<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>FII &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/fii/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Mar 2026 02:00:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>FII &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เงินทุนต่างชาติทะลักเข้าหุ้นอินเดีย 7.7 หมื่นล้าน ส่อสะดุดพิษสงคราม ตะวันออกกลาง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fii-inflows-to-india-pause-risk-amid-middle-east-tensions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Mar 2026 02:00:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนต่างชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fii-inflows-to-india-pause-risk-amid-middle-east-tensions/</guid>

					<description><![CDATA[เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นอินเดียอย่างคึกคักในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยเม็ดเงินกว่า 22,615 โกฏิรูปี ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นอินเดียอย่างคึกคักในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยเม็ดเงินกว่า 22,615 โกฏิรูปี แต่แนวโน้มอาจพลิกผันจากความตึงเครียดอิหร่าน-อิสราเอล</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอินเดียมูลค่า 22,615 โกฏิรูปี (ประมาณ 7.72 หมื่นล้านบาท) ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</li>
<li>ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพการลงทุนทั่วโลก</li>
<li>ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า FIIs อาจใช้กลยุทธ์ &#8216;รอดูสถานการณ์&#8217; และชะลอการลงทุนใหม่ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงอินเดีย</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>พัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น</li>
<li>ตัวเลขกระแสเงินทุนไหลเข้า-ออก (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติในเดือนมีนาคม เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง</li>
<li>การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เพื่อเป็นสัญญาณบ่งชี้การปรับพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่</li>
</ul>
<h2>เงินทุนต่างชาติกลับเข้าอินเดีย แต่ความเสี่ยงใหม่รออยู่</h2>
<p>ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) อย่างมาก สะท้อนจากตัวเลขการซื้อสุทธิที่สูงถึง 22,615 โกฏิรูปี (ประมาณ 7.72 หมื่นล้านบาท) ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเชิงบวกดังกล่าวอาจอยู่ได้ไม่นาน</p>
<h2>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจัยกดดันตลาดเกิดใหม่</h2>
<p>สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลดความเสี่ยงและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญหลายรายแสดงความเห็นว่า FIIs อาจชะลอการตัดสินใจลงทุนครั้งใหม่ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคและสถานการณ์โลกเป็นพิเศษ</p>
<h3>กลยุทธ์ &#8216;รอดูสถานการณ์&#8217; อาจกระทบตลาดหุ้น</h3>
<p>นักวิเคราะห์เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มที่จะใช้กลยุทธ์ &#8216;รอดูสถานการณ์&#8217; (wait-and-see) เพื่อประเมินทิศทางของความขัดแย้งและผลกระทบที่อาจตามมาอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเติม ท่าทีที่ระมัดระวังนี้อาจส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นอินเดียและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยรวมในระยะสั้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เม็ดเงินลงทุน FII ในเดือน ก.พ.</td>
<td>22,615 โกฏิรูปี (Rs 22,615 crore)</td>
<td>ตัวเลขตรงตามที่ระบุในแหล่งข่าว และได้แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้ข้อมูล FX ที่ได้รับเพื่อเป็นบริบทเสริม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่น่ากังวล</td>
<td>ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้เป็นสาเหตุหลักที่อาจทำให้แนวโน้มการลงทุนเปลี่ยนไป</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>มุมมองผู้เชี่ยวชาญต่อ FIIs</td>
<td>อาจชะลอการลงทุนใหม่เพื่อรอดูสถานการณ์</td>
<td>เนื้อหาระบุตรงกันว่าเป็นความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับท่าทีของนักลงทุนต่างชาติ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น</td>
<td>อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าท่าทีที่ระมัดระวังของนักลงทุนอาจส่งผลต่อ Market Sentiment</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/us-not-planning-to-tap-strategic-reserve-amid-iran-risks/" target="_blank" rel="noopener">สำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ยังไม่ถูกใช้ แม้เสี่ยงสงครามอิหร่าน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bnp-paribas-acquires-sbi-shares-in-block-deal/" target="_blank" rel="noopener">BNP Paribas ซื้อหุ้น SBI ล็อตใหญ่ 640 ล้านรูปี ผ่าน Block Deal</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/openai-fires-employee-for-using-confidential-info-on-prediction-markets/" target="_blank" rel="noopener">OpenAI ไล่ออกพนักงาน เหตุใช้ข้อมูลวงในทำกำไรจากตลาดพยากรณ์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FIIs ขายหุ้นอินเดียหนัก ไตรมาสเดียวทิ้ง 814 ตัว ซื้อกลับแค่ 478 หุ้นเล็กเจ็บสุด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fiis-dump-indian-stocks-selling-814-vs-buying-478-in-december-quarter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jan 2026 03:59:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[smallcap]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fiis-dump-indian-stocks-selling-814-vs-buying-478-in-december-quarter/</guid>

					<description><![CDATA[FIIs ขายหุ้นอินเดียลดพอร์ตหนักช่วงไตรมาสธันวาคม โดยเทขายหุ้นเกือบ 2 ตัวต่อทุก 1 ตัวที่ซื้อเข้า ชี้เ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">FIIs ขายหุ้นอินเดียลดพอร์ตหนักช่วงไตรมาสธันวาคม โดยเทขายหุ้นเกือบ 2 ตัวต่อทุก 1 ตัวที่ซื้อเข้า ชี้เป้าหุ้นเล็กรับผลกระทบหนักสุดจากมูลค่าที่สูง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) ขายหุ้นอินเดียเกือบ 2 บริษัท ต่อทุก 1 บริษัทที่ซื้อเข้าพอร์ตในช่วงไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคม</li>
<li>มีการเทขายหุ้นออกจากพอร์ตจำนวน 814 บริษัท ในขณะที่ซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพียง 478 บริษัท</li>
