<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมยานยนต์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<atom:link href="https://www.bangkoktoday.net/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<description>ข่าวธุรกิจโลก การเงิน และการลงทุน — พร้อมมุมมองเทคยุคดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Mar 2026 02:00:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.bangkoktoday.net/wp-content/uploads/2025/12/cropped-BANGKOK-today-logofavicon-1-1-32x32.webp</url>
	<title>อุตสาหกรรมยานยนต์ &#8211; BANGKOK TODAY</title>
	<link>https://www.bangkoktoday.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>POSCO International ทุ่มงบสร้างซัพพลายเชนแรร์เอิร์ธ ป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/posco-international-invests-in-rare-earth-supply-chain-for-evs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 02:00:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[POSCO]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[แรร์เอิร์ธ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/posco-international-invests-in-rare-earth-supply-chain-for-evs/</guid>

					<description><![CDATA[POSCO International ประกาศแผนสร้างซัพพลายเชนแร่แรร์เอิร์ธทั่วโลก จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน 2.5 หมื่นล้...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">POSCO International ประกาศแผนสร้างซัพพลายเชนแร่แรร์เอิร์ธทั่วโลก จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน 2.5 หมื่นล้านวอน เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>จัดตั้งกองทุน Corporate Venture Capital (CVC) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 545.7 ล้านบาท) เพื่อลงทุนในซัพพลายเชนแรร์เอิร์ธ</li>
<li>ลงทุนเบื้องต้น 8 พันล้านวอน (ประมาณ 174.6 ล้านบาท) ในบริษัทสกัดแร่ของเกาหลีใต้ เพื่อความมั่นคงด้านวัตถุดิบ</li>
<li>ขยายเครือข่ายการจัดหาวัตถุดิบสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโครงการใหม่ในมาเลเซียและลาวเป็นเป้าหมาย</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>โครงการร่วมทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 982.8 ล้านบาท) กับพันธมิตรในมาเลเซียเพื่อสกัดแร่แรร์เอิร์ธ</li>
<li>การเข้าร่วมโครงการสกัดแร่ในประเทศลาว เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเดิมที่มีอยู่จำกัด</li>
<li>ผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กถาวรสำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในระยะยาว</li>
</ul>
<h2>การลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงในอุตสาหกรรม EV</h2>
<p>POSCO International ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการค้าของ POSCO Holdings ได้เปิดเผยแผนการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธชนิดหนัก (Heavy Rare Earth Elements) โดยได้จัดตั้งกองทุน Corporate Venture Capital (CVC) ร่วมกับ POSCO Investment เป็นมูลค่า 2.5 หมื่นล้านวอน หรือประมาณ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 545.7 ล้านบาท) การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ในเบื้องต้น บริษัทจะใช้เงินลงทุน 8 พันล้านวอน (ประมาณ 174.6 ล้านบาท) เข้าลงทุนในบริษัทสกัดแร่แรร์เอิร์ธภายในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้างความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ดิสโพรเซียม (Dysprosium) และเทอร์เบียม (Terbium) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตแม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูงสำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า</p>
<h2>ขยายเครือข่ายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลดความเสี่ยงซัพพลายเชน</h2>
<p>นอกจากการลงทุนในประเทศแล้ว POSCO International ยังมีแผนขยายเครือข่ายการจัดหาวัตถุดิบในระดับโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่แหล่งผลิตและสกัดแร่ชนิดนี้กระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกได้</p>
<p>แผนการขยายธุรกิจดังกล่าวรวมถึงการเปิดตัวโครงการร่วมทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 982.8 ล้านบาท) กับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย และการเข้าร่วมโครงการสกัดแร่ในประเทศลาว เพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งที่มาและสร้างเสถียรภาพให้กับซัพพลายเชนในระยะยาว</p>
<h2>ตารางสรุปแผนการลงทุนของ POSCO International</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>โครงการ/กองทุน</th>
<th>มูลค่าการลงทุน</th>
<th>เป้าหมายหลัก</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กองทุน CVC</td>
<td>2.5 หมื่นล้านวอน ($16 ล้าน)</td>
<td>ลงทุนในซัพพลายเชนแรร์เอิร์ธ</td>
</tr>
<tr>
<td>ลงทุนในบริษัทสกัดแร่ (เกาหลีใต้)</td>
<td>8 พันล้านวอน</td>
<td>การลงทุนเริ่มต้นเพื่อความมั่นคง</td>
</tr>
<tr>
<td>โครงการร่วมทุน (มาเลเซีย)</td>
<td>$30 ล้าน</td>
<td>ขยายเครือข่ายการสกัดแร่</td>
</tr>
<tr>
<td>โครงการสกัดแร่ (ลาว)</td>
<td>ไม่ระบุมูลค่า</td>
<td>กระจายแหล่งวัตถุดิบ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่ากองทุน CVC</td>
<td>25,000 ล้านวอน ($16 ล้าน)</td>
<td>ตัวเลขตรงกับแหล่งข่าว แปลงค่าเงินบาทโดยใช้ FX Snapshot ที่ได้รับเพื่อเป็นข้อมูลบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การลงทุนเริ่มต้นในประเทศ</td>
