<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>เศรษฐกิจสหรัฐ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Apr 2026 00:59:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>เศรษฐกิจสหรัฐ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมี.ค. นักวิเคราะห์คาดเพิ่ม 59,000 ตำแหน่ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-march-jobs-report-projection-59000-gain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 00:59:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Non-Farm Payrolls]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-march-jobs-report-projection-59000-gain/</guid>

					<description><![CDATA[รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมีนาคมเป็นที่จับตา โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 59...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมีนาคมเป็นที่จับตา โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 59,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.4%</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนมีนาคม ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้</li>
<li>การคาดการณ์เบื้องต้นชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น 59,000 ตำแหน่ง</li>
<li>สำหรับอัตราการว่างงาน คาดว่าจะยังคงที่อยู่ที่ระดับ 4.4% ไม่เปลี่ยนแปลง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงทิศทางและสุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบัน</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลกหลังการประกาศตัวเลขจริง ซึ่งอาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้</li>
</ul>
<h2>นักวิเคราะห์คาดการณ์ตลาดแรงงานสหรัฐฯ</h2>
<p>ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับการเปิดเผยรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนมีนาคม ซึ่งมีกำหนดการจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดแรงงานและภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้</p>
<h3>คาดการณ์การจ้างงานและอัตราว่างงาน</h3>
<p>จากการรวบรวมข้อมูลคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกประเมินว่าจะมีการสร้างงานใหม่เพิ่มขึ้นจำนวน 59,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.4% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการคาดการณ์ล่วงหน้า และตัวเลขจริงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อไป</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ตัวชี้วัดเศรษฐกิจ</th>
<th>ตัวเลขคาดการณ์ (เดือนมีนาคม)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การจ้างงานใหม่ (Job Gains)</td>
<td>59,000 ตำแหน่ง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate)</td>
<td>4.4%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คาดการณ์การจ้างงานเดือนมีนาคม</td>
<td>Job gains of 59,000</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขคาดการณ์ 59,000 ตำแหน่ง ตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์อัตราการว่างงาน</td>
<td>Unemployment rate holding at 4.4%</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขคาดการณ์อัตราว่างงานที่ 4.4% ตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กำหนดการเปิดเผยข้อมูล</td>
<td>Released on Friday</td>
<td>เนื้อหาต้นทางระบุว่าเป็น &#8216;วันศุกร์&#8217; โดยไม่ได้ระบุวันที่ที่แน่นอน การรายงานจึงอ้างอิงตามข้อมูลที่มี</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>Cnbc</td>
<td>ระบุชื่อแหล่งข่าว &#8216;Cnbc&#8217; ตามที่ปรากฏในข้อมูลนำเข้า</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/asian-shares-rebound-led-by-south-korea-kospi-surge/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัว KOSPI เกาหลีใต้พุ่งแรง ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ถูกตั้งคำถาม ผู้บริหาร Apollo ชี้ Private Equity อาจตีราคาสูงเกินจริง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/apollo-exec-questions-private-equity-software-valuations/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 01:00:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Apollo]]></category>
		<category><![CDATA[Private Equity]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/apollo-exec-questions-private-equity-software-valuations/</guid>

					<description><![CDATA[มูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือโดยกองทุน Private Equity กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังผู้บริหารระดับสู...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">มูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือโดยกองทุน Private Equity กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังผู้บริหารระดับสูงของ Apollo ออกมาเตือนว่าการประเมินมูลค่าปัจจุบันอาจผิดทั้งหมด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>John Zito ผู้บริหารระดับสูงของ Apollo Global Management ออกมาแสดงความเห็นว่าการประเมินมูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ในพอร์ตของ Private Equity &#8216;ผิดทั้งหมด&#8217;</li>
<li>นับเป็นครั้งแรกๆ ที่บุคคลสำคัญในวงการ Private Credit ออกมายอมรับถึงจุดอ่อนและตั้งคำถามต่อการตีราคาสินทรัพย์ของวงการ Private Equity อย่างตรงไปตรงมา</li>
<li>ความเห็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของ Wall Street เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ในตลาดสินเชื่อนอกระบบ (Private Credit)</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาจากกองทุน Private Equity อื่นๆ ต่อความเห็นของ John Zito และแนวโน้มการปรับลดมูลค่า (write-down) สินทรัพย์กลุ่มเทคโนโลยีในอนาคต</li>
<li>ผลกระทบต่อนักลงทุนในกองทุน Private Equity หากมีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทนที่ประกาศไปก่อนหน้า</li>
<li>การตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นต่อความโปร่งใสในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์</li>
</ul>
<h2>เสียงเตือนจากวงใน เขย่าความเชื่อมั่น Private Equity</h2>
<p>John Zito ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงและรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (Deputy CIO) ของธุรกิจสินเชื่อที่ Apollo Global Management บริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกยักษ์ใหญ่ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการตั้งคำถามอย่างรุนแรงต่อวิธีการประเมินมูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือครองโดยกองทุน Private Equity (PE)</p>
<p>เขาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า &#8216;การประเมินมูลค่าทั้งหมดนั้นผิด&#8217; (All the marks are wrong) ซึ่งคำว่า &#8216;marks&#8217; ในที่นี้หมายถึงการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (Mark-to-Market) ที่กองทุนใช้เพื่อรายงานมูลค่าพอร์ตการลงทุนของตนเอง คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าที่แสดงในบัญชีอาจสูงกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<h2>ทำไมความเห็นนี้จึงมีความสำคัญ?</h2>
<p>ความเห็นของ Zito ถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง เนื่องจากมาจากผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม Private Credit ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและมักจะร่วมทำธุรกรรมกับฝั่ง Private Equity อยู่เสมอ โดยปกติแล้ว ผู้บริหารในวงการมักจะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ซึ่งกันและกันในที่สาธารณะ</p>
<p>แม้ว่าก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนใน Wall Street หลายรายได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในตลาด Private Credit ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การยอมรับถึงจุดอ่อนจากบุคคลระดับสูงในวงการเองนั้นมีน้ำหนักมากกว่า และเป็นการยืนยันว่าอาจมีปัญหาซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขผลตอบแทนที่สวยหรูของกองทุน PE บางแห่ง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>บุคคลและสังกัด</td>
<td>Apollo&#8217;s John Zito</td>
<td>ตรวจสอบชื่อบุคคล (John Zito) และบริษัท (Apollo) ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำกล่าวสำคัญ</td>
<td>&#8216;All the marks are wrong&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวอ้างอิงคำพูดนี้โดยตรง ซึ่งเป็นหัวใจของประเด็นข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความสำคัญของเหตุการณ์</td>
<td>Zito is among the first within private credit to candidly acknowledge weakness.</td>
<td>เนื้อหาสรุปตรงตามที่แหล่งข่าววิเคราะห์ถึงความสำคัญของการแสดงความเห็นครั้งนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริบทของตลาด</td>
<td>Wall Street figures have flagged risks in private credit.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในตลาด Private Credit อยู่ก่อนแล้วจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-economy-shows-recovery-signs-as-factory-output-retail-sales-beat-forecasts/" target="_blank" rel="noopener">เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณฟื้นตัว ผลผลิตโรงงาน-ค้าปลีกโตเกินคาดช่วงต้นปี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-signals-positive-open-gift-nifty-premium/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นอินเดียส่งสัญญาณบวก Gift Nifty พรีเมียมเกือบ 123 จุดก่อนเปิดตลาด</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/global-central-banks-tackle-inflation-from-energy-crisis/" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารกลางทั่วโลกเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ สกัดเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCSearch</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยอดค้าปลีกสหรัฐ ม.ค. หดตัว 0.2% ต่ำกว่าคาดการณ์ สัญญาณบริโภคชะลอตัว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-retail-sales-january-decline-signals-slowing-consumption/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2026 00:59:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-retail-sales-january-decline-signals-slowing-consumption/</guid>

					<description><![CDATA[ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนมกราคมปรับตัวลดลง 0.2% สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่งสัญญาณว่าการใช้จ่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนมกราคมปรับตัวลดลง 0.2% สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่งสัญญาณว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกกำลังชะลอตัวลง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐชี้ว่ายอดค้าปลีกในเดือนมกราคมหดตัวลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.2%</span></span></li>
<li>ตัวเลขดังกล่าวออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้</li>
<li>สร้างความกังวลต่อแนวโน้มการชะลอตัวของการบริโภค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบของข้อมูลนี้ต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมครั้งถัดไป</li>
<li>ตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จะประกาศตามมา เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และข้อมูลการจ้างงาน</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อสัญญาณการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค</li>
</ul>
<h2>ยอดค้าปลีกสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลสหรัฐซึ่งเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ายอดค้าปลีกในเดือนมกราคมได้ปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.2%</span></span> ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางสำนักได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ รายงานดังกล่าวซึ่งเปิดเผยล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม ได้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของภาคการบริโภคภายในประเทศ</p>
<h2>นัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและทิศทางนโยบาย</h2>
<p>การหดตัวของยอดค้าปลีกสะท้อนให้เห็นถึงการที่ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากเงินเฟ้อหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขนี้ได้เพิ่มความกังวลว่าการบริโภคซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจกำลังสูญเสียแรงส่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสแรกของปี</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ม.ค.</td>
<td>Declined by 0.2 percent in January</td>
<td>ระบุตัวเลขการหดตัว <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.2%</span></span> ตรงตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปรียบเทียบกับคาดการณ์</td>
<td>Missing some analysts&#8217; expectations</td>
<td>เนื้อหาระบุว่าตัวเลขต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สอดคล้องกับข้อมูล</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบที่ระบุ</td>
<td>Concerns that consumption&#8230; is slowing</td>
<td>สรุปประเด็นความกังวลเรื่องการบริโภคชะลอตัวตามที่แหล่งข่าวกล่าวถึง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>Delayed government data</td>
<td>ระบุว่าเป็นข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐซึ่งเปิดเผยล่าช้า ตรงตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/asian-shares-rebound-led-by-south-korea-kospi-surge/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัว KOSPI เกาหลีใต้พุ่งแรง ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัว KOSPI เกาหลีใต้พุ่งแรง ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/asian-shares-rebound-led-by-south-korea-kospi-surge/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 01:59:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[KOSPI]]></category>
		<category><![CDATA[MSCI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/asian-shares-rebound-led-by-south-korea-kospi-surge/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดบวกหลังข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดบวกหลังข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นแรงถึง <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+11%</span></span> ซึ่งเป็นระดับที่สูงผิดปกติและต้องติดตามการยืนยัน</li>
<li>ดัชนี MSCI Asia Pacific Index ปรับตัวขึ้น <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+2.8%</span></span> สะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวในภูมิภาค</li>
<li>ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ขณะที่ราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง</li>
</ul>
</div>
<h2>ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัว</h2>
<p>ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดโดยรวมยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์และบรรยากาศการลงทุนได้</p>
<h3>KOSPI เกาหลีใต้พุ่งแรงผิดปกติ</h3>
<p>สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการเคลื่อนไหวของดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ที่รายงานว่าพุ่งสูงขึ้นถึง <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+11%</span></span> ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่รุนแรงและผิดปกติอย่างมากสำหรับดัชนีตลาดหุ้นหลัก ขณะที่ดัชนี MSCI Asia Pacific ซึ่งเป็นมาตรวัดภาพรวมของตลาดหุ้นในภูมิภาค ก็ปรับตัวขึ้น <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+2.8%</span></span> สะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาดเอเชียอย่างชัดเจน</p>
<h3>ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น</h3>
<p>ในฝั่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันยังคงเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยปกติแล้วการอ่อนค่าของดอลลาร์จะทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น และเพิ่มความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ดัชนี / สินทรัพย์</th>
<th>การเคลื่อนไหว</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>KOSPI (เกาหลีใต้)</td>
<td><span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+11%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>MSCI Asia Pacific Index</td>
<td><span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+2.8%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมัน</td>
<td>ปรับตัวขึ้น (วันที่ 5)</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาทองคำ</td>
<td>ปรับตัวขึ้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>สรุปใจความสำคัญ</h2>
<ul>
<li>ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวตามตลาดสหรัฐฯ จากข้อมูลเศรษฐกิจที่ดี</li>
<li>ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นร้อนแรงผิดปกติที่ <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+11%</span></span> ซึ่งต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลต่อไป</li>
<li>ราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้</td>
<td>“surged 11%”</td>
<td>ตัวเลขการเพิ่มขึ้น 11% ในวันเดียวเป็นระดับที่สูงผิดปกติอย่างมากสำหรับดัชนีหลัก อาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากต้นทาง</td>
<td>ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม</td>
</tr>
<tr>
<td>ดัชนี MSCI Asia Pacific</td>
<td>“rose 2.8%”</td>
<td>ตรวจสอบความสอดคล้องกับเนื้อหาในแหล่งข่าวแล้ว เป็นการปรับขึ้นที่อยู่ในกรอบความเป็นไปได้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ทิศทางราคาน้ำมัน</td>
<td>“ascent for a fifth day”</td>
<td>ระบุทิศทางการปรับขึ้นต่อเนื่อง 5 วัน ตรงตามข้อมูลที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งข่าว</td>
<td>Economictimes.indiatimes</td>
<td>ระบุชื่อแหล่งข่าวตรงตามที่ได้รับมา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-sets-lowest-gdp-growth-target-on-record-4-5-to-5-percent/" target="_blank" rel="noopener">เป้าหมาย GDP จีนปี 2569 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.5-5% เผชิญแรงกดดัน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/pngs-reva-diamond-ipo-to-list-gmp-signals-discount-debut/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น IPO PNGS Reva Diamond เตรียมเทรดวันแรก สัญญาณ GMP ชี้อาจเปิดต่ำกว่าจอง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-shale-producers-warn-cannot-replace-middle-east-oil-supply-quickly/" target="_blank" rel="noopener">น้ำมันจากหินดินดานสหรัฐฯ เตือน เพิ่มกำลังผลิตต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำมันแพงได้ทันที</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Jamie Dimon เตือน &#8216;ให้ระวัง&#8217; ชี้ 3 ปัจจัยเสี่ยง ดันความกังวลเศรษฐกิจพุ่ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/jamie-dimon-warns-watch-out-lofty-asset-prices-economic-risks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 02:59:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Jamie Dimon]]></category>
		<category><![CDATA[คำเตือนนักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/jamie-dimon-warns-watch-out-lofty-asset-prices-economic-risks/</guid>