<li>กลุ่มหุ้นขนาดเล็ก (Smallcaps) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเทขายครั้งนี้รุนแรงที่สุด</li>
<li>ปัจจัยหลักมาจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป และการเติบโตของกำไรที่ชะลอตัว</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการลงทุนของ FIIs ในไตรมาสถัดไป ว่าจะยังคงลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียต่อเนื่องหรือไม่</li>
<li>ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุน</li>
<li>การประเมินมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นอินเดียโดยรวม หลังจากเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ</li>
</ul>
<h2>FIIs ส่งสัญญาณลดพอร์ตหุ้นอินเดียครั้งใหญ่</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจากตลาดทุนอินเดียเผยให้เห็นการปรับพอร์ตครั้งสำคัญของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (สิ้นสุดเดือนธันวาคม) โดยมีทิศทางการขายที่ชัดเจน สะท้อนจากสถิติการขายหุ้นเกือบ 2 บริษัท สำหรับทุกๆ 1 บริษัทที่ซื้อเข้ามาใหม่ การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดหุ้นอินเดียในระยะสั้น</p>
<p>เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า FIIs ได้ทำการขายหุ้นออกจากพอร์ตลงทุนมากถึง 814 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ในทางกลับกัน มีการซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพียง 478 บริษัทเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงแรงขายสุทธิที่ชัดเจน และเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงนักลงทุนในตลาด</p>
<h3>หุ้นเล็ก (Smallcaps) เจ็บหนักสุดจากแรงเทขาย</h3>
<p>กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปรับพอร์ตครั้งนี้คือหุ้นขนาดเล็ก (Smallcaps) ซึ่งเผชิญกับแรงเทขายอย่างมีนัยสำคัญ แหล่งข่าวระบุว่าสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นกลุ่มนี้ มาจากปัจจัยสองประการคือ มูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ปรับตัวสูงขึ้นไปมาก และการเติบโตของผลกำไรของบริษัทเหล่านี้ที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นในปัจจุบัน</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการเคลื่อนไหวของ FIIs (ไตรมาส ธ.ค.)</th>
<th>จำนวนบริษัท</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>บริษัทที่ถูกขายออกจากพอร์ต</td>
<td>814</td>
</tr>
<tr>
<td>บริษัทที่ถูกซื้อเข้าพอร์ต</td>
<td>478</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สัดส่วนการขายต่อการซื้อของ FIIs</td>
<td>ขายเกือบ 2 หุ้น ต่อทุก 1 หุ้นที่ซื้อ</td>
<td>ข้อมูลสัดส่วนการขายเทียบกับการซื้อถูกระบุไว้ชัดเจนในแหล่งข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จำนวนบริษัทที่ FIIs ซื้อ/ขาย</td>
<td>ขาย 814 บริษัท, ซื้อ 478 บริษัท</td>
<td>ตัวเลขจำนวนบริษัทที่ถูกขายและซื้อตรงกับข้อมูลที่ปรากฏในรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาของข้อมูล</td>
<td>ไตรมาสเดือนธันวาคม (December quarter)</td>
<td>กรอบเวลาที่ระบุในข่าวสอดคล้องกับแหล่งข้อมูลที่อ้างอิง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบหลัก</td>
<td>หุ้นขนาดเล็ก (smallcaps)</td>
<td>แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่ากลุ่มหุ้น smallcaps เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/kam-shing-restaurant-hong-kong-closes-after-3-decades/" target="_blank" rel="noopener">Kam Shing Restaurant ปิดกิจการ สิ้นสุดตำนาน 3 ทศวรรษ เจ้าของเลือกเส้นทางใหม่</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/apple-stock-traders-expect-3-6-percent-move-after-earnings/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Apple นักลงทุนคาดราคาผันผวน 3.6% หลังประกาศงบพฤหัสนี้</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ras-al-khaimah-seeks-hong-kong-mainland-chinese-investors-for-casino-resort/" target="_blank" rel="noopener">Ras Al Khaimah เดินสายฮ่องกง ดึงนักลงทุนจีนร่วมโปรเจกต์คาสิโนแห่งแรก</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินทุนต่างชาติไหลออกผิดคาด FIIs เทขายหุ้นอินเดีย 1.2 หมื่นล้านรูปีใน 9 วันแรกของปี 2026</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fii-outflow-spooks-indian-market-early-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Jan 2026 09:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[Fund Flow]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าอินเดีย-สหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fii-outflow-spooks-indian-market-early-2026/</guid>

					<description><![CDATA[เงินทุนต่างชาติไหลออกอย่างน่ากังวล หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอินเดียเกือบ 12,000 ล้านรูปีในช่วง ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินทุนต่างชาติไหลออกอย่างน่ากังวล หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอินเดียเกือบ 12,000 ล้านรูปีในช่วง 9 วันแรกของปี 2026 สวนทางคาดการณ์ก่อนหน้า</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) ขายสุทธิหุ้นอินเดียเป็นมูลค่าเกือบ 12,000 ล้านรูปี (ประมาณ 41,853 ล้านบาท) ในช่วง 9 วันแรกของปี 2026</li>
<li>ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนแรงเทขายมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเจรจาการค้าอินเดีย-สหรัฐฯ ที่หยุดชะงัก</li>
<li>การไหลออกของเงินทุนต่างชาติเกิดขึ้นสวนทางกับแรงซื้อที่แข็งแกร่งของนักลงทุนในประเทศและพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังคงมีเสถียรภาพ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางของสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง</li>
<li>ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐอเมริกา ที่อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินทุนในระยะถัดไป</li>
<li>ข้อมูลตัวเลขการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศว่าจะสามารถพยุงตลาดได้มากน้อยเพียงใด</li>
</ul>
<h2>สัญญาณผิดปกติ เขย่าความเชื่อมั่นตลาดหุ้นอินเดีย</h2>
<p>ตลาดหุ้นอินเดียเผชิญกับแรงกดดันตั้งแต่ต้นปี 2026 หลังจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) พลิกกลับมาเป็นผู้ขายสุทธิอย่างหนัก โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าในช่วง 9 วันแรกของปี มีการเทขายหุ้นอินเดียออกไปแล้วเป็นมูลค่าเกือบ 12,000 ล้านรูปี หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 41,853 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงทิศทางของเงินทุนอย่างกะทันหันนี้ได้สร้างความประหลาดใจและสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน เนื่องจากเป็นการสวนทางกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาลงทุนในปีนี้</p>
