กองทุนรวมลงทุนแบบ Momentum Factor ทำไมขึ้นแรงลงแรงและควรใช้ยังไง
กองทุนรวมที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Momentum Factor หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า momentum fund เป็นหนึ่งในแนวทางการลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง เนื่องจากมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในบางช่วงเวลา แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวนที่สูงมาก หรือที่เรียกว่า ‘ขึ้นแรงลงแรง’ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปัจจัยนี้คืออะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และควรนำไปปรับใช้อย่างไรในพอร์ตการลงทุน
ใจความสำคัญ
- Momentum Fund คือกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ (เช่น หุ้น) ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าแนวโน้มนั้นจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง
- กลยุทธ์นี้มีลักษณะ ‘ตามน้ำ’ ทำให้เมื่อตลาดเป็นขาขึ้นชัดเจน กองทุนจะมีโอกาสทำผลตอบแทนได้สูงมาก แต่เมื่อตลาดกลับทิศทาง ก็จะขาดทุนหนักและรวดเร็วเช่นกัน
- ความผันผวนสูงเป็นธรรมชาติของกองทุนประเภทนี้ จึงไม่เหมาะกับการเป็นพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Port)
- วิธีใช้ที่เหมาะสมคือการจัดสรรเป็นสัดส่วนเล็กน้อย (Satellite Port) ในพอร์ตโดยรวม เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
- ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีความเข้าใจในวัฏจักรเศรษฐกิจและยอมรับความเสี่ยงจากการขาดทุนสูงได้เป็นอย่างดี
Momentum Factor คืออะไร? หลักการทำงานเบื้องหลัง
Momentum Factor เป็นหนึ่งใน ‘ปัจจัย’ (Factor) ที่ขับเคลื่อนผลตอบแทนของสินทรัพย์ทางการเงิน แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนหลักการทางพฤติกรรมศาสตร์การลงทุนที่ว่า ‘ผู้ชนะมักจะชนะต่อไป’ (Winners keep winning) ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สินทรัพย์ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วง 3-12 เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปอีกระยะ
กองทุนที่ใช้กลยุทธ์นี้จะสร้างกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบเพื่อจับแนวโน้มดังกล่าว โดยจะทำการ:
- คัดเลือกสินทรัพย์: สแกนหาหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในกรอบเวลาที่กำหนด
- เข้าลงทุน: จัดสรรเงินลงทุนเข้าไปในกลุ่มสินทรัพย์ ‘ผู้ชนะ’ เหล่านั้น
- ปรับพอร์ต: ขายสินทรัพย์ที่เริ่มหมดแรงหรือกลายเป็น ‘ผู้แพ้’ และนำเงินไปลงทุนใน ‘ผู้ชนะ’ ตัวใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ (เช่น ทุกไตรมาส หรือทุกครึ่งปี)
อาจเปรียบเทียบได้กับการกระโดดขึ้นรถไฟขบวนที่กำลังวิ่งเร็วที่สุด โดยหวังว่ารถไฟขบวนนั้นจะยังคงวิ่งเร็วต่อไปอีกสักพัก ก่อนที่จะสลับไปขึ้นขบวนอื่นที่เร็วกว่า
ทำไม Momentum Fund ถึง ‘ขึ้นแรงลงแรง’
ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ momentum fund คือความผันผวนที่สูงกว่าตลาดโดยรวม เหตุผลหลักที่ทำให้กองทุนประเภทนี้มีพฤติกรรมขึ้นแรงลงแรงมาจากธรรมชาติของตัวกลยุทธ์เอง
1. การลงทุนที่กระจุกตัวในกลุ่มผู้ชนะ
ในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกำลังเป็นที่นิยม กองทุนโมเมนตัมจะเข้าไปลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวอย่างหนาแน่น เมื่อหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นแรง กองทุนก็จะได้รับผลตอบแทนสูงตามไปด้วย แต่ในทางกลับกัน หากมีข่าวร้ายหรือความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยีลดลง หุ้นเหล่านี้ก็จะถูกเทขายอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้มูลค่ากองทุนลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
