เงินเดือนน้อยออมเงินยังไงให้เหลือจริง ใช้ได้ทันที
เสียงแจ้งเตือนเงินเดือนเข้าดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ แต่ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ เงินในบัญชีก็ร่อยหรอจนน่าใจหาย คำถามที่ว่า เงินเดือนน้อยออมเงินยังไง ให้มีเงินเก็บจริงๆ สักก้อน จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่วนเวียนอยู่ในหัวของใครหลายคน บทความนี้จะเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายด้วยเทคนิคที่จับต้องได้และใช้ได้ทันที
จุดเด่นสำคัญ
- เปลี่ยน Mindset: มองการออมเป็น “รายจ่าย” ที่ต้องจ่ายให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เงินเหลือ
- ใช้กฎทอง 50/30/20: แบ่งสัดส่วนเงินเดือนอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมรายจ่ายและสร้างวินัย
- เทคนิคแยกบัญชี: สร้างเกราะป้องกันเงินออมจากกิเลสและความอยากใช้จ่าย
- ตามล่ารายจ่ายแฝง: ค้นหาตัวการดูดเงินในชีวิตประจำวัน เช่น ค่ากาแฟ หรือค่าสมาชิกที่ไม่เคยใช้
- เริ่มต้นจากน้อยๆ: ไม่ต้องรอให้มีเงินเยอะ การเริ่มออมแม้เพียงเล็กน้อยคือการสร้างนิสัยสู่ความสำเร็จ
เปลี่ยน Mindset ก่อน: “ออมก่อนใช้” คือหัวใจ ไม่ใช่ “ใช้ก่อนออม”
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการออมเงินคือการเก็บ “เงินที่เหลือ” จากการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไม่มีเงินเก็บเสียที เพราะในความเป็นจริง เรามักจะใช้จ่ายจนหมดก่อนที่จะได้เริ่มออม
วิธีคิดที่ถูกต้องและทรงพลังที่สุดคือการเปลี่ยนสมการใหม่ จาก รายได้ – รายจ่าย = เงินออม มาเป็น รายได้ – เงินออม = รายจ่าย
หลักการนี้เรียบง่ายมาก เมื่อเงินเดือนเข้า ให้คุณหักเงินส่วนที่จะออม (เช่น 10% หรือ 20%) ออกไปเก็บในบัญชีอื่นทันที เสมือนว่ามันเป็น “บิลค่าใช้จ่าย” ที่ต้องจ่ายให้ “อนาคตของตัวเอง” เป็นอันดับแรก ส่วนเงินที่เหลือคือเงินที่คุณสามารถบริหารจัดการเพื่อใช้จ่ายได้ตลอดทั้งเดือน วิธีนี้จะบังคับให้เราปรับพฤติกรรมการใช้เงินให้อยู่ในกรอบที่มีโดยอัตโนมัติ
Case Study: เงินเดือน 20,000 บาท จัดการยังไงให้มีเงินเก็บ?
ลองมาดูตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม สมมติ “คุณจอย” เป็นพนักงานออฟฟิศ ได้รับเงินเดือน 20,000 บาท และต้องการเริ่มออมเงินอย่างจริงจัง เธอสามารถใช้ “กฎ 50/30/20” ซึ่งเป็นหลักการวางแผนการเงินที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มาปรับใช้ได้ดังนี้
- 50% สำหรับรายจ่ายจำเป็น (Needs) – 10,000 บาท: ส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้เพื่อการดำรงชีวิต เช่น ค่าเช่าห้องพัก, ค่าน้ำ-ค่าไฟ, ค่าเดินทางไปทำงาน, ค่าอาหาร (เน้นทำเอง)
- 30% สำหรับรายจ่ายตามใจ (Wants) – 6,000 บาท: ส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขและไลฟ์สไตล์ เช่น ทานข้าวนอกบ้าน, ดูหนัง, ช้อปปิ้ง, ท่องเที่ยว หรือค่าสมาชิกสตรีมมิ่งต่างๆ
- 20% สำหรับการออมและชำระหนี้ (Savings & Debt) – 4,000 บาท: นี่คือส่วนสำคัญที่สุด คือเงินที่ต้อง “หักเก็บก่อน” ทันทีที่เงินเดือนออก เพื่อเป็นเงินออม, เงินลงทุน หรือนำไปโปะหนี้สินเพื่อให้หมดเร็วยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า แม้เงินเดือน 20,000 บาท ก็สามารถจัดสรรให้มีเงินออมได้ถึงเดือนละ 4,000 บาท หรือปีละ 48,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยสำหรับจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือความมีวินัยในการแบ่งเงินตามสัดส่วนที่วางไว้
4 เทคนิคจับต้องได้ เปลี่ยนคนเงินเดือนน้อยให้มีเงินเหลือ
นอกจากการวางแผนด้วยกฎ 50/30/20 แล้ว ยังมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้การออมเงินของคุณง่ายขึ้นและเห็นผลจริง