					<description><![CDATA[Jamie Dimon เตือนนักลงทุน &#8216;ให้ระวัง&#8217; เนื่องจากความวิตกกังวลของเขาสูงขึ้นจากความเสี่ยงเศ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Jamie Dimon เตือนนักลงทุน &#8216;ให้ระวัง&#8217; เนื่องจากความวิตกกังวลของเขาสูงขึ้นจากความเสี่ยงเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งราคาสินทรัพย์ที่พุ่งสูง การแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่มผู้ให้สินเชื่อ และความกังวลต่อสินเชื่อในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน</li>
<li>ปัจจัยเสี่ยงหลัก 3 ประการที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ ระดับราคาสินทรัพย์ที่สูง, การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ให้กู้, และความไม่แน่นอนในสินเชื่อกลุ่มเทคโนโลยี</li>
<li>คำเตือน &#8216;ให้ระวัง&#8217; (watch out) สะท้อนถึงมุมมองที่ไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีและนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์</li>
<li>การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในตลาดต่างๆ ว่าจะมีการปรับฐานหรือไม่ หลังจากมีสัญญาณเตือนจากผู้บริหารระดับสูง</li>
<li>รายงานผลประกอบการและมุมมองเศรษฐกิจจาก JPMorgan Chase ในไตรมาสถัดไป</li>
</ul>
<h2>เจาะลึก 3 ปัจจัยเสี่ยงจากมุมมองของ CEO JPMorgan</h2>
<p>นายเจมี ไดมอน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มีเสียงดังที่สุดในแวดวงการเงิน ได้ส่งสัญญาณเตือนล่าสุดเกี่ยวกับความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยระบุถึง 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้เขามีความวิตกกังวลสูงเป็นพิเศษ ซึ่งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายควรจับตามองอย่างใกล้ชิด</p>
<h3>1. ราคาสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง (Lofty Asset Prices)</h3>
<p>ปัจจัยแรกคือระดับราคาสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจสะท้อนถึงมูลค่าที่เกินจริงและมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานรุนแรงหากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปลี่ยนแปลงไป ภาวะดังกล่าวสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินโดยรวม</p>
<h3>2. การแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่มผู้ให้สินเชื่อ (Increased Competition)</h3>
<p>ประการที่สองคือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในหมู่สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันลักษณะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของหนี้เสียในระบบในอนาคต</p>
<h3>3. ความกังวลต่อสินเชื่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software Industry Loan Jitters)</h3>
<p>สุดท้ายคือความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพของสินเชื่อที่ปล่อยให้กับบริษัทในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการเติบโตสูงแต่ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน ความไม่แน่นอนในภาคส่วนนี้อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมายังสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ได้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>บุคคลและตำแหน่ง</td>
<td>Jamie Dimon, JPMorgan Chase CEO</td>
<td>ระบุชื่อและตำแหน่งตรงตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำเตือนหลัก</td>
<td>&#8216;watch out&#8217;</td>
<td>คำพูดสำคัญถูกอ้างอิงอย่างถูกต้องตามเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยเสี่ยงที่ระบุ</td>
<td>High asset levels, increased competition among lenders, jitters over loans to the software industry</td>
<td>สรุปปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ข้อได้ครบถ้วนและสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความรู้สึกที่แสดงออก</td>
<td>&#8216;My anxiety is high&#8217;</td>
<td>ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกกังวลของผู้ให้ข่าวตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/gaudium-ivf-ipo-analysis-expert-recommendation/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น IPO Gaudium IVF เปิดจอง 25-27 ก.พ. นักวิเคราะห์ชี้เป้าลุ้นกำไร 50%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fedex-sues-us-government-for-refund-of-trump-tariffs-after-scotus-ruling/" target="_blank" rel="noopener">FedEx ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ขอคืนเงินภาษีสมัยทรัมป์ หลังศาลสูงสุดชี้ว่าผิดกฎหมาย</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-retail-investors-play-risky-game-against-market-tide/" target="_blank" rel="noopener">นักลงทุนรายย่อยอินเดีย สวนกระแสตลาด ซื้อหุ้นร่วง-ขายหุ้นขึ้น เสี่ยงกระทบผลตอบแทน</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCSearch</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GDP สหรัฐ ไตรมาส 4 โตต่ำคาดที่ 1.4% ผลพวง Government Shutdown</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-q4-gdp-growth-slows-sharply-to-1-4-percent-below-expectations/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 02:59:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[GDP]]></category>
		<category><![CDATA[Government Shutdown]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลขเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-q4-gdp-growth-slows-sharply-to-1-4-percent-below-expectations/</guid>

					<description><![CDATA[GDP สหรัฐ ขยายตัวเพียง 1.4% ในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก สาเหตุหลักมาจากการใช้จ่...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">GDP สหรัฐ ขยายตัวเพียง 1.4% ในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก สาเหตุหลักมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงอย่างรุนแรงในช่วง Government Shutdown</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวในอัตรา 1.4% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงอย่างรุนแรง</li>
<li>ตัวเลขดังกล่าวออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ</li>
<li>ปัจจัยฉุดรั้งที่สำคัญคือการลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Federal Shutdown)</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบของตัวเลข GDP ที่ชะลอตัวต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมครั้งต่อไป</li>
<li>ข้อมูลตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศออกมา ซึ่งจะให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ Government Shutdown</li>
<li>แนวโน้มการฟื้นตัวของการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชนในไตรมาสแรกของปีถัดไป</li>
</ul>
<h2>เปิดตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด</h2>
<p>รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 4 ของปีล่าสุด แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่อัตรา 1.4% ต่อปี ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างมากและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน การเติบโตในระดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่ผ่านมา</p>
<h2>Government Shutdown ปัจจัยฉุดรั้งการเติบโต</h2>
<p>สาเหตุหลักที่ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างรุนแรง มาจากการลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐบาลกลางอย่างฮวบฮาบ ปัจจัยดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (Federal Shutdown) ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ และกลายเป็นตัวฉุดรั้งภาพรวมของ GDP ในที่สุด</p>
<h3>ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ</h3>
<p>แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ลงรายละเอียดผลกระทบในแต่ละภาคส่วน แต่โดยทั่วไปแล้ว การลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐสามารถส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่การจ้างงานในหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการชะลอตัวของโครงการต่างๆ ที่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลกลาง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ GDP</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ตัวชี้วัด</th>
<th>ข้อมูลไตรมาส 4</th>
<th>หมายเหตุ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต GDP (เบื้องต้น)</td>
<td>1.4%</td>
<td>ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เทียบกับการคาดการณ์</td>
<td>ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์</td>
<td>สะท้อนผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะหน้า</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต GDP สหรัฐฯ Q4</td>
<td>1.4%</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลข 1.4% จากเนื้อหาต้นทางแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการชะลอตัว</td>
<td>การใช้จ่ายภาครัฐลดลงช่วง federal shutdown</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงเป็นปัจจัยหลัก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปรียบเทียบกับคาดการณ์</td>
<td>&#8220;far below analysts’ expectations&#8221;</td>
<td>เรียบเรียงจากข้อความในต้นทางโดยคงความหมายเดิมว่าต่ำกว่าคาดการณ์มาก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงาน/บริษัท/บุคคล</td>
<td>ไม่มีการระบุชื่อเฉพาะ</td>
<td>ไม่พบการอ้างชื่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เฉพาะเจาะจงในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-supreme-court-rules-against-trump-tariff-emergency-power/" target="_blank" rel="noopener">อำนาจภาษีทรัมป์สั่นคลอน! ศาลสูงสหรัฐฯ ชี้ขาด ทรัมป์ไม่มีอำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินเศรษฐกิจ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/blue-owl-sells-1-4-billion-software-loans-shaking-private-credit-market/" target="_blank" rel="noopener">Blue Owl ขายสินเชื่อซอฟต์แวร์ 1.4 พันล้านดอลลาร์ สั่นคลอนตลาด Private Credit</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nvidia-in-talks-to-invest-30-billion-in-openai/" target="_blank" rel="noopener">Nvidia เจรจาลงทุนใน OpenAI มูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ft</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นโยบาย Fed ส่อแววตึงเครียด? Kevin Warsh จ่อคุมบังเหียน-อาจขัดแย้งทรัมป์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 02:59:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดพันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-tension-kevin-warsh-nomination-clash-with-trump/</guid>