2. ธรรมชาติของกลยุทธ์แบบตามแนวโน้ม (Pro-cyclical)
กลยุทธ์โมเมนตัมคือการ ‘ซื้อแพงเพื่อไปขายแพงกว่า’ ซึ่งเป็นการลงทุนตามแนวโน้มที่เป็นอยู่แล้ว จุดอ่อนสำคัญคือเมื่อตลาดเกิดการกลับตัวอย่างรวดเร็ว (Trend Reversal) หรือที่เรียกว่า ‘Momentum Crash’ กองทุนจะยังคงถือสินทรัพย์ที่เพิ่งเป็นผู้ชนะ แต่กำลังจะกลายเป็นผู้แพ้ที่ขาดทุนหนักที่สุด ทำให้ไม่สามารถปรับพอร์ตได้ทันท่วงทีและเกิดผลขาดทุนจำนวนมาก
3. ทำงานได้ไม่ดีในตลาดที่ไม่มีทิศทางชัดเจน (Sideways Market)
ในสภาวะที่ตลาดผันผวนแต่ไม่มีแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงที่ชัดเจน กลยุทธ์โมเมนตัมจะทำงานได้ไม่ดี เพราะสินทรัพย์ที่เป็น ‘ผู้ชนะ’ ในวันนี้ อาจกลายเป็น ‘ผู้แพ้’ ในวันพรุ่งนี้ การปรับพอร์ตที่บ่อยครั้งในตลาดแบบนี้อาจทำให้เกิดต้นทุนจากการซื้อขายโดยไม่สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ข้อดีและข้อควรระวังของ Momentum Fund
จุดเด่น
- โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง: ในช่วงตลาดกระทิงที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มชัดเจน กลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
- จับกระแสการลงทุนได้ดี: สามารถทำกำไรจากกระแสความนิยมหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้
- เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์: ผลตอบแทนของโมเมนตัมมักจะมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น (เช่น Value) ไม่สูงนัก การมีกองทุนนี้ในพอร์ตจึงอาจช่วยกระจายความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์ได้
ข้อสังเกต
- ความผันผวนและโอกาสขาดทุนสูง: เป็นข้อเสียที่ใหญ่ที่สุด นักลงทุนต้องเตรียมใจรับมือกับช่วงที่มูลค่าพอร์ตลดลงอย่างรุนแรง
- ความเสี่ยงจากการกลับตัวของตลาด: อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาดอย่างฉับพลัน ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนหนักได้
- ต้นทุนการบริหารจัดการ: กองทุนประเภทนี้มักมีการซื้อขายบ่อยครั้ง (High Turnover) ซึ่งอาจนำไปสู่ค่าธรรมเนียมการจัดการและต้นทุนการทำธุรกรรมที่สูงกว่ากองทุนทั่วไป
วิธีใช้ Momentum Fund ในพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม
ด้วยความผันผวนที่สูง การลงทุนใน momentum fund จึงจำเป็นต้องมีหลักการและใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการสร้างผลตอบแทนโดยที่ยังสามารถควบคุมความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตได้
1. จัดเป็น ‘พอร์ตส่วนเสริม’ (Satellite) ไม่ใช่ ‘พอร์ตหลัก’ (Core)
นักลงทุนไม่ควรนำเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนในกองทุนโมเมนตัม แต่ควรจัดสรรเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของพอร์ตทั้งหมด เช่น 5-10% เพื่อเป็นตัวเสริมในการสร้างผลตอบแทน ขณะที่พอร์ตส่วนหลักควรเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า
2. เข้าใจสภาวะตลาดที่เหมาะสม
กลยุทธ์โมเมนตัมมักจะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงกลางถึงปลายของตลาดขาขึ้น (Mid-to-late stage bull market) ซึ่งเป็นช่วงที่แนวโน้มมีความชัดเจนและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูง ในทางกลับกัน กลยุทธ์นี้มักจะทำผลงานได้ไม่ดีในช่วงต้นของการฟื้นตัวหรือช่วงตลาดขาลง
3. ใช้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นเพื่อถ่วงดุล
