Santa Rally จะมาหรือไม่? ส่องสถิติในอดีต ปะทะปัจจัยเสี่ยงท้ายปี
Santa Rally หรือปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในช่วงท้ายปี กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุน แต่ปีนี้อาจมีความท้าทายมากขึ้นเมื่อ S&P 500 บวกแล้วกว่า 20%
จับประเด็นสำคัญ
- ข้อมูลในอดีตตั้งแต่ปี 1950 ชี้ว่า ดัชนี S&P 500 มีโอกาสเกิด Santa Rally ถึง 79% โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +1.3%
- อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า +20% ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าตลาดอาจรับรู้ปัจจัยบวกไปมากแล้ว
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือการแพร่ระบาดของไวรัส Omicron และท่าทีของธนาคารกลางต่างๆ ที่เข้มงวดนโยบายการเงินมากขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)
- ความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปี และ 2 วันทำการแรกของปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของปรากฏการณ์ Santa Rally
- ข่าวสารเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ Omicron
- ท่าทีและนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ต่อภาวะเงินเฟ้อ
Santa Rally คืออะไรและเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?
Santa Rally เป็นชื่อเรียกปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปี ต่อเนื่องไปจนถึง 2 วันทำการแรกของปีใหม่ จากข้อมูลสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1950 พบว่าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวถึง 79% ของเวลาทั้งหมด โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ +1.3% ซึ่งเป็นความหวังของนักลงทุนจำนวนมากในช่วงส่งท้ายปี
ความท้าทายของ Santa Rally ในปีนี้
แม้ว่าสถิติในอดีตจะค่อนข้างดี แต่สถานการณ์ในปีนี้มีความแตกต่างออกไป เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงตลอดทั้งปี โดยดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนไปแล้วมากกว่า +20% ทำให้นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า ปรากฏการณ์แรลลี่อาจเกิดขึ้นไปล่วงหน้าแล้ว และอาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงท้ายปีแทน
ปัจจัยลบที่อาจสกัดกั้นการแรลลี่
นอกจากการที่ตลาดปรับขึ้นมามากแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อ Santa Rally ในปีนี้ ได้แก่:
- การระบาดของ Omicron: ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- นโยบายการเงินที่เข้มงวด: ธนาคารกลางสำคัญของโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เริ่มส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น
- แรงเทขายทำกำไร: นักลงทุนที่ได้กำไรจำนวนมากในปีนี้ อาจตัดสินใจขายหุ้นเพื่อทำกำไรในช่วงท้ายปี
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจากกลุ่มนักลงทุนที่ถือเงินสดและกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO) หากตลาดปรับตัวขึ้นต่อ ซึ่งอาจตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นก่อนสิ้นปี และเป็นแรงหนุนให้ตลาดได้เช่นกัน
| ปรากฏการณ์ | สถิติตั้งแต่ปี 1950 | ผลตอบแทน S&P 500 ปีปัจจุบัน |
|---|---|---|
| โอกาสเกิด Santa Rally | 79% ของเวลาทั้งหมด | – |
| ผลตอบแทนเฉลี่ยช่วง Rally | +1.3% | – |
| ผลตอบแทน YTD | – | มากกว่า +20% |
ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว | ผลตรวจสอบของ AI | สถานะ |
|---|---|---|---|
| สถิติการเกิด Santa Rally | เกิดขึ้น 79% ของเวลาทั้งหมดตั้งแต่ปี 1950 | ตัวเลขสถิติความน่าจะเป็นถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง | ตรง |
| ผลตอบแทนเฉลี่ย | ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +1.3% | ตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว | ตรง |
| ผลตอบแทน S&P 500 ปีปัจจุบัน | ดัชนีปรับตัวขึ้นแล้วมากกว่า 20% | ข้อมูลผลตอบแทนรายปี (YTD) ถูกกล่าวถึงในเนื้อหาต้นทาง | ตรง |
| ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ | Omicron, ธนาคารกลางมีท่าทีเข้มงวด (hawkish) | ประเด็นความเสี่ยงที่กล่าวถึงสอดคล้องกับที่ระบุในแหล่งข่าว | ตรง |
Reference Site: FTMarkets