<td>8,000 ล้านวอน</td>
<td>ตัวเลขตรงกับแหล่งข่าว เป็นการลงทุนในบริษัทสกัดแร่ของเกาหลีใต้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>โครงการร่วมทุนในมาเลเซีย</td>
<td>$30 ล้าน</td>
<td>มูลค่าโครงการตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายเครือข่ายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานดำเนินการหลัก</td>
<td>POSCO International</td>
<td>ชื่อบริษัทและบทบาท (หน่วยงานการค้าของ POSCO Holdings) ตรงตามที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-iran-uranium-dilemma-impacts-oil-markets/" target="_blank" rel="noopener">ความขัดแย้งอิหร่าน โจทย์ใหญ่ทรัมป์ที่อาจชี้ชะตาราคาน้ำมันโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/korean-ai-apps-adot-papago-rank-in-global-top-50/" target="_blank" rel="noopener">แอป AI เกาหลีผงาด! Adot และ Papago ติด Top 50 บริการ AI ยอดนิยมระดับโลก</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitcoin-options-signal-extreme-fear-as-downside-protection-premium-hits-ath/" target="_blank" rel="noopener">Bitcoin options ส่งสัญญาณกลัวสุดขีด ค่าป้องกันขาลงพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> KoreaTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi พุ่งแซง Tesla ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในจีนเดือนม.ค.</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/xiaomi-electric-suv-tops-china-sales-january-overtakes-tesla/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 02:58:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[Xiaomi]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดจีน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/xiaomi-electric-suv-tops-china-sales-january-overtakes-tesla/</guid>

					<description><![CDATA[ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดจีน ด้วยการส่งรถ SUV รุ่นแรกขึ้นแท่นอันดับหนึ่งใน...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดจีน ด้วยการส่งรถ SUV รุ่นแรกขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในเดือนมกราคม ทำยอดขายสูงกว่า Tesla Model Y ถึงสองเท่าตัว</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Xiaomi ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV ในประเทศจีน ประจำเดือนมกราคม</li>
<li>ยอดขายรถยนต์ SUV ไฟฟ้าของ Xiaomi สูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Tesla Model Y ถึงสองเท่า</li>
<li>กลยุทธ์สำคัญคือการตั้งราคาที่แข่งขันได้ ต่ำกว่าของ Tesla ควบคู่กับการชูคุณสมบัติที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่า</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของ Tesla และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นในประเทศจีน</li>
<li>การตอบสนองของคู่แข่งต่อกลยุทธ์ด้านราคาของ Xiaomi ที่อาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงขึ้น</li>
<li>ความสามารถของ Xiaomi ในการรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น</li>
</ul>
<h2>Xiaomi เขย่าตลาด EV จีน ขึ้นผู้นำยอดขายเดือนมกราคม</h2>
<p>Xiaomi บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการส่งรถยนต์ SUV ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทขึ้นแท่นเป็นรถที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีนประจำเดือนมกราคมที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของ Xiaomi ในการแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<h3>กลยุทธ์ด้านราคาและการตลาดที่เหนือกว่า</h3>
<p>ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Xiaomi คือกลยุทธ์การกำหนดราคาที่ดึงดูดใจผู้บริโภค โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ต่ำกว่ารถยนต์ของ Tesla ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังทำการตลาดโดยเน้นย้ำถึงคุณสมบัติและเทคโนโลยีของรถยนต์ที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าคู่แข่งในบางด้าน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวสามารถเอาชนะใจผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h3>ผลกระทบต่อ Tesla และภาพรวมตลาด</h3>
<p>การขึ้นมาเป็นผู้นำของ Xiaomi ถือเป็นการท้าทายโดยตรงต่อเจ้าตลาดเดิมอย่าง Tesla โดยเฉพาะรุ่น Model Y ที่เคยครองตำแหน่งยอดนิยมมาอย่างยาวนาน เหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และผู้เล่นรายใหม่ก็สามารถเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วหากมีผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งพอ</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อันดับยอดขาย</td>
<td>Xiaomi&#8217;s electric SUV tops China sales in January.</td>
<td>เนื้อหาระบุตรงกันว่ารถ SUV ไฟฟ้าของ Xiaomi มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในจีนเดือนมกราคม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายเทียบกับคู่แข่ง</td>
<td>Sells twice as many as Tesla&#8217;s Model Y.</td>
<td>ข้อมูลระบุชัดเจนว่ายอดขายสูงกว่า Tesla Model Y เป็นจำนวนสองเท่า</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลยุทธ์ของบริษัท</td>
<td>Priced its vehicles below Tesla&#8217;s.</td>
<td>ยืนยันว่ากลยุทธ์ด้านราคาของ Xiaomi คือการตั้งราคาให้ต่ำกว่า Tesla ตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การสื่อสารการตลาด</td>
