหลักประกันหลังเกษียณ วิธีนี้จะช่วยให้คุณบริหารจัดการกระแสเงินสดและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่าที่สุดในเงื่อนไขปัจจุบัน

3. คัดเลือกกองทุนที่มีนโยบายและผลงานที่น่าสนใจ

หลังจากรู้แล้วว่าจะลงทุนใน RMF หรือ TESG เป็นจำนวนเท่าไหร่ ขั้นตอนสุดท้ายคือการเลือกกองทุนรายตัว ควรศึกษา Fund Fact Sheet เพื่อดูว่ากองทุนนั้นลงทุนในสินทรัพย์อะไร มีปรัชญาการลงทุนแบบไหน และที่สำคัญคือมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ อย่าลืมเปรียบเทียบผลการดำเนินงานย้อนหลังกับกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายคล้ายกันเพื่อประกอบการตัดสินใจ การติดตามกลยุทธ์ของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็อาจให้มุมมองที่น่าสนใจได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ Regional Bank ของเคแบงก์ได้ที่นี่

บทสรุป: วางแผนเร็ว มีชัยไปกว่าครึ่ง

การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีระหว่าง RMF และ TESG ไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน อายุ และระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ RMF ยังคงเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการวางแผนเกษียณระยะยาวที่ทรงประสิทธิภาพ ในขณะที่ TESG เป็นตัวเลือกเสริมที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มและต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นวางแผนและทยอยลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เงินทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่ต้องไปรีบลงทุนก้อนใหญ่ในช่วงปลายปี หากคุณยังไม่แน่ใจ ลองปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับคุณที่สุด และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาวิธีลดหย่อนภาษีเช่นกัน!

เรื่องแนะนำ