<h3>ปัจจัยลบจากต่างประเทศกดดัน Fund Flow</h3>
<p>สาเหตุสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเทขายของนักลงทุนต่างชาติมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก แหล่งข่าวระบุถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่:</p>
<ul>
<li><strong>ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์:</strong> ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลกทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและถอนเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงอินเดีย</li>
<li><strong>การเจรจาการค้าอินเดีย-สหรัฐฯ หยุดชะงัก:</strong> การเจรจาที่ไม่คืบหน้าสร้างความไม่แน่นอนต่อนโยบายเศรษฐกิจและการค้าในอนาคต ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุน</li>
</ul>
<p>แรงเทขายดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอินเดียจะยังคงแข็งแกร่ง และมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาช่วยพยุงตลาดอย่างต่อเนื่องก็ตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในระยะสั้นนี้นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยบวกภายในประเทศ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ยอดขายสุทธิของ FII</td>
<td>offloading equities worth nearly Rs 12,000 crore</td>
<td>ตรงตามแหล่งข่าว แปลงเป็นเงินบาทประมาณ 41,853 ล้านบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 9 ม.ค. 2026 ที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ</td>
<td>in the first nine days of 2026</td>
<td>แหล่งข่าวระบุเป็นยอดสะสมในช่วงเวลา 9 วัน ไม่ใช่ตัวเลข ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการเทขาย</td>
<td>driven by geopolitical concerns and stalled India-US trade talks</td>
<td>ระบุสาเหตุ 2 ประการตรงตามที่แหล่งข่าวรายงานไว้อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยบวกในประเทศ</td>
<td>strong domestic buying and steady economic fundamentals</td>
<td>ข้อมูลสอดคล้องกับบริบทที่แหล่งข่าวให้ไว้ว่ามีแรงซื้อในประเทศสวนทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/13-indian-penny-stocks-crash-up-to-50-percent-in-one-month/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นเพนนี 13 ตัวร่วงหนักสูงสุด 50% ในเดือนเดียว เตือนนักลงทุนเสี่ยงสูง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/aswath-damodaran-warns-investors-ai-data-overload-not-guarantee-profit/" target="_blank" rel="noopener">Aswath Damodaran เตือนนักลงทุนยุค AI ข้อมูลท่วมจอไม่ได้รับประกันกำไร</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sumeet-bagadia-recommends-3-stocks-under-100-rupees-jan-2025/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นน่าซื้อต่ำกว่า 100 รูปี: เปิดโผ 3 หุ้นอินเดียแนะนำโดย Sumeet Bagadia</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางตลาดหุ้นอินเดียสัปดาห์นี้ จับตา 10 ปัจจัยสำคัญหลังดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-outlook-10-key-factors-to-watch-this-week/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Jan 2026 04:59:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[IPO]]></category>
		<category><![CDATA[Nifty]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-outlook-10-key-factors-to-watch-this-week/</guid>

					<description><![CDATA[ทิศทางตลาดหุ้นอินเดียสัปดาห์นี้ยังคงน่าจับตา หลังดัชนี Nifty ปิดบวกสัปดาห์ก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญหลาย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ทิศทางตลาดหุ้นอินเดียสัปดาห์นี้ยังคงน่าจับตา หลังดัชนี Nifty ปิดบวกสัปดาห์ก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญหลายด้านที่ต้องติดตาม ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และกระแสเงินทุนต่างชาติ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ตลาดหุ้นอินเดีย (Nifty) ปิดสัปดาห์ก่อนหน้าบวกกว่า <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+1%</span></span> ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์</li>
<li>สัปดาห์นี้มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา, กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) และการเสนอขายหุ้น IPO ของ Bharat Coking Coal</li>
<li>นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ &#8216;ซื้อเมื่อย่อตัว&#8217; (buy-on-dips) โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 26,000 จุด</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและเงินเฟ้อ</li>
<li>ทิศทางของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ที่มักเป็นตัวชี้นำบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก</li>
<li>กระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) ว่าจะไหลเข้าหรือออกจากตลาดอินเดียต่อเนื่องหรือไม่</li>
</ul>
<h2>ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหุ้นอินเดียในสัปดาห์นี้</h2>
<p>ตลาดหุ้นอินเดียเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความคึกคัก หลังจากดัชนี Nifty สามารถปิดตลาดสัปดาห์ที่แล้วด้วยการปรับตัวขึ้นมากกว่า <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+1%</span></span> และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มโลหะและกลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจ (PSU) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงและโอกาสหลายประการอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้</p>
<p>ปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ และทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อ tâm lý ของนักลงทุนในวงกว้างได้ ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศที่น่าสนใจคือการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัท Bharat Coking Coal และที่สำคัญที่สุดคือกระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด</p>
<h3>ภาพรวมทางเทคนิคและกลยุทธ์การลงทุน</h3>