<td>Marketed features it claims are comparable or superior.</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่า Xiaomi ทำการตลาดโดยอ้างคุณสมบัติที่เทียบเท่าหรือดีกว่า ซึ่งตรงกับที่สรุปในข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/trump-3-3-3-economic-plan-aims-to-cut-us-deficit-to-3-percent-gdp/" target="_blank" rel="noopener">แผนเศรษฐกิจ 3-3-3 ทรัมป์ ตั้งเป้าลดขาดดุลสหรัฐฯ เหลือ 3% ของ GDP</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bryan-johnson-launches-immortals-program-for-1-million-dollars/" target="_blank" rel="noopener">Bryan Johnson เปิดโปรแกรม Immortals เคล็ดลับอายุยืนในราคา 1 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nikkei-225-breaches-58000-first-time-post-election-rally/" target="_blank" rel="noopener">ดัชนี Nikkei 225 ทะยานทะลุ 58,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCSearch</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ปี 2025: Hyundai-Kia ทุบสถิติใหม่ 11.3% แม้เผชิญภาษี</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/hyundai-kia-record-us-market-share-2025-despite-tariffs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Jan 2026 04:00:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Hyundai]]></category>
		<category><![CDATA[Kia]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถยนต์สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีนำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/hyundai-kia-record-us-market-share-2025-despite-tariffs/</guid>

					<description><![CDATA[ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ปี 2025 Hyundai และ Kia สร้างสถิติใหม่ที่ 11.3% ด้วยยอดขายรวม 1.84 ล้านคัน...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ปี 2025 Hyundai และ Kia สร้างสถิติใหม่ที่ 11.3% ด้วยยอดขายรวม 1.84 ล้านคัน เติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางมาตรการภาษีจากวอชิงตัน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Hyundai และ Kia ทำสถิติส่วนแบ่งตลาดรวมในสหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.3% ในปี 2025</li>
<li>มียอดขายรวมกัน 1.84 ล้านคัน เติบโต <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+7.5%</span></span> ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดรวมที่ <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+2.4%</span></span></li>
<li>ครองอันดับ 4 ในตลาด ตามหลัง General Motors, Toyota และ Ford</li>
<li>ความสำเร็จเกิดจากการขยายการผลิตในท้องถิ่น ยอดขายรถไฮบริดที่แข็งแกร่ง และการดูดซับต้นทุนภาษี</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบของนโยบายการค้าและมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจมีต่อผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติในอนาคต</li>
<li>กลยุทธ์การแข่งขันของผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง GM, Toyota และ Ford เพื่อตอบโต้การเติบโตของค่ายรถยนต์เกาหลีใต้</li>
<li>บทบาทของรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางส่วนแบ่งตลาดในระยะต่อไป</li>
</ul>
<h2>Hyundai-Kia สร้างประวัติศาสตร์ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด</h2>
<p>Hyundai Motor และ Kia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในตลาดรถยนต์สหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลจาก Wards Intelligence ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทั้งสองแบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 11.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยอดขายรวมของทั้งสองบริษัทอยู่ที่ 1.84 ล้านคัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจถึง <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+7.5%</span></span> เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ตลาดรถยนต์โดยรวมของสหรัฐฯ ขยายตัวเพียง <span style='color:#16a34a;font-weight:600'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+2.4%</span></span> ด้วยยอดขายรวม 16.23 ล้านคัน</p>
<p>เมื่อแยกตามแบรนด์ Hyundai มีส่วนแบ่งตลาด 6.1% จากยอดขาย 984,017 คัน ในขณะที่ Kia มีส่วนแบ่ง 5.2% ด้วยยอดขาย 852,155 คัน ความสำเร็จนี้ส่งผลให้กลุ่ม Hyundai Motor Group ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 4 ในตลาดสหรัฐฯ ประจำปี 2025</p>
<h2>ภาพรวมการแข่งขันและปัจจัยสู่ความสำเร็จ</h2>
<p>แม้จะต้องเผชิญกับมาตรการภาษีที่เข้มงวดจากรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ Hyundai และ Kia ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยสำคัญที่นักวิเคราะห์ชี้ตรงกันคือกลยุทธ์การผลิตที่ยืดหยุ่น การขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากภาษี รวมถึงการตัดสินใจของบริษัทที่จะดูดซับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับภาษีไว้เอง นอกจากนี้ กระแสความนิยมในรถยนต์ไฮบริดที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>อันดับ</th>
<th>ผู้ผลิตรถยนต์</th>
<th>ส่วนแบ่งตลาดปี 2025</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>1</td>
<td>General Motors</td>
<td>17.5%</td>
</tr>
<tr>
<td>2</td>
<td>Toyota Motor Corp.</td>
<td>15.5%</td>
</tr>
<tr>
<td>3</td>
<td>Ford Motor Co.</td>
<td>13.1%</td>
</tr>
<tr>
<td>4</td>
<td>Hyundai Motor Group (Hyundai + Kia)</td>
<td>11.3%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ส่วนแบ่งตลาดรวมปี 2025</td>
