การเสพติดในที่ทำงาน: วิกฤตที่ซ่อนอยู่ที่ทำให้บริษัทในอเมริกาสูญเสียเงินล้าน
วิกฤตที่ซ่อนอยู่
การเสพติดกำลังเพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกาและส่งผลกระทบต่อแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ๆ ที่อาจไม่แสดงออกมาในรูปแบบที่ชัดเจน เช่น การขาดงานหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำ คนทำงานหลายคนสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีปัญหาการเสพติดอยู่เบื้องหลัง องค์กรหลายแห่งจึงต้องมองหาวิธีการจัดการกับปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
การสำรวจและข้อเท็จจริง
การสำรวจของ Shatterproof พบว่า 70% ของผู้ใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามยินดีที่จะทำงานร่วมกับคนที่มีปัญหาการเสพติด แต่กลับมีเพียง 48% ที่ต้องการทำงานใกล้ชิดกับคนเหล่านั้น โดย 55% ไม่ต้องการจ้างคนที่มีปัญหานี้เลย และ 67% ไม่ต้องการให้คนเหล่านี้เป็นหัวหน้างาน
- มีคนอเมริกันประมาณ 50 ล้านคนที่มีปัญหาการใช้สารเสพติด โดย 70% ของผู้ที่มีปัญหานี้เป็นคนทำงาน
- การเสียชีวิตจากการใช้สารเสพติดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในกลุ่มอายุ 18 ถึง 44 ปี
สัญญาณเตือนภัยและพฤติกรรมที่ส่งเสริมการเสพติดในที่ทำงาน
วัฒนธรรมที่กดดันและยกย่องการทำงานหนักอาจส่งผลให้สัญญาณเตือนภัยถูกมองข้ามและทำให้มีพฤติกรรมการเสพติดมากขึ้น โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ซึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในหลายสถานการณ์ เช่น การเลี้ยงฉลองหรือการปิดดีลธุรกิจ
จากการสำรวจพบว่า 34% ของคนที่ต้องการการรักษาไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะกลัวว่าจะสูญเสียงานหรือบ้าน รวมถึงลูกหลาน
การสนับสนุนจากผู้บริหาร
การสร้างการสนทนาที่เปิดกว้างเกี่ยวกับการเสพติดในที่ทำงาน และการมีส่วนร่วมจากผู้บริหารระดับสูงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดปัญหานี้ การจัดการอภิปรายที่เปิดเผยเกี่ยวกับผลกระทบของการเสพติด สามารถช่วยสร้างความตระหนักและเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในการทำงานให้ดีขึ้น
การมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย และการให้ความรู้เกี่ยวกับการเสพติดสามารถช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นใจในการขอความช่วยเหลือโดยไม่ต้องกลัวการสูญเสียงาน
ขอบคุณข้อมูลจาก: www.businessinsider.com
