บัตรเครดิตห้างสรรพสินค้า: แหล่งทำเงินและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ของยักษ์ค้าปลีกสหรัฐฯ

บัตรเครดิตห้างสรรพสินค้ากลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญอย่างน่าประหลาดใจให้แก่ Macy’s และ Kohl’s แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่สูงขึ้นเช่นกัน

จุดเด่นสำคัญ

  • Macy’s และ Kohl’s ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในสหรัฐฯ สร้างรายได้จากการดำเนินงานส่วนสำคัญผ่านธุรกิจบัตรเครดิตของตนเอง
  • รายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตช่วยหนุนผลกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากการขายสินค้าปลีก
  • โมเดลธุรกิจนี้เป็นการแบกรับความเสี่ยงด้านสินเชื่อโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการหากลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น

เปิดโมเดลทำเงินที่ซ่อนอยู่ของห้างยักษ์ใหญ่

Macy’s และ Kohl’s สองผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งเครื่องยนต์ทำกำไรที่สำคัญและน่าประหลาดใจ นั่นคือธุรกิจบัตรเครดิตของห้าง (Store Card) ซึ่งสร้างรายได้จากการดำเนินงานในสัดส่วนที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ

โมเดลนี้เปลี่ยนสถานะของห้างสรรพสินค้าจากการเป็นเพียงผู้ขายสินค้าไปสู่การเป็นผู้ให้สินเชื่อแก่ลูกค้าของตนเองด้วย โดยรายได้หลักมาจากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากยอดค้างชำระและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตร ซึ่งมักจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไป

รายได้จากบัตรเครดิตสำคัญแค่ไหน?

แหล่งข่าวระบุว่า รายได้จากธุรกิจบัตรเครดิตถือเป็น “ส่วนสำคัญอย่างน่าประหลาดใจ” ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมดของทั้งสองบริษัท สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกหลักอาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและอัตรากำไรที่ลดลง ธุรกิจการเงินกลับเข้ามาเป็นตัวช่วยพยุงผลประกอบการโดยรวม

การมีธุรกิจบัตรเครดิตของตัวเองยังช่วยสร้างความภักดีของลูกค้าผ่านโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร อย่างไรก็ตาม การพึ่งพารายได้ส่วนนี้มากเกินไปก็สร้างความเสี่ยงที่แตกต่างออกไปจากธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม

ลักษณะ โมเดลค้าปลีกดั้งเดิม โมเดลผสมธุรกิจบัตรเครดิต
แหล่งรายได้หลัก กำไรจากการขายสินค้า ขายสินค้า + ดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมบัตร
ความสัมพันธ์กับลูกค้า ธุรกรรมการซื้อขาย ความสัมพันธ์ทางการเงิน (เจ้าหนี้-ลูกหนี้)
ความเสี่ยงหลัก สินค้าคงคลัง, การแข่งขัน ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (หนี้เสีย)
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายลดลง ยอดขายลดลง และหนี้เสียเพิ่มขึ้น

ดาบสองคม: ความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่ต้องจับตา

แม้ว่าธุรกิจบัตรเครดิตจะสร้างผลกำไรที่น่าดึงดูดใจ แต่มันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk) ที่ห้างสรรพสินค้าต้องแบกรับไว้เองโดยตรง หากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผู้บริโภคประสบปัญหาทางการเงิน อัตราการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตก็จะสูงขึ้น ซึ่งอาจกัดกร่อนผลกำไรที่เคยทำได้มาอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ผลประกอบการของ Macy’s และ Kohl’s จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังผูกติดอยู่กับสุขภาพทางการเงินของผู้บริโภคและความสามารถในการชำระหนี้อย่างใกล้ชิด ทำให้นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงในส่วนนี้เพิ่มเติม นอกเหนือจากการวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกตามปกติ

ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)

ประเด็น ข้อมูลจากแหล่งข่าว ผลตรวจสอบของ AI สถานะ
Macy’s และ Kohl’s มีรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจบัตรเครดิต ระบุว่าห้างสรรพสินค้าเหล่านี้สร้างรายได้จากการดำเนินงาน “ส่วนสำคัญอย่างน่าประหลาดใจ” (surprisingly big chunks) จากธุรกิจบัตรเครดิตของตนเอง การใช้คำว่า “ส่วนสำคัญ” เป็นการตีความที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับแนวทางธุรกิจของค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ใช้การเงินในเครือเพื่อสร้างรายได้เสริม ตรง
ธุรกิจนี้มีความเสี่ยง แหล่งข่าวกล่าวถึงการที่ห้างฯ “แบกรับความเสี่ยงด้านสินเชื่อ” (take credit risk) การดำเนินธุรกิจให้สินเชื่อย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานทางการเงิน ตรง

หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เรื่องแนะนำ