<td>11.3%</td>
<td>ตัวเลขสอดคล้องกับข้อมูลที่อ้างอิงจาก Wards Intelligence ในเนื้อหาต้นฉบับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายรวมปี 2025</td>
<td>1.84 ล้านคัน</td>
<td>ตรวจสอบแล้วว่าตัวเลขยอดขายรวมของ Hyundai และ Kia ตรงกับที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อันดับในตลาดสหรัฐฯ</td>
<td>อันดับ 4</td>
<td>ถูกต้องตามการเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดกับ GM (17.5%), Toyota (15.5%), และ Ford (13.1%)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงาน/บริษัท</td>
<td>Hyundai, Kia, General Motors, Toyota, Ford</td>
<td>คัดลอกชื่อบริษัทตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/indian-it-stocks-q3-2026-results-analysis-tcs-infosys-wipro-hcl/" target="_blank" rel="noopener">ผลประกอบการหุ้นไอทีอินเดีย Q3/69: ส่อง 4 ยักษ์ใหญ่ ใครเด่น-ใครน่าห่วง?</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/nyc-comptroller-mulls-reinvesting-israel-bonds-defying-mayor/" target="_blank" rel="noopener">พันธบัตรอิสราเอล: ผู้ตรวจการคลังนิวยอร์กจ่อลงทุนอีกครั้ง สวนทางนโยบายนายกเทศมนตรี</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/ecb-advances-climate-and-nature-plan-for-2024-2025/" target="_blank" rel="noopener">ECB แผนรับมือโลกร้อนฉบับใหม่ ขยายขอบเขตสู่ความเสี่ยงจากธรรมชาติ</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Feed.koreatimes.co, Wards Intelligence</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ผลิตแบตเตอรี่เกาหลี 3 ค่ายใหญ่ ปรับทัพสู้ EV ชะลอตัว ชูโรง ESS และ AI</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/korean-battery-makers-pivot-to-ess-ai-amid-ev-slowdown/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 07:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[ESS]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ EV]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/korean-battery-makers-pivot-to-ess-ai-amid-ev-slowdown/</guid>

					<description><![CDATA[ผู้ผลิตแบตเตอรี่เกาหลี 3 รายใหญ่เผชิญความท้าทายจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคั...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ผู้ผลิตแบตเตอรี่เกาหลี 3 รายใหญ่เผชิญความท้าทายจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ มุ่งเน้นขยายตลาดระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และนำ AI มาใช้ลดต้นทุน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ 3 ค่ายของเกาหลี (LGES, Samsung SDI, SK On) กำลังเผชิญกับสภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก</li>
<li>กลยุทธ์หลักในการฟื้นตัวคือการหันไปรุกตลาดระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ซึ่งมีความต้องการเติบโตสูงสวนกระแส</li>
<li>บริษัทต่างๆ จะมุ่งเน้นการลดต้นทุน ปรับปรุงเทคโนโลยี และนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แผนการปรับเปลี่ยนสายการผลิตของ LG Energy Solution ในโรงงานที่อเมริกาเหนือ ยุโรป และจีน เพื่อรองรับการผลิตแบตเตอรี่สำหรับ ESS โดยเฉพาะ</li>
<li>ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลดต้นทุนและการใช้ AI ของทั้งสามบริษัทในการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว</li>
<li>แนวโน้มความต้องการในตลาด ESS ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงในครั้งนี้</li>
</ul>
<h2>ตลาด EV ชะลอตัว กดดันยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่เกาหลี</h2>
<p>อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของเกาหลีใต้ซึ่งประกอบด้วย 3 ผู้เล่นหลักอย่าง LG Energy Solution (LGES), Samsung SDI และ SK On กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในช่วงต้นปี 2026 เนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลประกอบการในระยะสั้น แต่ผู้นำของทั้งสามบริษัทได้แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง</p>
<p>เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยากลำบาก ผู้บริหารระดับสูงได้เรียกร้องให้พนักงานร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ให้ได้ภายในปี 2026</p>
<h2>ESS และ AI: สองหัวหอกหลักในการพลิกฟื้นธุรกิจ</h2>
<p>กลยุทธ์สำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจหลักในการฟื้นตัวคือการกระจายพอร์ตโฟลิโอไปยังตลาดระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems หรือ ESS) ซึ่งกำลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สวนทางกับตลาด EV ที่เริ่มอิ่มตัวในบางภูมิภาค ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน</p>
<h3>LGES เดินหน้ารุกตลาด ESS เต็มกำลัง</h3>
<p>นายคิม ดง-มยอง ซีอีโอของ LGES ได้กล่าวในสุนทรพจน์ปีใหม่ว่า &#8220;ความต้องการ ESS กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าที่เคย และนี่คือโอกาสสำคัญสำหรับความสำเร็จในการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอของเรา&#8221; เขายังได้เปิดเผยแผนการที่จะเร่งปรับเปลี่ยนโรงงานในอเมริกาเหนือ ยุโรป และจีน ให้สามารถผลิตแบตเตอรี่สำหรับ ESS ได้ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านอุปทานและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ การลดต้นทุนผ่านนวัตกรรมก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของบริษัท</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กลุ่มบริษัทแบตเตอรี่เกาหลี</td>
