วางแผนเกษียณ เริ่มเมื่อไหร่ดี คำนวณเงินที่ต้องใช้เพื่อให้มีใช้สุขสบาย

การวางแผนเกษียณอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่การเริ่มต้นเร็วคือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินในบั้นปลายชีวิต บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าควรเริ่มวางแผนเมื่อไหร่ พร้อมวิธีคำนวณเงินที่ต้องใช้ และเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างสุขสบาย

Key takeaways

  • ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณเร็วเท่าไหร่ ยิ่งใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้นได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เหนื่อยน้อยลงในระยะยาว
  • การคำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณควรพิจารณาจากค่าใช้จ่ายรายเดือนที่คาดการณ์ไว้ ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ และคำนวณเป็นเงินก้อนใหญ่
  • เครื่องมือการออมเพื่อการเกษียณมีหลากหลาย เช่น RMF, SSF, ประกันบำนาญ และการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • กฎ 4% เป็นหลักการที่นิยมใช้ในการประเมินเงินที่ต้องมี คือนำค่าใช้จ่ายต่อปีมาคูณ 25 แต่ต้องปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย

ทำไมการวางแผนเกษียณถึงสำคัญ?

หลายคนอาจคิดว่าค่อยเริ่มเก็บเงินตอนอายุมากก็ได้ แต่ความเป็นจริงคือ ‘เวลา’ เป็นปัจจัยที่ทรงพลังที่สุดในการลงทุนเพื่อการเกษียณ เหตุผลหลักคือ ‘พลังของดอกเบี้ยทบต้น’ (Compound Interest) ซึ่งหมายถึงการที่ผลตอบแทนจากการลงทุนถูกนำกลับไปลงทุนต่อ ทำให้เงินต้นเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเวลาผ่านไป การเริ่มต้นเร็วแม้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก จะสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการเริ่มต้นช้าแต่ด้วยเงินก้อนใหญ่ นอกจากนี้ ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนในอนาคต

เริ่มวางแผนเกษียณเมื่อไหร่ดีที่สุด?

คำตอบที่ง่ายและดีที่สุดคือ ‘เริ่มทันที’ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ย่อมดีกว่าการผัดวันประกันพรุ่งเสมอ

  • วัย 20s: เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น เพราะมีระยะเวลาลงทุนยาวนานที่สุด สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มาก แต่สร้างผลตอบแทนมหาศาลได้ในระยะยาว
  • วัย 30s: ยังถือว่าไม่สายเกินไป แม้จะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นช่วงที่รายได้เริ่มมั่นคง ควรจัดสรรเงินออมเพื่อการเกษียณให้เป็นระบบมากขึ้น
  • วัย 40s ขึ้นไป: หากเพิ่งเริ่มต้นในช่วงนี้ อาจต้องเพิ่มสัดส่วนการออมให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนที่ลดลงเพื่อรักษาเงินต้น

วิธีคำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณแบบง่ายๆ

การรู้เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น ลองทำตาม 3 ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อประเมินเงินทุนที่ต้องมีในวันเกษียณ

  1. ประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนที่คาดว่าจะใช้หลังเกษียณ: ลองคำนวณค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง จากนั้นตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน หรือค่าผ่อนบ้าน/รถที่หมดแล้ว ตัวอย่างเช่น คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท
  2. ปรับค่าใช้จ่ายด้วยอัตราเงินเฟ้อ: เงิน 30,000 บาทในวันนี้ จะมีมูลค่าลดลงในอนาคต หากสมมติอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี และคุณมีเวลาอีก 30 ปีกว่าจะเกษียณ ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคุณในวันนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 72,800 บาท
  3. คำนวณเงินก้อนที่ต้องมีทั้งหมด: หลักการที่นิยมใช้คือ ‘กฎ 4%’ ซึ่งหมายความว่าในแต่ละปีเราจะถอนเงินออกมาใช้ได้ไม่เกิน 4% ของเงินลงทุนทั้งหมด เพื่อให้เงินต้นยังคงอยู่และเติบโตต่อไปได้ วิธีคำนวณเงินก้อนเป้าหมายคือนำค่าใช้จ่ายรายปีคูณด้วย 25 (100/4 = 25) จากตัวอย่างข้างต้น: (72,800 บาท/เดือน x 12 เดือน) x 25 = 21,840,000 บาท นี่คือจำนวนเงินโดยประมาณที่คุณควรมี ณ วันที่เกษียณ