					<description><![CDATA[นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นโยบาย Fed อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังมีข่าวเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนใหม่ ซึ่งแนวทางของเขาที่ต้องการลดขนาดงบดุลอาจสร้างความขัดแย้งกับทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>การเสนอชื่อ Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบาย</li>
<li>Warsh มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนให้ Fed ลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) ซึ่งเป็นนโยบายการเงินแบบเข้มงวด</li>
<li>นักลงทุนมองว่าแนวทางนี้อาจขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นทันที</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการรับรองตำแหน่งประธาน Fed ในวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงวิสัยทัศน์ของ Warsh</li>
<li>ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อแนวนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เขาต้องการ</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความชัดเจนของนโยบายในอนาคต โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยและขนาดงบดุล</li>
</ul>
<h2>แนวทางของ Warsh และความเสี่ยงปะทะทรัมป์</h2>
<p>การเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ ได้สร้างความเคลื่อนไหวในแวดวงการเงินทันที จุดยืนที่น่าจับตาของ Warsh คือความต้องการที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นมาตรการที่สวนทางกับนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ใช้มานานหลายปี</p>
<p>นักลงทุนและนักวิเคราะห์มองว่า แนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมักจะแสดงความต้องการให้ Fed คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นของ Warsh จึงอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของฝ่ายบริหาร</p>
<h2>ปฏิกิริยาตลาดการเงินต่อว่าที่ประธาน Fed คนใหม่</h2>
<p>ภายหลังข่าวการเสนอชื่อของ Warsh แพร่สะพัดออกไป ตลาดการเงินได้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตราสารหนี้ แหล่งข่าวระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว (Long-term yields) ได้ปรับตัวสูงขึ้นทันที</p>
<p>การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคาดการณ์ว่ายุคของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายกำลังจะสิ้นสุดลงหาก Warsh ได้รับการแต่งตั้งจริง การลดขนาดงบดุลของ Fed จะหมายถึงการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวสูงขึ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเสนอชื่อบุคคล</td>
<td>President nominated former governor [Kevin Warsh] to lead US central bank.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนถึงการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นผู้ที่จะมานำธนาคารกลางสหรัฐ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดยืนด้านนโยบาย</td>
<td>Warsh’s desire to shrink Fed’s balance sheet.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงความต้องการของ Warsh ที่จะลดขนาดงบดุลของ Fed ซึ่งเป็นนโยบายหลัก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น</td>
<td>&#8230;sets up clash with Trump, say investors.</td>
<td>นักลงทุนเป็นผู้ประเมินว่าแนวทางของ Warsh มีโอกาสที่จะขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปฏิกิริยาของตลาด</td>
<td>Long-term yields ticked up.</td>
<td>แหล่งข่าวรายงานว่าผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-junk-calls-pandemic-disrupts-daily-life/" target="_blank" rel="noopener">สายเรียกเข้าขยะ ระบาดหนักในฮ่องกง กระหน่ำโทรวันละ 12 ครั้งกระทบชีวิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tether-2025-earnings-surpass-10-billion-usd-massive-gold-treasury-holdings/" target="_blank" rel="noopener">ผลประกอบการ Tether ปี 2025 กำไรทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือครองทองคำ-พันธบัตรสหรัฐฯ มหาศาล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/investment-view-sandip-sabharwal-recommends-selective-defence-stocks-itc-value/" target="_blank" rel="noopener">มุมมองลงทุน Sandip Sabharwal แนะเลือกเฟ้นหุ้นกลาโหม ชี้ ITC น่าสนใจ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> FTMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด: ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ย แต่จับตาสัญญาณเปลี่ยนแปลงระยะยาว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-interest-rate-decision-preview-no-change-expected/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 03:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-interest-rate-decision-preview-no-change-expected/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ยเฟดล่าสุด ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพุธนี้ โดยนักลงทุนจับตาสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะมีขึ้นในวันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่น</li>
<li>ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการประชุมครั้งนี้</li>
<li>จุดสนใจหลักของนักลงทุนคือถ้อยแถลงและมุมมองต่อทิศทางนโยบายในอนาคต</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>เนื้อหาในแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) หลังการประชุมสิ้นสุดลง</li>
<li>การใช้ถ้อยคำที่อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะกลางถึงระยะยาว</li>
<li>มุมมองของเฟดต่อสภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบัน</li>
</ul>
<h2>ตลาดคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ยตามเดิม</h2>
<p>การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ถูกมองว่ามีแนวโน้มที่จะไม่มีการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่น่าประหลาดใจ รายงานระบุว่าตลาดการเงินมีความคาดหวังน้อยมากที่จะเห็นการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในทันที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าเฟดจะยังคงรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ</p>
<h2>ทิศทางระยะยาวคือประเด็นสำคัญ</h2>
<p>แม้การประชุมครั้งนี้อาจไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างจับจ้องไปที่สัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทิศทางนโยบายของเฟดในระยะยาว ถ้อยแถลงหลังการประชุมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักที่เฟดใช้เพื่อส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและแผนการดำเนินนโยบายในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกได้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กำหนดการประชุมเฟด</td>
<td>The Fed releases its latest interest rate decision Wednesday.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าการตัดสินใจจะมีขึ้นในวันพุธ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การคาดการณ์ของตลาด</td>
<td>This week&#8217;s meeting offers little suspense and probably not much action.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าตลาดคาดว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการคงดอกเบี้ย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นที่ต้องจับตา</td>
<td>massive changes loom over the Fed&#8217;s longer-term direction.</td>
<td>แหล่งข่าวชี้ว่าจุดสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในระยะยาว ไม่ใช่การตัดสินใจครั้งนี้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่รับผิดชอบ</td>
<td>The Fed</td>
<td>ระบุชื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (The Fed) อย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-loses-360-billion-awaits-budget/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นอินเดียทรุดหนัก มูลค่าหาย 3.6 แสนล้านดอลลาร์ จับตางบประมาณใหม่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/australia-inflation-hits-six-quarter-high-at-3-6-percent/" target="_blank" rel="noopener">เงินเฟ้อออสเตรเลีย แตะ 3.6% สูงสุดรอบ 6 ไตรมาส ตรงตามคาด แต่ RBA ชี้ยังสูงไป</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-supertanker-rates-soar-amid-tight-market-conditions/" target="_blank" rel="noopener">ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งแรง สัญญาณตลาดตึงตัวจากเส้นทางเดินเรือ-คว่ำบาตร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBC</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟดคงดอกเบี้ย ส่อเมินแรงกดดันจากทรัมป์ ย้ำจุดยืนปกป้องความเป็นอิสระ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 04:59:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Federal Reserve]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-expected-to-hold-rates-steady-defending-independence/</guid>

					<description><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง</li>
<li>การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายบริหารที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย</li>
<li>ท่าทีของเฟดสะท้อนความพยายามในการปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการประชุมอย่างเป็นทางการและแถลงการณ์ของประธานเฟด</li>
<li>มุมมองของคณะกรรมการต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะต่อไป</li>
<li>ปฏิกิริยาจากทำเนียบขาวหลังการประกาศมติของเฟด</li>
</ul>
<h2>เฟดเตรียมมีมติคงดอกเบี้ย สวนทางแรงกดดัน</h2>
<p>คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งมีการประชุม 8 ครั้งต่อปี เตรียมจัดการประชุมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่าทีดังกล่าวเป็นการยืนหยัดในหลักการดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นอิสระ แม้จะมีความพยายามในการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองก็ตาม</p>
<h2>การปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</h2>
<p>ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือการที่เฟดต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การที่เฟดยังคงยึดมั่นในข้อมูลและการวิเคราะห์ของตนเองจึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการปกป้องความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินที่น่าเชื่อถือ</p>
<p>ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นายไมเคิล เพียร์ซ จาก Oxford Economics ระบุว่าสถานการณ์ที่น่าลำบากใจของเฟดได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว ซึ่งอาจสะท้อนว่าคณะกรรมการมีความเชื่อมั่นในแนวทางการตัดสินใจของตนเองมากขึ้นโดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันภายนอก</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์มติเฟด</td>
<td>&#8216;widely expected to keep interest rates unchanged&#8217;</td>
<td>เนื้อหารายงานถึงการคาดการณ์ของตลาด ไม่ใช่ผลการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจริง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>แรงกดดันทางการเมือง</td>
<td>&#8216;despite President Donald Trump&#8217;s pressure to slash levels&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>US Federal Reserve</td>
<td>ชื่อหน่วยงาน &#8216;Federal Reserve&#8217; ถูกอ้างอิงอย่างสอดคล้องตลอดเนื้อหา</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นนักวิเคราะห์</td>
<td>Michael Pearce of Oxford Economics</td>
<td>มีการอ้างอิงชื่อและสังกัดของนักวิเคราะห์ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/woori-bank-ceo-vows-to-narrow-gap-with-rivals-in-2026/" target="_blank" rel="noopener">Woori Bank ประกาศเป้าปี 2026 ซีอีโอลั่นขอไล่บี้คู่แข่งรายใหญ่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-stock-market-faces-two-track-economy-investors-bet-on-exports/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นจีนเกิดภาวะสองขั้ว นักลงทุนเดิมพันหุ้นส่งออก-เมินหุ้นบริโภค</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-slashes-clean-energy-loans-bets-on-gas-and-nuclear/" target="_blank" rel="noopener">ทรัมป์ล้มเงินกู้พลังงานสะอาดกว่า 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกนโยบายพลังงานสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟดคงดอกเบี้ยยาวถึง พ.ค. สัญญาณใหม่จากนักเศรษฐศาสตร์พลิกคาดการณ์เดิม</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-holds-rates-until-may-as-economists-shift-view/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 05:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-holds-rates-until-may-as-economists-shift-view/</guid>

					<description><![CDATA[นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนสิ้นสุดไตรมาสปัจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนสิ้นสุดไตรมาสปัจจุบัน และอาจยาวไปถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนมุมมอง คาดว่า Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยในไตรมาสปัจจุบัน</li>
<li>กรอบเวลาการคงอัตราดอกเบี้ยอาจยาวนานไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดวาระของประธาน Fed คนปัจจุบัน</li>
<li>การคาดการณ์ใหม่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากความเชื่อเดิมที่ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งถัดไป เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายที่ชัดเจนขึ้น</li>
<li>ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของ Fed</li>
</ul>
<h2>มุมมองนักเศรษฐศาสตร์เปลี่ยนทิศทาง</h2>
<p>รายงานล่าสุดระบุว่าฉันทามติในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ กลับกลายเป็นว่าส่วนใหญ่เชื่อว่า Fed จะใช้ความระมัดระวังและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจยังคงอยู่</p>
<h2>กรอบเวลาใหม่: อาจยาวถึงกลางปี</h2>
<p>การคาดการณ์ใหม่ได้ขยายกรอบเวลาที่คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยออกไป โดยระบุว่าอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตลอดไตรมาสปัจจุบัน และมีความเป็นไปได้ที่จะลากยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วาระการดำรงตำแหน่งของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบันจะสิ้นสุดลง ปัจจัยนี้กลายเป็นจุดสนใจใหม่ที่ตลาดกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายการเงินในอนาคต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย Fed</td>
<td>A majority of economists expect the Fed to keep rates unchanged through the current quarter.</td>
<td>สรุปประเด็นหลักจากเนื้อหาต้นทางตรงตามที่ระบุ ไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาการคงดอกเบี้ย</td>
<td>Possibly until Chair Jerome Powell’s term ends in May.</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าเนื้อหาระบุกรอบเวลาที่เป็นไปได้จนถึงเดือนพฤษภาคมตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Chair Jerome Powell</td>
<td>คัดลอกชื่อและตำแหน่ง &#8216;Chair Jerome Powell&#8217; ตรงตามตัวอักษรจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปลี่ยนแปลงมุมมอง</td>
<td>A shift from earlier expectations of a near-term rate cut.</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากความคาดหวังเดิม ซึ่งถูกนำมาสรุปในบทความอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitgo-ipo-priced-at-18-dollars-focusing-on-custody-growth/" target="_blank" rel="noopener">BitGo IPO เคาะราคาที่ $18 ต่อหุ้น ชูจุดแข็งธุรกิจรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/kospi-index-surpasses-5000-record-high-chip-stocks/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Kospi ทะลุ 5,000 จุดครั้งประวัติศาสตร์ หุ้นชิปหนุนแรง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/canada-pivots-energy-exports-to-asian-markets/" target="_blank" rel="noopener">ส่งออกพลังงานแคนาดา พลิกกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ลดพึ่งพาสหรัฐฯ มุ่งเจาะตลาดเอเชีย</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes Indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาษีความมั่งคั่ง แคลิฟอร์เนีย ส่อเค้ากระทบหนัก &#8220;หุ้นโหวต&#8221; จุดชนวน Founder ย้ายหนี?</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/california-wealth-tax-targets-founder-voting-shares/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Jan 2026 06:58:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Silicon Valley]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[แคลิฟอร์เนีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/california-wealth-tax-targets-founder-voting-shares/</guid>