<td>LG Energy Solution (LGES), Samsung SDI, SK On</td>
<td>คัดลอกชื่อบริษัททั้ง 3 แห่งตามที่ต้นทางระบุ และตรวจความสอดคล้องกับเนื้อหา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลยุทธ์หลักที่ประกาศ</td>
<td>มุ่งเน้น ESS, ลดต้นทุน, นำ AI มาใช้</td>
<td>สรุปประเด็นกลยุทธ์จากเนื้อหาข่าวโดยไม่เพิ่มเติมข้อมูลนอกแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายการฟื้นตัว</td>
<td>ปี 2026 (2026 rebound)</td>
<td>ตรวจสอบกรอบเวลาที่ระบุในหัวข้อข่าวและเนื้อหา พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แผนการปรับสายการผลิตของ LGES</td>
<td>ในอเมริกาเหนือ, ยุโรป, และจีน</td>
<td>ตรวจสอบรายชื่อภูมิภาคที่ LGES จะปรับเปลี่ยนโรงงานเพื่อผลิต ESS พบว่าสอดคล้องกับต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/aia-korea-launches-dollar-pension-insurance-amid-won-weakness/" target="_blank" rel="noopener">ประกันบำนาญดอลลาร์ AIA เกาหลีใต้เปิดตัว ชูจุดเด่นรับเงินดอลลาร์-ผลตอบแทนสูง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/insilico-signs-888-million-ai-drug-deal-after-hong-kong-ipo/" target="_blank" rel="noopener">Insilico Medicine ปิดดีลยามะเร็ง AI มูลค่า 888 ล้านดอลลาร์ หลังเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/oil-prices-steady-despite-maduro-arrest-in-venezuela/" target="_blank" rel="noopener">ราคาน้ำมันวันนี้ทรงตัว แม้สหรัฐฯ คุมตัวผู้นำเวเนซุเอลา ตลาดเมินความเสี่ยง</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> KoreaTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยอดส่งมอบ Tesla ไตรมาส 4 ปี 2025 ร่วง 16% แตะ 418,227 คัน สวนทางราคาหุ้น</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/tesla-q4-2025-deliveries-fall-16-percent-to-418227-units/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 02:59:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[TSLA]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดขายรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/tesla-q4-2025-deliveries-fall-16-percent-to-418227-units/</guid>

					<description><![CDATA[ยอดส่งมอบ Tesla ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 มีจำนวนทั้งสิ้น 418,227 คัน ซึ่งลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ยอดส่งมอบ Tesla ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 มีจำนวนทั้งสิ้น 418,227 คัน ซึ่งลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สวนทางกับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงท้ายปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Tesla รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 อยู่ที่ 418,227 คัน</li>
<li>ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลดลง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-16%</span></span> เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า</li>
<li>การรายงานตัวเลขนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหุ้นของ Tesla ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ปฏิกิริยาของตลาดและนักลงทุนต่อตัวเลขยอดส่งมอบที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาหุ้นในระยะสั้น</li>
<li>การประกาศผลประกอบการฉบับเต็มสำหรับไตรมาส 4 และการให้ข้อมูลคาดการณ์ (Guidance) สำหรับปี 2026 จากผู้บริหาร</li>
<li>ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อยอดส่งมอบ ทั้งในด้านอุปสงค์และกำลังการผลิตของบริษัท</li>
</ul>
<h2>Tesla เผยยอดส่งมอบ Q4/2025 ลดลงสวนทางคาดการณ์</h2>
<p>บริษัท Tesla ได้เปิดเผยตัวเลขการส่งมอบรถยนต์สำหรับไตรมาสที่สี่ของปี 2025 อย่างเป็นทางการ โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 418,227 คัน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการหดตัวที่สำคัญ คิดเป็นการลดลงถึง <span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-16%</span></span> เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในด้านอุปสงค์หรือปัญหาในสายการผลิตที่บริษัทกำลังเผชิญ</p>
<h3>ทิศทางที่สวนทางกับราคาหุ้นช่วงปลายปี</h3>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือ การประกาศยอดส่งมอบที่ลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหุ้นของ Tesla (TSLA) เพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาตลอดหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025 การสวนทางกันระหว่างผลการดำเนินงานด้านการส่งมอบและราคาหุ้น ทำให้นักลงทุนต้องประเมินปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เพื่อพิจารณาแนวโน้มในอนาคต</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>รายการ</th>
<th>ข้อมูล</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ยอดส่งมอบไตรมาส 4 ปี 2025</td>
<td>418,227 คัน</td>
</tr>
<tr>
<td>การเปลี่ยนแปลง (เทียบกับปีก่อนหน้า)</td>
<td><span style='color:#b91c1c;font-weight:700'><span style='color:#dc2626;font-weight:600'>-16%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ยอดส่งมอบ Q4</td>
<td>418,227 คัน</td>
<td>ตรวจสอบตัวเลขจากเนื้อหาต้นฉบับแล้ว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>อัตราการเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ลดลง 16%</td>
<td>ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากแหล่งข่าว พบว่าตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริษัทที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>Tesla</td>