<p>ในเชิงเทคนิค สัญญาณต่างๆ ยังคงบ่งชี้ถึงแรงผลักดันในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายแนะนำกลยุทธ์ &#8216;ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว&#8217; (buy-on-dips) โดยให้จับตาดูระดับแนวรับสำคัญที่ 26,000 จุด หากดัชนีสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก การเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์นี้จึงขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยบวกจากผลประกอบการและแรงซื้อในประเทศจะสามารถต้านทานแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกได้ดีเพียงใด</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ผลการดำเนินงานสัปดาห์ก่อน</td>
<td>Nifty closed the week over 1% higher after hitting a fresh lifetime high.</td>
<td>เนื้อหาระบุตรงกันว่าดัชนี Nifty ปิดบวกกว่า 1% และทำจุดสูงสุดใหม่</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ระดับแนวรับทางเทคนิค</td>
<td>A buy-on-dips strategy advised above 26,000.</td>
<td>ระบุตัวเลข 26,000 จุด สำหรับกลยุทธ์ &#8216;ซื้อเมื่อย่อตัว&#8217; ตามที่แหล่งข่าวรายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ปัจจัยที่ต้องติดตาม</td>
<td>US-Venezuela conflict, FII flows, Bharat Coking Coal IPO, crude oil trends, Wall Street cues.</td>
<td>มีการระบุปัจจัยสำคัญครบถ้วนตามที่แหล่งข่าวกล่าวถึง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์, FII, IPO, น้ำมัน และตลาดหุ้นสหรัฐฯ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มหุ้นที่โดดเด่น</td>
<td>Supported by buying in metal and PSU bank stocks.</td>
<td>ยืนยันข้อมูลว่าแรงหนุนมาจากหุ้นกลุ่มโลหะและกลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจ (PSU)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/samsung-biologics-to-present-at-jp-morgan-conference-for-10th-year/" target="_blank" rel="noopener">Samsung Biologics เตรียมขึ้นเวทีหลัก J.P. Morgan ปีที่ 10 ติดต่อกัน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/saving-vs-paying-student-loan-financial-strategy/" target="_blank" rel="noopener">ออมเงินกับจ่ายหนี้ กยศ. เลือกทางไหนดี? เปิดกลยุทธ์จัดลำดับความสำคัญทางการเงิน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/tech-billionaires-cash-out-16-billion-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">มหาเศรษฐีเทค แห่ขายหุ้น 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 &#8211; Jeff Bezos นำทีม</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหุ้นอินเดียปี 2026 อาจสดใสกว่า 2025 กูรูชี้กำไรฟื้น-แรงขายต่างชาติลด</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-equity-market-outlook-2026-samir-arora-prediction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jan 2026 03:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[Samir Arora]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-equity-market-outlook-2026-samir-arora-prediction/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดียอาจมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นในปี 2026 เมื่อเทียบกับปี 2025 จากปัจจัยหนุนด้านการฟื้นตัวข...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาดหุ้นอินเดียอาจมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นในปี 2026 เมื่อเทียบกับปี 2025 จากปัจจัยหนุนด้านการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียนและแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Samir Arora ผู้ก่อตั้ง Helios Capital คาดการณ์ว่าปี 2026 ตลาดหุ้นอินเดียจะแข็งแกร่งกว่าปี 2025</li>
<li>ปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของกำไรบริษัทที่คาดว่าจะเติบโตในระดับ &#8216;mid-teens&#8217; (ประมาณ 13-16%) และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ (FII) ที่ผ่อนคลายลง</li>
<li>กลุ่มการเงินคาดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรกเมื่อกระแสเงินทุนต่างชาติมีเสถียรภาพ แต่นักลงทุนควรระมัดระวังการไล่ซื้อหุ้นที่ยังไม่มีแนวโน้มเติบโตชัดเจน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>เสถียรภาพของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาด</li>
<li>การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในอินเดียว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่</li>
<li>ความกว้างของตลาด (Market Breadth) ซึ่งสะท้อนการมีส่วนร่วมของหุ้นจำนวนมากในการปรับตัวขึ้นของดัชนี</li>
</ul>
<h2>มุมมองจาก Samir Arora: ทำไมปี 2026 อาจดีกว่า 2025?</h2>
<p>นาย Samir Arora ผู้ก่อตั้ง Helios Capital ได้แสดงทรรศนะว่าตลาดหุ้นอินเดียในปี 2026 มีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าปี 2025 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสองประการ คือ การฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะลดน้อยลง ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดโดยรวม</p>
<h3>ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก: กำไรและการลงทุนต่างชาติ</h3>
<p>หัวใจสำคัญของมุมมองเชิงบวกนี้คือการคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทต่างๆ จะกลับมาเติบโตในระดับ &#8216;mid-teens&#8217; หรือประมาณ 13-16% นอกจากนี้ การที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) ชะลอการเทขายจะส่งผลให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการปรับตัวขึ้นของดัชนีและหุ้นรายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อกระแสเงินทุน</p>
<h3>กลุ่มไหนน่าสนใจ และข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน</h3>
<p>นาย Arora ชี้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน (Financials) จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์จากการกลับมาของกระแสเงินทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เขาได้เตือนนักลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในหุ้นกลุ่มที่ผลการดำเนินงานไม่ดี (underperforming sectors) หากยังไม่มีสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน การลงทุนควรพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตที่แท้จริงเป็นสำคัญ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>บุคคลและองค์กร</td>
<td>Samir Arora, founder of Helios Capital</td>
<td>ตรวจสอบชื่อและตำแหน่งตรงตามที่ระบุในเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์หลัก</td>
<td>Indian equity markets may see a stronger 2026</td>
<td>สรุปใจความสำคัญว่าปี 2026 อาจดีกว่า 2025 ซึ่งตรงกับที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์การเติบโตของกำไร</td>
<td>expects mid-teens earnings growth</td>