1. แยกบัญชีให้ขาด: บัญชีใช้จ่าย vs บัญชีเงินออม
เปิดบัญชีธนาคารเพิ่มอีกหนึ่งบัญชีสำหรับ “เก็บเงิน” โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ บัญชีนี้ไม่ควรทำบัตรเอทีเอ็มหรือผูกกับแอปพลิเคชัน Mobile Banking ที่ใช้จ่ายบ่อยๆ เมื่อเงินเดือนออก ให้โอนเงินส่วนที่เป็น “เงินออม” (ตามตัวอย่างคือ 4,000 บาท) เข้าบัญชีนี้ทันที วิธีนี้จะช่วยป้องกันการถอนเงินออกมาใช้ตามใจชอบได้อย่างดีเยี่ยม
2. ตามล่า “รายจ่ายแฝง” ตัวดูดเงินที่ไม่รู้ตัว
ค่ากาแฟแก้วละ 80 บาททุกวันทำงาน อาจดูไม่เยอะ แต่รวมกันแล้วคือ 1,600 บาท ต่อเดือน! นี่คือตัวอย่างของรายจ่ายแฝง ลองใช้เวลาหนึ่งเดือนจดบันทึกรายรับรายจ่ายทั้งหมด คุณอาจจะตกใจกับเงินที่เสียไปกับค่าสมาชิกฟิตเนสที่ไม่เคยไป หรือค่าสตรีมมิ่งหลายเจ้าที่ดูไม่ครบ การใช้แอปรายรับรายจ่ายบนมือถือจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและหาจุดที่จะตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้
3. ใช้กฎ “24 ชั่วโมง” พิชิตความอยาก
เวลาเจอของที่อยากได้ แต่ไม่ได้อยู่ในแผนการใช้จ่าย ให้บอกตัวเองว่า “รออีก 24 ชั่วโมง” ถ้าหลังจากผ่านไปหนึ่งวันแล้วคุณยังรู้สึกว่าของชิ้นนั้นจำเป็นและอยากได้อยู่จริงๆ ค่อยพิจารณาซื้อ แต่ส่วนใหญ่มักพบว่า ความอยากนั้นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ และเราสามารถตัดใจจากมันได้ ช่วยลดการซื้อของฟุ่มเฟือยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
4. จัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน
หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งมีดอกเบี้ยสูง ให้พยายามนำเงินออมส่วนหนึ่งไปโปะหนี้เหล่านี้ให้มากที่สุด เพราะดอกเบี้ยคือตัวการร้ายที่ทำให้เงินของคุณหายไปโดยเปล่าประโยชน์ การปลดหนี้ได้เร็วขึ้นเท่ากับคุณจะมีเงินเหลือมาออมมากขึ้นเท่านั้น หากมีหนี้หลายก้อน การศึกษาเรื่องรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียวก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
บทสรุป: เริ่มต้นวันนี้ คือวันที่ดีที่สุด
การออมเงินสำหรับคนเงินเดือนน้อยไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของ “วินัย” และ “วิธีคิด” ที่ถูกต้อง การเริ่มต้นด้วยการ “ออมก่อนใช้” การวางแผนจัดสรรเงินอย่างเป็นระบบ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล
อย่ารอให้มีเงินเดือนเยอะกว่านี้แล้วค่อยเริ่มออม เพราะนิสัยทางการเงินที่ดีต้องใช้เวลาสร้าง เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ แม้จะด้วยเงินเพียงเล็กน้อย แต่มันคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับอนาคตของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท จะออมได้จริงหรือ?
ได้จริง แต่อาจต้องปรับสัดส่วน 50/30/20 ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น อาจจะเป็น 60/20/20 โดยลดสัดส่วนของรายจ่ายตามใจ (Wants) ลง และเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมรายจ่ายจำเป็น (Needs) หัวใจสำคัญคือการเริ่มต้นออมแม้จะด้วยจำนวนเงินที่ไม่มากก็ตาม
ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่?
โดยทั่วไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อใช้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน, เจ็บป่วย หรือต้องซ่อมแซมบ้าน/รถยนต์กะทันหัน
การแยกบัญชีช่วยได้จริงไหม?
ช่วยได้มากในทางจิตวิทยา เพราะเป็นการสร้างอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ในการนำเงินออมออกมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การที่เงินไม่ได้อยู่ในบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ จะทำให้เรามีสติและฉุกคิดได้ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เงินก้อนนั้น