<td>ยืนยันชื่อบริษัทจากแหล่งข่าวตรงกัน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริบทราคาหุ้น</td>
<td>ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในช่วงท้ายปี 2025</td>
<td>เป็นข้อมูลเชิงพรรณนาที่ระบุไว้ในแหล่งข่าวเพื่อให้บริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/sebi-tightens-rules-for-merchant-bankers-raising-net-worth-requirements-for-ipo-boom/" target="_blank" rel="noopener">SEBI คุมเข้ม Merchant Banker ยกระดับเกณฑ์ Net Worth รับตลาด IPO อินเดียบูม</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/bitfinex-hacker-ilya-lichtenstein-cites-trump-first-step-act-for-early-release/" target="_blank" rel="noopener">แฮกเกอร์ Bitfinex อ้างกฎหมายยุคทรัมป์ หวังลดโทษ-ออกจากเรือนจำเร็วขึ้น</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hong-kong-appoints-linda-so-wai-sze-to-lead-northern-metropolis-office/" target="_blank" rel="noopener">Northern Metropolis ฮ่องกง แต่งตั้ง Linda So Wai-sze ผู้นำคนใหม่ เร่งเครื่องเมกะโปรเจกต์</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> CNBCWorld</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hyundai Motor India ขึ้นราคา ม.ค. 69 สู้ต้นทุนพุ่ง จับตาทิศทางหุ้น</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/hyundai-motor-india-announces-price-hike-january-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2026 03:59:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Hyundai]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นราคารถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/hyundai-motor-india-announces-price-hike-january-2026/</guid>

					<description><![CDATA[Hyundai Motor India ขึ้นราคารถยนต์ตั้งแต่ ม.ค. 2569 เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้หุ้นของบร...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Hyundai Motor India ขึ้นราคารถยนต์ตั้งแต่ ม.ค. 2569 เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้หุ้นของบริษัทจะเผชิญแรงกดดันทางเทคนิคในระยะสั้นก็ตาม</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Hyundai Motor India ประกาศปรับขึ้นราคารถยนต์เล็กน้อย โดยมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป</li>
<li>สาเหตุหลักของการปรับราคาครั้งนี้มาจากต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>แม้หุ้นเผชิญแรงกดดันระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวและแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติยังคงแข็งแกร่ง</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การประกาศรายละเอียดการปรับขึ้นราคาอย่างเป็นทางการสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น</li>
<li>ผลกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดหลังการปรับขึ้นราคาในสภาวะการแข่งขัน</li>
<li>ทิศทางการลงทุนของนักลงทุนสถาบันต่างชาติในหุ้น Hyundai Motor India</li>
</ul>
<h2>Hyundai อินเดียยืนยันปรับขึ้นราคารับต้นทุนพุ่ง</h2>
<p>บริษัท Hyundai Motor India ได้ประกาศแผนการปรับขึ้นราคารถยนต์อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก</p>
<p>แม้ว่าในประกาศจะระบุว่าเป็นการปรับขึ้นราคาเพียงเล็กน้อย (marginal hike) แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจนเป็นเปอร์เซ็นต์หรือรายละเอียดสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างการแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นกับการรักษาระดับการแข่งขันในตลาดอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญ</p>
<h2>มุมมองต่อหุ้น: แรงกดดันระยะสั้นสวนทางแนวโน้มระยะยาว</h2>
<p>ในด้านของตลาดทุน หุ้นของ Hyundai Motor India กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเทคนิคในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวยังคงดูแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี นักวิเคราะห์ชี้ว่าเสถียรภาพด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ</p>
<p>นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยบวกที่สำคัญคือความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติ ซึ่งยังคงเป็นแรงสนับสนุนต่อภาพรวมการเติบโตของหุ้นในระยะยาว ดังนั้น แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นจากการประกาศขึ้นราคา แต่แนวโน้มหลักของหุ้นยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลุ่มนี้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กำหนดการขึ้นราคา</td>
<td>&#8216;from January 2026&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุช่วงเวลาการปรับขึ้นราคาตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ซึ่งตรงกับข้อมูลในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุการปรับราคา</td>
<td>&#8216;to offset rising input costs&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวให้เหตุผลว่าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งถูกนำมาเรียบเรียงในบทความอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การประเมินทิศทางหุ้น</td>
<td>&#8216;mild pressure&#8217; (near-term), &#8216;strong long-term trends&#8217;</td>
<td>ข้อมูลระบุถึงแรงกดดันระยะสั้นแต่แนวโน้มระยะยาวยังดี ซึ่งสอดคล้องกับที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง</td>
<td>&#8216;Hyundai Motor India&#8217;</td>