<td>เนื้อหาระบุการคาดการณ์กำไรในระดับ &#8216;mid-teens&#8217; ตามต้นฉบับ ซึ่งเป็นการประเมินเชิงคุณภาพ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวถึง</td>
<td>financials to benefit first as FII flows stabilise</td>
<td>ระบุว่ากลุ่มการเงินจะได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/kospi-index-rises-over-1-percent-on-chip-gains-in-2026-opener/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี KOSPI เปิดปี 2569 สดใส พุ่งกว่า 1% รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิป</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/samsung-ceos-vow-to-strengthen-ai-chip-capacity/" target="_blank" rel="noopener">ซัมซุง AI เดินหน้าเต็มสูบ! CEO ประกาศกร้าวเสริมแกร่งชิปสู้ศึกโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/singapore-q4-gdp-grows-5-7-percent-beats-expectations/" target="_blank" rel="noopener">เศรษฐกิจสิงคโปร์ ไตรมาส 4 โตแกร่ง 5.7% เหนือคาดการณ์ ดันทั้งปีขยายตัว 4.8%</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Economictimes.indiatimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหุ้นอินเดีย เดือนมกราคม สถิติชี้ 10 ปีหลังสุด ปิดลบ 8 ครั้ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-january-jinx-fii-selling-10-year-data/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Dec 2025 04:59:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[DII]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[Nifty]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-january-jinx-fii-selling-10-year-data/</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย เดือนมกราคม เผชิญความท้าทายสูง สถิติย้อนหลัง 10 ปีชี้ชัดว่าดัชนี Nifty ปิดลบถึง 8 ค...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ตลาดหุ้นอินเดีย เดือนมกราคม เผชิญความท้าทายสูง สถิติย้อนหลัง 10 ปีชี้ชัดว่าดัชนี Nifty ปิดลบถึง 8 ครั้ง สาเหตุหลักจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>สถิติ 10 ปีล่าสุด: ดัชนี Nifty ของอินเดียปิดตลาดเดือนมกราคมในแดนลบถึง 8 จาก 10 ปี คิดเป็นอัตราความล้มเหลว 80%</li>
<li>แรงขายต่างชาติ: นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) มีแนวโน้มเป็นผู้ขายสุทธิเป็นส่วนใหญ่ในเดือนมกราคม ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด</li>
<li>แรงซื้อในประเทศ: นักลงทุนสถาบันในประเทศ (DII) ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างสม่ำเสมอ ช่วยพยุงตลาดและจำกัดการปรับตัวลง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการไหลเข้าออกของเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติในระยะต่อไป</li>
<li>ความแข็งแกร่งของนักลงทุนในประเทศในการดูดซับแรงขายที่อาจเกิดขึ้น</li>
<li>ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นอินเดียช่วงต้นปี</li>
</ul>
<h2>เจาะลึกสถิติ &#8216;อาถรรพ์เดือนมกราคม&#8217; ของตลาดหุ้นอินเดีย</h2>
<p>ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าเดือนมกราคมมักเป็นเดือนที่ท้าทายสำหรับตลาดหุ้นอินเดีย โดยจากสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าดัชนี Nifty ให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 8 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่าตลาดมักจะเผชิญกับแรงขายในช่วงต้นปี ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักลงทุนหลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนโดยรวม</p>
<h2>บทบาทที่แตกต่างของนักลงทุนสถาบัน</h2>
<p>ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแนวโน้มดังกล่าวคือพฤติกรรมการลงทุนที่แตกต่างกันระหว่างนักลงทุนสถาบันสองกลุ่ม โดยนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) มักจะเป็นฝ่ายขายสุทธิในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ดัชนีปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน นักลงทุนสถาบันในประเทศ (DII) กลับเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพยุงตลาด โดยเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดผลกระทบและจำกัดกรอบการปรับตัวลงของดัชนีได้เป็นอย่างดี</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>กลุ่มนักลงทุน</th>
<th>พฤติกรรมในเดือนมกราคม (รอบ 10 ปี)</th>
<th>ผลกระทบต่อตลาด</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII)</td>
<td>เป็นผู้ขายสุทธิเป็นส่วนใหญ่</td>
<td>สร้างแรงกดดันให้ดัชนีปรับตัวลง</td>
</tr>
<tr>
<td>นักลงทุนสถาบันในประเทศ (DII)</td>
<td>เป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างสม่ำเสมอ</td>
<td>ช่วยพยุงตลาดและลดแรงกระแทก</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>สถิติตลาดหุ้นอินเดียเดือน ม.ค.</td>
<td>ดัชนี Nifty ปิดลบ 8 จาก 10 ปีล่าสุด</td>
<td>ตรวจทานความสอดคล้องของตัวเลขสถิติกับเนื้อหาต้นทางแล้ว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>พฤติกรรมนักลงทุนต่างชาติ (FII)</td>
<td>เป็นผู้ขายสุทธิเป็นส่วนใหญ่ (Largely been net sellers)</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวระบุบทบาทของ FII ว่าเป็นผู้ขายสุทธิ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>พฤติกรรมนักลงทุนในประเทศ (DII)</td>
<td>เป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างสม่ำเสมอ (Consistently stepped in as net buyers)</td>
<td>ยืนยันว่าแหล่งข่าวระบุบทบาทของ DII ว่าเป็นผู้ซื้อสุทธิเพื่อพยุงตลาด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อดัชนีอ้างอิง</td>
<td>Nifty</td>
<td>คัดลอกชื่อดัชนี &#8216;Nifty&#8217; ตรงตามตัวอักษรจากต้นทาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/korean-ev-battery-makers-pivot-to-ess-after-major-deal-cancellations/" target="_blank" rel="noopener">แบตเตอรี่ EV เกาหลีสะเทือน! ลูกค้ายักษ์ใหญ่ยกเลิกดีล หันหนีตายรุกตลาด ESS</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indigo-airlines-faces-gst-demand-order-of-rs-458-crore/" target="_blank" rel="noopener">IndiGo Airlines เจอเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 1.6 พันล้านบาท จ่อสู้คดี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-stock-market-to-remain-open-on-january-1-2026/" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหุ้นอินเดีย สวนทางโลก ประกาศเปิดทำการปกติ 1 ม.ค. 2569</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> The Economic Times</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระแสเงินทุนต่างชาติอาจกลับมาในปี 2026 กูรูชี้ตลาดยังไม่รับรู้ปัจจัยบวก</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/foreign-investor-flows-could-return-in-2026-vikas-khemani-outlook/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 08:59:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[Vikas Khemani]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/foreign-investor-flows-could-return-in-2026-vikas-khemani-outlook/</guid>