					<description><![CDATA[ภาษีความมั่งคั่ง แคลิฟอร์เนีย กำลังสร้างความกังวลครั้งใหม่ใน Silicon Valley หลังมีรายงานว่าข้อเสนออ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ภาษีความมั่งคั่ง แคลิฟอร์เนีย กำลังสร้างความกังวลครั้งใหม่ใน Silicon Valley หลังมีรายงานว่าข้อเสนออาจพุ่งเป้าเก็บภาษีจาก &#8220;หุ้นโหวต&#8221; ของผู้ก่อตั้งโดยตรง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ประเด็นใหม่: ข้อเสนอภาษีความมั่งคั่งอาจไม่ได้เก็บจากมูลค่าหุ้นทั่วไป แต่พุ่งเป้าไปที่ &#8220;หุ้นสำหรับโหวต&#8221; (voting shares) ของผู้ก่อตั้ง</li>
<li>ผลกระทบ: อาจกระทบต่ออำนาจการควบคุมบริษัทของ Founder แม้ยังไม่ได้ขายหุ้นออกมาเป็นเงินสดก็ตาม</li>
<li>ความเคลื่อนไหว: ประเด็นนี้ทำให้เกิดกระแสพูดคุยเรื่องการย้ายออกจากแคลิฟอร์เนียในกลุ่มผู้ประกอบการเทคโนโลยีอีกครั้ง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>รายละเอียดและเงื่อนไขที่ชัดเจนของร่างกฎหมายภาษีความมั่งคั่งฉบับนี้</li>
<li>ปฏิกิริยาจากกลุ่มนักลงทุนและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ใน Silicon Valley ต่อข้อเสนอดังกล่าว</li>
<li>ความคืบหน้าในการพิจารณากฎหมายของสภาแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย</li>
</ul>
<h2>เจาะลึก &#8220;ภาษีหุ้นโหวต&#8221; ทำไมถึงน่ากังวลกว่าที่คิด?</h2>
<p>ประเด็นร้อนใน Silicon Valley ขณะนี้ คือข้อเสนอการเก็บภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีรายละเอียดน่ากังวลกว่าที่เคยเป็นมา โดยรายงานล่าสุดชี้ว่า ภาษีดังกล่าวอาจไม่ได้คำนวณจากมูลค่าหุ้นสามัญที่ผู้ก่อตั้งถือครอง แต่จะพุ่งเป้าไปที่ &#8220;หุ้นสำหรับใช้สิทธิออกเสียง&#8221; หรือ Voting Shares โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมทิศทางของบริษัท</p>
<p>ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหุ้นโหวตคือหัวใจของอำนาจบริหารสำหรับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ การเก็บภาษีจากหุ้นส่วนนี้โดยตรงหมายความว่า Founder อาจต้องรับภาระภาษีมหาศาลจากสินทรัพย์ที่ยังไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นเงินสด ซึ่งอาจสร้างปัญหาสภาพคล่องและบีบให้ต้องขายหุ้นเพื่อนำเงินมาจ่ายภาษี</p>
<h3>ผลกระทบต่อโครงสร้างการควบคุมของสตาร์ทอัพ</h3>
<p>การที่ผู้ก่อตั้งอาจถูกบีบให้ขายหุ้นโหวตเพื่อชำระภาษี อาจนำไปสู่ผลกระทบลูกโซ่ที่ร้ายแรงต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในแคลิฟอร์เนียได้ ประเด็นหลักๆ ที่น่ากังวลประกอบด้วย:</p>
<ul>
<li><strong>การสูญเสียอำนาจควบคุม:</strong> ผู้ก่อตั้งอาจต้องยอมลดสัดส่วนการถือครองหุ้นโหวต ซึ่งหมายถึงการสูญเสียอำนาจในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และอาจทำให้วิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทเปลี่ยนไป</li>
<li><strong>ความเสี่ยงต่อการถูกครอบงำกิจการ:</strong> เมื่ออำนาจควบคุมของผู้ก่อตั้งลดลง อาจเปิดช่องให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือแม้กระทั่งครอบงำกิจการได้ง่ายขึ้น</li>
<li><strong>อุปสรรคต่อนวัตกรรม:</strong> ความไม่แน่นอนทางภาษีอาจทำให้ผู้ประกอบการลังเลที่จะก่อตั้งหรือขยายธุรกิจในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของรัฐในระยะยาว</li>
</ul>
<h2>Silicon Valley กับทางเลือก &#8220;สู้หรือถอย&#8221;</h2>
<p>จากรายงานดังกล่าว ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างจริงจังในกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนใน Silicon Valley เกี่ยวกับการย้ายฐานที่ตั้งออกจากรัฐแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ค่าครองชีพที่สูง แต่ประเด็นภาษีที่กระทบต่อโครงสร้างการควบคุมบริษัทโดยตรง ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับหลายคน เนื่องจากเป็นการสั่นคลอนรากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ</p>
<p>สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างนโยบายการคลังของรัฐที่ต้องการหารายได้เพิ่ม กับความต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมและธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจแคลิฟอร์เนียมาอย่างยาวนาน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเก็บภาษีพุ่งเป้าหุ้นโหวต (Voting Shares)</td>
<td>&#8220;the proposed wealth tax would hit founders on their voting shares&#8221;</td>
<td>เนื้อหารายงานตรงตามข้อมูลที่ระบุในแหล่งข่าวอย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป็นสาเหตุให้คนใน Silicon Valley พูดถึงการย้ายออก</td>
<td>&#8220;Why Silicon Valley is really talking about fleeing California&#8221;</td>
<td>แหล่งข่าวเชื่อมโยงประเด็นภาษีนี้กับการพิจารณาย้ายออกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การอ้างอิงจากสื่ออื่น</td>
<td>&#8220;As highlighted Friday in the New York Post&#8221;</td>
<td>แหล่งข่าว Techcrunch อ้างอิงข้อมูลมาจาก New York Post ซึ่งถูกระบุไว้ในบทความ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขหรืออัตราภาษี</td>
<td>ไม่มีข้อมูลตัวเลข % ภาษีในเนื้อหาที่ให้มา</td>
<td>ไม่พบการระบุอัตราภาษีหรือมูลค่าเป็นตัวเลขในเนื้อหาต้นทาง จึงไม่มีการรายงานตัวเลขในข่าวนี้</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-shanghai-to-sign-gold-trading-agreement/" target="_blank" rel="noopener">ฮ่องกง-เซี่ยงไฮ้ เชื่อมตลาดทองคำ เซ็น MOU สัปดาห์หน้า ดันสู่ฮับการค้าโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hyundai-kia-record-us-market-share-2025-despite-tariffs/" target="_blank" rel="noopener">ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ปี 2025: Hyundai-Kia ทุบสถิติใหม่ 11.3% แม้เผชิญภาษี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-it-stocks-q3-2026-results-analysis-tcs-infosys-wipro-hcl/" target="_blank" rel="noopener">ผลประกอบการหุ้นไอทีอินเดีย Q3/69: ส่อง 4 ยักษ์ใหญ่ ใครเด่น-ใครน่าห่วง?</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Techcrunch, New York Post</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินเฟ้อสหรัฐ สัญญาณดีแค่ครึ่งเดียว Fed เจอศึกสองด้านสู้เงินเฟ้อบริการ-แรงกดดันการคลัง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-inflation-shows-mixed-signals-as-fed-faces-fiscal-dominance-challenge/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 07:58:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลางสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-inflation-shows-mixed-signals-as-fed-faces-fiscal-dominance-challenge/</guid>

					<description><![CDATA[เงินเฟ้อสหรัฐยังน่ากังวล แม้เงินเฟ้อสินค้าจะลดลง แต่ภาคบริการยังคงสูงต่อเนื่อง ทำให้ Fed เผชิญความท...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินเฟ้อสหรัฐยังน่ากังวล แม้เงินเฟ้อสินค้าจะลดลง แต่ภาคบริการยังคงสูงต่อเนื่อง ทำให้ Fed เผชิญความท้าทายจากนโยบายการคลังที่สวนทางกัน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>สถานการณ์เงินเฟ้อสหรัฐแบ่งออกเป็นสองส่วนชัดเจน: เงินเฟ้อในหมวดสินค้าชะลอตัวลง แต่เงินเฟ้อภาคบริการยังคงอยู่ในระดับสูง</li>
<li>เครื่องมือนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีประสิทธิภาพจำกัดในการควบคุมเงินเฟ้อภาคบริการ ซึ่งผูกติดกับตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง</li>
<li>นโยบายการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงมีการใช้จ่ายสูง (Fiscal Dominance) กำลังสร้างแรงกดดันและทำงานสวนทางกับความพยายามของ Fed ในการคุมเงินเฟ้อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางของตัวเลขการจ้างงานและค่าจ้างในภาคบริการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคต</li>
<li>การดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะขนาดของการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ</li>
<li>ถ้อยแถลงของประธาน Fed และคณะกรรมการ FOMC เกี่ยวกับมุมมองต่อภาวะ &#8216;Fiscal Dominance&#8217; และผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงิน</li>
</ul>
<h2>วิเคราะห์เงินเฟ้อสหรัฐ: ปัญหาที่แก้ไขได้เพียงครึ่งเดียว</h2>
<p>ภาพรวมเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จเพียงครึ่งทาง แม้ว่าแรงกดดันด้านราคาในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทาน แต่สถานการณ์ในภาคบริการกลับยังคงน่าเป็นห่วง ตัวเลขเงินเฟ้อในส่วนนี้ยังคงแข็งแกร่งและไม่มีแนวโน้มลดลงง่ายๆ ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ</p>
<h3>ความท้าทายของเงินเฟ้อภาคบริการ</h3>
<p>สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อภาคบริการยังคงฝังตัวลึก มาจากตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว ค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถูกส่งผ่านไปยังต้นทุนการบริการโดยตรง ซึ่งเป็นส่วนที่นโยบายการเงินผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ไม่สามารถส่งผลกระทบได้อย่างเต็มที่เหมือนกับในภาคการผลิตสินค้า ทำให้การต่อสู้กับเงินเฟ้อในรอบนี้มีความซับซ้อนกว่าในอดีต</p>
<h2>ภาวะ &#8216;Fiscal Dominance&#8217; ปัจจัยซ้ำเติมที่ Fed ต้องเผชิญ</h2>
<p>นอกเหนือจากปัญหาเชิงโครงสร้างของเงินเฟ้อแล้ว Fed ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายการคลัง หรือที่เรียกว่า &#8216;Fiscal Dominance&#8217; ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่นโยบายการใช้จ่ายของรัฐบาลมีอิทธิพลเหนือกว่านโยบายการเงิน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณในระดับสูงและมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังนี้เปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งในขณะที่ Fed กำลังพยายามเหยียบเบรกเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ สถานการณ์ที่สวนทางกันนี้ทำให้ภารกิจควบคุมเงินเฟ้อของ Fed ยากขึ้นเป็นทวีคูณ และอาจบีบให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพื่อต่อสู้กับแรงกดดันเงินเฟ้อที่มาจากทั้งสองด้าน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การแบ่งประเภทเงินเฟ้อ</td>
<td>เงินเฟ้อแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ภาคสินค้า (ลดลง) และภาคบริการ (ยังสูง)</td>
<td>เนื้อหาในบทความสะท้อนการวิเคราะห์นี้อย่างสอดคล้องกันตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แนวคิด Fiscal Dominance</td>
<td>นโยบายการคลังของรัฐบาลกำลังทำงานสวนทางกับนโยบายการเงินของ Fed</td>
<td>บทความได้อธิบายแนวคิดและผลกระทบตามที่แหล่งข่าววิเคราะห์ไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประสิทธิภาพของนโยบาย Fed</td>
<td>เครื่องมือของ Fed มีผลจำกัดต่อเงินเฟ้อภาคบริการที่ขับเคลื่อนด้วยค่าจ้าง</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าการวิเคราะห์ในบทความสอดคล้องกับประเด็นที่แหล่งข่าวนำเสนอ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขทางการเงิน</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขทางการเงินในสกุลต่างประเทศ</td>
<td>ไม่จำเป็นต้องมีการแปลงค่าเงิน เนื่องจากเนื้อหาเป็นเชิงวิเคราะห์นโยบาย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/" target="_blank" rel="noopener">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-recovery-2026-mainland-china-investment/" target="_blank" rel="noopener">อสังหาฯ ฮ่องกง จ่อฟื้นตัวปี 2026 คาดเงินทุนจีนหนุนดีลโต 10%</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ft</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ หยุดแทรกแซง 2 เรื่องใหญ่: Fed และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 06:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[วอลล์สตรีท]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/wall-street-warns-trump-stop-attacking-fed-credit-card-industry/</guid>

					<description><![CDATA[วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">วอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ แสดงความกังวลต่อแนวทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้นหากได้เป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed และธุรกิจบัตรเครดิต</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้บริหารวอลล์สตรีทส่งสัญญาณเตือนโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงผลกระทบเชิงลบหากใช้อำนาจประธานาธิบดีแทรกแซง 2 ประเด็นสำคัญ</li>
<li>ประเด็นแรกคือความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมเงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพ</li>
<li>ประเด็นที่สองคือการโจมตีอุตสาหกรรมบัตรเครดิต โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจกระทบผลกำไรของสถาบันการเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อคำเตือนเหล่านี้ และการประกาศนโยบายเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง</li>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น หากทรัมป์มีคะแนนนิยมนำในการเลือกตั้ง</li>
</ul>
<h2>วอลล์สตรีทหวั่นนโยบายแทรกแซง ทำลายเสถียรภาพเศรษฐกิจ</h2>
<p>กลุ่มผู้บริหารในวอลล์สตรีทได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อแนวทางนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยคำเตือนมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ คือการคุกคามความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการโจมตีรูปแบบธุรกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</p>
<h3>ทำไมความเป็นอิสระของ Fed จึงสำคัญ?</h3>
<p>ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเสาหลักของนโยบายการเงินสมัยใหม่ การที่ Fed สามารถตัดสินใจขึ้นหรือลงอัตราดอกเบี้ยโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อและรักษาความเชื่อมั่นของตลาด นักลงทุนและผู้บริหารภาคการเงินกังวลว่า หากทรัมป์พยายามกดดันหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Fed อาจนำไปสู่ความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน และบั่นทอนความสามารถในการควบคุมเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<h3>เป้าโจมตีที่สอง: อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</h3>
<p>นอกเหนือจากประเด็นของ Fed แล้ว ทรัมป์ยังเคยแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์ค่าธรรมเนียมที่บริษัทบัตรเครดิตเรียกเก็บ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงิน วอลล์สตรีทกังวลว่าทรัมป์อาจใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อบังคับให้มีการลดค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของสถาบันการเงินจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการชำระเงินในที่สุด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ผู้บริหารวอลล์สตรีทเตือนทรัมป์ให้หยุดโจมตี Fed และอุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>สรุปประเด็นหลักจากหัวข้อข่าวตรงตามที่ระบุ โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อ Fed</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจโจมตีความเป็นอิสระของ Fed</td>
<td>เนื้อหาข่าวสะท้อนความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายการเงิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความกังวลต่อธุรกิจบัตรเครดิต</td>
<td>ระบุว่าทรัมป์อาจตั้งเป้าไปที่อุตสาหกรรมบัตรเครดิต</td>
<td>เนื้อหาข่าวกล่าวถึงความเสี่ยงต่อธุรกิจบัตรเครดิตตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์, วอลล์สตรีท, Fed</td>
<td>ตรวจสอบการใช้ชื่อบุคคลและองค์กรให้สอดคล้องกับที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/wall-street-groups-hire-traders-for-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">ตลาด 예측 สนามใหม่ Wall Street ส่งเทรดเดอร์ลุยพนันผลการเมือง-กีฬา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-property-recovery-2026-mainland-china-investment/" target="_blank" rel="noopener">อสังหาฯ ฮ่องกง จ่อฟื้นตัวปี 2026 คาดเงินทุนจีนหนุนดีลโต 10%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/china-trade-surplus-hits-record-1-2-trillion-december-exports-beat-estimates/" target="_blank" rel="noopener">ยอดเกินดุลการค้าจีน ทุบสถิติสูงสุด 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งออกธ.ค. โตแรงเกินคาด</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Bangkoktoday</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเป็นอิสระของ Fed ถึงจุดเปลี่ยน? Supreme Court สหรัฐเตรียมพิจารณาคดี 21 ม.ค. นี้</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-supreme-court-hearing-jan-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 00:58:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[Supreme Court]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-independence-supreme-court-hearing-jan-21/</guid>