<td>ตรวจสอบการใช้ชื่อบริษัท Hyundai Motor India ในบทความว่าถูกต้องตรงตามแหล่งข่าวทุกจุด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/vodafone-idea-to-receive-rs-5836-crore-support-from-vodafone-group/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น Vodafone Idea จ่อรับเงินทุน 5.8 พันล้านรูปีจาก Vodafone Group หลังปรับแก้สัญญา</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/mcx-announces-first-ever-5-for-1-stock-split-effective-jan-2-2026/" target="_blank" rel="noopener">หุ้น MCX แตกพาร์ 5:1 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กำหนดวันมีผล 2 ม.ค. 69</a></li>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/hainan-free-trade-port-challenges-hong-kong/" target="_blank" rel="noopener">ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน เปิดฉากทดลองครั้งใหญ่ ท้าชนฮ่องกง?</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> EcoTimes</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยอดส่งออก EV จีนเดือน พ.ย. โตแรง 87% เอเชียครองตลาดอันดับหนึ่ง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/chinas-ev-exports-surge-87-percent-in-november/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 11:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[รถ EV จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/chinas-ev-exports-surge-87-percent-in-november/</guid>

					<description><![CDATA[ยอดส่งออก EV จีนเดือนพฤศจิกายนพุ่งสูงถึง 87% เมื่อเทียบรายปี โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดเอเชียที่เติบโ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">ยอดส่งออก EV จีนเดือนพฤศจิกายนพุ่งสูงถึง 87% เมื่อเทียบรายปี โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดเอเชียที่เติบโต 71% และยุโรปที่ขยายตัว 63% สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ยอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนในเดือนพฤศจิกายน ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดถึง <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+87%</span></span> เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</li>
<li>เอเชียยังคงเป็นตลาดส่งออก EV ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดขาย 110,061 คัน เติบโต <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+71%</span></span></li>
<li>ตลาดยุโรปมีความต้องการสูงเช่นกัน โดยนำเข้า EV จากจีนเกือบ 43,000 คัน เพิ่มขึ้น <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+63%</span></span> ในเดือนเดียวกัน</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แนวโน้มการเติบโตในตลาดใหม่ๆ เช่น ละตินอเมริกาและแคริบเบียน ซึ่งเริ่มมีการนำเข้า EV จากจีนเพิ่มขึ้น</li>
<li>ปฏิกิริยาจากผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีน</li>
<li>นโยบายการค้าและมาตรการทางภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อตอบโต้การส่งออกที่เพิ่มขึ้นและสร้างสมดุลทางการแข่งขัน</li>
</ul>
<h2>ภาพรวมการส่งออก EV จีนเติบโตแข็งแกร่ง</h2>
<p>ข้อมูลล่าสุดจากกรมศุลกากรของจีนชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของภาคการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยอดส่งออกโดยรวมพุ่งสูงขึ้นถึง <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+87%</span></span> เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนในตลาดโลก ทั้งในด้านราคาและเทคโนโลยี</p>
<h2>เอเชียและยุโรปเป็นตลาดหลักขับเคลื่อนการเติบโต</h2>
<p>เมื่อพิจารณาแยกตามภูมิภาค พบว่าทวีปเอเชียยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับการส่งออก EV ของจีน โดยมีปริมาณการขายสูงถึง 110,061 คันในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตที่ <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+71%</span></span> เมื่อเทียบแบบรายปี ขณะเดียวกัน ตลาดยุโรปก็แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดยมียอดขายเกือบ 43,000 คัน เพิ่มขึ้น <span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+63%</span></span> การยอมรับที่เพิ่มขึ้นในสองตลาดหลักนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตัวเลขการส่งออกโดยรวมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด</p>
<h3>ข้อมูลเปรียบเทียบตลาดส่งออกหลัก</h3>
<p>การเติบโตในตลาดหลักทั้งสองแห่งแสดงให้เห็นถึงการเจาะตลาดที่ประสบความสำเร็จของผู้ผลิตจีน แม้ว่าเอเชียจะยังคงนำในแง่ของปริมาณ แต่การเติบโตในระดับสูงของยุโรปก็เป็นสัญญาณที่น่าจับตามองสำหรับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต</p>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ภูมิภาค</th>
<th>ยอดขาย (พ.ย.)</th>
<th>การเติบโต (เทียบรายปี)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เอเชีย</td>
<td>110,061 คัน</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+71%</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>ยุโรป</td>
<td>เกือบ 43,000 คัน</td>
<td><span style='color:#0a7d3b;font-weight:700'><span style='color:#16a34a;font-weight:600'>+63%</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ภาพรวมการส่งออก</td>
<td>&#8216;surged by 87% in November from a year earlier&#8217;</td>
<td>ตัวเลขการเติบโต 87% ในเดือน พ.ย. ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายในเอเชีย</td>