					<description><![CDATA[กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) มีแนวโน้มจะไหลกลับเข้ามาอีกครั้งในปี 2026 ซึ่งอาจผลักดันให้ตลาดเกิดการ R...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) มีแนวโน้มจะไหลกลับเข้ามาอีกครั้งในปี 2026 ซึ่งอาจผลักดันให้ตลาดเกิดการ Re-rating ตามมุมมองของ Vikas Khemani ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Vikas Khemani คาดการณ์ว่ากระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ (FII) จะไหลกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026</li>
<li>แนะนำให้นักลงทุนเน้นกลยุทธ์การเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) แทนการลงทุนตามธีมกว้างๆ ในภาวะตลาดปัจจุบัน</li>
<li>กลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจ (PSU) และบริการด้านไอที (IT services) เป็นสองกลุ่มที่น่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรและมูลค่าที่เหมาะสม</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ</li>
<li>ผลการดำเนินงานและการเติบโตของกำไรในกลุ่มธนาคาร PSU และบริการด้านไอทีตามที่คาดการณ์</li>
<li>การประเมินมูลค่าตลาด (Re-rating) ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาตามคาด</li>
</ul>
<h2>กูรูชี้เป้าปี 2026 เงินทุนต่างชาติจ่อไหลกลับ</h2>
<p>Vikas Khemani ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์ ได้แสดงทรรศนะว่า ตลาดการเงินอาจได้เห็นการกลับมาของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) อีกครั้งในปี 2026 ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนมุมมองและการประเมินมูลค่าตลาด (Re-rating) ครั้งสำคัญ อย่างไรก็ตาม เขามองว่าตลาดในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนหรือรับรู้ถึงปัจจัยบวกนี้อย่างเต็มที่</p>
<h3>กลยุทธ์การลงทุนในภาวะตลาดผันผวน</h3>
<p>ท่ามกลางสภาวะตลาดที่กำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน Khemani แนะนำให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์โดยหันมาให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นเป็นรายตัว (Bottom-up stock selection) มากกว่าการลงทุนตามกระแสหรือธีมการลงทุนในภาพใหญ่ วิธีการนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถค้นหาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาวได้</p>
<h2>กลุ่มหุ้นน่าสนใจ: ธนาคาร PSU และบริการไอที</h2>
<p>สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง Khemani ได้ให้มุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจ (PSU banks) และกลุ่มบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT services) โดยให้เหตุผลว่าทั้งสองกลุ่มมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนในระยะยาว และระดับมูลค่า (Valuation) ที่ยังคงมีความน่าสนใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>บุคคลที่ให้ความเห็น</td>
<td>Vikas Khemani</td>
<td>ชื่อบุคคลตรงตามที่ระบุไว้ในเนื้อหาต้นฉบับทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คาดการณ์กระแสเงินทุน FII</td>
<td>&#8216;FII flows could return in 2026&#8217;</td>
<td>เนื้อหาข่าวระบุปี 2026 สำหรับการกลับมาของ FII ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มอุตสาหกรรมที่แนะนำ</td>
<td>PSU banks and IT services</td>
<td>ระบุกลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจและบริการไอทีตามที่แหล่งข่าวกล่าวถึง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ</td>
<td>Prioritizing bottom-up stock selection</td>
<td>สรุปกลยุทธ์การเลือกหุ้นรายตัวได้ถูกต้องตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/lighter-dex-launches-lit-token-with-25-percent-airdrop/" target="_blank" rel="noopener">โทเคน LIT เปิดตัวแล้ว! Lighter DEX จัดสรร 25% Airdrop ให้ผู้ใช้กลุ่มแรก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/blackrock-buidl-fund-surpasses-2-billion-assets-pays-100-million-dividends/" target="_blank" rel="noopener">กองทุน BUIDL ของ BlackRock สินทรัพย์ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ จ่ายปันผลแล้ว 100 ล้าน</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-auto-ancillary-stocks-surge-130-percent-in-2025/" target="_blank" rel="noopener">หุ้นชิ้นส่วนยานยนต์อินเดีย พุ่งแรงกว่า 130% ในปี 2025 แซงหน้าผู้ผลิตรถยนต์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FII ซื้อหุ้นอินเดีย พลิกกลับมาซื้อสุทธิ 1,350 ล้านรูปีในรอบสัปดาห์</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fiis-turn-net-buyers-of-indian-stocks-in-a-week/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 10:59:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fiis-turn-net-buyers-of-indian-stocks-in-a-week/</guid>

					<description><![CDATA[FII ซื้อหุ้นอินเดีย พลิกกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในรอบสัปดาห์ ด้วยมูลค่ากว่า 1,350 ล้านรูปี (ประมาณ 4,...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">FII ซื้อหุ้นอินเดีย พลิกกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในรอบสัปดาห์ ด้วยมูลค่ากว่า 1,350 ล้านรูปี (ประมาณ 4,690 ล้านบาท) สวนทางกับยอดขายสุทธิตลอดปี 2025 ที่สูงถึง 155,000 ล้านรูปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) กลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ด้วยมูลค่ารวม 1,350 ล้านรูปี</li>
<li>การซื้อสุทธิครั้งนี้สวนทางกับแนวโน้มตลอดปี 2025 ที่ FIIs เป็นฝ่ายขายสุทธิไปแล้วกว่า 155,000 ล้านรูปี (ประมาณ 538,440 ล้านบาท)</li>
<li>ปัจจัยลบที่กดดันตลาดอินเดียก่อนหน้านี้ ได้แก่ ค่าเงินรูปีที่อ่อนตัว, กำแพงภาษี 50% จากสหรัฐฯ, และมูลค่าหุ้นที่สูง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนไหลเข้า: ต้องจับตาว่าการกลับมาซื้อสุทธิของ FIIs เป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแนวโน้มการลงทุน</li>
<li>ปัจจัยมหภาคและนโยบาย: ทิศทางค่าเงินรูปี ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินเดีย จะเป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อไป</li>