					<description><![CDATA[ความเป็นอิสระของ Fed กำลังจะถูกท้าทายครั้งสำคัญ โดยศาลฎีกาสหรัฐมีกำหนดรับฟังการไต่สวนในวันที่ 21 ม....]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ความเป็นอิสระของ Fed กำลังจะถูกท้าทายครั้งสำคัญ โดยศาลฎีกาสหรัฐมีกำหนดรับฟังการไต่สวนในวันที่ 21 ม.ค. ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ศาลฎีกาสหรัฐ (Supreme Court) เตรียมพิจารณาคดีที่ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)</li>
<li>กำหนดการไต่สวนจะมีขึ้นในวันที่ 21 มกราคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตา</li>
<li>ผลการพิจารณาอาจเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับความพยายามของ Fed ในการรักษาความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการพิจารณาของศาลฎีกาในวันที่ 21 มกราคม และแนวคำตัดสินที่จะออกมา</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างอำนาจและการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของสหรัฐในระยะยาว</li>
<li>ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมืองและตลาดการเงินต่อผลการพิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์นี้</li>
</ul>
<h2>การต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระของ Fed เข้าสู่ชั้นศาล</h2>
<p>ประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Federal Reserve) กำลังจะมาถึงจุดชี้ขาดครั้งสำคัญในสัปดาห์หน้า เมื่อศาลฎีกาสหรัฐมีกำหนดการรับฟังการไต่สวนในคดีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอำนาจและการดำเนินงานของเฟดในวันที่ 21 มกราคมนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าจะเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับความพยายามของธนาคารกลางในการยืนหยัดความเป็นอิสระ</p>
<h2>เบื้องหลังและนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ</h2>
<p>การพิจารณาคดีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ความเป็นอิสระของเฟดถูกตั้งคำถามและท้าทายจากฝ่ายการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การรักษาความเป็นอิสระถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารกลางสามารถดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองระยะสั้น ดังนั้น ผลของคดีนี้จึงไม่เพียงส่งผลต่อเฟดเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในภาพรวมอีกด้วย</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กำหนดการไต่สวนของศาลฎีกา</td>
<td>วันที่ 21 มกราคม</td>
<td>ข้อมูลวันที่ถูกระบุอย่างชัดเจนในเนื้อหาข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Supreme Court, Federal Reserve (central bank)</td>
<td>ตรวจสอบชื่อหน่วยงานและบทบาทตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นหลักของคดี</td>
<td>การรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง</td>
<td>เนื้อหาสรุปประเด็นหลักของคดีได้สอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ศาลฎีกาจะรับฟังการไต่สวนในคดีที่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed</td>
<td>สรุปเหตุการณ์หลักใหม่โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงจากต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/orsted-wins-lawsuit-resumes-revolution-wind-project/" target="_blank" rel="noopener">Ørsted ชนะคดี ศาลสหรัฐฯ ไฟเขียวให้เดินหน้าโครงการ Revolution Wind ต่อได้</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/crude-oil-prices-rise-on-iran-unrest-concerns/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด กังวลสถานการณ์อิหร่านดัน WTI แตะ 59.74 ดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hupo-raises-10m-series-a-pivots-to-ai-sales-coaching/" target="_blank" rel="noopener">Hupo ระดมทุน Series A สำเร็จ 10 ล้านดอลลาร์ พลิกธุรกิจสู่ AI โค้ชทีมขาย</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอทรัมป์ที่วงการธนาคารชี้ว่า &#8216;เสี่ยงร้ายแรง&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 00:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/trump-credit-card-rate-cap-plan-risks-bank-insiders-say/</guid>

					<description><![CDATA[เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ตามข้อเสนอของทรัมป์ กำลังสร้างความกังวลในวงการธนาคารสหรัฐฯ โดยชี้ว่าอาจทำลายผลกำไรและกระทบผู้มีเครดิตน้อย</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดไว้ที่ 10%</li>
<li>คนในวงการธนาคารมองว่านโยบายนี้มีความเสี่ยงร้ายแรง อาจทำให้ธุรกิจบัตรเครดิตส่วนใหญ่ขาดทุน</li>
<li>กลุ่มผู้บริโภคที่มีคะแนนเครดิตไม่สูง (subprime) จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อาจเข้าไม่ถึงสินเชื่อ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li><strong>เส้นทางทางกฎหมาย:</strong> ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ แนวทางในการผลักดันให้เป็นกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน และคาดว่าจะเผชิญแรงต้านจากภาคการเงินอย่างหนัก</li>
<li><strong>ผลกระทบต่อผู้บริโภค:</strong> ต้องติดตามว่าหากนโยบายนี้ถูกผลักดันจริง จะส่งผลต่อเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือมีประวัติเครดิตไม่ดีอย่างไร</li>
</ul>
<h2>วงการธนาคารหวั่น &#8216;หายนะ&#8217; หากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต</h2>
<p>แหล่งข่าวจากวงการธนาคารในสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อเสนอของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบที่ &#8216;ร้ายแรง&#8217; ต่ออุตสาหกรรม และมีเส้นทางสู่การปฏิบัติจริงที่ไม่ชัดเจน</p>
<p>ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การจำกัดอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับดังกล่าวจะทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีหรือไม่แข็งแรงพอ (less-than-ideal credit) กลายเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรได้สำหรับสถาบันการเงิน เนื่องจากไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดหนี้เสีย</p>
<h2>ใครคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง?</h2>
<p>แม้ว่าข้อเสนอนี้อาจดูเหมือนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในภาพรวม แต่ผลกระทบที่แท้จริงอาจตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางการเงินมากที่สุด ธนาคารอาจจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไป</p>
<p>ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นคือ:</p>
<ul>
<li>ผู้ที่มีคะแนนเครดิตต่ำอาจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบัตรเครดิตได้เลย</li>
<li>วงเงินอนุมัติอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับลูกค้าหลายกลุ่ม</li>
<li>ธนาคารอาจหันไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทอื่นมาชดเชยส่วนต่างของดอกเบี้ยที่หายไป</li>
</ul>
<p>ดังนั้น นโยบายที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้บริโภคอาจกลายเป็นการตัดโอกาสทางการเงินของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดแทน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอจำกัดเพดานดอกเบี้ย</td>
<td>กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%</td>
<td>เนื้อหาระบุตัวเลข 10% อย่างชัดเจนตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผู้เสนอแนวคิด</td>
<td>โดนัลด์ ทรัมป์ (Trump)</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเป็นข้อเสนอของทรัมป์ สอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหมด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ความเห็นจากวงการธนาคาร</td>
<td>มีความเสี่ยงร้ายแรง (devastating risks) และทำให้ธุรกิจไม่สามารถทำกำไรได้ (unprofitable)</td>
<td>เป็นการสรุปความเห็นจากคนในวงการธนาคารตามที่แหล่งข่าวอ้างอิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงตัวเลข</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>ลูกค้าที่มีเครดิตไม่ดี (customers with less-than-ideal credit)</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุถึงกลุ่มนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-proposes-10-percent-credit-card-interest-rate-cap/" target="_blank" rel="noopener">ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% ข้อเสนอใหม่จากทรัมป์ จ่อกระทบรายได้หลักธนาคาร</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงานประชุม FOMC เผย Fed กังวลสภาพคล่องตลาดเงินระยะสั้น อาจเกิดภาวะชะงักงัน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fomc-minutes-reveal-fed-concern-over-short-term-funding-liquidity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2026 21:58:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[FOMC]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพคล่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fomc-minutes-reveal-fed-concern-over-short-term-funding-liquidity/</guid>

