KBank x Orbix Technology x StraitsX ปักธงโปรเจค “Seamless Travel Payments on Chain” บริการชำระเงินบนบล็อกเชนเชื่อมไทย-สิงคโปร์ ภายใต้โครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS)
KBank จับมือ Orbix Technology และ StraitsX เปิดตัวโปรเจค “Seamless Travel Payments on Chain” บริการชำระเงินบนบล็อกเชน เชื่อมไทย-สิงคโปร์ ให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายผ่าน QR Code ได้แบบเรียลไทม์
สรุปประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือ 3 ฝ่าย: ธนาคารกสิกรไทย (KBank), Orbix Technology และ StraitsX ร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน
- เชื่อมเงินดิจิทัล 2 สกุล: โครงการนี้จะเชื่อมโยง “เงินดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล” (Regulatory-Complaint E-Money) ของไทย (Q-money) และสิงคโปร์ (XSGD) เข้าด้วยกัน
- เฟสแรกเริ่มไตรมาส 2 ปี 2569: นักท่องเที่ยวไทยจะสามารถใช้แอปพลิเคชัน Q Wallet by KBank สแกน QR Code เพื่อชำระเงินในสิงคโปร์ได้ โดยโครงการอยู่ระหว่างการทดสอบใน Regulatory Sandbox ของ ธปท.
- ลดต้นทุน เพิ่มความสะดวก: มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และอาจไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) ซึ่งแตกต่างจากการใช้บัตรเครดิตหรือแลกเงินสดแบบเดิม
เปิดตัวโปรเจค “Seamless Travel Payments on Chain” เขย่าวงการชำระเงินข้ามพรมแดน
ในงาน Singapore FinTech Festival 2025 ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการการเงินดิจิทัล โดยประกาศความร่วมมือกับ Orbix Technology บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนในเครือ และ StraitsX สถาบันการชำระเงินรายใหญ่จากสิงคโปร์ เปิดตัวโครงการ “Seamless Travel Payments on Chain” อย่างเป็นทางการ
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้ “BLOOM” (Borderless, Liquid, Open, Online, Multi-currency) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติที่ริเริ่มโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อปฏิวัติประสบการณ์การชำระเงินของนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและสิงคโปร์ และวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบการเงินดิจิทัลในระดับภูมิภาค
การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากหลายองค์กรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย, ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, Mr. Tianwei Liu ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ StraitsX รวมถึงผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ MAS
เทคโนโลยีเบื้องหลัง: Quarix และ Avalanche ผสานพลังสร้างธุรกรรมไร้รอยต่อ
หัวใจของโครงการนี้คือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนเกิดขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้:
- Quarix Blockchain: พัฒนาโดย Orbix Technology ทำหน้าที่เป็นบล็อกเชนหลักที่รองรับ “Q-money” ซึ่งเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์บนบล็อกเชนของ KBank โดย Quarix ถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูง มีระบบควบคุมและมาตรการกำกับดูแลตามมาตรฐานระดับสถาบันการเงิน
- Avalanche Network: เป็นเครือข่ายที่รองรับ “XSGD” ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดย StraitsX โดยมีมูลค่าอ้างอิงกับดอลลาร์สิงคโปร์แบบ 1:1 Avalanche ทำหน้าที่เป็นสะพานเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อ Quarix เข้ากับระบบของ StraitsX ทำให้การสื่อสารและแลกเปลี่ยนมูลค่าระหว่าง Q-money และ XSGD เป็นไปได้อย่างราบรื่น
การทำงานร่วมกันของสองเทคโนโลยีนี้ทำให้เกิดการชำระดุล (Settlement) แบบเรียลไทม์ ซึ่งหมายความว่าเมื่อนักท่องเที่ยวชำระเงิน ร้านค้าจะได้รับเงินในสกุลเงินท้องถิ่นของตนเองทันที ช่วยขจัดความซับซ้อนและต้นทุนที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเงินตราผ่านตัวกลางหลายทอดแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การมี Financial Freedom เริ่มต้นอย่างไร ที่ไม่เพียงแต่สำหรับบุคคล แต่ยังรวมถึงระบบการเงินที่มีอิสระและประสิทธิภาพมากขึ้น
แผนการดำเนินงาน 3 ระยะ สู่อนาคตการเงินดิจิทัล
โครงการ “Seamless Travel Payments on Chain” ได้วางแผนการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน 3 ระยะ เพื่อทยอยเปิดให้บริการและขยายขีดความสามารถอย่างเป็นระบบ
ระยะที่ 1: นักท่องเที่ยวไทยในสิงคโปร์ (Outbound Tourist)
ในระยะแรกซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 จะมุ่งเน้นไปที่นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์
- นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้แอปพลิเคชัน Q Wallet by KBank ที่มีเงิน Q-money อยู่ภายใน
- สแกน QR Code ของร้านค้าในสิงคโปร์ที่รองรับ GrabPay และร้านค้าบางแห่งที่รองรับ PayNow
- ระบบจะทำการแปลงค่าเงินจาก Q-money เป็น XSGD โดยอัตโนมัติ และร้านค้าสิงคโปร์จะได้รับเงินเป็นดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ทันที
- ปัจจุบันโครงการในระยะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย
ระยะที่ 2: นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ในไทย (Inbound Tourist)
ระยะที่สองจะขยายบริการให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ที่เดินทางมายังประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จะสามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนที่มี XSGD สแกน Thai QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการให้กับร้านค้าในไทยได้โดยตรง ระบบจะแปลง XSGD เป็น Q-money และร้านค้าไทยจะได้รับเงินเป็นบาททันที
ระยะที่ 3: วางรากฐานการยืนยันตัวตนข้ามพรมแดน (Cross-Border KYC)
ในระยะสุดท้าย จะมีการพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนข้ามพรมแดน (Cross-Border KYC Verification) เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในไทยและสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและปูทางไปสู่การขยายบริการไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต่อไป โดยคาดว่าจะยื่นขออนุญาตสำหรับระยะที่ 2 และ 3 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เปรียบเทียบความโดดเด่น: เหนือกว่า Travel Card และบริการแลกเงินแบบเดิมอย่างไร?
