จะเลือกอะไร ? “ธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ ขายประกัน” ทำเงินดีมีอิสระ

จะเลือกอะไร ? "ธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ ขายประกัน" ทำเงินดีมีอิสระ

ทำธุรกิจอะไรดี  “ธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ ขายประกัน” ทำเงินดีมีอิสระ 3 ธุรกิจนี้เป็นทางเลือกที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน ไม่ต้องใช้เวลามากสร้างระบบหรือแม้แต่การทำธุรกิจ ไม่ต้องเสียเวลาดูแลกิจการตลอดทั้งวัน รวมถึงเงินลงทุนทำธุรกิจนั้นเริ่มต้นจากน้อยๆได้ จึงทำให้ 3 ธุรกิจนี้ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจขายประกัน เป็นอีกทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ สำหรับเป็นช่องทางสร้างรายได้ทั้งเป็นอาชีพเสริมและอาชีพหลัก แล้วจะเลือกธุรกิจอะไรดีล่ะใน 3 ธุรกิจนี้ถ้าหากสนใจ++

3 ธุรกิจ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจขายประกัน

หลายคนยังไม่เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร เหมือนกันหรือป่าว อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรืออยากมีรายได้เสริมจะทำอะไรดี ขายอะไรดี เป็นคำถามที่คิดว่าคนที่อยากจะมีรายได้เพิ่ม หารายได้เพิ่มให้กับตัวเองและครอบครัวคงต้องคิดแน่ๆ แต่ว่าถ้าจะทำงานประจำเพิ่มนั้นคงยาก เพราะแค่งานประจำอันเดียวก้แทบไม่เหลือเวลาแล้ว ถ้ามาทำงานประจำเพิ่มอีกอย่างที่ต้องมีกฎเกณฑ์การทำงานใหม่เข้ามาอีกคงจะไหวยาก นอกจากจะรับเป็นจ๊อปๆพิเศษไป หรือหาธุรกิจนอกเวลางานทำเพิ่ม อะไรล่ะที่เหมาะกับยุคเครือข่าย  มีธุรกิจหลายอย่างที่คนทำงานประจำหรือคนที่มีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้วมองหา แต่การจะเริ่มธุรกิจใหม่นั้นมันไม่ง่ายละซิครับ เพราะต้องลงมือสร้างใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบเลยทีเดียว เงินทุนก็คงไม่ใช่น้อยๆกว่าจะสร้างกำไร ธุรกิจไปต่อได้ ไม่ง่ายจริงๆกับสมัยนี้เสื่อผืนหมอนใบจะมาจากไหน คงจะเกิดยากเพราะใครๆสมัยนี้ก็อยากค้าขาย ขายกันตั้งแต่ข้างถนนยันออนไลน์เลย ทุกคนอยากมีอิสระในการทำงาน อยากจะมีธุรกิจของตัวเองทั้งนั้น

 

ความเหมือนของ ธุรกิจbktขายตรง แฟรนไชส์ ขายประกัน

ความเหมือน…

1. ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ เพราะมีผู้สนับสนุนสอนธุรกิจให้ ธุรกิจขายตรงและธุรกิจขายประกันก็มีอัพไลน์แนะนำสอนการตลาดตลอดจนสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องอื่นๆให้  ธุรกิจแฟรนไชส์ก็มีเจ้าของแฟรนไชส์อบรมแนะนำการทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้นๆให้ ดังนั้นประสบการณ์แม้ไม่มีก็มีสามารถลดความเสี่ยงได้เพราะมีผู้มีประสบการณ์ การทำธุรกิจคอยช่วยเหลือ

2. การลงทุนไม่สูงมาก ขึ้นอยู่กับธุรกิจนั้นๆ อาจจะเริ่มต้นธุรกิจได้ตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไป ผู้ทำธุรกิจควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง

3. สามารถมีรายได้จากการแนะนำธุรกิจ หรือขายแฟรนไชส์ ขึ้นอยู่กับธุรกิจนั้นๆ รายได้มากน้อยแตกต่างกัน แต่ธุรกิจแฟรนไชส์อาจจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขธุรกิจ

ส่วนความแตกต่างของธุรกิจ ก็คือวิธีการทำธุรกิจ ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์จะต่างกันกับธุรกิจขายตรงและธุรกิจขายประกัน  ธุรกิจขายตรงกับธุรกิจขายประกันจะมีช่องทางการนำเสนอธุรกิจหรือขายสินค้าเหมือนๆกันคือ  ช่องทางการขายตรงกับผู้บริโภคโดยตรงเลย แต่สินค้าต่างกันเท่านั้นเอง ขายประกันสินค้าคือ กรมทัณฑ์ประกันภัย รายได้มาจากค่าคอมกรมทัณฑ์ประกันภัยที่ขายได้ทันที หากมีการซื้อซ้ำในปีถัดๆไปก็จะมีผลตอบแทนตามแผนการจ่ายที่กำหนดไว้แต่จะลดลงเรื่อยๆ(โดยส่วนมาก)และจะมีรายได้จากค่าบริหารทีมขาย(ยอดจากทั้งองค์กรเครือข่ายนักขายในทีมตัวเอง) ส่วนขายตรงรายได้หลักๆจะมาจากกำไรจากการขายสินค้าและค่าแนะนำหรือที่มักจะเรียกกันว่าโบนัสจากการบริหารสายงาน พูดกันแบบง่ายๆคือได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขายของสมาชิกในทีม

สรุปรายได้หลักๆของธุรกิจขายกับธุรกิจขายประกันมี 2 ช่องทาง

1. รายได้จากงานขายของตัวเอง

2. รายได้จากการขายธุรกิจหรือขยายธุรกิจ โดยจะคิดจากยอดขายของสมาชิกที่เราแนะนำมาร่วมธุรกิจ โดยขึ้นอยู่กับแผนการจ่ายผลตอบแทนของบริษัทขายตรงหรือบริษัทขายประกันนั้นๆ มักจะเรียกกันว่าแผนการตลาด

หลายคนอาจจะไม่เคยทำธุรกิจนี้อย่างจริงจังหรือกำลังคิดจะทำอยู่ก็ลองพิจารณาดูว่าชอบแบบไหน  แล้วค่อยๆลงมือทำไปเรียนรู้ไปเรื่อยๆอย่าทำด้วยความโลภ! เพราะธุรกิจง่ายๆไม่มี เงินง่ายๆไม่มี

ข้อดีอีกอย่างของธุรกิจขายตรงกับขายประกันคือ เขาจะสอนการตลาด การขาย เทคนิคแบบขั้นเทพในการขายแบบตัวต่อตัวให้คุณแบบฟรีๆเลยทีเดียว แม้ว่าคุณจะไม่สามารถสำเร็จมีรายได้หลักแสนหลักล้านแต่คุณจะเก่งงานขายงานบริการแน่ เก่งการบริหารคน คุยกับคน ถึงตอนนั้นถ้าคุณอยากจะทำธุรกิจอะไรต่อหรือทำเพิ่ม งานขาย งานการตลาด จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นทันที เพราะขายตรงชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว ทั้งสองธุรกิจนี้สรุปรูปแบบการทำตลาดไม่ต่างกัน ที่ต่างกันคือสินค้า อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

ธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ ขายประกัน เหมาะกับใคร?

เนื่องจากธุรกิจทั้งสามอย่างนี้ การเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้ใช้เงินทุนมาก จึงทำให้คนส่วนมากสามารถทำได้ ถ้าจะถามว่าเหมาะกับใครคงตอบว่าสำหรับทุกคนได้ แต่จะต้องเลือกว่าตัวเองชอบอะไร อยู่ในสังคมแบบไหน สิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วย รวมถึงโอกาสในอนาคตที่จะเติบโตต่อ ไม่มีบริษัทไหนดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเหมาะจะทำธุรกิจอะไรที่สุดแล้วลงมือเรียนรู้และทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง  และอย่าหยุดเรียนรู้!!

ขอให้โอกาสและความสำเร็จเป็นของทุกท่าน แล้วเราจะนำความรู้แง่คิดมาอัพเดตเพิ่มเติมครับ

บางกอกทูเดย์

แชร์ต่อให้เพื่อน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*