					<description><![CDATA[รายงานประชุม FOMC เดือนธันวาคมชี้ว่า Fed กำลังจับตาปัญหาสภาพคล่องในระบบการเงินอย่างใกล้ชิด โดยแสดงค...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">รายงานประชุม FOMC เดือนธันวาคมชี้ว่า Fed กำลังจับตาปัญหาสภาพคล่องในระบบการเงินอย่างใกล้ชิด โดยแสดงความกังวลว่าตลาดเงินระยะสั้นอาจเกิดภาวะชะงักงันได้</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>รายงานการประชุม FOMC เดือนธันวาคม เผยให้เห็นว่าจุดสนใจของเจ้าหน้าที่ Fed ได้เปลี่ยนจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยไปสู่ประเด็นสภาพคล่องในระบบ</li>
<li>ความกังวลหลักคือระบบการเงินอาจมีเงินสด (Reserves) ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดชะงักอย่างกะทันหันในตลาดเงินทุนระยะสั้น</li>
<li>เจ้าหน้าที่ Fed กำลังประเมินความเสี่ยงที่ตลาดเงินอาจเกิดภาวะ &#8216;ชะงักงัน&#8217; (seize up) ซึ่งเป็นประเด็นด้านเสถียรภาพทางการเงินโดยตรง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีของ Fed ในอนาคตเกี่ยวกับการจัดการปริมาณเงินสำรองในระบบธนาคาร เพื่อป้องกันปัญหาสภาพคล่องตึงตัว</li>
<li>การสื่อสารจากประธาน Fed และกรรมการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งอาจมีความสำคัญมากกว่าทิศทางดอกเบี้ยในระยะสั้น</li>
<li>ผลกระทบของความกังวลนี้ต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการ Quantitative Tightening (QT) ในอนาคต</li>
</ul>
<h2>Fed เปลี่ยนโฟกัส: จากดอกเบี้ยสู่เสถียรภาพระบบการเงิน</h2>
<p>รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประจำเดือนธันวาคมที่เปิดเผยออกมาล่าสุด ได้สร้างมุมมองใหม่ให้กับตลาดการเงิน โดยเนื้อหาการหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การปรับขึ้นหรือลงของอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก แต่กลับให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับประเด็น &#8216;กลไก&#8217; ภายในของระบบการเงิน</p>
<p>สาระสำคัญของการประชุมชี้ให้เห็นว่า Fed กำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับความเพียงพอของสภาพคล่อง หรือปริมาณเงินสดในระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงให้ตลาดการเงินดำเนินไปได้อย่างราบรื่น การหารือดังกล่าวสะท้อนว่า Fed กำลังมองข้ามช็อตไปที่การป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ มากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว</p>
<h2>ความเสี่ยง &#8216;ตลาดเงินชะงักงัน&#8217; คืออะไร?</h2>
<p>ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเสี่ยงที่ตลาดเงินทุนระยะสั้น (short-term funding market) อาจเกิดภาวะชะงักงัน หรือ &#8216;seize up&#8217; ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่สถาบันการเงินไม่สามารถกู้ยืมเงินระยะสั้นระหว่างกันได้ตามปกติ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นหรือขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง</p>
<p>ภาวะดังกล่าวหากเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและรวดเร็วต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม เจ้าหน้าที่ Fed จึงกำลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าปริมาณเงินสำรองในปัจจุบันมีมากพอที่จะรับมือกับความต้องการสภาพคล่องที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันได้หรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ความกังวลหลักของ Fed</td>
<td>กังวลว่าตลาดเงินทุนระยะสั้นอาจเกิดภาวะชะงักงัน (seize up)</td>
<td>เนื้อหาจากแหล่งข่าวระบุประเด็นนี้เป็นหัวใจสำคัญของรายงานการประชุม</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปลี่ยนแปลงจุดสนใจ</td>
<td>เจ้าหน้าที่ Fed ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องในระบบการเงินมากกว่าการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนถึงการเปลี่ยนโฟกัสในการหารือของเจ้าหน้าที่ Fed</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของความกังวล</td>
<td>ระบบการเงินอาจมีเงินสด (cash) ไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการหยุดชะงัก</td>
<td>สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในแหล่งข่าวว่าเป็นแกนหลักของความกังวล</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Federal Reserve (Fed) / FOMC</td>
<td>ชื่อหน่วยงานถูกอ้างอิงตามที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นทางอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ipo-2026-new-wave-tech-giants-eye-public-markets/" target="_blank" rel="noopener">IPO ปี 2026 คลื่นลูกใหม่? วิเคราะห์ 3 ปัจจัยดันยักษ์เทคกลับสู่ตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sebi-bans-26-individuals-over-du-digital-stock-manipulation/" target="_blank" rel="noopener">ปั่นหุ้น DU Digital พุ่งเกือบ 1,400% ก.ล.ต. อินเดียสั่งแบน 26 ราย ยึดทรัพย์-ปรับอ่วม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/stranger-things-finale-could-boost-netflix-amc-stocks/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Netflix และ AMC อาจพุ่งรับ Stranger Things ภาคจบ ชี้โมเดลฉายโรงหนังเป็นตัวเปลี่ยนเกม</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Coindesk</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ย Fed เผยรายงานประชุมธันวาฯ เสียงแตก! กรรมการบางส่วนมองลดดอกเบี้ยเป็นเรื่อง &#8216;สูสี&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-december-meeting-minutes-show-close-call-on-rate-cut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 20:59:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[FOMC]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-december-meeting-minutes-show-close-call-on-rate-cut/</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ย Fed เผยรายงานการประชุมเดือนธันวาคม พบว่ากรรมการบางส่วนมองว่าการตัดสินใจลดดอกเบี้ยเป็นเรื่อ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ดอกเบี้ย Fed เผยรายงานการประชุมเดือนธันวาคม พบว่ากรรมการบางส่วนมองว่าการตัดสินใจลดดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่ &#8216;สูสีมาก&#8217; สะท้อนความไม่เป็นเอกฉันท์ภายในคณะกรรมการ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>รายงานการประชุม Fed เดือนธันวาคมชี้ว่า การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยเป็น &#8216;เรื่องที่สูสี&#8217; (close call) สำหรับกรรมการบางส่วน</li>
<li>สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เกี่ยวกับจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการผ่อนคลายนโยบาย</li>
<li>การเปิดเผยนี้อาจส่งผลให้นักลงทุนประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในอนาคตใหม่ โดย Fed อาจใช้ความระมัดระวังมากขึ้น</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ในระยะต่อไป เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจ</li>
<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการตัดสินใจครั้งถัดไป</li>
</ul>
<h2>รายงานประชุม Fed เผยความเห็นต่างภายใน</h2>
<p>รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประจำเดือนธันวาคมที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ได้ให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) โดยใจความสำคัญระบุว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ Fed บางราย การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนั้นถือเป็น &#8216;เรื่องที่สูสีมาก&#8217; (a close call)</p>
<p>ประเด็นดังกล่าวบ่งชี้ว่า แม้ผลลัพธ์สุดท้ายคือการลดดอกเบี้ย แต่ก็ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์อย่างสมบูรณ์ ความลังเลของกรรมการบางส่วนอาจมีสาเหตุมาจากความกังวลว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วเกินไปอาจกระตุ้นให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง หรืออาจมองว่าข้อมูลเศรษฐกิจในขณะนั้นยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะสนับสนุนการลดดอกเบี้ยอย่างเต็มที่</p>
<h2>นัยยะสำคัญต่อนโยบายการเงินในอนาคต</h2>
<p>การเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกจากการประชุมครั้งนี้มีนัยยะสำคัญต่อนักลงทุนและตลาดการเงินทั่วโลก เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณว่าเส้นทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ในอนาคตอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดการณ์กันไว้ ความเห็นที่แตกต่างกันภายใน FOMC หมายความว่าการตัดสินใจในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่เป็นอย่างมาก (data-dependent)</p>
<p>จากข้อมูลนี้ นักวิเคราะห์มองว่าอาจทำให้ตลาดต้องปรับความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในอนาคต โดย Fed อาจเลือกที่จะเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและใช้ความระมัดระวังสูง เพื่อให้แน่ใจว่าภารกิจควบคุมเงินเฟ้อจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน โดยไม่สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>มีการเปิดเผยรายงานการประชุม Fed ประจำเดือนธันวาคม</td>
<td>เนื้อหาข่าวสรุปใจความสำคัญจากการเปิดเผยรายงานการประชุมดังกล่าวจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อค้นพบสำคัญ</td>
<td>กรรมการ Fed บางส่วนมองว่าการตัดสินใจลดดอกเบี้ยเป็น &#8216;close call&#8217;</td>
<td>คำว่า &#8216;close call&#8217; เป็นประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)</td>
<td>ระบุชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ได้อย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อมูลเชิงปริมาณ</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขดอกเบี้ยหรือสถิติที่ชัดเจน</td>
<td>บทความเป็นเชิงวิเคราะห์ ไม่ได้อ้างอิงตัวเลขตลาด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง จึงไม่มีข้อมูลให้ตรวจสอบ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/fed-minutes-show-officials-split-over-december-rate-cut/" target="_blank" rel="noopener">รายงานการประชุม Fed เผยกรรมการเสียงแตกประเด็นลดดอกเบี้ยเดือนธ.ค.</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ai-bubble-comparison-to-1929-wall-street-crash/" target="_blank" rel="noopener">ภาวะฟองสบู่ AI น่ากังวล? ส่องสถิติเทียบวิกฤต Wall Street 1929</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/grayscale-files-for-first-us-bittensor-tao-etp/" target="_blank" rel="noopener">Grayscale ยื่นจัดตั้ง ETP เหรียญ TAO ครั้งแรกในสหรัฐฯ จับตากระแส AI แบบกระจายศูนย์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> AP news</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงานการประชุม Fed เผยกรรมการเสียงแตกประเด็นลดดอกเบี้ยเดือนธ.ค.</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-minutes-show-officials-split-over-december-rate-cut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 19:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-minutes-show-officials-split-over-december-rate-cut/</guid>

					<description><![CDATA[รายงานการประชุม Fed เผยให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการตัดสินใจลดอัต...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">รายงานการประชุม Fed เผยให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมที่ผ่านมา</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยรายงานการประชุม (minutes) ประจำเดือนธันวาคม</li>
<li>เนื้อหาในรายงานบ่งชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในหมู่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ</li>
<li>ประเด็นหลักที่ทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกันคือเรื่องการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ท่าทีและความเห็นของประธาน Fed และกรรมการท่านอื่นๆ ในการสื่อสารต่อสาธารณะครั้งถัดไป</li>
<li>ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมา ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจในการประชุมครั้งหน้า</li>
</ul>
<h2>Fed เผยรายงานการประชุม สะท้อนความเห็นต่าง</h2>
<p>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธันวาคมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมุมมองและการอภิปรายของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน รายงานฉบับนี้นับเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตามอง เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต</p>
<h3>ประเด็นสำคัญ: กรรมการเสียงแตกเรื่องลดดอกเบี้ย</h3>
<p>หัวใจสำคัญของรายงานการประชุมครั้งนี้คือการเปิดเผยให้เห็นถึงความแตกแยกทางความคิด (tight split) ของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม การที่ความคิดเห็นไม่เป็นเอกฉันท์สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจ และความซับซ้อนในการตัดสินใจท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเปิดเผยรายงานการประชุม</td>
<td>&#8216;Fed released minutes from its December meeting on Tuesday.&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่า Fed ได้เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนธันวาคมในวันอังคาร</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เนื้อหาหลักในรายงาน</td>
<td>&#8216;officials were in tight split over December rate cut&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ Fed มีความเห็นแตกแยกกันเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขสถิติประกอบ</td>
<td>ไม่มีการระบุตัวเลขในแหล่งข่าว</td>
<td>ข่าวนี้เน้นที่มุมมองของคณะกรรมการ ไม่ได้ให้ข้อมูลตัวเลขตลาดหรือสถิติใดๆ</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>&#8216;Federal Reserve&#8217;</td>
<td>ใช้ชื่อหน่วยงานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ai-bubble-comparison-to-1929-wall-street-crash/" target="_blank" rel="noopener">ภาวะฟองสบู่ AI น่ากังวล? ส่องสถิติเทียบวิกฤต Wall Street 1929</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/grayscale-files-for-first-us-bittensor-tao-etp/" target="_blank" rel="noopener">Grayscale ยื่นจัดตั้ง ETP เหรียญ TAO ครั้งแรกในสหรัฐฯ จับตากระแส AI แบบกระจายศูนย์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/gen-z-credit-card-debt-from-minimum-payment-misunderstanding/" target="_blank" rel="noopener">หนี้บัตรเครดิต Gen Z พุ่งน่าห่วง เผย 35% เข้าใจผิดเรื่องดอกเบี้ยจ่ายขั้นต่ำ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การกู้ยืม repo ของ Fed พุ่งแตะ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ สัญญาณสภาพคล่องตึงตัว</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-repo-borrowing-jumps-to-26-billion-signals-tighter-liquidity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 04:59:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[Repo Facility]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพคล่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-repo-borrowing-jumps-to-26-billion-signals-tighter-liquidity/</guid>

					<description><![CDATA[การกู้ยืมผ่านช่องทาง repo ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พุ่งขึ้นเกือบ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การกู้ยืมผ่านช่องทาง repo ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พุ่งขึ้นเกือบ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการสภาพคล่องระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้นก่อนสิ้นไตรมาส</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ยอดการกู้ยืมผ่าน Standing Repo Facility ของ Fed เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ระดับเกือบ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.17 แสนล้านบาท)</li>
<li>การเพิ่มขึ้นนี้เป็นสัญญาณของความต้องการสภาพคล่องระยะสั้นที่สูงขึ้นในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในช่วงก่อนสิ้นสุดไตรมาส</li>
<li>สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงภาวะการระดมทุนในภาคเอกชนที่ตึงตัวขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของพลวัตสภาพคล่องในตลาดเงิน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แนวโน้มการใช้เครื่องมือ repo และ reverse repo ของ Fed ในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสภาวะสภาพคล่องในระบบการเงิน</li>
<li>การเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินระยะสั้น เพื่อประเมินแรงกดดันด้านสภาพคล่องหลังสิ้นสุดไตรมาส</li>
</ul>
<h2>ความต้องการสภาพคล่องพุ่งสูงช่วงสิ้นไตรมาส</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ปริมาณการกู้ยืมผ่านหน้าต่าง Standing Repo Facility ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แตะระดับเกือบ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.17 แสนล้านบาท) การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในตลาดเงินที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<h3>สาเหตุจากแรงกดดันตามฤดูกาล</h3>
<p>โดยปกติแล้ว ความต้องการเงินทุนระยะสั้นมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสิ้นสุดไตรมาส เนื่องจากสถาบันการเงินต่างๆ มีความจำเป็นต้องบริหารจัดการงบดุลให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ทำให้ต้องสำรองสภาพคล่องไว้มากขึ้น การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของสภาวะดังกล่าว</p>
<h3>ภาพสะท้อนภาวะการเงินที่ตึงตัว</h3>
<p>การที่สถาบันการเงินหันมาพึ่งพากลไกของ Fed มากขึ้น บ่งชี้ว่าการจัดหาเงินทุนจากแหล่งอื่นๆ ในภาคเอกชนอาจทำได้ยากขึ้นหรือมีต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุถึงการใช้งาน reverse repo ที่ลดลง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพลวัตสภาพคล่องโดยรวมในตลาดเงินที่กำลังเกิดขึ้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขการกู้ยืมสำคัญ</td>
<td>ยอดการใช้ repo facility พุ่งขึ้นเกือบ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงิน</td>
<td>2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ</td>
<td>แปลงเป็นเงินบาทโดยใช้เรทจาก MARKET_SNAPSHOT_JSON ที่ให้มา และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นค่าประเมินตามบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>US Federal Reserve (Fed)</td>
<td>ชื่อหน่วยงาน &#8216;Fed&#8217; ตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของเหตุการณ์</td>
<td>แรงกดดันช่วงสิ้นไตรมาส (quarter-end pressure)</td>
<td>การระบุสาเหตุสอดคล้องกับคำอธิบายที่ให้ไว้ในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-crude-oil-inventories-rise-eia-report/" target="_blank" rel="noopener">สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล กดดันราคาน้ำมัน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/how-startups-can-stand-out-in-crowded-market-investor-tips/" target="_blank" rel="noopener">ระดมทุนสตาร์ทอัพอย่างไรให้เข้าตานักลงทุน? เปิดกลยุทธ์พิชิตใจ VC</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/apollo-tyres-stock-outlook-faces-pressure-from-weak-europe-market/" target="_blank" rel="noopener">แนวโน้มหุ้น Apollo Tyres เผชิญแรงกดดัน แม้ตลาดอินเดียฟื้นแต่ยุโรปยังอ่อนแอ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล กดดันราคาน้ำมัน</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-crude-oil-inventories-rise-eia-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 03:59:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-crude-oil-inventories-rise-eia-report/</guid>