<li>ผลกระทบจากนโยบายการค้า: ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นกำแพงภาษี ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</li>
</ul>
<h2>สัญญาณบวกระยะสั้น หลังเผชิญแรงเทขายตลอดปี</h2>
<p>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย โดยกลับเข้ามาเป็นฝ่ายซื้อสุทธิในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 1,350 ล้านรูปี หรือประมาณ 4,690 ล้านบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นการสวนกระแสหลักที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2025</p>
<p>ข้อมูลระบุว่านับตั้งแต่ต้นปี 2025 เป็นต้นมา FIIs อยู่ในสถานะผู้ขายสุทธิในตลาดหุ้นอินเดียมาโดยตลอด โดยมียอดขายสุทธิสะสมสูงถึงกว่า 155,000 ล้านรูปี หรือราว 538,440 ล้านบาท การกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์นี้จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่นักลงทุนกำลังจับตามอง</p>
<h2>ปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นอินเดียในปี 2025</h2>
<p>แรงเทขายอย่างหนักจากนักลงทุนต่างชาติตลอดทั้งปีมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนในอินเดีย ปัจจัยหลักที่แหล่งข่าวระบุมีดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>ค่าเงินรูปีอ่อนค่า:</strong> การอ่อนตัวของสกุลเงินรูปีอินเดียส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์ลดลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนเลือกที่จะลดสัดส่วนการลงทุน</li>
<li><strong>กำแพงภาษีจากสหรัฐฯ:</strong> นโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตราสูงถึง 50% ได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทส่งออก</li>
<li><strong>มูลค่าหุ้นที่สูงและการชะลอตัวของกำไร:</strong> นักลงทุนบางกลุ่มมองว่ามูลค่าหุ้นในตลาดอินเดียอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ทำให้เกิดการเทขายเพื่อทำกำไรและลดความเสี่ยง</li>
</ul>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ยอดซื้อสุทธิล่าสุดของ FIIs</td>
<td>ซื้อสุทธิ 1,350 ล้านรูปีในรอบสัปดาห์</td>
<td>ยืนยันตัวเลขและกรอบเวลาตามที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายสุทธิสะสมปี 2025</td>
<td>ขายสุทธิกว่า 155,000 ล้านรูปี</td>
<td>ยืนยันตัวเลขยอดขายสะสม YTD ตามที่ระบุในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>₹1,350 crore (ประมาณ 4,690 ล้านบาท)</td>
<td>คำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน INR/THB จาก MARKET_SNAPSHOT_JSON ที่ได้รับ และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217;</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการขายสุทธิ YTD</td>
<td>ค่าเงินรูปีอ่อน, ภาษี 50% จากสหรัฐฯ, มูลค่าหุ้นสูง</td>
<td>ตรวจสอบแล้วพบว่าประเด็นเหล่านี้ถูกระบุเป็นสาเหตุในแหล่งข่าวจริง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Livemint</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FIIs ขายสุทธิหุ้นอินเดีย 1.57 ล้านล้านรูปีในปี 2025 แต่มีสัญญาณซื้อกลับปลายปี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/fiis-net-sell-indian-equities-2025-with-late-buying-reversal-hopes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2025 13:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[Santa Claus rally]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนต่างชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/fiis-net-sell-indian-equities-2025-with-late-buying-reversal-hopes/</guid>

					<description><![CDATA[FIIs ขายสุทธิหุ้นอินเดียอย่างหนักในปี 2025 รวมมูลค่ากว่า 1.57 ล้านล้านรูปี แต่ช่วงปลายปีเริ่มมีแรงซ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">FIIs ขายสุทธิหุ้นอินเดียอย่างหนักในปี 2025 รวมมูลค่ากว่า 1.57 ล้านล้านรูปี แต่ช่วงปลายปีเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา สร้างความหวังว่าแนวโน้มอาจเปลี่ยนไปในปี 2026</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FIIs) เทขายหุ้นอินเดียสุทธิ 1,57,860 ล้านรูปี (ประมาณ 5.53 แสนล้านบาท) ตลอดปี 2025</li>
<li>เฉพาะเดือนธันวาคมมียอดขายสุทธิ 14,185 ล้านรูปี (ประมาณ 4.97 หมื่นล้านบาท) สะท้อนความต่อเนื่องของเงินทุนไหลออก</li>
<li>อย่างไรก็ตาม เริ่มมีแรงซื้อกลับช่วงปลายปี ประกอบกับค่าเงินรูปีที่แข็งค่าขึ้น จุดประกายความหวังว่าเงินทุนอาจไหลกลับเข้ามาในปี 2026</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ทิศทางการลงทุนของ FIIs ในช่วงต้นปี 2026 ว่าจะกลับมาเป็นฝ่ายซื้อสุทธิต่อเนื่องตามสัญญาณบวกช่วงปลายปีหรือไม่</li>
<li>เสถียรภาพของค่าเงินรูปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติในการเข้าลงทุนในตลาดอินเดีย</li>
</ul>
<h2>ภาพรวมเงินทุนไหลออกรุนแรงตลอดปี 2025</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ตลอดทั้งปี 2025 นักลงทุนสถาบันต่างชาติได้เทขายหุ้นในตลาดอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายสุทธิสะสมสูงถึง 1,57,860 ล้านรูปี (ประมาณ 5.53 แสนล้านบาท) การไหลออกของเงินทุนจำนวนมหาศาลนี้สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่างชาติต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตลอดทั้งปี</p>
<p>สำหรับเดือนสุดท้ายของปี คือ เดือนธันวาคม FIIs ยังคงสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ ด้วยมูลค่า 14,185 ล้านรูปี (ประมาณ 4.97 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวโน้มเงินทุนไหลออกที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน</p>
<h2>สัญญาณบวกและความหวังการกลับตัวในปี 2026</h2>
<p>แม้ภาพรวมทั้งปีและเดือนธันวาคมจะแสดงยอดขายสุทธิ แต่แหล่งข่าวระบุว่าเริ่มเห็นสัญญาณการซื้อกลับของ FIIs ในช่วงท้ายของเดือน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนปรากฏการณ์ &#8216;Santa Claus rally&#8217; ที่ตลาดมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ยอดขายสุทธิโดยรวมลดลงเล็กน้อย</p>
<p>นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยบวกคือการกลับมาแข็งค่าของเงินรูปีอินเดีย ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ปัจจัยเหล่านี้ได้จุดประกายความหวังในหมู่นักวิเคราะห์ว่าอาจจะได้เห็นการกลับทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยเปลี่ยนจากไหลออกเป็นการไหลเข้าสุทธิอีกครั้งในปี 2026 ที่จะถึงนี้</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ช่วงเวลา</th>
<th>ยอดขายสุทธิ (รูปีอินเดีย)</th>
<th>ยอดขายสุทธิ (ประมาณ บาทไทย)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ทั้งปี 2025</td>