<td>&#8216;71% jump in sales, to 110,061 units in November&#8217;</td>
<td>ตัวเลขยอดขายและเปอร์เซ็นต์การเติบโตของตลาดเอเชียตรงกับข้อมูลที่ระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ยอดขายในยุโรป</td>
<td>&#8216;surged by 63% to nearly 43,000 vehicles&#8217;</td>
<td>ตัวเลขยอดขายและเปอร์เซ็นต์การเติบโตของตลาดยุโรปตรงกับข้อมูลที่ระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>แหล่งที่มาของข้อมูล</td>
<td>&#8216;data from China’s customs office cited by Bloomberg&#8217;</td>
<td>มีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างชัดเจนคือ กรมศุลกากรจีน ผ่านการรายงานของ Bloomberg</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.bangkoktoday.net/investors-bet-on-chinese-companies-in-global-ai-supply-chain/" target="_blank" rel="noopener">บริษัทจีนในซัพพลายเชน AI เนื้อหอม นักลงทุนมองข้ามสงครามการค้า</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Oilprice</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ford ปรับแผน EV บันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนการปรับโครงสร้าง</title>
		<link>https://www.bangkoktoday.net/ford-records-19-5-billion-charge-ev-pullback/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 10:59:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สรุปข่าวเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Ford]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับโครงสร้างธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.bangkoktoday.net/ford-records-19-5-billion-charge-ev-pullback/</guid>

					<description><![CDATA[Ford ปรับแผน EV ครั้งสำคัญ ประกาศบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษมูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากการ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">Ford ปรับแผน EV ครั้งสำคัญ ประกาศบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษมูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างลำดับความสำคัญทางธุรกิจและการชะลอการลงทุน</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>Ford ประกาศจะบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ (special charges) มูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างลำดับความสำคัญทางธุรกิจของบริษัท</li>
<li>การตัดสินใจนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการชะลอแผนการลงทุนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด</li>
</ul>
</div>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลกระทบของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ต่อแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในอนาคตของ Ford</li>
<li>ปฏิกิริยาของนักลงทุนและตลาดต่อการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่นี้ ซึ่งจะสะท้อนในผลประกอบการ</li>
<li>กลยุทธ์ของค่ายรถยนต์คู่แข่งที่อาจได้รับผลกระทบหรือปรับเปลี่ยนตามการเคลื่อนไหวของ Ford</li>
</ul>
<h2>Ford ทบทวนกลยุทธ์ EV ครั้งใหญ่</h2>
<p>Ford Motor Company ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยบริษัทจะทำการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.14 แสนล้านบาท) การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<h3>เบื้องหลังค่าใช้จ่ายก้อนโต</h3>
<p>แหล่งข่าวระบุว่า ค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวนมหาศาลนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการปรับโครงสร้างลำดับความสำคัญทางธุรกิจ (restructuring of its business priorities) ของ Ford ซึ่งรวมถึงการทบทวนและชะลอแผนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด (pullback in its all-electric vehicle investments) การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงและมีความท้าทายเพิ่มขึ้น</p>
<h3>นัยยะต่อทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์</h3>
<p>การปรับแผนของ Ford ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก การที่ผู้เล่นรายใหญ่ส่งสัญญาณชะลอการลงทุนใน EV อาจบ่งชี้ถึงการประเมินสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นด้านอุปสงค์ของผู้บริโภค ต้นทุนการผลิต หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่รองรับเต็มที่ การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องภายในของ Ford แต่ยังสะท้อนภาพรวมของความท้าทายที่อุตสาหกรรม EV กำลังเผชิญอยู่</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าค่าใช้จ่ายพิเศษ</td>
<td>$19.5 billion</td>
<td>ตัวเลข 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกระบุอย่างชัดเจนในเนื้อหาต้นทาง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การแปลงค่าเงินเป็นบาท</td>
<td>$19.5 billion</td>
<td>คำนวณโดยใช้ข้อมูล FX Snapshot ที่ได้รับ (USD≈31.475) และใช้คำว่า &#8216;ประมาณ&#8217; เพื่อแสดงบริบท</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุของการบันทึกค่าใช้จ่าย</td>
<td>Restructuring and EV pullback</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่ามาจาก 2 สาเหตุหลัก คือการปรับโครงสร้างธุรกิจและชะลอการลงทุน EV</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่ประกาศ</td>
<td>Ford</td>
<td>ชื่อบริษัท &#8216;Ford&#8217; ถูกคัดลอกตามต้นทางอย่างถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Cnbc</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