					<description><![CDATA[สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุด 19 ธ.ค. ตามข้อมูล EIA ทำให้สต็อกรวมอย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุด 19 ธ.ค. ตามข้อมูล EIA ทำให้สต็อกรวมอยู่ที่ 424.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li><strong>ตัวเลขสต็อกเพิ่มขึ้น:</strong> สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ธันวาคม</li>
<li><strong>สต็อกรวมปัจจุบัน:</strong> ปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์รวมอยู่ที่ 424.8 ล้านบาร์เรล</li>
<li><strong>ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย:</strong> ระดับสต็อกปัจจุบันยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีสำหรับช่วงเวลานี้ของปีอยู่ประมาณ 3%</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดน้ำมันต่อข้อมูลสต็อกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น</li>
<li>รายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ถัดไปจาก EIA เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์และอุปทาน</li>
<li>ปัจจัยด้านอุปสงค์พลังงานทั่วโลกในช่วงเริ่มต้นปีใหม่</li>
</ul>
<h2>EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มเกินคาด</h2>
<p>สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยข้อมูลปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ประจำสัปดาห์ ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 19 ธันวาคม พบว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวล่าช้ากว่าปกติเนื่องจากวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส</p>
<p>การเพิ่มขึ้นของสต็อกในครั้งนี้ ส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันดิบรวมของสหรัฐฯ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 424.8 ล้านบาร์เรล ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงอุปทานในตลาดที่อาจสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก</p>
<h2>ภาพรวมสต็อกยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย</h2>
<p>แม้ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ล่าสุด แต่ภาพรวมปริมาณสำรองยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างตึงตัว โดย EIA ระบุว่าระดับสต็อกที่ 424.8 ล้านบาร์เรลนั้น ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีสำหรับช่วงเวลาเดียวกันของปีอยู่ประมาณ 3%</p>
<p>สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีอุปทานเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ปริมาณสำรองโดยรวมยังไม่กลับสู่ระดับปกติในอดีต ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับตัวลดลงรุนแรงเกินไป ทั้งนี้ ข้อมูลของ EIA สอดคล้องกับทิศทางของสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) ที่รายงานตัวเลขเบื้องต้นออกมาก่อนหน้านี้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบ</td>
<td>เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล</td>
<td>ยืนยันตัวเลขจากเนื้อหาต้นฉบับตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณสต็อกรวมปัจจุบัน</td>
<td>424.8 ล้านบาร์เรล</td>
<td>ยืนยันตัวเลขสต็อกรวมจากเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาของข้อมูล</td>
<td>สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ธันวาคม</td>
<td>ระบุช่วงเวลาของข้อมูลเป็นรายสัปดาห์ตามแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อมูลราคาเรียลไทม์</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ระดับเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี</td>
<td>ต่ำกว่าประมาณ 3%</td>
<td>ยืนยันข้อมูลการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/how-startups-can-stand-out-in-crowded-market-investor-tips/" target="_blank" rel="noopener">ระดมทุนสตาร์ทอัพอย่างไรให้เข้าตานักลงทุน? เปิดกลยุทธ์พิชิตใจ VC</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/apollo-tyres-stock-outlook-faces-pressure-from-weak-europe-market/" target="_blank" rel="noopener">แนวโน้มหุ้น Apollo Tyres เผชิญแรงกดดัน แม้ตลาดอินเดียฟื้นแต่ยุโรปยังอ่อนแอ</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-open-lower-rally-pauses-final-week-2025/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นสหรัฐเปิดตลาดปรับตัวลง Dow Jones ร่วง 74 จุด S&amp;P 500 ลบ 0.38%</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นสหรัฐเปิดตลาดปรับตัวลง Dow Jones ร่วง 74 จุด S&#038;P 500 ลบ 0.38%</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-open-lower-rally-pauses-final-week-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 14:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Jones]]></category>
		<category><![CDATA[S&P 500]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/us-stocks-open-lower-rally-pauses-final-week-2025/</guid>

					<description><![CDATA[หุ้นสหรัฐเปิดตลาดปรับตัวลดลงในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 สะท้อนแรงขายทำกำไร โดย ณ เวลา 20:58 น. วันที...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">หุ้นสหรัฐเปิดตลาดปรับตัวลดลงในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 สะท้อนแรงขายทำกำไร โดย ณ เวลา 20:58 น. วันที่ 29 ธ.ค. 2568 (เวลาไทย) ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 74.3 จุด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนีดาวโจนส์ (DJIA) เปิดตลาดลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-74.3</span></span> จุด หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.15%</span></span> มาอยู่ที่ระดับ 48,636.63</li>
<li>ดัชนี S&amp;P 500 ปรับตัวลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-26.3</span></span> จุด หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.38%</span></span> สู่ระดับ 6,903.6</li>
<li>การปรับตัวลงเกิดขึ้นในช่วงเปิดตลาดสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 ณ เวลา 20:58 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2568 (เวลาไทย)</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการซื้อขายของนักลงทุนในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ซึ่งอาจมีความผันผวนจากการปิดสถานะทำกำไร</li>
<li>ปริมาณการซื้อขายที่อาจเบาบางลงในช่วงวันหยุดสิ้นปี ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีความอ่อนไหวต่อข่าวสารมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ชะลอตัวในช่วงเปิดตลาด</h2>
<p>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดการซื้อขายในแดนลบสำหรับสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-74.3</span></span> จุด หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.15%</span></span> มาอยู่ที่ระดับ 48,636.63 จุด ณ เวลา 20:58 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2568 (เวลาไทย) การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงขายทำกำไรของนักลงทุนหลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ดัชนี S&amp;P 500 ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่ 500 ตัว ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-26.3</span></span> จุด หรือ <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.38%</span></span> มาอยู่ที่ระดับ 6,903.6 จุด การเปิดตลาดในแดนลบนี้อาจเป็นสัญญาณการชะลอตัวของ &#8216;ซานต้าแรลลี่&#8217; หรือแรงซื้อในช่วงท้ายปีที่นักลงทุนคาดหวัง</p>
<h3>ภาพรวมการเปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯ</h3>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ดัชนี</th>
<th>ระดับล่าสุด</th>
<th>การเปลี่ยนแปลง (จุด)</th>
<th>การเปลี่ยนแปลง (%)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>Dow Jones Industrial Average</td>
<td>48,636.63</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-74.3</span></span></td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.15%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>S&amp;P 500</td>
<td>6,903.6</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-26.3</span></span></td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.38%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของดัชนี</td>
<td>Dow Jones <span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-74.3 จุด</span> (<span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.15%</span>), S&amp;P 500 <span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-26.3 จุด</span> (<span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.38%</span>)</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขจากแหล่งข่าวและเวลาจากข้อมูลระบบ ณ 20:58 น. วันที่ 29 ธ.ค. 2568 พบว่าสอดคล้องกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ระดับล่าสุดของดัชนี</td>
<td>DJIA ที่ 48,636.63, S&amp;P 500 ที่ 6,903.6</td>
<td>คัดลอกตัวเลขระดับดัชนีล่าสุดตามที่แหล่งข่าวระบุ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อหน่วยงาน/ดัชนี</td>
<td>Dow Jones Industrial Average, S&amp;P 500</td>
<td>ชื่อดัชนีที่ใช้ในบทความเป็นชื่อมาตรฐานสากลและตรงตามแหล่งข่าวทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>US stocks open lower</td>
<td>สรุปประเด็นหลักว่าตลาดเปิดในแดนลบ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/intel-shares-rise-after-nvidia-buys-5-billion-stake/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Intel ดีดตัวขึ้น หลัง Nvidia ทุ่ม 5 พันล้านดอลลาร์เข้าซื้อหุ้นล็อตใหญ่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/premarket-stocks-to-watch-digitalbridge-praxis-soar-on-news/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นน่าสนใจก่อนเปิดตลาด: DigitalBridge ดีลซื้อกิจการหนุนราคาพุ่ง 11%, Praxis ทะยาน 80%</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/chinas-ev-exports-surge-87-percent-in-november/" target="_blank" rel="noopener">ยอดส่งออก EV จีนเดือน พ.ย. โตแรง 87% เอเชียครองตลาดอันดับหนึ่ง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Elon Musk คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐโตสองหลักใน 18 เดือน ชี้ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/elon-musk-predicts-double-digit-us-economic-growth-driven-by-ai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 21:59:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Elon Musk]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/elon-musk-predicts-double-digit-us-economic-growth-driven-by-ai/</guid>

					<description><![CDATA[Elon Musk คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโตระดับสองหลักใน 12-18 เดือนข้างหน้า โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Elon Musk คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโตระดับสองหลักใน 12-18 เดือนข้างหน้า โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ สอดคล้องกับข้อมูล GDP ไตรมาส 3 ที่โตแกร่ง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Elon Musk คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตในระดับสองหลักภายใน 12-18 เดือน โดยมี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ</li>
<li>ข้อมูลล่าสุดชี้ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 ขยายตัว <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+4.3%</span></span> (เทียบรายปี) ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 2 ปี</li>
<li>Goldman Sachs มองตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วง &#8216;มองโลกในแง่ดี&#8217; และคาดการณ์ผลตอบแทนรวมที่ 15% ในปี 2026</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Data Center ซึ่งเฟดมองว่าเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจในปี 2026</li>
<li>กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดเกิดใหม่และหุ้นกลุ่มคุณค่า ตามคำแนะนำของ Goldman Sachs</li>
<li>การพัฒนาชิป AI รุ่นใหม่ของ Tesla และการขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink ของ SpaceX ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ &#8216;Applied Intelligence&#8217; ของมัสก์</li>
</ul>
<h2>มัสก์ชี้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ</h2>
<p>อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX ได้แสดงทรรศนะว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงการเติบโตในระดับเลขสองหลักภายใน 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า เขาชี้ว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตครั้งนี้</p>
<p>มัสก์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าหากมอง &#8216;ปัญญาประยุกต์&#8217; (Applied Intelligence) เป็นตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาจเห็นการเติบโตระดับสามหลักได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี มุมมองดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อศักยภาพของเทคโนโลยี AI ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในภาคธุรกิจ</p>
<h3>ข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งหนุนมุมมองเชิงบวก</h3>
<p>การคาดการณ์ของมัสก์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงความแข็งแกร่ง โดยอัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวถึง <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+4.3%</span></span> เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบสองปี ปัจจัยหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งและนโยบายทางธุรกิจที่มั่นคง</p>
<p>เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ได้ระบุว่าการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของมัสก์</p>
<h2>มุมมองวอลล์สตรีท: Goldman Sachs แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 2026</h2>
<p>สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทต่างก็มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดเช่นกัน Goldman Sachs ระบุว่าตลาดหุ้นโลกกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของวัฏจักรที่เรียกว่า &#8216;การมองโลกในแง่ดี&#8217; (Optimism) และคาดการณ์ว่าในปี 2026 ตลาดหุ้นทั่วโลกจะให้ผลตอบแทนจากราคา (Price Return) ที่ <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+13%</span></span> และผลตอบแทนรวมเมื่อรวมเงินปันผลจะสูงถึง <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+15%</span></span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs เตือนว่าตลาดมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จึงได้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนดังนี้:</p>
<ul>
<li><b>คงสถานะการลงทุน:</b> ตลาดกระทิงยังไม่สิ้นสุด</li>
<li><b>กระจายความเสี่ยงข้ามภูมิภาค:</b> เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)</li>
<li><b>กระจายความเสี่ยงข้ามสไตล์:</b> ผสมผสานระหว่างหุ้นเติบโต (Growth) และหุ้นคุณค่า (Value)</li>
<li><b>กระจายความเสี่ยงข้ามอุตสาหกรรม:</b> มองหาโอกาสในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI</li>
</ul>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>หน่วยงาน/บุคคล</th>
<th>ประเด็นคาดการณ์</th>
<th>กรอบเวลา</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>Elon Musk</td>
<td>เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตระดับสองหลัก</td>
<td>12-18 เดือนข้างหน้า</td>
</tr>
<tr>
<td>Morgan Stanley</td>
<td>ดัชนี S&amp;P 500 ให้ผลตอบแทนสองหลัก</td>
<td>ปี 2026</td>
</tr>
<tr>
<td>Goldman Sachs</td>
<td>ตลาดหุ้นโลกให้ผลตอบแทนรวม 15%</td>
<td>ปี 2026</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อมูลทางการสหรัฐฯ</td>
<td>GDP ไตรมาส 3 โต 4.3% (เทียบรายปี)</td>
<td>ไตรมาส 3/2025</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การคาดการณ์ของ Elon Musk</td>
<td>เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตสองหลักใน 12-18 เดือน</td>
<td>ตรวจสอบคำกล่าวอ้างของ Elon Musk ที่ระบุในแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลข GDP สหรัฐฯ</td>
<td>ไตรมาส 3 เติบโต 4.3% (annualized rate)</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลข GDP ที่อ้างอิงจากข้อมูลทางการสหรัฐฯ ในแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การคาดการณ์ของ Goldman Sachs</td>
<td>ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นโลก 15% ในปี 2026</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขคาดการณ์ของ Goldman Sachs ที่ระบุในแหล่งข่าวแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ถูกอ้างอิง</td>
<td>Fed, Morgan Stanley, Goldman Sachs</td>
<td>ตรวจสอบการอ้างอิงชื่อหน่วยงานต่างๆ ในบทความแล้ว มีความสอดคล้องกับเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Wallstreetcn</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรอบนโยบาย Fed อาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ สัญญาณเลิก &#8216;Dot Plot&#8217; ใช้ &#8216;เป้าเงินเฟ้อแบบช่วง&#8217;</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-framework-major-shift-hinted-end-of-dot-plot-inflation-range/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 00:59:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Dot Plot]]></category>
		<category><![CDATA[Fed]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fed-policy-framework-major-shift-hinted-end-of-dot-plot-inflation-range/</guid>