เครื่องมือช่วยออมเงินเพื่อการเกษียณยอดนิยม

เมื่อทราบเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนรวมที่ออกแบบมาเพื่อการออมระยะยาวสำหรับวัยเกษียณโดยเฉพาะ มีนโยบายการลงทุนหลากหลายตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสูง จุดเด่นคือสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนต่อเนื่องตามเกณฑ์

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผสมผสานระหว่างการออมเงินและการประกันชีวิต ผู้เอาประกันจะชำระเบี้ยประกันเป็นงวดๆ และเมื่อถึงอายุที่กำหนด (เช่น 55 หรือ 60 ปี) บริษัทประกันจะจ่ายเงินบำนาญคืนให้เป็นรายเดือนหรือรายปีไปจนตลอดชีวิตหรือตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญา จุดเด่นคือการการันตีผลตอบแทน ทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะมีกระแสเงินสดใช้หลังเกษียณแน่นอน

การลงทุนอื่นๆ

นอกเหนือจาก RMF และประกันบำนาญแล้ว การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกในการลดหย่อนภาษี, หุ้น, ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่ง การจัดพอร์ตแบบสมดุลเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมีกลยุทธ์ลงทุนปี 2026 แนะจัดพอร์ตสมดุล 65:25:10 รับมือความผันผวนที่น่าสนใจเป็นแนวทางในการพิจารณา

ข้อควรระวังในการวางแผนเกษียณ

การวางแผนที่ดีต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

  • ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: อัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์อาจทำให้เงินที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ ควรทบทวนแผนและปรับเป้าหมายเป็นระยะ
  • ความเสี่ยงจากการลงทุน: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีและกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวน และควรระวังการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเกินไปหรือให้ผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง
  • ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: ค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจกระทบแผนการเงินได้ การทำประกันสุขภาพไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
  • ความเสี่ยงจากการมีอายุยืนยาว: เป็นเรื่องดีที่มีอายุยืนยาว แต่ก็หมายความว่าเราต้องใช้เงินนานขึ้น การวางแผนให้ครอบคลุมจึงเป็นสิ่งจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อายุ 40 แล้ว เริ่มวางแผนเกษียณยังทันไหม?

ทันแน่นอน แต่คุณอาจจะต้องมีวินัยและเพิ่มสัดส่วนการออมต่อเดือนให้สูงกว่าคนที่เริ่มตั้งแต่อายุ 20-30 ปี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงเวลาที่เหลืออยู่

ควรมีเงินเกษียณเท่าไหร่? 10 ล้านพอไหม?

จำนวนเงินที่ ‘เพียงพอ’ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้หลังเกษียณ สำหรับบางคน 10 ล้านบาทอาจจะพอ แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่พอ การคำนวณตามขั้นตอนที่แนะนำในบทความจะช่วยให้คุณเห็นภาพเป้าหมายของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

RMF กับ ประกันบำนาญ เลือกอะไรดี?

ทั้งสองอย่างมีข้อดีต่างกัน RMF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นและยอมรับความเสี่ยงได้ ส่วนประกันบำนาญเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแน่นอนของรายรับหลังเกษียณ ในทางปฏิบัติแล้ว การมีทั้งสองอย่างในพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและตอบโจทย์ทั้งการเติบโตและความมั่นคงถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี

โดยสรุป การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำอย่างมีแบบแผน หัวใจสำคัญคือการเริ่มต้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำนวณเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจน เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม และที่สำคัญคือการทบทวนแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องสู่อิสรภาพทางการเงินในวัยเกษียณ

เรื่องแนะนำ