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันชำระเงินตัวใหม่ แต่คือการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่มีจุดเด่นแตกต่างจากบริการเดิมๆ อย่างชัดเจน การเรียนรู้ที่จะ ฉลาดใช้บัตรเครดิต เป็นเรื่องดี แต่โซลูชันใหมนี้อาจมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าในบางสถานการณ์
| คุณสมบัติ | Seamless Travel Payments on Chain | Travel Card / บัตรเครดิต | แลกเงินสด |
|---|---|---|---|
| การเข้าถึงร้านค้า | กว้างขวางมาก ผ่าน QR Code ที่ร้านค้าขนาดเล็กและร้านอาหารทั่วไปรองรับ | จำกัดเฉพาะร้านค้าที่มีเครื่องรูดบัตร (EDC) | ใช้ได้ทุกที่ แต่ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยในการพกพาจำนวนมาก |
| อัตราแลกเปลี่ยน | โปร่งใสและแข่งขันได้สูง แสดงยอดเงินบาทที่แน่นอนก่อนยืนยัน | มีค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) ประมาณ 2.0-2.5% | อัตราแลกเปลี่ยนไม่ดีเท่า และมีความผันผวน |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) | อาจมีค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน | ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม แต่มีส่วนต่างของอัตราซื้อ-ขาย |
| ความสะดวก/ปลอดภัย | ไม่ต้องพกบัตรหรือเงินสด ปลอดภัยสูงด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน | สะดวก แต่มีความเสี่ยงบัตรหายหรือถูกขโมยข้อมูล | เสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกขโมย |
มุมมองผู้บริหาร: วางรากฐานสู่ระบบการเงินดิจิทัลแห่งอนาคต
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถชำระเงินด้วย Q-money ในสิงคโปร์ แบบเรียลไทม์อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว พร้อมวางรากฐานระบบการเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันได้และรองรับการขยายในอนาคต”
ขณะที่ Mr. Tianwei Liu ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท StraitsX เสริมว่า “ความร่วมมือนี้เป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยในระยะที่ 2 โครงการจะขยายให้รองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่เดินทางมาไทย สามารถชำระเงินให้ร้านค้าในประเทศไทยได้โดยตรงเป็นสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ผ่าน XSGD ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีสินทรัพย์สำรองรองรับ”
สรุปส่งท้าย
โครงการ “Seamless Travel Payments on Chain” ไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน แต่เป็นก้าวที่จับต้องได้ของการนำ “Real-World E-Money on Blockchain” มาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่ที่เชื่อมโยง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองประเทศอย่างมหาศาล และเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งถึงการขยายผลไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต
ติดตามความคืบหน้าของโครงการและนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ได้ที่นี่ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ นักเดินทางของคุณ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. โครงการ Seamless Travel Payments on Chain คืออะไร?
เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง KBank, Orbix Technology และ StraitsX เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างไทย-สิงคโปร์ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
2. นักท่องเที่ยวไทยจะเริ่มใช้งานได้เมื่อไหร่?
คาดว่าจะเริ่มให้บริการในระยะที่ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569
3. มีค่าธรรมเนียมในการใช้งานหรือไม่?
หนึ่งในจุดเด่นของโครงการคือการไม่มีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม (Transaction Fee) ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ใช้งาน
4. โครงการนี้แตกต่างจาก Travel Card หรือการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศอย่างไร?
แตกต่างในหลายมิติสำคัญ คือ สามารถใช้กับร้านค้าขนาดเล็กที่รับเฉพาะ QR Code ได้, มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าและโปร่งใส, ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม และใช้เพียงแอปพลิเคชันบนมือถือโดยไม่ต้องพกบัตร