<td>157,860 ล้านรูปี</td>
<td>5.53 แสนล้านบาท</td>
</tr>
<tr>
<td>เดือนธันวาคม 2025</td>
<td>14,185 ล้านรูปี</td>
<td>4.97 หมื่นล้านบาท</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ยอดขายสุทธิ FIIs ทั้งปี 2025</td>
<td>Rs 1,57,860 crore</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในเนื้อหาข่าวต้นทาง และได้แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยประมาณตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายสุทธิ FIIs เดือน ธ.ค. 2025</td>
<td>Rs 14,185 crore</td>
<td>ตัวเลขตรงกับที่ระบุในเนื้อหาข่าวต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สัญญาณการซื้อกลับ</td>
<td>&#8216;recent buying ahead of the Santa Claus rally has narrowed outflows&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุถึงแรงซื้อกลับ แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขมูลค่าที่ชัดเจน จึงรายงานตามข้อเท็จจริงเท่าที่มีในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การกลับตัวของค่าเงินรูปี</td>
<td>&#8216;The rupee&#8217;s depreciation also saw a reversal&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุถึงการกลับทิศทางของค่าเงินรูปี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่น</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> The Economic Times</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินทุนไหลเข้า SIP อินเดีย แตะ 3 หมื่นล้านรูปี/เดือน คานอำนาจแรงขายต่างชาติ</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/indian-sip-inflows-counter-fii-selling-as-stabilizing-force/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 06:59:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[FII]]></category>
		<category><![CDATA[SIP]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนรวม]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/indian-sip-inflows-counter-fii-selling-as-stabilizing-force/</guid>

					<description><![CDATA[เงินทุนไหลเข้า SIP ในอินเดียกำลังกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหุ้น ด้วยเม็ดเงินเกือบ ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">เงินทุนไหลเข้า SIP ในอินเดียกำลังกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหุ้น ด้วยเม็ดเงินเกือบ 30,000 ล้านรูปีต่อเดือน ช่วยลดผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>เม็ดเงินลงทุนผ่าน Systematic Investment Plans (SIP) ในอินเดียมีมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านรูปี (ประมาณ 1.04 แสนล้านบาท) ต่อเดือน</li>
<li>กระแสเงินทุนในประเทศนี้ทำหน้าที่เป็น &#8216;พลังสร้างเสถียรภาพ&#8217; ช่วยลดความผันผวนจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII)</li>
<li>แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงอำนาจของนักลงทุนรายย่อยและกองทุนในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดหุ้นอินเดีย</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII) ว่าจะกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิเมื่อใด และจะส่งผลต่อดุลอำนาจในตลาดอย่างไร</li>
<li>การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนผ่าน SIP ในระยะต่อไป ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดทุนอินเดียในระยะยาว</li>
<li>ผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดในภาพรวม หากกระแสเงินทุนทั้งสองฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>
<h2>พลังของนักลงทุนในประเทศ กลไกใหม่ค้ำจุนตลาด</h2>
<p>ตลาดหุ้นอินเดียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เมื่อพลังของนักลงทุนในประเทศผ่านกองทุนรวมแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าสู่การลงทุนแบบทยอยสะสม (Systematic Investment Plans หรือ SIP) เป็นมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านรูปี (ประมาณ 1.04 แสนล้านบาท) ในแต่ละเดือน กระแสเงินทุนมหาศาลนี้ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างเสถียรภาพและลดแรงกระแทกจากการเทขายของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII)</p>
<h3>SIP คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ?</h3>
<p>SIP คือรูปแบบการลงทุนในกองทุนรวมที่นักลงทุนสามารถลงทุนเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายเดือน ซึ่งช่วยสร้างวินัยการลงทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น การที่เม็ดเงินจาก SIP เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยในอินเดียที่เพิ่มขึ้น และทำให้กองทุนรวมในประเทศมีสภาพคล่องสูงพอที่จะเข้าซื้อสินทรัพย์สวนทางกับแรงขายจากต่างชาติได้</p>
<h2>แรงขายจากต่างชาติที่ถูกลดทอนผลกระทบ</h2>
<p>ในอดีต ตลาดหุ้นอินเดียมักจะมีความอ่อนไหวสูงต่อการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติ เมื่อ FII เทขายสุทธิ ก็มักจะกดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาเป็นผู้ขายสุทธิอีกครั้ง แต่ผลกระทบต่อตลาดกลับไม่รุนแรงเท่าเดิม เนื่องจากมีแรงซื้อจากกองทุนในประเทศที่ได้รับเงินทุนจาก SIP เข้ามาพยุงตลาดไว้ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดมองว่านี่คือสัญญาณของการที่ตลาดทุนอินเดียพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติน้อยลง และมีเสถียรภาพจากปัจจัยภายในประเทศมากขึ้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เม็ดเงินลงทุนผ่าน SIP ต่อเดือน</td>
<td>เกือบ 30,000 ล้านรูปี</td>
<td>ยืนยันตัวเลขจากเนื้อหาต้นฉบับที่ระบุว่า &#8216;nearly ₹30,000 crore flowing in monthly&#8217;</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงิน รูปี-บาท</td>
<td>₹30,000 crore</td>
<td>แปลงค่าเงินเป็นสกุลบาท (ประมาณ 1.04 แสนล้านบาท) โดยอ้างอิงข้อมูลจาก FX_SNAPSHOT_24H ที่ได้รับเพื่อให้บริบทแก่ผู้อ่าน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บทบาทของเงินทุนในประเทศ</td>
<td>เป็นพลังสร้างเสถียรภาพ (stabilizing force)</td>
<td>สรุปบทบาทของกองทุนในประเทศได้ตรงตามที่แหล่งข่าววิเคราะห์ไว้ ไม่มีการตีความเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มนักลงทุนที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>กองทุนรวมในประเทศ และ นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (FII)</td>
<td>ระบุกลุ่มนักลงทุนหลักทั้งสองฝ่ายได้ถูกต้องตามที่เนื้อหาข่าวกล่าวถึง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> MintMarkets</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