เพื่อลดความเสี่ยง การมีกองทุนโมเมนตัมในพอร์ตควรทำควบคู่ไปกับการลงทุนในกลยุทธ์อื่นที่ตรงข้ามกัน เช่น กองทุนเน้นหุ้นคุณค่า (Value Fund) ซึ่งมักจะทำผลงานได้ดีในคนละช่วงเวลากัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้พอร์ตโดยรวมมีความราบรื่นมากขึ้น
4. พิจารณาการลงทุนสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงด้านจังหวะ
การลงทุนในกองทุนที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้มีความเสี่ยงในการเข้าผิดจังหวะ การทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า DCA (Dollar-Cost Averaging) อาจเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ราคาสูงสุดได้
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุน
- อ่านหนังสือชี้ชวน: ทำความเข้าใจปรัชญาการลงทุน เกณฑ์การคัดเลือกสินทรัพย์ และความถี่ในการปรับพอร์ตของกองทุนนั้นๆ
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียม: เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) และค่าใช้จ่ายรวม (Total Expense Ratio) เนื่องจากกองทุนที่ซื้อขายบ่อยอาจมีต้นทุนแฝงที่สูง
- ดูผลงานย้อนหลังในภาวะวิกฤต: อย่าดูแค่ผลตอบแทนในช่วงตลาดขาขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับผลงานในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงแรง เช่น วิกฤตปี 2008 หรือช่วงโควิด-19 เพื่อประเมินขนาดของความเสี่ยงที่คุณอาจต้องเจอ
- ประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้: ถามตัวเองว่าคุณพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่พอร์ตส่วนนี้อาจติดลบ 30-50% หรือมากกว่านั้นในระยะเวลาสั้นๆ ได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Momentum Fund เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง ยอมรับความเสี่ยงได้มากเป็นพิเศษ เข้าใจในวัฏจักรของตลาด และต้องการใช้กลยุทธ์นี้เป็นเพียงส่วนเสริมเล็กน้อยในพอร์ตเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการการลงทุนที่มั่นคง
กองทุนโมเมนตัมต่างจากกองทุนหุ้นทั่วไปอย่างไร?
แตกต่างกันที่ ‘เกณฑ์’ ในการคัดเลือกหุ้น กองทุนหุ้นทั่วไปอาจคัดเลือกหุ้นโดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน (เช่น กำไร, P/E) ขนาดของบริษัท หรือตามอุตสาหกรรม แต่กองทุนโมเมนตัมจะใช้ ‘ราคาและผลตอบแทนในอดีต’ เป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น
สามารถลงทุนใน Momentum Fund แบบถือยาวได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้เป็นกองทุนสำหรับถือยาวโดยไม่ปรับเปลี่ยน เพราะธรรมชาติของกลยุทธ์คือการเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปเรื่อยๆ การลงทุนในกองทุนนี้เปรียบเสมือนการเดิมพันว่า ‘กลยุทธ์’ จะทำงานได้ดี ไม่ใช่การลงทุนใน ‘บริษัท’ เพื่อการเติบโตในระยะยาว
จะเกิดอะไรขึ้นหากตลาดกลับทิศทางกะทันหัน?
นี่คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของกลยุทธ์โมเมนตัม หากตลาดกลับตัวอย่างรุนแรง กองทุนจะขาดทุนหนักและรวดเร็ว เนื่องจากพอร์ตการลงทุนจะกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ที่กำลังปรับตัวลงแรงที่สุดในขณะนั้น ซึ่งเรียกว่าปรากฏการณ์ ‘Momentum Crash’
โดยสรุป กองทุนรวม Momentum Factor เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีสองด้านเหมือนดาบคม สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าทึ่งในสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและความผันผวนที่สูงมาก การนำไปใช้อย่างชาญฉลาดในฐานะส่วนเสริมของพอร์ตและเข้าใจถึงความเสี่ยงอย่างถ่องแท้ คือกุญแจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์นี้โดยไม่ทำให้พอร์ตโดยรวมเสียหาย ข้อมูลนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