					<description><![CDATA[กรอบนโยบาย Fed อาจเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอนาคต โดยมีข้อเสนอให้ยกเลิก Dot Plot และเปลี่ยนเป้...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">กรอบนโยบาย Fed อาจเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอนาคต โดยมีข้อเสนอให้ยกเลิก Dot Plot และเปลี่ยนเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% เป็นแบบช่วง พร้อมลดบทบาทของธนาคารกลาง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>มีข้อเสนอให้ยกเลิกการคาดการณ์ดอกเบี้ย &#8216;Dot Plot&#8217; เพื่อลดการชี้นำตลาดในระยะสั้น</li>
<li>เสนอให้เปลี่ยนเป้าหมายเงินเฟ้อคงที่ 2% ไปเป็นแบบ &#8216;ช่วง&#8217; เช่น 1.5%<span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-2.5%</span> เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น</li>
<li>เรียกร้องให้ Fed ลดบทบาทในระบบเศรษฐกิจ กลับไปเป็นกลไกเบื้องหลัง และประสานงานกับกระทรวงการคลังมากขึ้น</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตา (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเสนอชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการเปลี่ยนแปลงกรอบนโยบาย</li>
<li>ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวคิด &#8216;เป้าหมายเงินเฟ้อแบบช่วง&#8217; ว่าจะถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจังเมื่อใด หลังเงินเฟ้อกลับสู่ภาวะปกติ</li>
<li>ทิศทางนโยบายการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดต่อไป และระดับความร่วมมือกับนโยบายการเงินของ Fed</li>
</ul>
<h2>เสนอเปลี่ยนเป้าเงินเฟ้อ-ยกเลิก Dot Plot</h2>
<p>นายเบสเซนต์ (Bessent) ได้ให้ความเห็นผ่านพอดแคสต์เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนกรอบนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในอนาคต โดยเสนอให้มีการทบทวนเครื่องมือสื่อสารและเป้าหมายหลักที่ใช้มาอย่างยาวนาน เขาเชื่อว่าเมื่ออัตราเงินเฟ้อกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมที่ระดับ 2% ได้แล้ว Fed ควรพิจารณาเปลี่ยนเป้าหมายแบบจุดเดียว ไปสู่เป้าหมายแบบ &#8216;ช่วง&#8217; (Range) เช่น 1.5% ถึง 2.5% หรือ 1% ถึง 3% เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและไม่เป็นเส้นตรง</p>
<p>นอกจากนี้ เขายังได้ส่งสัญญาณว่า &#8216;Dot Plot&#8217; หรือแผนภาพคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของกรรมการ Fed อาจถูกยกเลิกในอนาคต โดยเฉพาะหากมีการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน Fed คนใหม่ แนวคิดเบื้องหลังคือการลดการชี้นำตลาดที่มากเกินไป และลดการที่ตลาดตีความคำพูดของเจ้าหน้าที่ Fed ทุกคำ ซึ่งจะทำให้กระบวนการกำหนดนโยบายมีความชัดเจนและคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น</p>
<h2>เรียกร้อง Fed ลดบทบาท กลับสู่เบื้องหลัง</h2>
<p>หนึ่งในข้อเสนอที่สำคัญคือการเรียกร้องให้ Fed ลดบทบาทและขนาดขององค์กรลง เพื่อยุติสิ่งที่เรียกว่านโยบายการเงินแบบ &#8216;เพิ่มฟังก์ชัน&#8217; (gain of function) ซึ่งทำให้ธนาคารกลางกลายเป็นผู้เล่นหลักในเวทีเศรษฐกิจตลอดเวลา โดยบุคคลที่อาจได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed ในอนาคต เช่น นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) และนายคริส วอลเลอร์ (Chris Waller) ก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนแนวทางนี้เช่นกัน</p>
<h3>วิจารณ์ QE สร้างความเหลื่อมล้ำ</h3>
<p>นายเบสเซนต์ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ Fed ใช้มานานหลายปีอย่างรุนแรง โดยเรียกมันว่าเป็น &#8216;เครื่องยนต์แห่งความไม่เท่าเทียม&#8217; (engine of inequality) เขาให้เหตุผลว่าการที่ Fed เข้าซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลเป็นการผลักดันราคาสินทรัพย์ให้สูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ส่งผลให้ช่องว่างความมั่งคั่งระหว่างกลุ่มคนที่มีสินทรัพย์และกลุ่มคนทำงานทั่วไปถ่างกว้างขึ้น นอกจากนี้ เขายังชี้ว่าปัจจุบัน Fed กำลังเผชิญผลขาดทุนราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.11 ล้านล้านบาท) ต่อปี จากการถือครองพันธบัตรที่ซื้อมาในราคาสูง</p>
<h2>ความร่วมมือระหว่าง Fed และกระทรวงการคลัง</h2>
<p>นายเบสเซนต์เสนอว่า Fed ควรทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยอ้างอิงรูปแบบของธนาคารกลางเยอรมนี เขากล่าวว่าหากกระทรวงการคลังสามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณได้สำเร็จ (เป้าหมายที่ 3% ของ GDP ภายในปี 2026) Fed ก็ควรจะสนับสนุนด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อ &#8216;ปูทาง&#8217; ให้กับการรัดเข็มขัดทางการคลัง นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงนโยบาย &#8216;Trump accounts&#8217; ซึ่งจะมอบเงินลงทุนเริ่มต้น 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31,100 บาท) ให้กับเด็กแรกเกิดทุกคนในสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในวงกว้าง</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเสนอเป้าเงินเฟ้อแบบช่วง</td>
<td>สนับสนุนการใช้ &#8216;ช่วง&#8217; (เช่น 1.5% ถึง 2.5% หรือ 1% ถึง 3%) แทนเป้าหมาย 2%</td>
<td>เนื้อหาระบุข้อเสนอนี้อย่างชัดเจน ว่าเป็นแนวทางในอนาคตหลังเงินเฟ้อถูกควบคุมแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การยกเลิก Dot Plot</td>
<td>ประธาน Fed คนใหม่อาจพิจารณายกเลิก &#8216;Dot Plot&#8217;</td>
<td>เป็นข้อเสนอแนะที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed ในอนาคตตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ตัวเลขขาดทุนของ Fed</td>
<td>Fed ขาดทุนปีละประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์จากการซื้อพันธบัตร</td>
<td>ระบุตัวเลขขาดทุนต่อปีตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงถึงผลกระทบจากนโยบาย QE</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บุคคลที่ถูกกล่าวถึง</td>
<td>Bessent, Kevin Warsh, Kevin Hassett, Chris Waller</td>
<td>คัดลอกชื่อบุคคลตามที่ปรากฏในแหล่งข่าวต้นฉบับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> wallstreetcn</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P 500 ทำสถิติใหม่ ขานรับ GDP สหรัฐฯ แกร่งเกินคาด หนุนหุ้นเทคฯ พุ่ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/sp-500-hits-new-record-on-strong-us-gdp-tech-stocks-rally/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 22:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[S&P 500]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสหรัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/sp-500-hits-new-record-on-strong-us-gdp-tech-stocks-rally/</guid>

					<description><![CDATA[S&#38;P 500 ทำสถิติใหม่ ปิดบวก 4 วันติดต่อกัน หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 สหรัฐฯ โต 4.3% หนุนความเชื่อม...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">S&amp;P 500 ทำสถิติใหม่ ปิดบวก 4 วันติดต่อกัน หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 สหรัฐฯ โต 4.3% หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ปรับตัวขึ้นแรง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ดัชนี S&amp;P 500 ปิดที่ 6909.79 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ ณ ตลาดปิดทำการวันที่ 23 ธ.ค. 2568 หลัง GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 โตแกร่ง 4.3%</li>
<li>หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นผู้นำตลาด โดย Nvidia พุ่งขึ้น <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+3.01%</span></span> สวนทางกับหุ้นขนาดเล็กที่ปรับตัวลง</li>
<li>ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทะยานขึ้นทำสถิติใหม่ ทั้งทองคำ เงิน และทองแดง จากปัจจัยหนุนของค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจลดทอนความคาดหวังของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีหน้า</li>
<li>ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 5 เดือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในอนาคต</li>
<li>เสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก</li>
</ul>
<h2>GDP สหรัฐฯ แกร่งเกินคาด หนุนตลาดหุ้นเมินคาดการณ์ลดดอกเบี้ย</h2>
<p>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม โดยดัชนี S&amp;P 500 สร้างสถิติปิดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 3 ของสหรัฐฯ ซึ่งขยายตัวถึง 4.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้และเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบสองปี ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะยังคงเติบโตต่อไปได้</p>
<p>แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจะทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะสั้นลง แต่ดูเหมือนว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักกับ &#8216;ข้อมูลจริง&#8217; (Hard Data) ที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจมากกว่า ส่งผลให้เกิดแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
<h2>หุ้นเทคโนโลยีนำตลาด &#8211; สินค้าโภคภัณฑ์พุ่งแรง</h2>
<p>การปรับตัวขึ้นของตลาดมีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม โดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ การปรับขึ้นของหุ้นอย่าง Nvidia (<span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+3.01%</span></span>) และ Alphabet (<span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+1.62%</span></span>) เป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้ดัชนี S&amp;P 500 ทะยานขึ้น ในทางกลับกัน ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยมากกว่า กลับปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.69%</span></span></p>
<p>ในขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์คึกคักเป็นพิเศษ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง ราคาทองคำพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 140,000 บาท) ขณะที่ราคาแร่เงินและทองแดงต่างก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ดัชนีหลักทรัพย์สหรัฐฯ</th>
<th>ราคาปิด (จุด)</th>
<th>การเปลี่ยนแปลง</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>S&amp;P 500</td>
<td>6909.79</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+0.46%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>Dow Jones</td>
<td>48442.41</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+0.16%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>Nasdaq Composite</td>
<td>23561.844</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+0.57%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>Russell 2000</td>
<td>2541.12</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-0.69%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อัตราการเติบโต GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3</td>
<td>ขยายตัว 4.3% (Annualized)</td>
<td>ตัวเลข 4.3% ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง และสอดคล้องกับข้อมูลในบทความ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ระดับปิดของดัชนี S&amp;P 500</td>
<td>ปิดที่ 6909.79 จุด</td>
<td>ตัวเลขดัชนีปิดที่ 6909.79 จุด ตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว และถูกนำมาใช้ในบทความอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาทองคำสูงสุด</td>
<td>ทำสถิติสูงสุดที่ 4499.85 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์</td>
<td>ข้อมูลราคาทองคำสูงสุดตรงกับแหล่งข่าว การแปลงค่าเป็นเงินบาทใช้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นเหตุการณ์หลัก</td>
<td>ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้นจากข้อมูล GDP ที่แข็งแกร่ง</td>
<td>สรุปประเด็นหลักตรงตามเนื้อหาต้นฉบับ โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลนอกเหนือจากที่ระบุไว้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> WSCN</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
